0 Views

ตอนที่ 23 หนึ่งของคุณ อีกหนึ่งของฉัน

 

 

ที่แผงลอยริมถนน

 

 

“เฮ้ไอ้หนู วันนี้ทำไมเธอใจดี?” ต้มตุ๋นเทียนถามขณะดื่มเบียร์ราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังขึ้นมาจากทิศตะวันตก หลินฟ่านยังคงจำได้ว่าถูกเขาโกงไป 100 เหรียญแต่หลินฟ่านยังคงเลี้ยงเบียร์ให้กับเขา

 

 

หลินฟ่านคิดว่าการที่เขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญต้องมีลูกศิษย์สักคน เขาต้องการมีผู้ติดตามในอนาคต แต่เหตุผลสุดท้ายเป็นเพราะเทียนหานหมิงเป็นนักต้มตุ๋นที่มีประสบการณ์และทักษะที่เข้าใช้ก็ดูดี ถ้าโน้มน้าวให้ต้มตุ๋นเทียนมาเข้าร่วมกับเขาได้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นในอนาคต

 

 

“ต้มตุ๋นเทียน ชื่อเต็ม เทียนหานหมิง อายุ 45 ปี มาจากหานตง คุณเป็นพี่คนโต มีน้องชายสองคน น้องสาวอีกหนึ่งคน พ่อแม่ของคุณยังมีชีวิตอยู่ สุดท้ายคุณยังไม่ได้แต่งงานและยังโสด…”

 

 

ต้มตุ๋นเทียนไม่รู้ว่าหลินฟ่านต้องการอะไร เขากำลังกินกับแกล้มอยู่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหลินฟ่านเขารู้สึกตกตะลึง

 

 

“เธอตรวจสอบฉัน?” เทียนหานหมิงตะลึงแต่เขาตกใจมากกว่าที่หลินฟ่านพูดถึงอดีตของเขา ราวกับว่าหลินฟ่านอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับเขา นั่นมันเป็นไปไม่ได้

 

 

“ถ้าผมบอกว่าผมได้จากการทำนายดวงชะตาของคุณ คุณจะเชื่อไหม?” หลินฟ่านกล่าวด้วยท่าทีที่ลึกลับ

 

 

ต้มตุ๋นเทียนยังช็อค เขาก็เป็นหมอดู แต่เป็นไปได้ไหมที่เจ้าเด็กนี่เป็นนักต้มตุ๋นที่ดีกว่าเขา?

 

 

“เธอจะบอกว่าเธอเป็นนักทำนาย?” ต้มตุ๋นเทียนกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา เขาอยู่การค้าเดียวกันและเขารู้ว่าเขาต้องตั้งสมมติฐานก่อนเช่นเดียวกับ 1+1=2 เมื่อไหร่ที่พวกเขาทำนายดวงชะตาจำเป็นต้องมีรายละเอียดที่ครอบคลุม ตราบใดที่มีคนเกิดมามันมีกฏหมายกำหนดอย่างชัดเจน ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้ หากมีความสามารถมากพอพวกเขาสามารถมองหามันได้

 

 

“คุณสามารถใช้ประโยชน์จากบางคนด้วยขาของคุณในภายหลัง” หลินฟ่านกล่าวอย่างยิ้มๆ ต้มตุ๋นเทียนไม่เชื่อ มันคือเชี่ยอะไร? ใช้ประโยชน์จากบางคนกับขาของเขา? ฉันควรใช้มือมากกว่า

 

 

*ปัง!*

 

 

“ออกไปจากที่นี่ซะ! ลูกพี่จิง เหมาที่นี่แล้ว” ผู้หญิงที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นบนแขนของเธอถูกปกคลุมด้วยรอยสักเดินเข้าหาพวกเขาและกล่าวอย่างหยิ่งผยอง

 

 

กลุ่มลูกค้าเริ่มแตกตื่น พวกเขาต่างก็รู้จักกับลูกพี่จิง พวกเขาตกใจมากเมื่อได้ยินชื่อของเขา พวกมันพูดถึงลูกพี่จิง มันไม่ใช่หัวหน้าแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในถิ่นที่อยู่ของพวกเขาหรอกหรือ? มันเป็นลูกพี่อู๋เป่าจิง?

