0 Views

ตอนที่ 21 ทุกอย่างเป็นชะตากรรม

 

 

 

เพื่อนบ้านต่างนั่งอยู่บนม้านั่งอย่างเรียบร้อยโอบล้อมหลินฟ่านอยู่ตรงกลาง

 

 

ป้าจางและลูกชายของเธอยืนอยู่ พวกเธอต่างอยากเห็นความสามารถของหลินฟ่านศิลปะการทำนายเป็นศาสตร์ที่ลึกลับ ถึงแม้สังคมปัจจุบันจะก้าวหน้า แต่หลายคนยังคงไปหานักทำนายต่างๆเพื่อขอคำแนะนำในโอกาสที่สำคัญของชีวิตพวกเขา อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ว่าพวกเขาทุกคนจะเชื่อ ส่วนใหญ่มักทำไปเพื่อปลอบประโลมจิตใจ

 

 

มันเป็นการเปิดตัว หลินฟ่านเขาจำเป็นต้องตอบข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆของทุกคน หากพวกเขาสามารถทำความเข้าใจในคำอธิบายได้ เขาจะสามารถรับคะแนนสารานุกรมมาอย่างง่ายๆ

 

 

“ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (770 – 476 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ศาสตร์การทำนายดวงชะตาถูกเรียกว่าเป็นการศึกษาจากหยินหยางห้าธาตุของนักปราชญ์จีน มันเจริญรุ่งเรืองในราชวงศ์ถังอาจจะกล่าวได้ว่าศาสตร์การทำนายมาจากราชวงศ์ถัง…ย้อนกลับไป มีผู้เชี่ยวชาญผู้ยิ่งใหญ่ชื่อว่าหลี่ซื่อจงเขาได้สร้าง ‘วิธีสี่หลัก’ ขึ้นมาซึ่งกลายมาเป็นที่มาของแปดอักษรในทุกวันนี้”

(ผู้แปล:ตรงนี้อาจจะมั่วๆหน่อยนะครับ แปลอิงกับของดิบจีนมันไม่ตรงกัน ผมไม่เข้าใจของต้นฉบับเท่าไหร่ผมเลยแปลจากของอิง ซึ่งแปลแล้วมันก็ชวน งง อยู่ดี ฮ่าๆ ไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องช่างมันครับ)

 

 

หลินฟ่านพยายามอธิบายอย่างดีที่สุดและชัดเจน แต่เพื่อนบ้านต่างสูญหายไปท่ามกลางทะเลของข้อมูลและไม่เข้าใจคำพูดของเขา เมื่อหลินฟ่านจบการอธิบาย มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

เป็นไปตามคาด ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาอธิบายดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับคะแนนสารานุกรมใดๆ

 

 

หลินฟ่านถอนหายใจ “บัดซบ คะแนนสารานุกรมเป็นเรื่องยากที่จะได้รับเกินไป”

 

 

“ผู้เชี่ยวชาญหลิน ทำไมคุณไม่ทำนายดวงชะตาแทนล่ะ? พวกเราไม่เข้าใจแม้จะมีคำอธิบายที่ละเอียด” เฒ่าจางยิ้มและพูดขณะจุดบุหรี่

 

 

“เอาล่ะครับ”

 

 

หลินฟ่านมองหน้าเฒ่าจางอย่างตั้งใจ จากมุมมองของคนภายนอกเขาต้องคิดว่าเขาเป็นนักทำนายอยู่แล้ว แต่สำหรับเพื่อนบ้านเหล่านี้พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อร่วมสนุกเท่านั้น แต่ในความจริงพวกเขายังคงสงสัยในตัวของหลินฟ่าน แม้ว่าพวกเขาจะฟังความคิดที่ลึกซึ้งมากแค่ไหน แต่พวกเพียงแค่ได้รับการอธิบายจะให้เชื่อหลังจากฟังงั้นหรือ? หมอดูในถนนทุกวันนี้ก็ต่างเป็นพวกต้มตุ๋นทั้งนั้น พวกเขาอาจจะหลอกคุณด้วยคำพูดที่ดูคลุมเครือแล้วขึ้นอยู่กับผู้ฟังว่าจะเชื่อในคำพูดของเขาหรือไม่

 

 

จากนั้นชีวิตทั้งชีวิตของเขาก็ผ่านเข้ามาในใจของหลินฟ่าน “จางกั๋วหมิง อายุ63ปี เขาจะเสียชีวิตตอนอายุ81ปี… จะประสบกับภัยพิบัติขนาดเล็กในวันที่ 30 กรกฏาคม เวลา 14.00 น. เขาจะขาหักขณะเคลื่อนย้ายสินค้าบางอย่าง” ชีวิตของเฒ่าจางอาจกล่าวได้ว่าราบรื่นโดยไม่มีปัญหาใหญ่ใดๆ วันที่ 30 กรกฏาคมเป็นวันถัดไป แต่เมื่อหลินฟ่านนึกถึงกฏของสารานุกรมวิเศษ เขารู้ว่ามันไม่สามารถบอกกับเฒ่าจางได้โดยตรง

