0 Views

ตอนที่ 15 จิตสัมผัสเทพ

“สิ่งที่ดวงตามิอาจมองเห็น จงใช้จิตวิญญาณจับเส้นทางของมัน รับรู้ความรู้สึกของมัน เช่นนั้น จัก ‘เห็น’ ตัวตนของมันอย่างแท้จริง”

สือเสี่ยวไป๋จำคำพูดประโยคนี้มาโดยตลอด แม้จะลืมไปแล้วว่าเจอมันที่ไหนก็ตาม บางทีอาจจะเป็นในนิยายสักเล่ม ในอนิเมชั่นสักเรื่อง หรือไม่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เขาปั้นแต่งขึ้นมาแต่ต้น หากสือเสี่ยวไป๋ก็เชื่อว่า…

จิตวิญญาณสามารถเห็นสรรพสิ่ง

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่สือเสี่ยวไป๋เลือกตัวเลือกที่หนึ่ง เขาคิดว่าตัวเองสามารถใช้จิตวิญญาณตามจับตำแหน่งของเป้าหมายจนสามารถกระทำการใหญ่โตอย่างการสุ่มยิงได้สำเร็จ

“ไม่มีอะไรที่เปิ่นหวังทำไม่ได้”

นี่คือคติประจำใจของสือเสี่ยวไป๋

คติประจำใจนี้เองเป็นตัวนำพาความเชื่อมั่น เมื่อสือเสี่ยวไป๋หลับตาลงก็เริ่มพยายามรับรู้พลังแห่งจิตวิญญาณทันที ไม่ว่าโลกภายนอกจะตื่นเต้นระทึกสักเพียงใด ในใจของเขายังคงสงบนิ่งดุจผืนน้ำไร้คลื่น

ทว่าสิ่งที่ทำให้สือเสี่ยวไป๋ต้องผิดหวังก็คือ เป้าหมายผ่านไปเก้าสิบกว่าเป้าแล้ว แต่เขากลับสัมผัสพลังจิตวิญญาณไม่ได้สักกระผีก ภาพที่เขาเห็นยามหลับตาก็ยังคงเป็นความมืดมิดที่ถูกทาบทับด้วยแสงสว่างบาง ๆ อีกชั้นหนึ่งเช่นเดิม

และในขณะที่สือเสี่ยวไป๋กำลังจะยอมแพ้ต่อความเชื่อมั่นนั้นเอง เสียงของสาวน้อยผู้ชื่นชอบการใช้กำลังพลันแว่วเข้ามาในหู “สือเสี่ยวไป๋! นายรีบลืมตาเอาสักคะแนนเดี๋ยวนี้นะ! ขอแค่นายได้สักคะแนนเดียว เปิ่นเสียวเจี่ยจะยอมทำทุกอย่างที่นายต้องการเลย!”

จะยอมทำทุกอย่างงั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้น…

ฉับพลันสือเสี่ยวไป๋ก็หักห้ามใจไม่ไหว เขารู้ว่าตัวเองจะเงียบแบบนี้ต่อไม่ได้อีกแล้ว รีบเอ่ยปากถามสาวน้อยผู้ชอบใช้กำลังเป็นการย้ำว่าสิ่งที่เธอสัญญานั้นมีผลจริง ๆ “สาวน้อย เจ้าจะยอมทำทุกอย่างที่เปิ่นหวังต้องการจริง ๆ หรือ?”

คำพูดของสือเสี่ยวไป๋ที่นิ่งเงียบมานานก็เหมือนกับท้องฟ้าเงียบสงบและปลอดโปร่งเป็นเวลานานที่อยู่ดี ๆ ก็เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น!

ทุกคนถึงกับตะลึงงัน เพราะสิ่งที่สือเสี่ยวไป๋กล่าวออกมานั้นแปลกประหลาดเสียจริง ราวกับมีกลิ่นทะแม่ง ๆ โชยออกมาอย่างไรอย่างนั้น

ลี่จื่อเองก็อึ้งสนิท แม้จะรู้ว่าสือเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเอ่ยปากขออะไรไม่ดีแบบตาลุงโลลิค่อนก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเจ้าเด็กหนุ่มอายุ 13 ปีคนนี้จะไม่มีความอยากรู้อยากเห็นดั่งวัยรุ่นทั่วไปจนกระทำเรื่อง “เลวร้าย” ตามธรรมชาติของมนุษย์ ลี่จื่อคล้ายจะได้กลิ่นอันตรายโชยมาตงิด ๆ

ทว่าในขณะที่ลี่จื่อกำลังลังเลอยู่นั้น น้ำเสียงเย็นเยียบของเครื่องจักรกลพลันดังขึ้น “จุดที่เก้าสิบแปด สีน้ำเงิน!”