 

 

*กรี๊ด*

 

 

จากนั้นกลุ่มลูกค้าทั้งหมดต่างวิ่งออกจากที่นี่ เถ้าแก่พยักหน้าของเขาซ้ำๆเมื่อได้ยินที่ของอู๋เป่าจิง

 

 

หญิงสาวที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นเดินเข้ามากระแทกโต๊ะของหลินฟ่านและสั่ง “ออกไป!”

 

 

จากนั้นเธอก็หันไปหาผู้นำของเธอและเธอก็เริ่มเตรียมอะไรบางอย่าง หลินฟ่านยิ้มและถามว่า “คุณทนกับมันได้หรือ?”

 

 

“ไม่…?” ต้มตุ๋นเทียนโกรธมาก แต่เขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้หยิ่งเพราะเธอได้รับการสนับสนุน เขารู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับเธอได้

 

 

“คุณเห็นก้นเธอไหม? ด้านซ้ายของฉัน ด้านขวาเป็นของคุณ เตะเธอและรีบวิ่งหนี ฟังดูดีรึเปล่า?”

 

 

“เอาล่ะเราจะทำมัน” ต้มตุ๋นเทียนพยักหน้าและกล่าว

 

 

“เอาล่ะ ไปกัน”

 

 

จากนั้นหลินฟ่านก็ลุกขึ้นและตัดสินใจให้ ‘ค่าคุ้มครอง’ กับเธอขณะที่เธอจ้องมาที่พวกเขาอย่างดุเดือด

 

 

หลินฟ่านรู้สึกหงุดหงิดมากตอนที่เธอจ้องมา ถ้าเขาปลดล็อกหน้าศิลปะการต่อสู้เขาจะเตะหน้าอกของเธอทันที หลังจากจ่ายค่าคุ้มครองแล้ว ต้มตุ๋นเทียนกับหลินฟ่านก็ยืนอยู่ด้านหลังของหญิงสาว พวกเขามองหน้าและคิดสิ่งเดียวกัน

 

 

“หนึ่ง สอง สาม เตะ!”

 

 

“ปัง!”

 

 

“อ้า! ไอ้สารเลวตัวไหนมันกล้าเตะตูดฉัน?”

 

 

หลินฟ่านและต้มตุ๋นเทียนเตะเธอและรีบวิ่งออกไป

 

 

“สารเลว จะดีกว่านี้ถ้าพวกแกไม่ถูกฉันจับ ฉันจะสับแกเป็นชิ้นๆ” หญิงสาวตะโกนด้วยความโกรธ

 

 

คนที่เดินผ่านมาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาต่างหัวเราะ เวลานี้เทียนหานหมิงและหลินฟ่านได้วิ่งออกไปไกลแล้ว

 

 

“คุณกล้าทำแบบนั้นจริงๆเหรอ?”

 

 

“เป็นไงอยากเข้าร่วมกับผมรึเปล่า?”

 

 

“ได้แต่ฉันจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่?”

 

 

“เดือนละ 3000 เหรียญพร้อมโบนัสสิ้นปี”

 

 

“เธอโหดร้ายมาก เงินรายเดือนที่ฉันได้จากสะพานลอยมันก็ไม่น้อยนะ” ต้มตุ๋นเทียนบ่น

 

 

“ผมคือใคร?” หลินฟ่านถาม

 

 

“เทพพยากรณ์”

 

 

“ถูกต้อง ผมคือเทพพยากรณ์ เมื่อไหร่ที่ผมมีชื่อเสียงมากขึ้นในอนาคต คุณก็จะได้รับเงินมากขึ้น! มีเงินมากมายกำลังรอคุณอยู่”

 

 

“ดี งั้นฉันจะทำมัน!” ต้มตุ๋นเทียนกล่าวหลังจากที่เขาคิดไปซักพัก

…..