 

 

“เฒ่าจาง สิ่งที่ไม่ดีอาจเกิดขึ้นกับคุณในวันพรุ่งนี้ แต่มันไม่มีอันตรายถึงชีวิตไม่ต้องกังวลมากเกินไป” หลินฟ่านพยายามปลอบเฒ่าจาง หลังจากเขาได้ข่าวปรากฏร่องรอยความหวาดกลัวบนใบหน้าของเขา

 

 

“เสี่ยวฟานเธอไม่ได้ทำให้ฉันกลัวใช่ไหม?” เฒ่าจางผวาจริงๆ แม้ว่าเขาไม่เชื่อเรื่องหลินฟ่าน แต่เขารู้สึกแปลกๆ

 

 

“ฮิฮิ” หลินฟ่านยิ้มและพูด “อย่าย้ายวัตถุหนักๆในวันพรุ่งนี้แล้วคุณจะปลอดภัย”

 

 

“ย้ายวัตถุหนักๆ?” เฒ่าจางถาม หลินฟ่านส่ายหน้าเล็กน้อย

 

 

เขายิ้มเจื่อนๆแล้วพูด “มันเป็นความลับ เพียงจำที่ผมพูดไว้ในวันนี้แล้วคุณจะปลอดภัย”

 

 

หลินฟ่านกลัวที่จะพูดตรงๆเพราะเขาไม่อยากโดนฟ้าผ่าและจบลงด้วยการเป็นคนพิการ

 

 

แต่หลินฟ่านสัมผัสได้ว่า จริงๆแล้วเฒ่าจางไม่ได้เชื่อเขา แต่สำหรับหลินฟ่านเขาจะพูดในสิ่งที่เขาควรพูด ชีวิตมีจุดสิ้นสุดเสมอ พวกเขาโชคดีที่หลินฟ่านทำนายชะตากรรมให้เขา ในท้ายที่สุดทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าจะเชื่อในตัวหลินฟ่านหรือไม่

 

 

“เฒ่าจาง ได้ยินที่ผู้เชี่ยวชาญหลินพูดไหม? พรุ่งนี้คุณต้องระมัดระวัง”

 

 

เพื่อนบ้านรอบๆตัวของเขาเย้ยหยันเขา

 

 

เฒ่าจางหันซ้ายทีขวาทีอย่างไม่พอใจ ทำไมเขาต้องเผชิญกับภัยพิบัติ? แต่สิ่งนี้ได้รับจากการขอร้องของเขา เขาไม่ควรโกรธ

 

 

“อาวุโสจาง ผู้เชี่ยวชาญหลินบอกโชคชะตาของคุณแล้ว คุณต้องจ่ายเงิน” เพื่อนบ้านหัวเราะและล้อเลียนเขาเมื่อเห็นว่าเฒ่าจางกำลังเตรียมตัวออกไป

 

 

“ฉันจะมีอุบัติเหตุในวันพรุ่งนี้ ทำไมฉันต้องจ่ายเงิน? ฮึ่ม! ฉันจะกลับบ้าน” เฒ่าจางตบต้นขาตัวเองก่อนจะเดินออกไป หลินฟ่านสายหน้าและเลิกสนใจเรื่องนี้

 

 

“ทุกคนควรคิดถึงสิ่งต่างๆ ผมสามารถอ่านโชคชะตาของคุณได้ แต่ถ้าคุณได้ยินบางสิ่งที่คุณไม่ชอบคุณสมควรไม่พอใจ ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ คุณอาจไม่สามารถมีชีวิตที่ดีได้ในทำนองเดียวกันสิ่งดีๆอาจเกิดขึ้นกับอีกคน เนื่องจากพวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ผมจะบอกโชคชะตาให้คุณฟรีๆ” หลินฟ่านกล่าว

 

 

“เสี่ยวฟ่าน ปกติเขามักจะมองไปที่แปดอักษรในการทำนายดวงชะตา ทำไมเธอไม่ทำแบบนั้น?”

