0 Views

บทที่ 10 ทุกคนเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน

สีหน้าทระนงของหนุ่มน้อยหัวทองราวกับกำลังโอ้อวดถึงความสูงส่งของตนเอง ในขณะเดียวกันเขาก็เพ่งดูสีหน้าของสือเสี่ยวไป๋ พยายามค้นหาท่าทีตื่นตระหนกกับยกย่องนับถือจากใบหน้าหมดจดดวงนั้น

ทว่าสือเสี่ยวไป๋กลับทำให้เขาต้องผิดหวัง ด้วยการเอียงคอถามอย่างนึกสงสัย “เอ่อ… ผู้ใช้ปราณจิต… คืออะไรงั้นหรือ?”

เด็กหนุ่มถึงกับอึ้งไปหนึ่งวิ จ้องหน้าสือเสี่ยวไป๋เขม็ง ก่อนจะพบว่าเด็กใหม่คนนี้ไม่ได้มีท่าทีแกล้งโง่สักนิด สุดท้ายก็ได้เเต่หัวเราะหึทีหนึ่งจึงพูดวาจาเสียดสี “ที่แท้แล้วนายก็เป็นแค่เจ้าด้วงดินที่ไม่รู้จักแม้แต่ผู้ใช้ปราณจิตสินะ? หนานกงลี่จื่อถึงกับเอาโอกาสในการนำเสนอเด็กใหม่ของทีมตัวเองมาทิ้งกับคนอย่างนายแบบนี้ ทึ่มชะมัด ผู้หญิงโง่เง่าแบบนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นพอนตัส[1]เลยด้วยซ้ำ ต่อไปนี้ฉันจะพิสูจน์ให้ไกอาได้รู้เอง”

ครั้นพูดเสร็จ หนุ่มน้อยหัวทองก็เดินกลับที่นั่งของตัวเองทันที สือเสี่ยวไป๋ที่ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรพลันได้ยินเสียงหยอกเย้าแว่วมาข้างหูเสียก่อน

“นี่นายไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่?”

สือเสี่ยวไป๋หันหน้าไปตามเสียง ก่อนจะเห็นเด็กหนุ่มหน้าใหม่อีกคนกำลังนั่งอยู่ข้างหลังตัวเอง

“เปิ่นหวังไม่ชอบโกหก”

สือเสี่ยวไป๋ไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ใช้ปราณจิตคืออะไร แม้ว่าจะเคยได้ยินลื่อจื่อพูดถึงอยู่รางๆ แต่ตอนนั้นเขามัวแต่สนใจเรื่องที่ตนกำลังจะได้เป็นผู้กล้า ก็เลยไม่ได้ตั้งใจฟังว่าลี่จื่อพูดอะไรออกมาบ้าง ตอนที่เขาเพิ่งมาถึงโลกใบนี้ยังเคยถามเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ใช้ปราณบ้าง แต่สำหรับผู้ใช้ปราณจิตนี่เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก

“ถ้างั้นเดี๋ยวนายก็ได้รู้แล้วล่ะ”

ภายในน้ำเสียงอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มมีความจริงใจแฝงอยู่ สือเสี่ยวไป๋ถึงขนาดได้ยินความไม่ยินยอมในน้ำเสียงนั้น “ผู้ใช้ปราณจิตใครบางคนที่ทำให้ทุกคนต้องสิ้นหวัง”

คำว่าสิ้นหวังคำนี้ไม่ใช่อะไรที่นึกจะพูดก็พูดออกมาง่ายๆ หรอกนะ เพราะว่าความสิ้นหวังคำนี้มันสามารถทำให้ผู้คนต้องจนต่อคำพูด

สือเสี่ยวไป๋คิดเช่นนี้ก็ฉีกยิ้มออกมา

“เผอิญว่าเปิ่นหวังเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้กับความสิ้นหวังด้วยสิ”

……

ผู้สูงอายุท่านนั้นหันไปอธิบายความสำคัญของโอกาสในการนำเสนอเด็กใหม่ให้เหล่าหัวหน้าทีมด้านขวามือทั้ง 4 ท่าน หรือมีความนัยว่าหากยังไม่มั่นใจ ให้รีบเปลี่ยนคนใหม่ตอนนี้เสีย เมื่อเห็นหัวหน้าทีมทั้งสี่ไม่ได้สนใจความหวังดีของตน เขาจึงลอบถอนหายใจเงียบๆ พลางจ้องหน้าหนานกงลี่จื่อด้วยแววตาลึกล้ำทีหนึ่ง ก่อนจะเริ่มประกาศกฎเกณฑ์การทดสอบ

