0 Views

=====

 

ตอนที่ 3 เจ้าเคยสิ้นหวังไหม?

 

 

เสียงร่ำไห้โหยหวนของเด็กอ้วนตะโกนก้องอยู่ในสวนสาธารณะอย่างไม่หยุดหย่อน ประดุจว่าจะสั่นคลอนแสงตะวันยามพลบค่ำอันน้อยนิดให้แตกสลาย แล้วกลบแสงสว่างทั้งปวงให้มืดมิด

สือเสี่ยวไป๋ที่แขน ขาและลิ้นถูกตัดขาดได้แต่ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด ส่งเสียงสะอึกสะอื้นของความโกรธเกรี้ยว เคียดแค้นและวิตกกังวลออกมา ไม่รู้ว่าปีศาจมันร่าย “เวทมนตร์” อะไรใส่เขาเอาไว้ก่อนเดินจากไป จึงมีแสงสีดำปกคลุมร่างกาย ยังผลให้เลือดจากแขนขาที่ขาดกระจายหยุดไหลอย่างคาดไม่ถึง เป็นที่ประจักษ์ว่าเขาเจ็บปวดจนแทบหมดสติ ทว่ากลับไม่สามารถสลบได้อย่างสมบูรณ์

เสียงกรีดร้องของเด็กอ้วนที่ปะปนกับเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของปีศาจแว่วเข้าหูตลอดเวลา สือเสี่ยวไป๋สามารถจินตนาการฉากในตอนนี้ออกเลยว่า ปีศาจร้ายได้ใช้ทุกหนทางทรมานเด็กอ้วนอย่างเต็มที่ ไม่เหมือนกับคราวก่อนที่ตัดคอปลิดชีพในคราวเดียว ครั้งนี้มันดูจะใจเย็นกว่าปกติ เสมือนหนึ่งต้องการใช้วิธีการลงทัณฑ์ทั้งหมดบนโลกใบนี้กับเด็กอ้วน สือเสี่ยวไป๋เข้าใจแล้ว ปีศาจตนนี้กำลังปลดปล่อยโทสะที่ถูกเขาจุดขึ้นมาอยู่

“ข้าขอโทษนะเจ้าอ้วนน้อย ข้าไม่สามารถช่วยเจ้า ซ้ำยังทำร้ายเจ้าอีก” สือเสี่ยวไป๋เจ็บปวดในใจมากร้อยเท่าพันทวี การทรมานจิตใจเช่นนี้สามารถทำให้คนคนหนึ่งพังทลายได้ยิ่งกว่าการทรมานทางกายเนื้อเสียอีก

เสียงโหยหวนของเด็กอ้วนค่อยๆ เบาลงอย่างช้าๆ จวบจนกระทั่งเงียบหายไป มันเป็นขั้นตอนที่ช้ามาก ช้าเสียจนราวกับข้ามมาแล้วสิบสหัสวรรษ

“ถึงตาเจ้าแล้ว จงจดจำ‘ซาฮาตัน’นามของเปิ่นม๋อไว้ให้ดี  มันจะอยู่เป็นเพื่อนผ่านพ้นชีวิตอันริบหรี่ที่เจ็บปวดที่สุดของเจ้า” เสียงเย็นดุจน้ำแข็งของปีศาจร้ายดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของมันซึ่งใกล้เข้ามา

สือเสี่ยวไป๋หลับตาลงอย่างแช่มช้า รอคอยความทุกข์ทรมานที่กำลังจะมาถึง

“จงเลือกซะ เจ้าหนู!”

ทันใดนั้น สุรเสียงดุเดือดพลันดังขึ้นในหัวอีกครั้ง ยังผลให้สือเสี่ยวไป๋เบิกตาขึ้นโพลง ยังคงเห็นภาพนิ่งของปีศาจซึ่งเพิ่งจะยื่นหัวออกมาจากรอยฉีกเช่นเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างถูกย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ถูกหยุดครานั้น เขายังมีชีวิต เด็กอ้วนก็ยังมีชีวิต ทุกอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนเดิม

