0 Views

=====

ตอนที่ 2 ถ้าความสิ้นหวังมีสีสัน

    “จงเลือกซะ เจ้าหนู!”

เสียงดุเดือดยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวไม่หยุด ตรงหน้ายังมีตัวอักษรสามบรรทัดที่เขียนว่า 【ช่วยชีวิตเด็กอ้วน】【หลบหนี】และ【ดูอย่างใกล้ชิด】อีกทั้งเวลาก็หยุดนิ่งอยู่เช่นเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างประหนึ่งว่าจุดจบของเรื่องถูกพลิกย้อนกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง

“หรือว่าเมื่อกี้นี้เป็นเพียงแค่ความฝัน? พลังในการมองเห็นอนาคตของข้าตื่นขึ้นแล้วงั้นหรือ?” หัวสมองของสือเสี่ยวไป๋วุ่นวายไปหมด พอนึกย้อนถึงเรื่องราวอันน่าสยดสยองที่ผ่านมาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดผวาในหัวใจ อย่างไรก็ตาม ประกายของจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันแรงกล้ากลับถูกจุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ถ้านี่คือการตัดสินใจของประตูศิลาแห่งชะตากรรมแล้วล่ะก็ ข้าสือเสี่ยวไป๋จะต้องขัดขวางการสิ้นสุดของโลกและช่วยชีวิตเจ้าอ้วนน้อยให้จงได้”

“เพียงแต่ … เป็นเรื่องยากนักที่ข้าซึ่งถูกปิดผนึกโดยเทพแห่งความมืดจะสามารถเอาชนะเคียวยมทูตของไอ้หัวโล้นนั่น! หรือว่านี่จะเป็นเคราะห์กรรมครั้งแรกจากนับหมื่นครั้งในวัฏสงสารของข้าสือเสี่ยวไป๋?”

“ฟู่! ก่อนจะผ่านพ้นเคราะห์กรรมนี้ไป ข้าจะต้องคิดวิธีช่วยเจ้าอ้วนน้อยเสียก่อน”

หลังจากผ่านกลิ่นคาวเลือดและความน่าสยดสยองของฝันร้ายเมื่อครู่นี้ไป สือเสี่ยวไป๋จึงเข้าใจว่า … มนุษย์เมื่อถูกฆ่าจะต้องตายอย่างแน่นอน พออยู่ต่อหน้าคมเคียวแล้ว ลำคอนั่นก็บอบบางเสียยิ่งกว่าเต้าหู้ ฉีกขาดง่ายยิ่งกว่าใบหญ้า เด็กอ้วนไม่อาจรองรับการโจมตีแม้เพียงครั้งเดียวของเจ้าปีศาจเลยด้วยซ้ำ

“บัดซบ! เจ้าตัวอันตรายนั่นรู้แล้วว่าเจ้าอ้วนน้อยเป็นจุดอ่อนของทีมผู้กล้าเสี่ยวไป๋ จึงได้ลงมือก่อนหมายตัดกำลัง ช่างไร้ยางอายสิ้นดี! ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหัวโล้นได้ขนาดนี้ ไม่ได้การ ข้าต้องคิดหาวิธีจบเกมนี้ให้ได้”

ภายในใจของสือเสี่ยวไป๋รู้สึกกระวนกระวาย แต่ต่อให้เขาคิดจนสมองแตกก็คิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรจึงสามารถหยุดยั้งการตายของเด็กอ้วนในสถานการณ์เช่นนี้

ทันใดนั้น น้ำเสียงที่เคยเร่าร้อนซึ่งเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวพลันดังก้องขึ้นในหัวของเขา ก่อนจะนับเลขถอยหลังอย่างช้าๆ “สิบ เก้า แปด …”

ที่แท้แล้วระยะเวลาในการเลือกก็มีจำกัดนี่เอง! สือเสี่ยวไป๋ร้อนรนพร้อมสบถ “แย่แล้ว” ในใจ เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากหมดเวลา แต่สัญชาติญาณบอกเขาว่าจำเป็นต้องเลือกก่อนที่การนับถอยหลังจะจบลง เขาไม่ได้รู้สึกสับสนเลยว่าควรเลือกข้อไหน แต่ว่าเลือกแล้วจะทำอย่างไรต่อไปนี่ล่ะคือปัญหาที่ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก

