0 Views

 

ตอนที่ 14 เปิ่นเสียวเจี่ยยอมทำทุกอย่างที่นายต้องการ

สือเสี่ยวไป๋มองตัวเลือกสองตัวตรงหน้าโดยรับรู้ได้ถึงความมุ่งร้ายที่แฝงมาลึก ๆ ถ้าเลือกสละสิทธิ์ เขาก็จะได้ศูนย์คะแนนกับบททดสอบนี้ทันที แต่ถ้าเลือกปิดตาแล้วยิงเข้าเป้าหนึ่งครั้ง โอกาสซึ่งเขาจะได้ศูนย์คะแนนเกรงจะสูงกว่าได้สักคะแนนอยู่ไกลโข

 

ไม่ว่าจะเลือกตัวเลือกไหน ผลการทดสอบของสือเสี่ยวไป๋ก็ไม่อยู่ในเกณฑ​์ที่รับได้อยู่ดี เรียกได้ว่าทั้งสองตัวเลือกแทบจะใกล้เคียงกัน เพียงแต่ตัวเลือกแรกเป็นรางวัลระดับ D ในขณะที่ตัวเลือกหลังกลับเป็นรางวัลระดับ E หากว่ากันตามหลักการแล้ว สือเสี่ยวไป๋ควรจะเลือกสละสิทธิ์แล้วรับรางวัลระดับ D ไปครอบครองเสีย

 

แต่เมื่อกี้เขาเพิ่งจะสัญญากับลี่จื่อไปว่า ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ได้ศูนย์คะแนนเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ จะหนึ่งคะแนนหรือศูนย์คะแนนสำหรับสือเสี่ยวไป๋แล้วมันก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เพียงแต่การจะได้หนึ่งคะแนนมานั้นมันไม่ง่ายเลย

 

ด้านหนึ่งคือรางวัลระดับ D ที่ดีกว่าหน่อย อีกด้านหนึ่งคือโอกาสได้คะแนนอันริบหรี่ สุดท้ายแล้วสือเสี่ยวไป๋ควรจะเลือกอะไรดีล่ะ?

 

“เฮ้อ สำหรับเปิ่นหวังแล้วคำสัญญาสำคัญที่สุด ถึงอย่างไรเปิ่นหวังก็เวียนว่ายตายเกิดมานับหมื่นครั้งแล้ว ยังไม่เคยได้ศูนย์คะแนนเลยสักครั้ง แล้วครั้งแรกของเปิ่นหวังจะต้องมาเสียกับรางวัลระดับ D งั้นหรือ? ถ้าเป็นรางวัลระดับ C ค่อยว่าไปอย่าง…”

 

สือเสี่ยวไป๋เคร่งเครียดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็เลือก [ระหว่างการทดสอบความสามารถ ห้ามลืมตาสักครั้งและสามารถยิงได้เพียงครั้งเดียว]

 

……

 

การที่ต้องหลับตาสุ่มยิงเป้าที่สุ่มทั้งตำแหน่งเเละเวลา ทั้งยังต้องเข้าเป้าในนัดเดียว นี่นับว่าเป็นการทดสอบอันยิ่งใหญ่ ทว่าสือเสี่ยวไป๋ไม่แม้แต่จะสนใจมันเลยด้วยซ้ำ

 

“เปิ่นหวังทหารข้าศึกมามีแม่ทัพปกป้อง น้ำหลากมามีดินกำบัง!”

 

สือเสี่ยวไป๋ค่อย ๆ หลับตาลงอย่างแช่มช้า ไม่นานครรลองสายตาก็มืดสนิท ทว่าแสงที่ส่องออกมาจากกำแพงโลหะกลับย้อมความมืดมิดของเขาด้วยแสงสว่างอันเลือนลางอีกชั้น ยังผลให้รู้สึกไม่ชินสักเท่าไหร่

 

ผู้สูงอายุเหลือบตามองสือเสี่ยวไป๋คราหนึ่ง คิดว่าเขาแค่หลับตาทำสมาธิ ผู้สูงอายุนับว่าสนใจเด็กอัจฉริยะผู้มีคุณสมบัติระดับ S คู่คนนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่านิสัยของสือเสี่ยวไป๋จะเป็นอย่างไร แต่เขาจะเป็นเด็กใหม่ที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปีของไกอาแน่นอน เพียงแค่เขาไม่ได้ศูนย์คะแนนในการทดสอบความสามารถนี้ ก็จะถูกจัดเข้าสู่เด็กใหม่ระดับ S ทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย

 