“การทดสอบวัดระดับเด็กใหม่มีทั้งหมดสองขั้นตอน ได้แก่การวัดระดับพรสวรรค์ และการวัดระดับความสามารถ… เอาล่ะ การทดสอบพรสวรรค์เริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้หน้าใหม่จากทีม [Order] ‘หยางหยาง’ ขึ้นมาบนแท่นซะ”

ทันทีที่ผู้อาวุโสท่านนั้นกล่าวจบ เด็กชายที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือก็ผุดลุกขึ้นมา มือไม้สั่นระรัวอย่างตื่นเต้นสมวัย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปทางแท่นทันที

ฟางชิงซาน เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาซึ่งนั่งอยู่ทางฝั่งขวามือหันไปถามเด็กหนุ่มร่างกำยำข้างๆ “หยางหยางคนนี้คือไพ่ตายของทีม [Order] ของพวกนายที่คิดว่าสามารถทะลวงสู่ลิสต์หน้าใหม่ระดับ A ได้งั้นเหรอ?”

จ้าวสยงผู้มีรูปร่างบึกบึนเกาหัวแกรกๆ ท่าทางดูเรียบง่ายและจริงใจ ทว่าน้ำเสียงกลับลึกล้ำเปี่ยมไปด้วยพลัง “เขาเป็นต้นกล้าที่ดี”

หยางหยางก้าวขึ้นไปตรงกลางเวทีอย่างช้าๆ ทันใดนั้นกล่องเหล็กทรงสี่เหลี่ยมค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้น ดูเหมือนกับตู้โทรศัพท์สาธารณะที่โผล่ขึ้นมาอย่างลึกลับ

“เข้าไปสิ” ผู้สูงอายุเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ในขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งของกล่องเหล็กพลันเปิดออก ส่วนประกอบภายในแลดูยุ่งยากและละเอียดลออ มีที่ว่างพอจะจุได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

หยางหยางประสานมือไว้ที่หน้าอกพร้อมกับโค้งคำนับให้กับผู้สูงอายุท่านนั้น ทันทีที่เดินเข้าไป ประตูของกล่องเหล็กก็ปิดปัง จากกล่องเหล็กมืดมนกล่องหนึ่งพลันปรากฎแสงสีทองอ่อนๆ เรืองรองออกมาจากผิวกล่อง

สือเสี่ยวไป๋มองมันอย่างไม่เข้าใจ ในใจเต็มไปด้วยคำถาม ทันใดนั้น เขาเห็นผนังโลหะขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับแท่นสูง มีตัวอักษรเรืองแสงปรากฎขึ้นมา ผนังทั้งแผ่นดูแล้วเหมือนกับหน้าจอ LCD ขนาดมหึมา

ตัวอักษรค่อยๆ โผล่ขึ้นมาทีละแถว… ทีละแถว… ตัวเลขหลากหลายรูปแบบวนไปมา ยังผลให้สือเสี่ยวไป๋ตาลายไปหมด

เวลาผ่านไปนานพอสมควร ทันใดนั้นบนผนังก็มีตัวอักษรแถวหนึ่งปรากฏขึ้น “Mind Expanse: aAA Class”

“ไม่เลว” ดวงตาของผู้สูงอายุท่านนั้นมีประกายยินดีวูบผ่าน จึงเอ่ยปากชมเชย ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปยังตัวอักษรที่วิ่งวนไปมาบนกำแพงโลหะเช่นเดิม ไม่เพียงแค่เขา แต่ทุกคน ณ ที่นี้ล้วนจับจ้องไปในจุดเดียวกัน เว้นแต่สือเสี่ยวไป๋คนเดียวเท่านั้น

ราวกับ กำลังรอคอยอะไรบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่า…

จวบจนกระทั่ง บนกำแพงปรากฏตัวอักษรแถวหนึ่ง “Pys-Genes: None”

ครั้นตัวอักษรแถวนี้ปรากฏต่อสายตาผู้คน นอกจากสือเสี่ยวไป๋แล้ว คนอื่น ๆ ก็ล้วนละความสนใจไปอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ในขณะที่ตัวอักษรบนกำแพงซึ่งหยุดนิ่งแล้วเช่นกัน

“ขอบเขตการพัฒนาของสมองนับว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของพวกหน้าใหม่ในหลายปีมานี้” ผู้สูงอายุเอ่ยออกมาอย่างเรียบ ๆ