“มีเพียงทางนี้เท่านั้น …” ในช่วงเวลาสุดท้าย สือเสี่ยวไป๋พลันนึกถึงดวงตาไร้แววแห่งความหวังคู่นั้น ท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกใช้วิธีการบางอย่างที่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรก

“เจ้าอ้วนน้อย ข้าจะต้องช่วยเจ้าให้ได้”

ครานี้ สือเสี่ยวไป๋ตัดสินใจเลือกอีกครั้งหนึ่ง

เวลาที่หยุดนิ่งกลับมาหมุนเวียนในชั่วอึดใจที่เขาทำการตัดสินใจ เด็กอ้วนยังคงยืนอยู่กลางลานทรายอย่างสั่นเทาแต่มั่นคง ปีศาจกำลังปีนออกมาจากรอยฉีกสีดำอย่างช้าๆ เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้สือเสี่ยวไป๋ไม่ได้ตะโกนบอกให้หนีหรือรีบวิ่งเหมือนคราวก่อน

สือเสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นป้องปาก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับหลับตาลง ประหนึ่งว่าจะใช้กำลังทั้งหมดที่มี ก่อนจะตะโกนออกมาเสียงดังลั่น “ไอ้หัวโล้น ไอ้ปีศาจหัวโล้นน่ารังเกียจ! ให้เปิ่นหวัง[1]เหยียบย่ำหัวโล้นๆ ของเจ้าซะ เปิ่นหวังจะถือว่าสงสารให้เจ้าเลียรองเท้าของเปิ่นหวังก็แล้วกัน! มาคุกเข่าหมอบกราบเปิ่นหวังเสีย ไอ้~หัว~โล้น!”

สือเสี่ยวไป๋หอบหายใจหลังจากตะโกนเสร็จ เขาลืมตาพลางนึกในใจ มัน … มันจะต้องสำเร็จสิ

    เมื่อปีศาจที่อยู่ในหลุมดำได้ยินเสียงตะโกนของสือเสี่ยวไป๋เข้า แขนซึ่งถูกยกขึ้นในตอนแรกพลันหยุดลง ก่อนจะหันใบหน้าอันน่าสยดสยองมาทางที่สือเสี่ยวไป๋ยื่นอยู่แทน

“สำเร็จแล้ว ดึงดูดความสนใจของมันได้แล้ว! อืม … เติมเชื้อเพลิงอีกหน่อยละกัน!” สือเสี่ยวไป๋ตื่นเต้น เขารีบป้องปากตะโกนอีกรอบทันที “สั่นสะท้านเถิด สิ้นหวังเถิด ไอ้หัวโล้น! วันสิ้นสุดของเจ้ามาถึงแล้ว!”

“รน …หา …ที่ตาย!” นัยน์ตาสีเขียวเข้มของปีศาจเอ่อล้นไปด้วยโทสะ เสียงของมันทั้งแหบแห้งทั้งแหลมคม เสมือนหนึ่งจะฉีกสือเสี่ยวไป๋ซึ่งอยู่ไกลออกไปให้กลายเป็นชิ้นๆ

“ข้าได้ยินอะไรนะ? อ้อ! เป็นเสียงโหยหวนของไอ้อ่อนนี่เอง!” สือเสี่ยวไป๋ส่งเสียงหัวเราะเยาะ ส่ายหัวไปพลางส่ายนิ้วชี้ไปพลาง ก่อนจะกำมือชี้นิ้วโป้งลงด้วยแววตายั่วยุระคนดูถูก

“เจ้ามนุษย์ …โง่เง่า …เปิ่นม๋อจะ …จะต้องสับเจ้าให้เป็นชิ้นๆ !” ปีศาจคำรามดั่งภูตผี ในที่สุดขาข้างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยฉีกได้สำเร็จ มันหันหน้ามาทางเขาแล้วเริ่มเดินโดยไม่สนใจเด็กอ้วนที่ยืนอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย

สือเสี่ยวไป๋ในใจนึกหวาดกลัวเสียจนยืนแทบไม่อยู่ แต่ยังคงส่งเสียงด่ายั่วยุต่อไป “หุบปาก! ไอ้แบคทีเรียไร้ความสามารถที่ดีแต่หายใจอย่างเจ้ายังคิดอีกหรือว่าจะมีโอกาสได้หายใจอีกน่ะ? หา? เจ้าคิดว่าปอดของเจ้าเจ๋งนักรึ? ถ้างั้นก็ไปผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เยอะๆ ทำประโยชน์ต่อภาวะเรือนกระจกหน่อยเป็นไง? เทียบกับปลาในคลองที่ดีแต่หายใจด้วยเหงือกแล้ว เจ้ายังเหมาะที่จะมาเป็นสัตว์เลี้ยงในคอกของเปิ่นหวังเสียมากกว่า …”

“หึหึ …” มันหัวเราะเสียงเย็น เดินมาหาสือเสี่ยวไป๋ทีละก้าวๆ บนร่างกายของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อซึ่งเคลื่อนไหวเหมือนกับหนอน ซ้ำร้ายบางทียังมีลูกตาสีเขียวเข้มผุดขึ้นมาบนผิวหนังอย่างแน่นหนาและน่าสยดสยอง

ขาทั้งสองข้างของสือเสี่ยวไป๋สั่นสะท้าน สัญชาติญาณในการเอาชีวิตรอดในหัวของเขาก็ร้องตะโกนให้รีบหนีไป ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเด็กอ้วนที่กำลังยืนโบกกำปั้นเอาใจช่วยอยู่ ราวกับว่ารอให้เขาจัดการปีศาจตนนี้ให้ได้ในหมัดเดียว

“ไม่ได้ เจ้าอ้วนน้อยตายแน่ถ้าข้าหนีไป จะตะโกนให้เจ้าอ้วนน้อยรีบหนีไปก็ไม่ได้ ไม่งั้นไอ้หัวโล้นได้เปลี่ยนเป้าหมายแน่”

ในใจของสือเสี่ยวไป๋คิดเช่นนี้ ร่างกายถอยหลังไปหลายก้าวพร้อมชูกำปั้นขวาขึ้น ก่อนจะพูดเสียงสั่น “อย่าเข้ามาใกล้เปิ่นหวัง มิเช่นนั้นเจ้าจะมิอาจทนรับแรงกดดันจิตวิญญาณที่น่ากลัวที่สุดในโลกใบนี้ และร่างกายของเจ้าจะระเบิดตายทันที!”

ก่อนเสียงของเขาจะดังออกไป ประกายแสงอันหนาวเหน็บสายหนึ่งวาบผ่านไปโดยพลัน  สือเสี่ยวไป๋เบิกตากว้าง เห็นเพียงแขนขวาของตัวเองที่ลอยขึ้นไปบนฟ้า ภายใต้แสงสายัณห์ เลือดอุ่นๆ พุ่งทะลักออกมาแดงฉานราวกับแสงอาทิตย์อัสดง

“อ๊าก!” สือเสี่ยวไป๋กรีดร้องเสียงดังสนั่น รีบเอื้อมมือซ้ายไปคลำร่างกายซีกขวา กลับสัมผัสได้เพียงเลือดเนื้ออันเปียกชุ่ม ครั้นหันไปมองอย่างหวาดผวา ก็เห็นเพียงแขนขวาที่เหลืออยู่แค่ครึ่งเดียว

ขณะที่กำลังอยู่ในความเจ็บปวด เขาพลันรู้สึกว่าพระอาทิตย์ถูกกลืนกินไปด้วยเงาขนาดใหญ่ที่ทาบทับตัวเขา สือเสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้นอย่างสั่นเทา พบว่าปีศาจตนนั้นเดินมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว ร่างกายสีม่วงดำอันอัปลักษณ์บดบังสายตาของเขาจนหมด

