0 Views

ตอนที่ 20 เริ่มต้นการแสดง

 

 

วันถัดไป !

 

 

เวลา 7.30 น.

 

 

หลินฟ่านตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและมีพลังงานเหลือล้น

 

 

“ฮู้ว! วันนี้ต้องทำให้ดีกว่าเมื่อวาน!”

 

 

เขารีบล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนชุดของเขา วันนี้เขาพร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของการเป็นนักทำนาย

 

 

เขาหายใจเข้าลึกๆขณะเปิดประตู กำลังใจของเขาอยู่ในระดับที่สูง

 

 

“เราต้องทำได้!”

 

 

“โอ้? แกตื่นแล้ว ฉันเห็นแกบาดเจ็บที่ขา แกคงไม่สะดุดล้มเพราะขาของแกหรอกนะ” เฒ่าหวังเยาะเย้ยขณะเขาจิบชาตอนเช้าอยู่ที่ริมระเบียง

 

 

“ไม่ใช่ธุรกงการของคุณ” หลินฟ่านตอบเป็นเรื่องที่น่ารำคาญมากกับการที่เฒ่าหวังอยู่ติดกับเขา “ฉันจะบอกโชคชะตาของคุณ วันนี้คุณจะโชคร้าย”

 

 

“ฮ่าๆ! ไร้สาระ! วันนี้เป็นโชคร้ายของแกมากกว่า” เฒ่าหวังกล่าวขุ่นเคือง

 

 

หลินฟ่านไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหลังให้เฒ่าหวังและเดินไปที่ร้านของเขา

 

 

ขณะที่มาถึงหน้าประตู

 

 

“ฟ่านน้อย…”

 

 

มีเสียงดังขึ้น มันอบอุ่นและคุ้นเคย

 

 

ไม่ถูกต้อง หลินฟ่านคิดกับตัวเอง ใครเป็นคนคุ้นเคยกับเขาล่ะ?

 

 

หลินฟ่าหันศีรษะไปรอบๆ เห็นป้าจางและลูกชายของเธอมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนบ้าน

 

 

“ป้าจาง? ว่าไงครับ?” หลินฟ่านแกล้งทำเป็นว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขารู้ว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อขอบคุณเขาสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

 

 

“ฟ่านน้อย ฉันไม่รู้จะขอบคุณเธอยังไง ถ้าฉันเชื่อในสิ่งที่เธอพูดชููชูคงไม่เป็นไรตั้งแต่แรก”

 

 

หลังสิ้นคำพูด ป้าจางก้มศีรษะลงเพื่อขอบคุณหลินฟ่าน

 

 

“อ่า! คุณอย่าก้มให้ฉัน!” หลินฟ่านกล่าวอย่างไม่แยแส “พวกเราทั้งหมดต่างเป็นเพื่อนบ้านกัน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตราบใดที่ชูชูไม่เป็นไร ก็ดีแล้ว ครั้งต่อไปคุณต้องไม่ประมาทแบบนี้”

 

 

หลินฟ่านยักไหล่อย่างไม่จริงจังแสดงให้เห็นว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ มันไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมาก พวกเขาไม่ควรมากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

 

ยิ่งหลินฟ่านทำแบบนี้ ยิ่งทำให้ป้าจางรู้สึกอยากขอบคุณมากขึ้น

 

 

ในขณะที่เธอพยายามหลับในคืนนี้สมองของเธอก็ยังนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นหากหลินฟ่านไม่ได้เตือนเธอ ยิ่งเธอขบคิดมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

*ตึง!*

 

 

เหมาช่งซิงคุกเข่าลงกับพื้นและก้มศีรษะลง “ฟ่านน้อย ฉันขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอช่วยชีวิตลูกสาวที่รักของฉัน ฉันไม่รู้จะขอบคุณเธอยังไงดี เธอพยายามช่วยด้วยความจริงใจแต่ฉันไม่สนใจ ฉันหวังว่าเธอจะยกโทษให้ฉันได้!” เขากล่าวด้วยความเคารพ “ถ้ามันจะทำให้เธอพอใจ เธอจะเตะฉันสักสองสามทีก็ได้”

 

 

ในตอนนี้เหมาช่งซิงพยายามขอบคุณหลินฟ่าน เมื่อวานนี้เขาพึ่งมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อหลินฟ่าน แต่ในวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปราวกับฟ้ากับเหว

 

 

“พี่ชายเหมา ลุกขึ้นเถอะ คุณไม่ควรทำแบบนี้ เมื่อวานผมไม่ได้ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ผมพูดตรงเกินไป หากมีพ่อคนไหนได้ยินว่าลูกสาวของเขาจะได้รับบาดเจ็บ ผมแน่ใจว่าพวกเขาต่างมีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน” หลินฟ่านกล่าว ตอนนี้ความขัดแย้งทั้งหมดของพวกเขาต่างหายไป

