0 Views

=====

 

ตอนที่ 4 ผู้กล้าผู้กล้าผู้กล้า

 

“ผู้กล้าไม่สามารถกอบกู้โลกอันเน่าเฟะใบนี้ได้หรอก ท่านซาฮาตันผู้ยิ่งใหญ่จะเป็นผู้ทำลายมันเอง รวมทั้งฆ่าผู้กล้าไร้ประโยชน์พวกนั้นไปพร้อมกัน”

“พี่ชาย …”

“ข้าไม่ใช่พี่ชายเจ้า ข้าคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของท่านซาฮาตัน ทุกอย่างที่เคยบอกเจ้าล้วนเป็นคำโกหก …เจ้ามนุษย์โง่เขลา ความอ่อนแอของเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย เจ้ามันก็แค่ไอ้อ้วนน้ำมูกไหลที่ถูกเพื่อนๆ ทิ้งขว้าง!เจ้าคือความต่ำต้อยที่สุดในโลกใบนี้!”

“หม่าม๊า …”

“ความเพ้อฝันของเจ้าจงให้ข้าทำลายมันเสีย ศักดิ์ศรีของเจ้าจงให้ข้าเหยียบย่ำเสีย เป็นเจ้าไม่เคารพต่อท่านซาฮาตัน เพราะงั้นจะต้องได้รับโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงที่สุด!”

“เจ้าหนูน้อย เสียวเหล่ย …”

“สั่นสะท้านเถิด สิ้นหวังเถิด มนุษย์ …ท่านซาฮาตันมาถึงแล้ว!จุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว!วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว!เพื่อนและเด็กผู้หญิงที่เจ้าชอบจักต้องตาย ทั้งหมดจักต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝังล้วนเป็นเพราะเจ้า!”

“ฮึก ฮึก ฮึก ฮึก …”

“……”

สือเสี่ยวไป๋ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาเหยียบบนตัวของเด็กอ้วนด้วยสีหน้าแววตาโหดเหี้ยมอำมหิต ขณะที่เปล่งเสียงตะคั้นตะคอกออกมาไม่หยุดหย่อน ส่วนเด็กอ้วนซึ่งนอนอยู่ใต้เท้าของเขากลับเอาแต่ร้องไห้กับร้องโวยวาย น้ำเสียงของเขานั้นช่างเจ็บปวด สภาพไร้หนทางช่วยเหลือเต็มทน

ซาฮาตันดูเหตุการณ์สนุกสนานเบื้องหน้าอย่างชื่นชม มันที่เป็นเพียงปีศาจระดับต่ำในโลกมารมีหรือจะเคยได้ยินคำยกย่องเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉากละคร “ความสิ้นหวัง” ซึ่งมนุษย์คนนี้กำลังแสดงอยู่น่าสนใจเป็นอย่างมาก การได้เห็นมนุษย์น่ารังเกียจสูญเสียตัวตนและสังหารกันเองเพื่อเอาชีวิตรอดนั้น นับว่าเป็นความรื่นเริงที่มีโอกาสพบได้น้อยนัก

“แท้จริงแล้วการทรมานมนุษย์ที่ดีที่สุดคือการให้มนุษย์พบเจอกับความสิ้นหวัง” ซาฮาตันชื่นชอบความเข้าใจเช่นนี้ไม่น้อย ดวงตาสามดวงของมันมองไปที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ทันใดนั้นประกายความเย็นเยียบก็วาบผ่านเข้ามาในแววตา

“เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา คิดหรือว่าเจ้าพูดดีกับเปิ่นม๋อแล้วเปิ่นม๋อจะไว้ชีวิตเจ้า? รอให้เจ้าทรมานเจ้าอ้วนนี่จนตายเสียก่อนเถิด เปิ่นม๋อจะทรมานเจ้าให้ตาย และให้ความหวังทั้งหมดของเจ้าแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง ฮ่า ฮ่า!เปิ่นม๋อจะต้องเพลิดเพลินกับความสิ้นหวังของเจ้าอย่างแน่นอน”

