0 Views

ตอนที่ 8 มันคือบาป

 

 

 

คนเริ่มกระหายแพนเค้กต้นหอม อากาศทั่วบริเวณเต็มไปด้วยกลิ่นหอม

 

 

กลิ่นหอมของน้ำมันระเหยออกมาและกลิ่นของแป้งที่มีอยู่ในอากาศ ลมหายใจของทุกคนต่างมีความสุข

 

 

รสชาติที่แสนยั่วยวนนี้…แม้จะรอนานแต่ก็คุ้มค่า

 

 

*อึก*

 

 

ชายชรารู้สึกตื่นเต้นกับแพนเค้ก เช่นเดียวกับตอนที่เขากินครั้งแรก เขาสรรเสริญหลินฟ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

 

“ด้วยทักษะของเถ้าแก่น้อย คุณไม่ต้องกลัวตกงาน ไม่ว่าจะมีเท่าไหร่ ฉันจะกินมันให้หมด”

 

 

“มันเหมือนศิลปะ!”

 

 

หลินฟ่านได้ยินเขายิ้มให้กับตัวเอง จากนั้นเขาก็นึกถึงสารานุกรมที่บอกว่าหากอธิบายความรู้ในสารานุกรมเขาจะได้รับคะแนนสารานุกรม

 

 

“แพนเค้กต้นหอมเหล่านี้เกิดจากไต้หวันและผมได้ปรับปรุงสูตรด้วยตัวเอง…” หลินฟ่านพยายามอธิบายอย่างชัดเจนเท่าที่เป็นไปได้ หลังจากเสร็จสิ้นการอธิบาย หลินฟ่านเห็นชายชราจ้องไปที่แพนเค้กต้นหอมอย่างตั้งใจ พวกเขาไม่ได้สนใจที่หลินฟ่านพูด เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

 

 

“เฮ้! เถ้าแก่น้อย ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูด แต่ตราบใดที่คุณอยู่ที่นี่ เรื่องทั้งหมดจะเป็นเรื่องดี” ชายชราหัวเราะและพูด

 

 

“เสร็จแล้ว” หลินฟ่านรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย มันเป็นสิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้ หากอีกฝ่ายไม่เข้าใจสิ่งที่หลินฟ่านอธิบาย เขาจะไม่ได้รับคะแนนสารานุกรมได้ ดูเหมือนมันไม่ใช่เรื่องง่าย

 

 

“ใช่แล้ว แพนเค้กต้นหอมตอนนี้ราคา 20 เหรียญ” หลินฟ่านกล่าว เขาเกือบลืมพูดถึงเรื่องขึ้นราคา

 

 

“ไม่มีปัญหา มันแค่ 20 เหรียญ แม้ว่ามันจะมีราคา 100 เหรียญฉันก็ยังคงซื้อมัน รสชาติของมันเหมือนอาหารจากสวรรค์! นอกจากแผงลอยของคุณ ฉันไม่ต้องการแพนเค้กต้นหอมจากที่อื่น”

 

 

“ดูแพนเค้กต้นหอมอันนี้ มันมีชั้นๆเช่นเดียวกับงานศิลปะ ฉันลังเลที่จะกินมัน”

 

 

*กรุบ*

 

 

ชายชรากัดไปคำนึง ใบหน้าของเขาเริ่มสว่างขึ้นเขาแทบไม่อดใจไม่ไหวที่จะทานต่อ

 

 

หลินฟ่านไม่ได้พูดมากนัก เขายังคงเร่งรีบและทำแพนเค้กต้นหอมมากขึ้น แม้ว่ามันจะยาก แต่รายได้ดีก็ดีมากเช่นกัน

 

 

สำหรับภารกิจของหลินฟ่าน เพื่อให้มีชื่อเสียงเล็กน้อยจากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้หลินฟ่านคิดว่ามันคงเสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีปัญหาอะไร

 

 

ย้อนกลับไปที่ บริษัท สำนักพิมพ์ศิลปะเยาวชน

 

 

“อา สุดหล่อตั้งแผงลอยแล้ว” บรรดาสาวงามในออฟฟิศอุทานขึ้นมา ดวงตาของพวกเธอส่องลงไปที่แผงลอยของหลินฟ่านที่โรงเรียนตรงข้ามกับออฟฟิศของพวกเธอ

 

 

“ทำไมคนเยอะ? เราต้องรอนานแค่ไหน?”