หยางหยางก้าวออกมาจากกล่องเหล็กด้วยท่าทางที่มองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เขาพยักหน้าให้ผู้สูงอายุพลางเดินกลับไปที่นั่งของตัวเองเงียบ ๆ

“ขอบเขตการพัฒนาของสมองสูงถึง aAA Class สุดยอดจังเลยนะ~” น้ำเสียงแปลกหูของหนุ่มหล่อผมทองยังผลให้สีหน้าของหยางหยางเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

“น่าอิจฉาจัง เป็นถึงระดับ aAA เลยเหรอ เยว่เอ๋อร์อยากได้… งือออ~” สาวน้อยโลลิที่แลดูจ้ำม่ำเหมือนเด็กทารกเบะปาก จ้องหยางหยางด้วยแววตาเป็นประกาย

ภายในดวงตาของหยางหยางปรากฏหมอกมืดวาบผ่าน เขาก้มหัวพลางนั่งลงอย่างเงียบงัน

ในขณะนี้เอง ผู้สูงอายุก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“หน้าใหม่จาก [CHAOS] ‘จงเยว่เอ๋อร์’”

สาวน้อยโลลิหัวเราะคิกคักพลางกระโดดโลดเต้นไปทางแท่น ด้วยอารามราวกับอยากรีบเข้าไปในกล่องเหล็กเร็ว ๆ ปราศจากท่าทีตื่นเต้น ประหนึ่งกำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ตัวอักษรบนกำแพงโลหะเริ่มกะพริบไปมา ไม่นานก็ปรากฏตัวอักษรขึ้นมาแถวหนึ่ง “Mind Expanse: d- Class”

หลังจากสือเสี่ยวไป๋นำระดับ aAA กับ d- มาเปรียบเทียบกัน พลันเข้าใจถึงแววตาเป็นประกายที่จงเยว่เอ๋อร์ใช้มองหยางหยางทันที ทว่าในขณะเดียวกัน เขากลับไม่เข้าใจว่าทำไมสีหน้าของหยางหยางถึงต้องขมขื่นถึงเพียงนั้น

ในเวลานี้เอง ตัวอักษรอีกแถวพลันปรากฏขึ้นมา “Pys-Genes: f Class”

“ดีมาก!” ผู้สูงอายุที่เดิมมีสีหน้าไร้อารมณ์พลันเผยความดีใจออกมา ชายหญิงวัยกลางคนข้างกายต่างพากันพยักหน้าด้วยท่าทีแลดูพึงพอใจ

ฟางชิงซานหันไปมองจ้าวสยง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “จงเยว่เอ๋อร์คนนี้อยู่เพียงอันดับ 3 ของเด็กหน้าใหม่ในเคออสรุ่นนี้เท่านั้น”

ใบหน้าใสซื่อของจ้าวสยงปรากฏแววหนักอึ้ง ครู่หนึ่งจึงกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม “หยางหยางอยู่ในอันดับ 1 ของออเดอร์”

ฟางชิงซานราวกับสูญเสียความสนุกสนานทั้งหมดไปในพริบตา หันหน้าหนีไปไม่คิดจะพูดต่อ ในขณะที่จ้าวสยงกำหมัดแน่นอย่างเงียบ ๆ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ในขณะเดียวกัน ตัวอักษรทั้งหมดบนกำแพงโลหะล้วนหายไป เหลือเพียงตัวอักษรขนาดมโหฬารสองแถวเท่านั้น

[1st: Zhong Yue’er, Mind Expanse: d- Class,Pys-Genes: f Class]

[2nd: Yang Yang, Mind Expanse: aAA Class Pys-Genes: None]

สาวน้อยโลลิเดินออกมาจากกล่องเหล็ก ก่อนจะกระโดดโลดเต้นกลับมายังที่นั่งของตัวเองอย่างร่าเริง ตอนที่เดินผ่านหยางหยางก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแบบเด็ก ๆ “ฮึ! เยว่เอ๋อร์เก่งกว่านายอีก”

หยางหยางเงียบไป ในขณะที่ไหล่ของเขาสั่นไหวเบา ๆ

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเด็กหนุ่มผมทองดังขึ้น “เข้าใจแล้วใช่ไหม? นี่แหละคือความต่างชั้นระหว่างผู้ใช้ปราณจิตที่ยิ่งใหญ่กับผู้ใช้ปราณอันแสนต่ำต้อยน่ะ ต่อให้ขอบเขตการพัฒนาสมองของนายจะสูงเพียงไหน ยีนผู้ใช้ปราณจิตระดับต่ำสุดก็ยังสามารถพลิกทุกอย่าง เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใช้ปราณจิตแล้ว พวกนายก็ไม่ต่างอะไรจากเศษสวะหรอก”