 

 

เมื่อหลินฟ่านกำลังบอกโชคชะตาของชูชู เขายังรับรู้ว่าพ่อของเธอเป็นคนอย่างไร แม้เขาจะเดินหลงทางในวัยหนุ่ม เขาก็ยังเติบโตเป็นคนดี หากเป็นบุคคนอื่นเขาจะไม่คุกเข่าต่อหน้าเขาอย่างกล้าหาญเยี่ยงนี้

 

 

เพื่อนบ้านต่างเห็นว่าเหมาช่งซิงคุกเข่าขอโทษหลินฟ่าน นี่เป็นความจริงใจของเหมาช่งซิงที่ปล่อยให้เพื่อนบ้านเป็นสักขีพยานในเรื่องนี้ เมื่อเหมาช่งซิงคุกเข่าต่อหน้าเขาแบบนี้ หลินฟ่านไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยกโทษให้เขา

 

 

“ฟ่านน้อย พวกเรามาคุยกันในบ้านเถอะ มันร้อนเกินไปที่จะยืนอยู่ข้างนอก”

 

 

เพื่อนบ้านที่ตามเหมาช่งซิงและป้าจางต่างสนใจ พวกเขาอยากเห็นว่าหลินฟ่านมีความสามารถแบบไหน

 

 

สำหรับหมอดูที่สามารถทำนายอนาคตได้ก็เทียบเท่ากับพระเจ้าในสายตาพวกเขา

 

 

โอ้! ความลึกลับที่คาดหวัง!

 

 

แม้หลินฟ่านอยากรีบออกไปเปิดร้านทำนายโชคดวงชะตา แต่เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้

 

 

แม้แต่คนที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้อย่างเฒ่าหวังก็อยากรู้หลังจากเห็นคนกลุ่มใหญ่สนทนากันเป็นเวลานาน

 

 

“เฒ่าจี่ คุณกำลังทำอะไร?” ชายชราหวังถาม

 

 

“พวกเรากำลังดูฟ่านน้อย เขาเหมือนพระเจ้า! ฉันอยากให้เขาทำนายโชคชะตาให้ฉัน”

 

 

“ไอ้เด็กสารเลวนี่…” เฒ่าหวังพูดอย่างขุ่นเคือง เขามองไปที่หลินฟ่าน เขายักคิ้วและพ่นลมหายใจออกมา อะไรคือการดูหมิ่น?

 

 

“ป้าจางผมรับของขวัญชิ้นนี้ไม่ได้”

 

 

ป้าจางผลักของในมือเธอให้หลินฟ่าน

 

 

มันมีไก่ที่พึ่งถูกฆ่า มีไวน์ข้าวหลายขวดและของขวัญอื่นๆอีกมันต่างเป็นของขวัญราคาแพงมูลค่าของมันมากกว่าพันเหรียญ

 

 

“ฟ่านน้อยเอาไปเถอะ ถ้าเธอไม่ยอมรับหัวใจของฉันจะสงบลงได้อย่างไร เธอช่วยครอบครัวเราอย่างมาก”

 

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ป้าจางพูดมันมีเหตุผล

 

 

ถ้าหลินฟ่านไม่เคยบอกอะไรกับป้าจางชูชูน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว

 

 

หลินฟ่านรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางปุยเมฆ เขารู้สึกดีที่ได้รับความชมเชยเช่นนี้

 

 

มีคนตั้งใจมาเพื่อขอบคุณเขาเพราะเขาช่วยพวกเขาโดยการทำนายโชคชะตา พวกเขามาเพื่อมอบของขวัญให้เขา แน่นอนการใช้ชีวิตแบบนี้มันดีกว่าการขายแพนเค้กต้นหอม

 

 

ในเวลานั้นเหมาช่งซิงนำซองแดงออกมาและใส่ลงในกระเป๋าของหลินฟ่าน

 

 

“พี่ชายเหมา อะไรคือความหมายของสิ่งนี้? ผมไม่สามารถรับของขวัญชิ้นนี้ได้!” เราได้รับไวน์จากแม่ของคุณแล้วแค่นั้นก็มากพอ!

 

 

“ฟ่านน้อย โปรดรับมันไปแม้ว่าครอบครัวของฉันจะไม่ร่ำรวย แต่เพียงพันเหรียญเพื่อแสดงความกตัญญูมันไม่ถือว่าเป็นอะไร โปรดรับมันไปถือว่ามันเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการบอกโชคชะตา” มีรูปลักษณ์น่าสิ้นหวังปรากฏบนใบหน้าของเหมาช่งซิง

 

 

‘ช่วยไม่ได้ล่ะนะ’ เขาคิดกับตัวเองขณะที่เขาเก็บซองแดงลงกระเป๋า

 

 

จิตสำนึกของหลินฟ่านนั้นชัดเจนหลังจากนี้มันเป็นความสามารถในการสร้างรายได้

 