“เชี่ยเอ้ย ใกล้จะไม่ทันแล้ว ตอบรับหมอนี่ไปก่อนก็แล้วกัน เอาไว้ถ้าเจ้าบ้านี่กล้าขออะไรที่มันไม่ดีจริง ๆ เปิ่นเสียวเจี่ยก็แค่กลับคำพูดแล้วทุบสักหมัดก็แล้วกัน!”

ลี่จื่อตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว รีบตะโกนเสียงแหลม “เปิ่นเสียวเจี่ยจะยอมทำทุกอย่างเลย นายรีบยิงสิ!”

ในขณะเดียวกัน น้ำเสียงเย็นชาก็ดังขึ้นอีกครั้ง “จุดที่เก้าสิบเก้า สีน้ำเงิน!”

เป้าหมายต่อไปก็เป็นจุดสุดท้ายแล้ว! ไม่มีเวลาแล้ว!

ครั้นได้ยินเสียงของลี่จื่อ สือเสี่ยวไป๋ที่กำลังคิดว่าจะยิงตอนไหน ยิงอย่างไร ยิงไปทางไหนพลันตื่นตัวและรับรู้ว่าเวลาไม่เพียงพอแล้ว ทว่าพลังแห่งจิตวิญญาณที่เขารอคอยกลับยังไม่ปรากฏ เช่นเดียวกับภาพรอบตัวเขาที่ยังคงมืดสนิท!

“ดูท่าแล้วบางทีเปิ่นหวังคงมีอะไรที่ทำไม่ได้เหมือนกันสินะ… ชีวิตคนเราต้องใช้ให้คุ้มค่า เมื่อถึงเวลายิงก็ต้องไม่ลังเล! มาเถิด มาให้พวกเจ้าได้เห็นกัน กระสุนเสี่ยงดวงของเปิ่นหวัง!”

ยามสือเสี่ยวไป๋คิดเช่นนี้ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขายกมือขวาขึ้นมา สุ่มหันไปด้านใดด้านหนึ่ง ก่อนจะลั่นไก ปลดปล่อยลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งออกไปทันทีทันใด!

พริบตาต่อมา น้ำเสียงเย็นชาของเครื่องจักรกลพลันดังขึ้น “จุดที่หนึ่งร้อย สีแดง!”

สีแดง?

สีแดงคือใคร?

แม่มันสิ สีแดงมันไม่ใช่สือเสี่ยวไป๋หรอกเรอะ!?

ช่วงเวลานี้เอง ทุกคนต่างอลหม่านไปกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ตัวสือเสี่ยวไป๋เอง

……

สาเหตุที่คนอื่นยกเว้นสือเสี่ยวไป๋อลหม่านไม่ได้เป็นเพราะเขาหลับตายิงเพียงอย่างเดียว ยิ่งไปกว่านั้นก็เพราะว่าลำแสงของสือเสี่ยวไป๋ครั้งนี้ไม่ได้ถูกยิงออกหลังจากเป้าหมายปรากฏขึ้น ทว่าถูกยิงออกก่อนที่เป้าหมายจะปรากฏออกมา!

พริบตาที่สือเสี่ยวไป๋เหนี่ยวไกและชั่วอึดใจที่ลำแสงพุ่งไปยังหน้าจอสีขาว จุดเป้าหมายก็พลันปรากฏขึ้นมากะทันหัน ก่อนจะถูกยิงเข้าเป้าไปอย่างง่ายดาย!

เรียกได้ว่านัดนี้เป็นนัดพยากรณ์ ซ้ำยังพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ! ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ปรากฏหรือเวลาที่ปรากฏ ล้วนถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิด!

แม่งทำได้ยังไงวะ? แถมยังหลับตาอยู่อีก?

คงจะมีแต่สุ่มยิงมั่ว ๆ ล่ะสิ!