หลายปีมานี้ ไกอาถูกจัดอยู่ในอันดับไม่สูงไม่ต่ำของเซี่ยกว๋อ สภาพค่อนข้างทุลักทุเล หากพูดถึงระดับสากลก็ตกจากแนวหน้าไปอยู่แถวกลาง สายเลือดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้นับว่าไม่เลว ถ้าหากมีเด็กใหม่ระดับ S เพิ่มมาอีกสักคน ไกอาจะต้องได้เบิกบานอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะเหตุนี้ สือเสี่ยวไป๋จึงถูกคาดหวังโดยผู้สูงอายุมากเป็นพิเศษ

 

“คุณสมบัติและความสามารถล้วนเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการวัดระดับของไกอา จงอย่าหม่นหมองใจเพียงเพราะคุณสมบัติต่ำต้อย และจงอย่ายโสโอหังเพียงเพราะคุณสมบัติสูงล้ำ”

 

ผู้สูงอายุเอ่ยปากย้ำเตือนอีกหนึ่งประโยค เมื่อเห็นเด็กใหม่ทั้งสี่คนเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแล้ว จึงประกาศขึ้น “การทดสอบความสามารถ เริ่มได้!”

 

ทันทีที่เสียงของผู้สูงอายุดังขึ้น นอกจากสือเสี่ยวไป๋ซึ่งไม่ลืมตาแล้ว คนอื่น ๆ อีกสามคนต่างจับจ้องไปยังหน้าจอสีขาวอันกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของผนัง การแข่งขันที่ต้องเเย่งชิงเป้าหมายกันเช่นนี้ ผลแพ้ชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับวินาที ทว่าเป็นเสี้ยววินาที ต่อให้ตื่นเต้นเพียงใด แต่พวกเขาต่างกุมปืนในมืออย่างมั่นคง เพราะว่า การมีปฏิกิริยารวดเร็วไม่ได้เป็นทุกอย่าง แต่ความแม่นยำเองก็สำคัญไม่แพ้กัน ณ จุด ๆ นี้ แม้แต่โลลิน้อยอายุสี่ขวบอย่างจงเยว่เอ๋อร์ยังแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับพวกเขาทั้งสามที่เกิดในตระกูลของผู้กล้า ทักษะพื้นฐานของผู้กล้าย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องฝึกซ้อมตั้งแต่เด็ก ๆ

 

ทว่าทันใดนั้นเอง บนหน้าจอสีขาวขนาดยักษ์ซึ่งขาวสะอาดปราศจากสีอื่นปนเปื้อนพลันปรากฏจุดสีดำเล็ก ๆ ประดุจดอกบัวขึ้นมาจุดหนึ่ง!

 

“ปัง! ปัง! ปัง!”

 

ลำแสงต่างสีสันทั้งสามเส้นพุ่งออกจากปากกระบอกปืนแทบจะเป็นเวลาเดียวกัน ก่อนจะปะทะกับจุดสีดำซึ่งตาเปล่าไม่อาจมองเห็นตาม ๆ กันไป

 

“จุดที่หนึ่ง สีน้ำเงิน!”

 

น้ำเสียงเย็นเยียบของจักรกลดังออกมาจากลำโพงภายในผนังโลหะ หลังจากนั้นตัวเลข 0 ข้างหลังชื่อของหยางหยางตรงมุมซ้ายบนพลันเปลี่ยนเป็นเลข 1

 

ทั้งสี่คนต่างใช้ปืนเลเซอร์ที่มีลำแสงคนละสีกัน สือเสี่ยวไป๋สีแดง เควินสีเหลือง หยางหยางสีน้ำเงิน จงเยว่เอ๋อร์สีม่วง โดยจะอิงสีของลำแสงนี้มาเป็นตัวแยกว่าใครเป็นคนยิงเข้าเป้าก่อน ซึ่งนัดแรกเห็นได้ชัดว่าเป็นหยางหยางที่ได้โอกาสนี้ไป

 

เกือบทุกคนต่างรับรู้ว่ามีลำแสงสีหนึ่งหายไป แต่เนื่องจากเพิ่งจะเป็นนัดแรก พวกเขาจึงไม่ได้สนใจ

 

ทว่านี่ก็ผ่านมาสิบนัดแล้ว สือเสี่ยวไป๋กลับยังไม่เริ่มลั่นไกเลยสักครั้ง

 

ครั้นผู้สูงอายุหันไปดูสือเสี่ยวไป๋ก็อึ้งทันควัน “สือเสี่ยวไป๋ ทำไมเธอถึงหลับตาอยู่?”

 

ชั่วอึดใจที่คำพูดนี้ดังขึ้น ทุกคนภายในห้องพลันตะลึงงัน ที่แท้แล้วสือเสี่ยวไป๋หลับตามาโดยตลอดงั้นหรือ?