ตอนนี้เอง ผู้สูงอายุก็ประกาศขึ้นมา “คนต่อไป หน้าใหม่จาก [CREATION] ‘เควิน’”

เด็กหนุ่มผมทองเก็บรอยยิ้มกลับไป ยืดอกเดินขึ้นไปบนแท่นอย่างมั่นอกมั่นใจ ยามเดินผ่านสือเสี่ยวไป๋ก็หัวเราะเสียงเย็น “เปิ่นเส้าเยียจะบอกนายเองว่าคำว่า ‘คนทุกคนเกิดมาล้วนไม่เท่าเทียมกัน’ คืออะไร”

________________________________

[1] Pontus (พอนตัส): อันนี้โน้ตไว้เฉยๆ เน้อ เพราะบีหนึ่งอ่านไปไกลแล้วก็ยังไม่เข้าใจเลยว่ามันคืออะไร ToT (เค้ายังไม่ได้อธิบายอ่ะครับ)

[2] Mind Expanse: ขอบเขตการพัฒนาของสมอง คำนี้บอกตามตรงว่ากว่าจะแปลได้นี่แทบเป็นบ้า ฮาาาา สุดท้ายก็ลงเอยที่ทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปซะเลย

[3] Psy-Genes: ยีนของผู้ใช้ปราณจิต

[4] เปิ่นเส้าเยีย: ข้าผู้เป็นคุณชาย

ช่วง… คุยกันท้ายตอน

       ครับ… บีหนึ่งเข้าใจดีว่าบีหนึ่งหายตัวไปนานมาก ยังไงก็ขอเบญจางคประดิษฐ์ทุกคนจริงๆ (T/T) คืออย่างที่ทุกคนที่เป็นแฟนคลับติดตามเหยาๆ อาจจะทราบกันดีว่าศิษย์ข้าฯ ของพวกเรากำลังจะมีข่าวดีแล้ว ฮาาาาา

บีหนึ่งที่เป็น 1 ในทีมแปลก็รู้สึกดีใจมากๆ เลยครับผม ที่บีหนึ่งหายตัวไปนานๆ นี่ก็ขอโทษทุกคนจริงๆ แต่ตอนนี้บีหนึ่งสอบติดมหาลัยแล้วครับ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจกับสถาปัตย์สักหน่อย 5555 ตอนนี้ที่บีหนึ่งเอาลงใหม่เนี่ยจริงๆ ก็แปลเสร็จไว้นานแล้วเเหละ แต่ไม่ได้เกลาภาษาเกลาคำสักที เกลาไปเกลามานี่ยังงงๆ กับสำนวนภาษาของตัวเองอยู่เลย แหะๆ

เดี๋ยววันนี้บีหนึ่งจะลงตอนนี้ให้ ส่วนตอนต่อไปจะพยายามปั่นให้เร็วที่สุดนะครับผม ซึ่งอาจจะช้าไปบ้างเพราะสัปดาห์หน้าบีหนึ่งมีสอบไฟนอลลลลล~~~ โอเค… ชีวิตสมัยมัธยมปลายของบีหนึ่งกำลังจะจบลงแล้วสินะ ToT

ยังไงก็ขอขอบคุณทุกๆ คนมากนะครับที่ยังรักกันไม่ทิ้งกันเสมอมา ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้าไปทวงไปจิกบีหนึ่งในแฟนเพจ ซึ่งช่วงที่ผ่านมานี้บีหนึ่งยุ่งๆ เฟซบุ๊คที่ต้องใช้ VPN มุดในจีนก็ไม่ได้ยุ่งเช่นกัน ฮาาาาา

ปล. ถ้าทุกคนรู้สึกว่าการจัดหน้าหรืออะไรในตอนนี้แปลกๆ ก็อย่าแปลกใจนะครับ เนื่องจากว่าคอมบีหนึ่งถูกเพื่อนยึดเอาไปตัดต่อวิดีโอกับหนังสือรุ่น บีหนึ่งก็เลยต้องมานั่งพิมพ์นั่งแปลในไอแพดแทน 5555

ปลล. ใครอยากจะติดชมอะไรหรือเสนอคำศัพท์ใหม่ๆ ก็เข้ามาแนะนำได้นำครับ เพราะบางคำนี่บีหนึ่งก็ยังหาคำที่เหมาะสมจริงๆ ไม่ได้สักที

ปปลล. ตอนนี้บีหนึ่งก็ขอเวลาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบไฟนอลแล้วครับ บ๊ะบาย~