 

มันเหมือนกับที่มีคนกล่าวว่า การช่วยชีวิตคนมีค่ามากกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น แม้ว่าเงินพันเหรียญจะไม่มากพอที่จะถือว่ามันเป็นเงินตอบสำหรับการช่วยชีวิต แต่มันก็ไม่ได้เป็นจำนวนที่น้อยเช่นกัน มันดีกว่าการขายแพนเค้กต้นหอม

 

 

เมื่อคนมากมายมารวมตัวกันที่หลินฟ่าน เฒ่าหวังไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรู้สึกอิจฉาและริษยาเขา ไม่เพียงแต่ได้รับของขวัญแต่ยังได้รับเงินอีก ชายชราถอนหายใจ

 

 

“เฮ้! ไอ้หนุ่มหยุดการหลอกลวงได้แล้ว! แกกระทั่งคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า แม้แต่บรรดาหมอดูจากสะพานลอยมันก็หนีไปหมดแล้ว” เฒ่าหวังเยาะเย้ย “ใครจะรู้ล่ะ? บางทีมันอาจเป็นแค่ความโชคร้ายหรือบางทีอาจเป็นมันเองที่เป็นคนปล่อยแก๊ส!”

 

 

อารมณ์ของหลินฟ่านพลิกกลับทันทีหน้าผากเขามีรอยย่น เห็นได้ชัดว่าเขาสมควรจะโดนตบตีบ้างจากการพูดใส่ร้ายคนอื่น

 

 

ขณะที่หลินฟ่านเดือดพล่านด้วยความโกรธร่างข้างๆเขาก็ขยับตัว

 

 

*แบง!*

 

 

เหมาช่งซิงตะโกนออกมาและเตะเข้าไปที่ช่องท้องของชายชรา

 

 

“หวังซ่งหมิง แกอย่าพูดจาดูหมิ่นแบบนี้ ถ้าแกกล้า! ฉันจะงัดฟันของแกออกมา!” เหมาช่งซิงพูดอย่างอุกอาจ หลินฟ่านเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเขา เขาไม่สามารถทนฟังคำพูดไร้สาระพวกนี้ได้

 

 

“พี่ชายเหมาคุณ…” เฒ่าหวังมองไปที่เหมาช่งซิง เมื่อเหมาช่งซิงหลงทางของเขาในช่วงวัยหนุ่ม เฒ่าหวังกลัวเขาอย่างยิ่ง แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแต่เขาก็ไม่อาจลืมเลือน

 

 

เขาไม่กล้าพูดอะไรอีก

 

 

“ฉันจะทำให้คุณจดจำว่าฟ่านน้อยคือผู้มีพระคุณของครอบครัวฉัน หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ฉันจะจัดการกับแก…เป็นการส่วนตัว”

 

 

“อย่าสู้กัน!” หลินฟ่านกล่าว “พวกเราต่างเป็นเพื่อนบ้านกันแค่เตะนั้นก็เกินพอ” หลินฟ่านหัวเราะชอบใจ เขาคาดการณ์ว่าเฒ่าหวังจะถูกตี แต่เลือดอยู่ไหน?

 

 

เฒ่าหวังมองไปที่หลินฟ่านอย่างไม่เต็มใจ เขายืนขึ้นและหันกลับไปที่บ้านของเขา ขณะเดินขึ้นบันไดเขาบังเอิญเสียสมดุลและล้มลง จมูกเขาฟาดกับพื้น เขาเริ่มมีเลือดออกมาจากรูจมูกของเขา

 

 

“โอ้! หมายความว่านั่นคือสิ่งที่ฉันคาดการณ์ไว้ ภัยพิบัติเลือด”

 

…..

 

“ฟ่านน้อย ได้โปรดอ่านโชคชะตาให้ฉัน!”

 

 

“คุณเรียกเขาแบบนั้นได้อย่างไร? คุณต้องเรียกเขาว่า ‘ผู้เชียวชาญหลิน’ ในอนาคต ไม่ใช่ฟ่านน้อยอีกแล้ว…”

 

 

“ใช่ ผู้เชี่ยวชาญหลินฟังดูดี พวกเราต่างเป็นเพื่อนบ้านกัน โปรดอ่านโชคชะตาของเรา”

 

 

หลินฟ่านเห็นทุกคนมีชีวิตชีวาและมีความสุข เป็นธรรมดาที่เขาก็รู้สึกมีความสุข

 

 

เพื่อนบ้านเหล่านี้คงไม่สร้างปัญหาใดๆและไม่ทำร้ายเขาในการทำนายโชคชะตา ในความจริงมันอาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการสร้างชื่อเสียงของเขา

 

 

“ได้ครับ! ไม่มีปัญหา!”

 

 

หลินฟ่านโบกมือ มันเป็นเวลาที่จะแสดง ผู้ชมโปรดเตรียมตัวให้พร้อม