 

 

วิธีการเรียกสำหรับหลินฟ่านได้เปลี่ยนไปอีกครั้งหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับเฒ่าจาง บางคนไม่เรียกหลินฟ่านว่าผู้เชี่ยวชายหลินอีกต่อไป

 

 

“ผมแค่อิงจากรูปลักษณ์ในการทำนายโชคชะตา การวิเคราะห์ใบหน้า วิชาดูลายมือและการศึกษาของแปดอักษร การศึกษาสวรรค์และโลก…” หลินฟ่านอธิบาย แต่เพื่อนบ้านเหล่านี้ไม่เข้าใจ

 

 

“ผู้เชี่ยวชาญหลิน เฒ่าจางจะเจอเผชิญกับภัยพิบัติในวันพรุ่งนี้?” ป้าจางถาม

 

 

หลินฟ่านยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร

 

 

ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในสารานุกรมวิเศษ ถ้าใครเชื่อในตัวมัน มันจะเปลี่ยนชีวิตของคนๆหนึ่ง หากไม่เชื่อมันก็เป็นเพียงชะตากรรม

 

 

เพื่อนบ้านบางส่วนเริ่มออกไป ขณะที่บางส่วนไม่มีอะไรทำและตัดสินใจที่จะดูว่าหลินฟ่านจะพูดอะไรกับเขา

 

 

ทุกคนมีชีวิตของตัวเอง และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเหตุการณ์ใหญ่ๆเกิดขึ้นในชีวิตของเขา หรือบางคนอาจเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ปีหลังจากนี้ แม้กระทั่งหลายสิบปี ถึงแม้เขาจะพูดในตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์

 

 

นอกจากป้าจางและลูกชายของเธอ คนอื่นๆอาจลืมคำพูดของหลินฟ่านหากพวกเขามีโชคชะตาที่ถูกอ่านโดยเขา

 

 

คงจะดีกว่าหากไม่พูด

 

 

ขณะที่หลินฟ่านทำนายโชคชะตาให้เพื่อนบ้าน มีบางอย่างเกิดขึ้นที่โรงเรียนประถมหงซิง มีกลุ่มคนมาชุมนุมกันหน้าโรงเรียน

 

 

“ทำไมวันนี้เถ้าแก่น้อยยังไม่มา?”

 

 

“เฮ้อ ฉันกำลังจะตาย ถ้าฉันไม่ได้กินแพนเค้กต้นหอมของเถ้าแก่น้อย ฉันจะรู้สึกอึดอัด”

 

 

“มันเกือบ 8 โมงแล้ว ทำไมเถ้าแก่น้อยไม่มาที่นี่ ฉันต้องไปทำงานเร็วๆนี้”

 

 

สำหรับคนเหล่านี้ สิ่งที่ดีที่สุดของพวกเขาคือการได้ทานแพนเค้กต้นหอมของหลินฟ่าน

 

 

การขาดงานของหลินฟ่านทำให้พวกเขากังวล

 

 

ที่สี่แยก

 

 

หลิวเสี่ยวเทียนกำลังเพลิดเพลินกับวันของเขา ขณะที่เขาได้รับการยกย่องจากหัวหน้าทีมของเขา ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาไม่ได้ยึดแผงลอยของเถ้าแก่น้อยในวันนั้น เขาปล่อยให้ฝูงชนซื้อก่อนที่จะปิดแผงลอย

 

 

เนื่องจากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่บนอินเตอร์เน็ตและชาวเน็ตจำนวนมากเช่นนี้

 

 

มันเป็นการปรับปรุงภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่เทศกิจในจิตใจของประชาชนอย่างมาก

 

 

ในฐานะผู้นำทีมเขายกย่องหลิวเสี่ยวเทียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาทำผลงานได้ดี

 

 

หลิวเสี่ยวเทียนยังเด็กและอาจมีอนาคตที่สดใสรออยู่

 

 

“วันนี้เถ้าแก่น้อยไม่ได้ตั้งแผงลอยแพนเค้ก” เจ้าหน้าที่เทศกิจในชุดพลเมืองพูดขึ้น

 

 

“เถ้าแก่น้อยไม่ได้ตั้งแผงลอยงั้นหรือ?” หลิวเสี่ยวเทียนอารมณ์เสียมากเมื่อได้ยินข่าว เขาไปที่นั่นเพียงเพื่อทานแพนเค้กต้นหอม มันเป็นเรื่องร้ายแรงหากเขาไม่ได้เปิดแผงลอย

 

 

เถ้าแก่น้อยไปตั้งแผงลอยที่อื่นหรือไม่?

 

 

“ขึ้นรถ! เราจะไปดูสถานที่อื่นๆ บางทีเถ้าแก่น้อยอาจย้ายแผงลอยของเขา”

 

 

นอกจากพวกเขา หญิงสาวจำนวนมากในสำนักพิมพ์ศิลปะเยาวชนต่างจ้องไปที่ทางเข้าของโรงเรียนและรอหลินฟ่าน