ครั้นซาฮาตันคิดเช่นนี้ ในใจก็เริ่มรอคอยยิ่งกว่าเก่า ทว่าไม่นานมันก็เริ่มอดทนไม่ไหวแล้ว เพราะมันพบว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกเสียจากใช้คำก่นด่า และเตะอัดเด็กอ้วนไปครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากนั้นก็เหมือนเอาแต่อวดเก่งอย่างเดียว

ด้วยเหตุนี้ ซาฮาตันจึงส่งเสียงขึ้นมาอย่างโมโห “พอแล้ว!เปิ่นม๋อจะลงมือเอง!”

สีหน้าของสือเสี่ยวไป๋ที่หันหลังให้ซาฮาตันเปลี่ยนไปโดยพลัน ประกายความขัดแย้งวาบผ่านเข้ามาในดวงตาของเขา ทันใดนั้น เขาออกแรงเตะเข้าที่หน้าท้องของเด็กอ้วน ยังผลให้เด็กอ้วนส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับขดตัวกุมท้องแน่น

สือเสี่ยวไป๋ออกแรงเตะเด็กอ้วนไปอีกหลายเท้า ก่อนจะหันไปเจรจากับซาฮาตันอย่างเคารพนับถือ “ขอท่านซาฮาตันได้โปรดให้โอกาสผู้น้อยอีกครั้ง ให้ผู้น้อยได้สังหารมนุษย์โง่เขลาที่สบประมาสท่านด้วยตนเอง การได้ใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดทั้งหมดนี้เพื่อท่าน นับเป็นความหมายในการมีชีวิตของผู้น้อย!”

ในแววตาของสือเสี่ยวไป๋เต็มไปด้วยความเคารพ บ้าคลั่ง และความซื่อสัตย์ที่ไม่อาจทำลายได้

ซาฮาตันเงียบไปครู่หนึ่งจึงจะพยักหน้าเห็นด้วย สำหรับมันแล้ว ภาพเหตุการณ์ที่มนุษย์เข่นฆ่ากันเองเพื่อเอาชีวิตรอดเช่นนี้ทำให้มันมีความสุขไม่น้อย ซ้ำร้าย …ยิ่งมีความหวังมากเท่าไหร่ ยามที่ความหวังพังทลาย ความสิ้นหวังจักรุนแรงมากเท่านั้น เพื่อสิ่งนี้แล้ว มันยอมร่วมมือกับเด็กหนุ่มผู้นี้สร้างสรรค์ภาพลวงตาที่สมจริงที่สุด

เมื่อสือเสี่ยวไป๋เห็นว่าซาฮาตันให้ความร่วมมือ จึงหันไปเตะเด็กอ้วนอีกหลายครั้ง หลังจากนั้นจึงพูดอย่างให้ความเคารพ “ท่านซาฮาตัน ผู้น้อยได้ทราบวิชาลับวิชาหนึ่ง ทันทีที่ใช้งานมัน จักสามารถทำให้ผู้ถูกวิชาทรมานประหนึ่งตกลงไปในหุบเหวอเวจี ไม่อาจขอเกิดไม่อาจขอตาย!”

ความระแวดระวังปรากฏขึ้นในแววตาของซาฮาตัน แต่มันกลับไม่สามารถรู้สึกถึงพลังจิตในร่างของเด็กหนุ่มเลยสักกระผีก ด้วยเหตุนี้แล้ว ถึงแม้นว่าจะระแวดระวัง ทว่ากลับสงสัยเสียมากกว่า จึงกล่าวว่า “เร็วหน่อย เปิ่นม๋อความอดทนต่ำ”

“ขอรับ!” สือเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างดีอกดีใจ รีบยกสองแขนไขว้กันแนบอก ขยับปากพึมพำร่ายคาถา