 

 

“ที่รัก ฉันจะตายเพราะความหิว! ชิงยี่ ได้โปรดช่วยฉันด้วย ใช้เสน่ห์ของคุณคว้าหนุ่มหล่อแล้วให้เขาทำแพนเค้กต้นหอมให้พวกเรา” ฮั่วหานนั่งเหยียดแขนลงไปบนโต๊ะราวกับว่าตัวเธอนั้นไม่มีพลังงานเหลือแล้ว

 

 

“ไปไกลๆเลย…ถ้าจะมีใครจะใช้ความงามเพื่ออะไรแบบนี้มันต้องเป็นเธอ เพราะเธอชอบแพนเค้กต้นหอมมาก แถมเธอยังชื่นชมทักษะของเขาที่ใช้ทำแพนเค้กอีก เธอต้องเหมากับเขาแน่ๆ!” ซ่งชิงยี่กล่าวขณะยิ้ม เธอเลียริมฝีปากขณะคิดถึงรสชาติที่เหมือนหล่นมาจากสวรรค์ของแพนเค้กต้นหอม

 

 

“แล้วใครจะไปทีหลังล่ะ? หัวหน้าอยู่นี่ ถ้าเราไปพร้อมกันหมดมันจะดึงดูดความสนใจของเธอ” หนึ่งในหญิงสาวกล่าว

 

 

“ตอนนี้คนเยอะมาก เราไปตอนนี้ไม่ได้ พวกเราควรสังเกตสถานการณ์ก่อน รอคนค่อยๆจางลงพวกเราจะไปที่แผงลอยนั้นทันที”

 

 

หลังจากนั้น ทุกคนก็จดจ่อกับการวิเคราะห์สถานการณ์แผงลอยของหลินฟ่าน ไม่มีใครมุ่งความสนใจที่งานของพวกเธออีกต่อไป

 

 

“อ่า มันอร่อยมาก มีความสุขจริงๆ!” ชายชรากินแพนเค้กสามชิ้นในครั้งเดียว เขาไม่หยุดจนกว่าจะไม่สามารถทานมันได้

 

 

คนที่รอคิวอยู่ด้านหลังน้ำลายพวกเขาแทบหกลงมา เมื่อเห็นคนเหล่านี้กำลังเพลิดเพลินไปกับแพนเค้กต้นหอมแสนอร่อย พร้อมกับกลิ่นที่ยากจะทนทาน

 

 

ความเร็วของหลินฟ่านเริ่มไวขึ้น เขาเอาแพนเค้กต้นหอมออกจากหม้อร้อนๆทีละชิ้นๆ

 

 

คนที่เดินผ่านแผงลอยต่างเกิดความอยากรู้อยากเห็นในธุรกิจแผงลอยที่ร้อนแรงนี้

 

 

แผงลอยร้านอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงพวกเขาต่างชื่นชมและอิจฉา ถ้าธุรกิจเขาดีเท่าหลินฟ่านเขาคงไม่มีปัญหาที่จะมีรายได้กว่าพันดอลลาร์ต่อวัน

 

 

“นี่คือสวรรค์บนดิน ผมรู้สึกมีพลังงานมากหลังจากทานแพนเค้กต้นหอม”

 

 

“ฉันเคยทำงานเหนื่อยๆ แต่หลังจากกินแพนเค้กต้นหอมนี้ มันเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ไม่มีขีดจำกัด! หากได้กินมันทุกวัน ฉันจะทำงานอย่างมีความสุข!”

 

 

“เถ้าแก่น้อย คุณอย่าหายไปนะ ถ้าคุณย้าย อย่างน้อยที่สุดคุณต้องบอกพวกเรา!”

 

 

“ฉันต้องการนำบางส่วนเพื่อให้เจ้านายลองทาน! บางทีฉันอาจจะใช้มันเป็นเหตุผลในการไปทำงานสายได้ในอนาคต”

 

…..

 

คนเหล่านี้แสดงอาการเกินจริงเมื่อพวกเขาทานแพนเค้กต้นหอม ซึ่งทำให้คนอื่นรู้สึกอิจฉาพวกเขา

 

 

“แพนเค้กเหล่านี้มันอร่อย?”

 

 

“คนพวกนี้มีปัญหาหรือเปล่า มันก็แค่แพนเค้กต้นหอมง่ายๆ มันจะมีความสุขแค่ไหนเชียวเพียงแค่ได้กินมัน”

 

 

“ฉันไม่เชื่อ! ฉันต้องลองมันสักชิ้น”

 

 

คนเหล่านี้ไม่เชื่อว่าแพนเค้กต้นหอมมันจะอร่อยขนาดนั้น พวกเขาต่างอยากลิ้มลองด้วยตัวเอง แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในขบวนสรรเสิรญหลินฟ่านขณะทานแพนเค้ก

 

 

พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าแพนเค้กต้นหอมจะเอร็ดอร่อยเพียงนี้ พวกเขารู้สึกว่าเมื่อทานแพนเค้กปัญหาหนักอกในใจมันจางหายไปในอากาศ

 

 

ในทางกลับกันหลินฟ่านรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เขารู้สึกว่าชีวิตเขาต้องเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

 

 

เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงเพียงแค่ทำแพนเค้กต้นหอม ในตอนนี้หลินฟ่านเริ่มจมอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ

 

 

ในตลาดที่ยิ่งใหญ่มีชายวัยกลางคนสวมชุดทักซิโด้ถือค้อนเสนอราคาประมูลสินค้า

 

 

“การเสนอราคาเริ่มต้นสำหรับแพนเค้กต้นหอมหลินฟ่านคือ 1000 เหรียญ”

 

 

กลุ่มฝูงชนเริ่มบ้าคลั่ง

 

 

“10,000 เหรียญ”

 

 

“100,000 เหรียญ”

 

 

“1,000,000 เหรียญ”

 

 

“เทศกิจมา! รีบหนีเร็ว”

 

 

ทันใดนั้น มีเสียงคำรามดังขึ้นอย่างฉับพลัน หลินฟ่านเริ่มสั่น

 

 

เจ้าหน้าที่เทศกิจ?