แต่สือเสี่ยวไป๋ไม่ตกตะลึง ไม่ประหลาดใจ ไม่มีอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงใบหน้าเย็นซีดราวกับซากศพเดินได้ ก่อนหน้านี้เขาใช้ข้ออ้างว่ามองเห็นอนาคตเพื่อหลอกตัวเอง ในที่สุดตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องขบคิดถึงความเป็นจริงแล้ว

เพราะเหตุใดเขาถึงถูกย้อนกลับไปเวลาที่มีตัวเลือกปรากฏขึ้นมาถึงสองครั้งติดๆ กัน เดิมทีมันไม่ใช่ความฝัน และก็ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มันเป็นเพราะเขาล้มเหลวในการ “ช่วยชีวิตเจ้าเด็กอ้วน” ต่างหากจึงถูกย้อนเวลากลับมาที่เดิม

“ถ้าข้าเลือกข้ออื่นจะเป็นอย่างไร?” สือเสี่ยวไป๋เกิดความคิดนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรก สายตาของเขาตกลงบนตัวอักษรอีกบรรทัดหนึ่งซึ่งเขียนว่า 【หลบหนี】!

“ถ้าข้ารีบหนีไปจะต้องหนีพ้นอย่างแน่นอน …ถ้าเป็นแบบนั้นเวลาอาจจะไม่ย้อนกลับมาตอนนี้อีกแล้วก็ได้ ข้าก็จะไม่ตาย ส่วนเจ้าอ้วนน้อยแม้ต้องตายแต่ก็ไม่ต้องทุกข์ทรมาน …”

“แต่ว่า …ข้าอยาก …ช่วยเขา!”

ประกายแสงที่เพิ่งจะสว่างขึ้นในแววตาของสือเสี่ยวไป๋ถูกเมฆหมอกบดบังโดยพลัน ความคิดตกลงสู่ความมืดมิดโดยสมบูรณ์ บังเกิดเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นในใจ

“เจ้าช่วยเขาไม่ได้ เจ้ามันอ่อนแอ เป็นแค่สวะ เจ้าไม่สามารถปกป้องอะไรสักอย่าง”

“เข้าใจแล้วใช่ไหม? เจ้าไม่ใช่ตัวละครหลัก และก็ไม่ใช่ผู้กล้า …เป็นเพียงนักเรียนธรรมดาที่หาได้ทั่วไปในท้องถนน …แต่ถ้าต้องเขียนบทละครโดยให้เจ้าเป็นตัวเอกจริงๆ แล้วล่ะก็ นั่นจะต้อง …จะต้องเป็นเรื่องเศร้าอย่างแน่นอน …”

“ขนาดตัวเจ้ายังช่วยไว้ไม่ได้ ยังจะไปช่วยชีวิตใครอีก?”

“ไม่ยุติธรรม? ความไม่ยุติธรรมทั้งหมดในโลกนี้ล้วนเป็นเพราะคนที่เกี่ยวข้องขาดความสามารถต่างหาก ที่เจ้าอ้วนต้องตายก็เป็นเพราะเขาไร้ความสามารถในการมีชีวิตอยู่ …ส่วนเจ้าสามารถ …เจ้าสามารถมีชีวิตต่อไป!”

“หลบหนี หนีไป หนีไปซะ! แค่เจ้าหนี เจ้าก็จะมีชีวิตรอด!”

เสียงนี้นำพามาซึ่งอำนาจสะกดจิตมนุษย์ นัยน์ตาของสือเสี่ยวไป๋ค่อยๆ แดงก่ำอย่างแช่มช้า ถ้าเลือก【ช่วยชีวิตเจ้าเด็กอ้วน】อีกครั้ง ก็เป็นเพียงการเริ่มฉายละครเศร้ารอบใหม่เท่านั้น แต่ถ้าเลือก【หลบหนี】ล่ะก็ ความทุกข์ทรมานของเขาจะได้ยุติลง และเขาก็จะหลุดพ้นเสียที

ฉากเหน็บหนาวอันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความอำมหิตวาบผ่านหัวของสือเสี่ยวไป๋ ประหนึ่งกำลังร่ำร้องบอกเขาถึงความทุกข์ทรมานและความสยดสยองที่ได้รับเมื่อคราวก่อน และดูเหมือนกำลังเอ่ยโน้มน้าวให้เขามุ่งมั่นกับความคิดที่จะหนี