“เปลวเพลิงอันมืดมิด!แผดเผากายข้า!ด้วยกุญแจแห่งความมืด จงเปิดประตูแห่งการบรรลุของข้า!ยามผืนฟ้าถูกปกคลุมด้วยสีแดง ข้าและผืนแผ่นดินจักหมอบกราบต่อท่าน!จงตื่นเถิด จงตื่นเถิด จงตื่นเถิด!จงใช้โลหิตข้าร่ายเปลวเพลิงแห่งคำสาปที่เหี้ยมโหดที่สุด!”

สือเสี่ยวไป๋กางแขนพร้อมตะโกนก้อง เขาเงยหน้ามองฟ้าราวกับกำลังอัญเชิญพลังงานมืดบางอย่างอยู่

“เศษเสี้ยวของราชาแห่งมาร คำสั่งชั่วร้ายของเทพแห่งความทุกข์ ให้ฝันร้ายอันไร้ที่สิ้นสุดมาถึง ให้โครงกระดูกที่อยู่เต็มฟ้าร่วงหล่นกระจัดกระจาย นำภูตผีที่ดูดกลืนวิญญาณมาลงโทษผู้ผิดบาปตรงหน้า …”

สือเสี่ยวไป๋กระตือรือร้น ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา กอปรกับลักษณะที่เต็มไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้าและความบ้าคลั่ง เสมือนหนึ่งกำลังใช้วิชาลับอัญเชิญอะไรบางอย่างที่น่ากลัวอยู่จริงๆ

ทว่าหลังจากผ่านไปหลายนาทีแล้ว สือเสี่ยวไป๋ก็ยังพึมพำคาถาอยู่เหมือนเดิม ซาฮาตันแค่นเสียงเย็นในบัดดล “เจ้ากำลังหลอกเปิ่นม๋อ?”

สือเสี่ยวไป๋หันไปด้วยสีหน้าเคารพนับถือระคนหวาดกลัว ก่อนจะแสร้งยิ้ม “ใกล้แล้วขอรับ วิชาลับนี้มีข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือความนานในการร่ายคาถา แต่ท่านโปรดวางใจ เมื่อใดที่มันถูกใช้งาน จะทำให้ท่านได้เห็นวิธีการทรมานที่อำมหิตที่สุดในโลกใบนี้อย่างแน่นอน!”

นัยน์ตาของซาฮาตันบังเกิดประกายเย็นวูบหนึ่ง ความอดทนได้ถูกทำลายหายไปหมดแล้ว ทันใดนั้น มันยกขาขวาขึ้นมาถีบหน้าอกของสือเสี่ยวไป๋ จนร่างของเขากระเด็นออกไปพร้อมกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะหล่นกระแทกกับพื้นนอกลานทรายอย่างรุนแรง

“ข้าจะไว้ชีวิตไร้ค่าของเจ้าก่อนชั่วคราว จงดูดีๆ ซะว่าเปิ่นม๋อทรมานมนุษย์อย่างไร การทรมานที่อำมหิตที่สุดในโลกงั้นรึ? เปิ่นม๋อจะแสดงให้เจ้าดูเอง!” ซาฮาตันตวัดสายตาไปมองเด็กอ้วนที่น้ำมูกน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า ก่อนจะเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา

“หยุดมือก่อน!” สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกถีบจนหน้าอกแทบฉีก ครั้นได้ยินที่ซาฮาตันกล่าว ก็รีบร้อนส่งเสียงออกมา

เมื่อเห็นซาฮาตันยกมือขวาที่เป็นเคียวขึ้นมา สือเสี่ยวไป๋ก็ตาแทบถลน เงยหน้าขึ้นฟ้าร้องตะโกนเสียงดังสนั่น “ผู้กล้า!ผู้กล้า!ผู้กล้า …”