 

 

บ้าเอ้ย ถึงเวลาต้องไปแล้ว

 

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ‘เจ้าหน้าที่เทศกิจ’ ส่งผลกระทบต่อหลินฟ่านมากที่สุด

 

 

ผู้คนที่ทำงานเส้นทางเดียวกับเขาต่างก็กลัวคำๆนี้

 

 

นี่เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด หลินฟ่านเคยถูกพวกเขาจับมาก่อน เสี่ยวเฟิงออกจากเมืองไปตงกวนเนื่องจากพวกเขา ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเสี่ยวเฟิงทำอะไรอยู่

 

 

จากนั้น หลินฟ่านหันไปมอง

 

 

มีรถบรรทุกไม่กี่คัน มันมีคำว่า “เจ้าหน้าที่เทศกิจ” เขียนอยู่ พวกเขาหยุดรถกลุ่มเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบต่างรีบวิ่งลงจากยานพาหนะ

 

 

คนขายรายอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงต่างหนีกันไปอย่างรวดเร็ว

 

 

หลินฟ่านเริ่มเก็บสิ่งของทันที เขาเตรียมพร้อมจะหนีออกไป ถ้าเขาถูกจับแผงลอยของเขาจะถูกยึด

 

 

“เถ้าแก่น้อยเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?”

 

 

“ใช่ เรายังไม่ได้แพนเค้กต้นหอม!”

 

 

“เถ้าแก่น้อยอย่ากังวลเลย อย่างน้อยก็ให้แพนเค้กต้นหอมฉันก่อน”

 

 

หลินฟ่านสั่นเทา เจ้าหน้าที่เทศกิจอยู่นี่แล้วแต่พวกยังห่วงแพนเค้กต้นหอมอีก

 

 

“เฮ้เพื่อน เจ้าหน้าที่เทศกิจมาแล้ว ให้ผมหนีไปก่อน”

 

 

“เถ้าแก่น้อยคุณหนีไปไหนไม่ได้ วันนี้ถ้าเราไม่ได้กินแพนเค้กต้นหอม เราอาจไม่มีชีวิตถึงวันพรุ่งนี้”

 

 

“ถูกต้อง ถ้าฉันไม่ได้กินแพนเค้กต้นหอมฉันจะไม่มีพลัง!”

 

 

ฝูงคนต่างล้อมรอบแผงลอยของหลินฟ่านอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลบหนี

 

 

“คือผม…”

 

 

หลินฟ่านเคยคิดเลยว่าการมีลูกค้าเป็นจำนวนมากมันยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามตอนนี้เขารู้สึกสงสารตัวเองมาก

 

 

“พี่น้อง โปรดช่วยผมหนีไปก่อน ผมสัญญาว่าจะกลับมาในช่วงบ่าย” หลินฟ่านขอร้องอย่างขมขื่น

 

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลินฟ่านพูดไม่ออก

 

 

“เถ้าแก่น้อยได้โปรด…ทำแพนเค้กต้นหอมให้พวกเราก่อน ต่อจากนั้นพวกเราจะไม่หยุดยั้งคุณ”

 

 

ฝูงชนก็ยังอ้อนวอนและรังควานหลินฟ่าน พวกเขาไม่สามารถรับมือกับความเจ็บปวดจากการไม่ได้ลิ้มรสแพนเค้กต้นหอมได้

 

 

“ผม…” ทันใดนั้นหลินฟ่านก็ปล่อยแผงลอยและโยนมันทิ้งไป ก่อนจะวิ่งหนี ถ้าเขาถูกจับเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเป็นทางการ

 

 

“เถ้าแก่น้อยคุณหนีไม่ได้!”

 

 

เมื่อฝูงชนเห็นหลินฟ่านกำลังหนีกลุ่มคนจำนวนมากก็เข้ามากอดหลินฟ่านโดยตรง

 

 

“คุณไปไม่ได้…”

 

 

“ถูกต้อง คุณไม่สามารถหนีจากเราได้!”

 

 

เจ้าหน้าที่เทศกิจได้เห็นสิ่งนี้ทั้งหมด พวกเขาแสดงรอยยิ้มพึ่งพอใจและหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

 

“ไม่เลวๆ คุณภาพของเมืองจะดีขึ้นมาก หากพวกเขาช่วยกันต่อต้านการกระทำผิดกฏหมายแบบนี้” หัวหน้าของทีมเจ้าหน้าที่เทศกิจ หลิวเสี่ยวเทียน เขายกนิ้วโป้งให้กับประชาชนและชมเชยการทำงานที่ดีของพวกเขา

 

 

สำหรับหลินฟ่านมันตรงข้ามทั้งหมด เขาได้แต่มองไปบนฟ้าและร้องไห้…