คราแรกทุกคนต่างคิดกันว่าสือเสี่ยวไป๋สุ่มยิงไปมั่ว ๆ แต่วินาทีถัดไปก็เตะความคิดนี้ออกไปจากหัวทันที เมื่อนึกถึงผลการทดสอบอันแสนผิดปกติของสือเสี่ยวไป๋ก่อนหน้า

ทำไมสือเสี่ยวไป๋ถึงต้องหลับตาตลอดเวลา?

ทำไมสือเสี่ยวไป๋ถึงต้องถามย้ำหนานกงลี่จื่ออีกครั้งว่าจะยอมทำทุกอย่างที่เปิ่นหวังต้องการ?

ทำไมพอได้รับคำตอบที่ชัดเจนแล้วก็ยิงนัดนี้เข้าเป้าทันที?

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะสือเสี่ยวไป๋คิดบทเองกำกับเองแสดงเองล่ะสิ!

สือเสี่ยวไป๋รู้ว่าหนางกงลี่จื่อพนันกับมู่หงลี่ไว้ เพราะเหตุนี้จึงรู้ว่าหนานกงลี่จื่อกลัวเขาจะได้ศูนย์คะแนน! ดังนั้นเขาจึงตั้งใจหลับตาแกล้งทำเป็นยอมแพ้ เพื่อต้อนหนานกงลี่จื่อให้จนมุม กระทั่งหนานกงลี่จื่อได้ให้สัญญาที่ว่า “จะยอมทำทุกอย่างที่นายต้องการ!” แต่กุญแจสำคัญของเรื่องคือ นัดสุดท้ายนี้สือเสี่ยวไป๋จะต้องยิงเข้าเป้าแน่นอน ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ปูมาก่อนหน้านี้จะเสียเปล่าทันที แต่สือเสี่ยวไป๋วางแผนมาใหญ่โตถึงเพียงนี้ ไม่มีทางมาเสี่ยงกับนัดสุดท้ายอย่างนี้แน่นอน ทว่านัดสุดท้ายของเขากลับเป็นนัดพยากรณ์ เป็นที่ประจักษ์เลยว่าเขาไม่ได้สุ่มยิงไปมั่ว ๆ แต่มันคือความมั่นใจที่เกินร้อยต่างหาก!

ทุกคนในเหตุการณ์ต่างฉลาดหลักแหลม เพราะงั้นพวกเขาจึงหาเหตุผลมาค้นความจริงได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าไปอย่างพร้อมเพรียง! ด้วยลักษณะภายนอกที่ดูโง่เง่าของสือเสี่ยวไป๋นี้ ที่แท้แล้วมีจิตใจที่ซับซ้อนพิศวงถึงเพียงนี้?

ที่สำคัญที่สุดคือ นัดพยากรณ์นัดสุดท้ายของเขานี่ทำได้อย่างไรกัน?

ผู้ที่ค้นหาคำตอบได้เร็วที่สุดก็คือผู้สูงอายุที่อ่านตำรามามากมาย เขาเอ่ยเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความตระหนกจากสิ่งที่ได้รับรู้ “เหล่าฟู[1]รู้แล้ว! นี่มันสัมผัสที่หกแห่งเทพ!”

ชายหนุ่มวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ พลันดวงตาสว่างวูบ ก่อนจะกล่าวเพิ่มเติมทันที “มนุษย์มีทั้งหมดหกสัมผัส แบ่งออกเป็นการมอง การได้ยิน การดมกลิ่น การรับรส การสัมผัส และจิตสัมผัส! ซึ่งสำหรับผู้ที่เป็นยอดอัจฉริยะเปี่ยมพรสวรรค์ สัมผัสที่หกของเขาสามารถแตะถึงระดับใกล้เคียงกับเทพเจ้า จึงถูกเรียกขานกันว่าสัมผัสที่หกแห่งเทพ!”

หญิงสาววัยกลางคนเองก็ได้สติแล้วเช่นกัน เธอเอ่ยชื่นชม “จิตสัมผัสถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสัมผัสที่หก คือสัมผัสที่ลึกลับที่สุด ถ้าหากเป็นจิตสัมผัสเทพของสัมผัสที่หกแห่งเทพจริง ๆ การที่จะพยากรณ์ตำแหน่งของเป้าหมายได้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย!”