 

ณ ย่านเล็กๆในเซี่ยงไฮ้

 

 

ในเขตนี้ผู้คนส่วนใหญ่จะทำงานด้านการบริหารการศึกษา เวลาของพวกเขาเป็นขององค์กร พวกเขาจะสามารถออกจากที่ทำงานหลังชั่วโมงทำงานเท่านั้น

 

 

หยางหย่งคังยืนตลอดทั้งวันเพื่อสอนนักเรียนของเขา เขาเป็นทั้งครูที่ปรึกษา หยางหย่งคังมักมีงานที่ต้องทำมากกว่าคนอื่น หลังจากผ่านการทำงานหนักมาทั้งวันเขากลับบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย

 

 

20.30 น.

 

 

หยางหย่งคังกลับมาถึงบ้านและล้างผักที่พึ่งซื้อมาเพื่อเตรียมอาหารค่ำ หยางหย่งคังคิดว่าเขาจะสามารถซื้อแพนเค้กต้นหอมจากแผงลอยหน้าโรงเรียนประถมหงซิงได้ แต่ก็พบว่าแผงลอยปิดไปแล้ว

 

 

21.00 น.

 

 

หยางหย่งคังทานอาหารค่ำเพียงลำพังและอ่านข่าวในโทรศัพท์ของเขา ในขณะที่เขาช่วยนักเรียนบางส่วนในด้านการเงิน เขาก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้กินและดื่มแบบกษัตริย์ แต่เขาก็พึงพอใจ

 

 

ลูกทั้งสองคนของเขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยและทำงานในเวลาเดียวกัน เขาต้องโอนเงินเพียงเล็กน้อยให้กับพวกเขาในขณะที่พวกเขาต่างสามารถหารายได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาซึ่งสามารถลดภาระของหยางหย่งคังได้อย่างมาก

 

 

เวลา 21.30 น. เขาทานอาหารค่ำเสร็จและล้างจาน เขาต้องการปิดทีวีและไปที่เตียง แต่หน้าจอทีวีก็ดึงดูดความสนใจของเขา

 

 

“ตัวเลขที่หนึ่งคือ 02”

 

 

“04”

 

 

“12”

 

 

เสียงกลิ้งของลูกบอลดังมาจากทีวี

 

 

“ตัวเลขที่สี่คือ 14”

…..

“ตัวเลขที่หกคือ 24”

 

 

“จากนั้น สำหรับตัวเลขสุดท้าย… หากมีตัวเลขตรงกันทั้งเจ็ดหมายเลข คุณจะชนะรางวัลสูงสุดเป็นเงินสด 15 ล้านเหรียญ”

 

 

“02,04,12”

 

 

“นี่เป็นเงินรางวัลที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีลอตเตอรี่บอลสองสีมาก่อน”

 

 

ราวกับเสียงนั้นมีเวทต์มนอยู่ มันดึงดูดผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเป็นพยานของผลการจับลอตเตอรี่

 

 

“02,04,12”

 

 

จากนั้นหยางหย่งคังก็นึกถึงตั๋วลอตเตอรี่ในกระเป๋าของเขา ตัวเลขดูเหมือนจะคุ้นเคยแต่เขาไม่แน่ใจ ตัวเลขมันถูกสุ่มและไม่ได้ถูกเลือกโดยเขา ฉะนั้นเขาจึงแค่เหลือบมองมันและไม่ใส่ใจกับมันอีกต่อไป

 

 

เขามองดูตั๋วลอตเตอรี่ที่นำมาจากกระเป๋าและลองเทียบกับตัวเลขที่อยู่ในทีวี ท่าทางสบายๆเขาก็เปลี่ยนไป แม้กระทั่งลมหายใจก็ถี่ขึ้น

 

 

ตัวเลขหกตัวแรกมันเหมือนกัน! นี่มัน…

 

 

“เอาล่ะ ตัวเลขสุดท้ายคือ…”

 

 

6+1 ถ้าเลขสุดท้ายของเขาถูก เขาจะชนะรางวัลใหญ่!

 

 

หยางหย่งคังไม่เคยสนใจเรื่องลอตเตอรี่มาก่อน แต่ครั้งนี้เขานั่งอยู่บนขอบเก้าอี้ เขาจับตั๋วลอตเตอรี่แน่นและรอคอยอย่างอดทนกับตัวเลขสุดท้าย

 

…..