ทันใดนั้น ภาพในหัวพลันหยุดลงตรงฉากซึ่งมีลูกบอลลูกหนึ่ง ลูกบอลลูกนั้นล่องลอยอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง ลูกบอลที่กระแทกลงบนหลังของปีศาจร้ายนั้นเบามากจริงๆ แต่เสมือนหนึ่งว่ามันหนักดุจทองคำนับพันแท่ง

สีหน้าและอารมณ์ย้อนกลับเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มที่มืดมิดดุจราตรีกาลหากสว่างไสวดุจทิวาอันเป็นนิรันดร์ ความมั่นใจในความปรารถนาอันแรงกล้าบางอย่างพลันผุดขึ้นมาภายใต้จิตใจของเขา

“ข้าขอเลือก …”

……

……

ช่างเป็นเวลาพลบค่ำที่ยาวนานอย่างแท้จริง เห็นอยู่โทนโท่เป็นว่าเป็นเพียงแค่การดิ้นรนครั้งสุดท้ายก่อนราตรีจะมาเยือน แต่กลับปฏิเสธไม่ยอมแพ้ กัดรั้งแสงสว่างเส้นสุดท้ายเอาไว้แน่นและปลดปล่อยความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่ออกมา

กระนั้นไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เวลาได้หมุนเวียนอีกครั้งแล้ว

ลำคอของปีศาจกำลังจะยื่นออกมาจากรอยฉีกสีดำ ขณะที่เด็กอ้วนยังคงเหมือนกับกำแพงซึ่งพร้อมจะพังทลายอยู่ทุกเมื่อพยายามยืนหยัดต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย ละครเศร้ากำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ท่านซาฮาตันผู้ยิ่งใหญ่ ข้าผู้น้อย …ผู้น้อยเขกศีรษะคำนับต่อโลกมารมานับพันนับหมื่นปี ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว ข้ารอคอยมานานยิ่งนักเพื่อเป็นพยานว่าโลกอันพังทลายใบนี้จะหมอบกราบใต้เท้าของท่าน!”

เสียงประจบสอพลอที่เต็มไปด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่งพลันดังขึ้น ปีศาจที่กำลังจะลงมือสังหารเด็กที่เพิ่งจะด่าตนว่า “เจ้าหัวโล้น” ตรงหน้าหันหน้าไปทันทีที่ได้ยินสือเสี่ยวไป๋พูด มันกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้า …มนุษย์ เหตุใดจึงรู้ชื่อของเปิ่นม๋อ?”

“ความยิ่งใหญ่ที่มืดมิดยิ่งกว่าสนธยา การคงอยู่ที่แดงฉานยิ่งกว่าโลหิต …นั่นคือร่างกายของท่าน เป็นความมุ่งมั่นอันสูงส่งของท่าน ท่านผู้ยิ่งใหญ่ซาฮาตัน ผู้น้อยขอสาบานก่อนความมืดมิดจะมาเยือนด้วยโลหิต เพื่อกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างอันโง่เง่าซึ่งขัดขวางท่าน ผู้น้อยเต็มใจมอบร่างกายนี้และเผาผลาญวิญญาณ เพียงแค่ได้เป็นเศษหินเล็กๆ ในความสำเร็จของท่าน ผู้น้อยสามารถตายอย่างไม่เสียใจแล้ว”

ดวงตาของซาฮาตันฉายแววผ่อนคลายลง ความระแวดระวังกับความเป็นศัตรูค่อยๆ หายไป สำหรับมันที่ค่อนข้างอ่อนแอในเผ่าปีศาจ ครั้นได้รับการเยินยอเช่นนี้นับว่าเป็นครั้งแรก

“พี่ชาย พี่ชายเป็นอะไรไป? พี่ชาย …” สุรเสียงสงสัยระคนหวาดกลัวของเด็กอ้วนดังขึ้น

ซาฮาตันพลันตื่นตัวขึ้นมา เจ้าเด็กที่ตะโกนน่ามันว่า “เจ้าหัวโล้น” นี่ สมควรตาย!ซาฮาตันยกแขนขวาขึ้นเตรียมบั่นศีรษะเด็กอ้วนโดยพลัน

“ช้าก่อน! ท่านซาฮาตันผู้ยิ่งใหญ่!โปรดฟังข้าผู้น้อยสักหน่อย!” เสียงร้อนรนของสือเสี่ยวไป๋ดังขึ้น