คำพูดไม่กี่ประโยคของผู้อาวุโสราวกับได้พูดความจริงของเรื่องราวออกไปแล้ว

ผู้สูงอายุสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันไปถามสือเสี่ยวไป๋ “สือเสี่ยวไป๋ เธอครองจิตสัมผัสเทพจริง ๆ หรือ?”

สือเสี่ยวไป๋ยามนี้อยู่ในสถานะงงงวยถึงขีดสุด ไม่อยากจะเชื่อว่านัดสุดท้ายที่ตัวเองยิงไปมั่ว ๆ จะเข้าเป้าจริง ๆ ! พอได้ยินคำถามของผู้สูงอายุ สือเสี่ยวไป๋ก็ขมวดคิ้วมุ่น พักใหญ่จึงจะคลายออก

“เปิ่นหวังเคยเป็นเผ่าเทพ จิตสัมผัสแห่งเทพเองก็มีคำว่าเทพอยู่ในนั้น เช่นนั้นเปิ่นหวังก็ต้องครอบครองมันอยู่แล้วอย่างแน่นอน!”

สือเสี่ยวไป๋คิดในใจเช่นนี้ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับผู้สูงอายุ “แน่นอนอยู่แล้ว!”

ผู้สูงอายุยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ ก่อนจะถอนหายใจพลางพูดว่า “สัมผัสที่หกแห่งเทพนั้นหายากเทียบเท่ากับผู้ใช้ปราณจิตระดับ A ขึ้นไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเธอที่ครอบครองจิตสัมผัสเทพที่แข็งแกร่งที่สุดในสัมผัสที่หกแห่งเทพ มีคุณสมบัติระดับ S คู่กอปรกับจิตสัมผัสเทพ เด็กน้อยเอ๋ย อนาคตของเธอไม่อาจคำเดาได้เลยจริง ๆ !”

เวลานี้ แววตาที่ทุกคนใช้มองสือเสี่ยวไป๋ต่างสับสนวุ่นวาย ประหนึ่งกำลังมองสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น!

_________________________________________________________________________________

老夫 (lao fu) เหล่าฟู เป็นคำเรียกแทนตัวเองของชายชรา

++ช่วง… คุยกันท้ายตอน++

สวัสดีครับ! พบเจอกันอีกแล้วนะครับกับบีหนึ่ง ฮี่ฮี่

รู้สึกว่าตอนนี้บีหนึ่งมาเร็วผิดปกติ ฮาาาา ไม่ใช่ว่าว่างอะไรหรอกนะฮะ สงสัยคงโดนบัคเหมือนตอนแปลเหยา ๆ เมื่อคราวก่อนนู้นนนนนนนนน (ยาวไปไหน) แต่บัคครั้งนี้ไม่รุนแรง ตอนหนึ่งก็เลยต้องคั่นเวลาเหมือนเดิม

จริง ๆ บีหนึ่งก็อยากจัดเวลาเป็นตารางเลยนะว่าอาทิตย์นึงจะลงวันไหน กี่ตอน แต่เผอิญว่าบีหนึ่งไม่เชื่อมือตัวเองว่าจะสามารถรักษาตารางนั้นไว้ได้ ฮาาาา เพราะถ้าเปิดเทอมแล้วบีหนึ่งก็คงต้องเจียดเวลามาแปลอย่างยากลำบากเหมือนเดิม orz (แล้วจะแปลจบตอนไหนเนี่ย T^T)

เอาล่ะครับ สำหรับใครที่หวังว่าไป๋ ๆ เราจะโชว์เทพให้ดูก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยเนอะ เพราะน้องไป๋เขาไม่มีเทพให้โชว์สักเท่าไหร่ (อ้าวกรรม…) แต่ถ้าพูดถึงความสามารถในการปาหี่+ตีเนียนเนี่ย ไม่ต้องถามเลยครับ เห็น ๆ กันอยู่ ( = =’^)

สำหรับวันนี้ก็ต้องพอแค่นี้ก่อน รอติดตามตอนต่อไปได้เลยนะฮะ

ปล. ทวงได้ ทักได้ บีหนึ่งใจดี เชื่อง ไม่กัดแน่นอนครับผม ^o^