“เจ้าอ้วนน้อยจะต้องรู้แล้วว่าข้าโกหกเขาและต้องรีบหนีไปอย่างแน่นอน เพียงแค่ช่วยถ่วงเวลาเท่านั้น เขาก็จะหนีพ้น ถ่วงอีกนิด …”

ในใจของสือเสี่ยวไป๋คิดเช่นนี้ ริมฝีปากของเขาสั่นระริก ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเจ็บปวดผสมเสียงไอ “ข้ามอบแขนและขาให้เจ้าไปสักข้างสองข้างจะเป็นไร ต่อให้ร่างนี้ถูกฟันจนเนื้อหนังฉีกขาด แต่ด้วยเคียวอัปลักษณ์นั่น หากมันสามารถฟาดฟันโชคชะตาอันน่าเศร้าของเจ้าได้ล่ะก็ เช่นนั้นก็จงแสดงมันให้เปิ่นหวังเห็นซะ! ฮ่า ฮ่า …”

“เปิ่นม๋อจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น!” น้ำเสียงของปีศาจเย็นชาทั้งยังแฝงไปด้วยความเมินเฉย มันยกมือขวาขึ้นโบกสะบัดสามครั้ง ยังผลให้เกิดประกายแสงสามสายวาบผ่านไป ทันใดนั้น แขนขาทั้งหมดของสือเสี่ยวไป๋ต่างถูกตัดขาดจนหมด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม สองตาเบิกกว้างเสียจนแทบถลนออกจากเบ้า  เสียงกรีดร้องจะเป็นจะตายดังออกมาจากปากที่อ้าจนแทบจะฉีกขาดของเขาแทรกผ่านท้องฟ้าไป

เพียงชั่วอึดใจ ประกายแสงอีกสายหนึ่งก็วาบผ่านมา ตามมาด้วยลิ้นของสือเสี่ยวไปที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ ยังผลให้เสียงกรีดร้องกลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้นแทน

“ตุบ!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงเบาๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังที่ปิดทุกอย่างไว้จนมิดของปีศาจ ลูกบอลเปื้อนฝุ่นลูกหนึ่งกระดอนอยู่บนหลังของมัน แล้วตกลงไปบนพื้นอันเย็นเยียบทีหลัง

“หึหึ เปิ่นม๋อเกือบลืมเจ้าไปแล้ว” แววตาของมันเหน็บหนาวมากเท่าทวี ยกเท้าเหยียบลูกบอลแตกในคราเดียวก่อนจะเดินไปทางลานทรายทันที

ถ้าความสิ้นหวังมีสีสันล่ะก็ นั่นจะต้องเป็นสือเสี่ยวไป๋อย่างแน่นอน

++++++++++++++++++++++++++++++

[1] 本王 (เปิ่นหวัง) ข้าผู้เป็นราชา

[2] 石小白 (สือเสี่ยวไป๋) เป็นชื่อของสือเสี่ยวไป๋ แปลว่าหินสีขาว

ช่วง … คุยกันท้ายตอน (เลียนเสียงโดเรม่อน)

หวัดดีฮะ! ในที่สุดตอนที่ 2 ก็มาแล้ว เป็นยังไงบ้างเอ่ย …?

บีหนึ่งรู้สึกว่ามันน่าสะใ… เอ้ย! น่าสงสารไป๋ไป๋น้อยของเรายิ่งนัก เนอะ แฮร่! ยังไงก็ฝากเอาใจช่วยเสี่ยวไป๋ของเราด้วยนะฮะ  บีหนึ่งจะพยายามเจียดเวลามาแปลให้รีดเดอร์ทุกคนได้อ่านกัน orz ถ้าเจอตรงไหนขัดๆ สำนวนแปลกๆ ก็ติชมมาได้นะครับผม

ปล. ToT อันนี้ทางผู้เขียนก็เขียนกำกับไว้ท้ายตอนเลยว่าช่วงแรกๆ จะโหดร้ายนิดหน่อย สำหรับใครที่ไม่ชอบก็อดใจรออีกนิดนะฮะ อีกแค่ไม่กี่ตอนเท่านั้น ^o^