 

เควินและมู่หงลี่ต่างพากันดีใจ เดิมทีสำหรับพวกเขาที่หมดความหวังจะชนะไปแล้ว ครานี้กลับเริ่มเห็นแสงสว่างของความหวังอยู่ลาง ๆ ถ้าผลการทดสอบความสามารถของสือเสี่ยวไป๋ได้ศูนย์คะแนน ก็จะถูกนับว่าเป็น “ผู้ไร้ความสามารถ” ทันที ซึ่งส่งผลกระทบต่อการวัดระดับอย่างใหญ่หลวง หากเป็นเช่นนี้จะสามารถกลบข้อเสียเปรียบของเควินในการทดสอบก่อนหน้า

 

ในใจของหยางหยางกลับรู้สึกหนักอึ้ง เเต่ว่าเขาก็รีบปรับสภาพคืนอย่างรวดเร็ว เพราะว่าตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบ จำเป็นต้องรักษาสภาพจิตใจให้ว่างเปล่า การทดสอบคุณสมบัติทำให้เขาสูญเสียศักดิ์ศรีไปมากเกินไปแล้ว เพราะงั้นในการทดสอบที่ถนัดที่สุด เขาจำเป็นต้องรักษาศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิดของตัวเองให้ได้

 

ความนิ่งสงบของหยางหยางยังผลให้เขาได้เปรียบอย่างง่ายดาย สิบนัดถัดไปเขาล้วนยิงเข้าเป้าเป็นคนแรกเสมอ ซ้ำยังก้าวนำคนอื่นไปหลายก้าว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการยิงปืนที่เหนือกว่าผู้ใด

 

ลี่จื่อบนที่นั่งกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ แหกคอตะโกนไม่หยุดหย่อน

 

“สือเสี่ยวไป๋ เลิกเล่นได้แล้ว!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ เปิ่นเสียวเจี่ยโมโหจริง ๆ แล้วนะ!”

 

“สือเสี่ยวไป๋​ ถ้านายยังไม่ลืมตาอีก อย่ามาโทษมือเท้าเปิ่นเสียวเจี่ยไร้หัวใจก็แล้วกัน!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ นายอย่ามาทำโซ่ตก[1]ตอนเวลาสำคัญได้มั้ย!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ เปิ่นเสียวเจี่ยขอร้องล่ะ รีบลืมตาสิ!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ เปิ่นเสียว… พี่สาวลี่จื่อต่อไปนี้จะไม่ตีนายอีกแล้ว นายลืมตาเถอะนะ ได้ไหม?”

 

“……”

 

ราวกับสือเสี่ยวไป๋ไม่ได้ยินในสิ่งที่ลี่จื่อตะโกนออกมา ยังคงยืนหลับตานิ่ง ผู้อาวุโสทั้งสามท่านเองก็พยายามโน้วน้าวสือเสี่ยวไป๋ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งคะแนน บอกเขาว่าหนึ่งคะแนนนั้นเกี่ยวข้องกับการถูกวัดเป็นเด็กใหม่ระดับ S ของเขา ทว่าสือเสี่ยวไป๋ไม่แม้จะกระตุกคิ้วเลยด้วยซ้ำ

 

ยามนี้สือเสี่ยวไป๋ดูเหมือนคนที่หลับไปแล้ว ราวกับรูปสลักนิ่ง ๆ ไม่ขยับรูปหนึ่ง

 

ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? สือเสี่ยวไป๋เป็นอะไรไป? เกิดอาการผิดปกติทางประสาทหรือเปล่า? หรือว่าดวงตามีปัญหา? หรือว่าเป็นเพราะไม่มีความสามารถในการยิงปืนก็เลยเลือกที่จะหนีด้วยวิธีนี้?

 

ความสงสัยรายล้อมอยู่ในใจของทุกคน แต่ในขณะเดียวกัน การทดสอบก็ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

“จุดที่เก้าสิบสาม สีน้ำเงิน!”