ซาฮาตันตกตะลึงไปสักพัก ก่อนจะเผยรอยยิ้มเย็นหยอกเย้าทันที “แท้จริงแล้วมนุษย์โง่เขลานี่ก็ทำไปเพื่อถ่วงเวลางั้นรึ? แต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่มีผู้กล้า …รอให้เปิ่นม๋อจัดการเจ้าหมูโง่นี่ก่อนเถิด ค่อยมอบความสิ้นหวังที่แท้จริงให้แก่เจ้า”

สือเสี่ยวไป๋ทำราวกับไม่สนใจ ยังคงส่งเสียงตะโกนว่า “ผู้กล้า” ออกมาอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดหย่อน ทุกเสียงร้องล้วนฉีกกระชากออกมาจากลำคอกึกก้องไปทั่วสวนสาธารณะ ประดุจจะพุ่งทำลายหมอกควันแห่งความสิ้นหวัง

เด็กอ้วนได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มตะโกนขึ้นตามมา เสียงตะโกนปนสะอื้นของเขาสานไปกับเสียงร้องของสือเสี่ยวไป๋ กลายเป็นเสียงครวญครางของความทุกข์ทรมาน

“ผู้กล้า!ผู้กล้า!ผู้กล้า …”

“หุบปาก!” ซาฮาตันคำรามออกมาด้วยความโมโห วาดแขนขวาใส่เด็กอ้วนไปอย่างไม่ลังเล!

“แก๊ง!”

ดาบจันทราซึ่งเปล่งแสงสีเงินเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาขวางเคียวของซาฮาตันได้อย่างทันท่วงที!

เงาร่างที่ไม่ค่อยสูงใหญ่สักเท่าไหร่ปรากฎอยู่ระหว่างกลางของปีศาจร้ายกับเด็กอ้วน

สุรเสียงอันน่าดึงดูดที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ความเสียใจ และความโมโหพลันดังขึ้นมา

“ผู้กล้ามาแล้ว!”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++ช่วง …คุยกันท้ายตอน++

          เอ่อ …จริงๆ ตอนนี้บีหนึ่งต้องลงตั้งแต่เมื่อวานเนาะ (ถือโล่เดินออกมา) แต่ดั๊นนน …หลับ -.-

คือผมหลับตั้งแต่ 2 ทุ่มอ่ะเมื่อวาน วันนี้ก็เลยตื่นมาแปลแต่เช้า แล้วว่าจะลงเร็วกว่านี้อยู่ แต่สลบไปอีกรอบ 5555 (บีหนึ่งเปล่าขี้เซานะ ToT)

สำหรับใครที่สงสารไป๋ไป๋น้อยกับน้องอ้วนของเรา ในตอนนี้พวกเขาเป็นไทแล้วนะฮะ! เย้! หลังจากทนอเนจอนาถมาถึงสี่ตอนด้วยกัน ฮาาาา ผู้เขียนเขาได้บอกไว้แล้วว่าหลังจากนี้ไปเนื้อหาจะเริ่มผ่อนคลายลง เพราะงั้นสำหรับใครที่ไม่ชอบฉากอำมหิตแบบนี้ก็สบายใจได้แล้วเนอะ

ปล. คราวหลังบีหนึ่งจะพยายามฝืนอดทนต่อความง่วงมาแปลให้ได้เน้อ คือช่วงนี้สลบหนักจริงๆ 5555 ยังไงก็ติชมกันได้ตามสบายเลยนะฮะ (ถือโล่แล้วรีบวิ่งหนีออกไป)

ปลล. สำหรับนักอ่านชาวเฮลแฟคทุกท่าน บีหนึ่งทำเพจไว้ตั้งนานแล้วนะแต่ลืมบอก นี่เพจบีหนึ่งนะฮะ https://www.facebook.com/dianqinglong/ สามารถเข้าไปไลค์ไปแชร์ได้ ติดตามงานรวมถึงท้วงงานได้ ToT