“อืม?” ซาฮาตันหยุดมือ มองไปทางสือเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาค้นหา ความระแวดระวังกับความเป็นศัตรูก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง

“คนผู้นี้บังอาจปรามาสท่านผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้กระทำบาปที่สมควรจะต้องตายนับหมื่นนับพันครั้ง!ไม่อาจให้เขาตายไปอย่างง่ายดายโดยเด็ดขาด จำต้องให้เขาได้รับการทรมานอย่างถึงที่สุดก่อนจะตายไปพร้อมกับความโกรธแค้น!มีเพียงทางนี้เท่านั้น จึงจะสามารถขจัดความเกลียดชังในใจของผู้น้อยได้!”

ภายในน้ำเสียงของสือเสี่ยวไป๋เปี่ยมไปด้วยโทสะและความชิงชัง เขาก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปยังลานทราย

“พี่ชาย?” ในดวงตาของเด็กอ้วนเต็มไปด้วยหยดน้ำตา มองสือเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความไม่อยากเชื่อ หากยังหลงเหลือความหวังอันน้อยนิดเอาไว้

สือเสี่ยวไป๋ทำเหมือนมองไม่เห็น กล่าวกับปีศาจอย่างเคารพ “ผู้น้อยคิดว่า เมื่อเทียบกับการทรมานร่างกายแล้ว การทรมานจิตใจนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่านับร้อยเท่า!ผู้น้อยจะฉีกกระชากความหวังอันน้อยนิดของเขา ให้ความสิ้นหวังภายในจิตใจไม่อาจซุกซ่อนไว้ได้อีก”

สือเสี่ยวไป๋หันไปมองเด็กอ้วน พลางเอ่ยเสียงเย็น “เจ้ามนุษย์โง่เขลาผู้ต่ำต้อย เจ้าคิดว่าพี่ชายของเจ้าเป็นผู้กล้าจริงรึ? เจ้าคิดว่าพี่ชายของเจ้าจะช่วยชีวิตเจ้างั้นรึ? ไม่ นั่นมันโกหกทั้งเพ ทั้งหมดล้วนเป็นของปลอม เข้าใจแล้วใช่ไหม? สิ้นหวังแล้วใช่ไหม?”

สือเสี่ยวไป๋ส่งเสียงหัวเราะราวกับกำลังบ้าคลั่ง ครั้นเดินมาถึงหลุมทรายก็ยกเท้าขึ้นเตะใส่ร่างของเด็กอ้วนอย่างรุนแรงทันทีทันใด ยังผลให้เด็กอ้วนปลิวไปข้างหลังพร้อมกับกรีดร้องในบัดดล

“ท่านซาฮาตันผู้ยิ่งใหญ่ โปรดท่านพักผ่อนสักครู่ ให้ผู้น้อยได้สั่งสอนเจ้ามนุษย์โง่เขลาผู้นี้ว่า ความสิ้นหวังมันเป็นอย่างไร”

สือเสี่ยวไป๋เดินไปหาเด็กอ้วนที่ล้มอยู่บนพื้น ในแววตาคู่นั้นราวกับมีปีศาจมารร้ายอาศัยอยู่

“เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา เจ้าเคยสิ้นหวังไหม?”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

++ช่วง …คุยกันท้ายตอน++

ตอนใหม่มาแล้วนะฮะ ไป๋ไป๋น้อยของเราก็ยังยืนกรานว่าจะช่วยน้องอ้วนของเราให้ได้ ช่างมีความดันทุ …เอ้ย มุ่งมั่นซะจริงๆ

ตอนนี้บีหนึ่งแปลค้างเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้เพิ่งจะตื่นมาตรวจทาน ยังรู้สึกมึนๆ อยู่ ถ้าเห็นว่าตรงไหนมันขัดๆ ก็บอกได้นะฮะ บีหนึ่งจะได้เอาไปแก้ไข ฮาาาา

ทุกคนคิดว่าสือเสี่ยวไป๋จะตายอีกครั้งหรือจะรอดกันครับ? ถ้าอยากรู้ล่ะก็ …รอติดตามในตอนต่อไป è เน้อ~