 

ยามนี้หยางหยางมีคะแนน 50 คะแนน เควินมี 31 คะแนน และจงเยว่เอ๋อร์มี 20 คะแนนแล้ว ในขณะที่สือเสี่ยวไป๋ยังคงเป็น 0 คะแนนไม่เปลี่ยนแปลง

 

ความรู้สึกลุ้นระทึกในใจของมู่หงลี่พลันหายไป ก่อนจะไม่ทิ้งโอกาสหันไปหัวเราะเสียงเย็นใส่ลี่จื่อ “อย่าลืมพนันของพวกเราล่ะ ฉันหวังว่าจะได้ยินข่าวเธอเต็มใจลาออกจากการเป็นพอนตัสในวันพรุ่งนี้”

 

ลี่จื่อตะโกนจนคอแทบแตกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะการทดสอบความสามารถไม่สามารถหยุดกลางคัน เธอคงพุ่งออกไปทุบตีสือเสี่ยวไป๋สักรอบ คราวนี้พอได้ยินเสียงเยาะเย้ยจากมู่หงลี่ก็ยิ่งสลดใจยิ่งกว่าเดิม รีบร้อนเสียจนแทบจะเป็นบ้า

 

“สือเสี่ยวไป๋! นายรีบลืมตาเอาสักคะแนนเดี๋ยวนี้นะ! ขอแค่นายได้สักคะแนนเดียว เปิ่นเสียวเจี่ยจะยอมทำทุกอย่างที่นายต้องการเลย!”

 

ลี่จื่อรีบร้อนจนพูดออกมาโดยไม่คิดอะไรอีกแล้ว

 

ทว่าทันใดนั้นเอง ช่วงเวลาที่เสียงของลี่จื่อดังขึ้น ปาฏิหาริย์พลันปรากฏ เห็นเพียงร่างของสือเสี่ยวไป๋เริ่มขยับ แม้ว่าจะไม่ได้ลืมตา แต่ริมฝีปากกลับค่อย ๆ อ้าออก ก่อนจะเปล่งเสียงอันเร่าร้อนออกมาภายในห้องแห่งนี้

 

“สาวน้อย เจ้าจะยอมทำทุกอย่างที่เปิ่นหวังต้องการจริง ๆ หรือ?”

_________________________________________________________________________

[1] 掉链子 (diao lian zi) ทำโซ่ตก หมายถึง ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นตลอด แต่สุดท้ายก็ไปตกม้าตายทีหลังเพียงเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นคำพูดติดปากของพวกคนจีนทางตอนตะวันออกเฉียงเหนือครับผม

++ช่วง… คุยกันท้ายตอน++

ตอนมามาเสิร์ฟร้อน ๆ แล้วนะครับผม… สำหรับตอนที่แล้วที่ว่าจะไปเกลาก็ไม่ได้ไปเกลาสักที ฮาาาาา ยังไงบีหนึ่งก็ขออภัยในความสันหลังยาวของตัวเองมา ณ ที่นี้ด้วย orz

ใครที่เป็นแฟน ๆ ของพี่ tongfar จาก “Las Alquimista ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ” อาจจะเห็นในแฟนเพจแล้วเนอะว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของพี่เขา บีหนึ่งก็ไปร่วมวันเกิดพี่เขามาเนี่ยแหละ ใครอยากจะดูของขวัญวันเกิดสุดอลังการของพี่ tongfar ก็สามารถตามเข้าไปดูคลิป Live Facebook ในแฟนเพจได้เน้อ อิอิ

อะแฮ่ม มัวแต่คุยเรื่องอื่น มาคุยเรื่องนิยายตัวเองบ้างดีกว่าเนอะ แหะ ๆ เป็นยังไงบ้างครับกับตอนนี้ ไป๋ ๆ ของพวกเรายังคงเป็นพวกเห็นม้าตายแล้วรักษาดุจม้าเป็นไม่เปลี่ยนแปลง(ทบทวนสุภาษิตจีนกันหน่อยยย) เฮียแกดันเลือกเอาตัวเลือกที่มันยาก ๆ ซะอย่างงั้น เล่นเอาผมสงสารลี่จื่ออย่างใจจริงเลยนะเนี่ย lol เห็นเจ๊เค้าแหกปากแหกคอตะโกนอย่างนั้นแล้วอายแทนจริง ๆ 5555 ดูสิกว่าไป๋ ๆ จะยอมเอ่ยปาก แต่เอ… แล้วต่อไปมันจะเป็นยังไงน้า รออ่านตอนต่อไปแล้วกันเนอะ หุหุ

ปล. ตอนไปงานวันเกิดพบว่าเจอนักอ่านของศิษย์ข้าฯ และ Absolute Choice เล่นเอาเงิบไปนิสสสส ฮาาาา แถมโดนเหน็บด้วยว่ายังไม่อยากอ่านไป๋ ๆ ต่อเพราะบีหนึ่งอัพช้าเป็นเต่า รอดองให้ตอนเยอะ ๆ ก่อนค่อยอ่าน (แอบเจ็บ+จุกนิด ๆ แฮะ) ถามจริงงงง บีหนึ่งอัพช้าจริงหรอ??? เอ่อ… เอาเป็นว่าไว้เจอกันใหม่นะคร้าบบบบ (สวมชุดเกราะแล้วรีบวิ่งออกไปทันที)