0 Views

ตอนที่ 19 ผมดูหล่อเหลายิ่งกว่าเดิม

 

 

ที่โรงพยาบาล

 

“หลานสาวที่รัก หวังว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับหลาน มิฉะนั้นยายก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป…”

 

ป้าจางนั่งอยู่บนพื้นและร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวเธอเชื่อว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากตัวเธอ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับหลานสาวของเธอ เธอจะไม่สามารถทนใช้ชีวิตต่อไปได้

 

“ลูกชาย แม่ปล่อยให้ชูชูล้มลง!”

 

เหมาช่งซิงดูเคร่งขรึมและเดินมาในห้องโถง ศีรษะของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ เมื่อเขารับโทรศัพท์หัวใจของเขาแทบกระโจนออกมา

 

ลูกสาวเป็นทั้งโลกสำหรับเขา เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอ

 

“ทั้งหมดเป็นความผิดของแม่เอง ถ้าแม่ไม่ได้ไปเล่นไพ่นกกระจอก สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น!”

 

ป้าจางยังตำหนิตัวเอง แม้ว่าเธอจะลืมปิดท่อแก๊สแต่มันไม่ควรเกิดขึ้นไวขนาดนี้ ใครจะคาดคิดล่ะว่าระบบแก๊สจะมีปัญหามันทำให้แก๊สรั่วไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

 

“แม่ ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างมันจะดี”

 

เหมาช่งซิงต้องการตำหนิแม่ของตัวเองเช่นกัน แต่เมื่อเห็นสภาพของเธอเขากลัวว่าเธอจะไม่สามารถแบกรับมันได้อีก

 

ทันใดนั้นหมอเดินออกมาจากห้อง เหมาช่งซิงและป้าจางรีบเดินเข้าไป ป้าจางคว้าเสื้อคลุมของหมอขณะเธออยากรู้ผล

 

“หมอ หลานฉันเป็นไงบ้าง? เธอสบายดีไหม?”

 

หมอหันหน้าจ้องหน้าของเธออย่างโหดเหี้ยมและพูดด้วยน้ำเสียงรุนแรง “คุณดูแลลูกของคุณยังไง? เธอยังเด็ก คุณทิ้งไว้ที่บ้านเพียงลำพัง…ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหน? ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอมันจะสายเกินไปที่จะเสียใจ!”

 

“ใช่…ใช่ครับ” เหมาช่งซิงและป้าจางต่างพากันพยักหน้ารัวๆเมื่อถูกคุณหมอตำหนิ

 

“โชคดีที่เธอถูกส่งมาที่นี่ทันเวลา ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับเธอ หากเธอถูกส่งมาที่นี่สายไปซักสิบหรือยี่สิบนาทีทุกอย่างน่าจะแย่ลง…” หมอไม่ทราบจะทำยังไงกับผู้ปกครองที่ขาดความรับผิดชอบเหล่านี้ โชคดีที่ไม่มีอะไรน่ากลัวเกิดขึ้นในคืนนี้

 

“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ ขอบคุณจริงๆ…” ป้าจางกล่าวอย่างอ่อนแรง เธอเอนตัวลงบนกำแพงอย่างหมดกำลังหลังจากได้ยินข่าวดี เหมาช่งซิงมองไปที่หมอและยังขอบคุณเขาสำหรับความพยายาม

 

“แม่ ชูชูไม่เป็นไรแล้ว! ครั้งต่อไปเราต้องระมัดระวังมากกว่านี้ เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาสูญเสียคำพูด สำหรับเหมาช่งซิงมันเป็นบทเรียนที่ร้ายแรง เขาตัดสินใจที่จะออกไปข้างนอกในเวลากลางคืนแทนที่จะอยู่บ้านและใช้เวลากับลูกสาวให้มากขึ้น

 

“ป้าจาง คุณควรมาเล่นไพ่นกกระจอกในครั้งถัดไป” เพื่อนบ้านกล่าวขณะล้อมรอบเธอ

 

“ฉันไม่เล่น ไม่เล่นอีกแล้ว” ป้าจากได้รับความบอบช้ำจากมัน เธอจะกล้าเล่นได้อย่างไร?

 

“หากคุณคิดถึงเรื่องนี้ มันอาจเป็นการช่วยเหลือจากพระเจ้า คุณรู้สึกบางอย่างผิดปกติขณะเล่นไพ่นกกระจอก ดูเหมือนพระเจ้ายังปกป้องชูชูอยู่” เพื่อนบ้านกล่าว

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนบ้านของเขาพูด เหมาช่งซิงก็เริ่มสงสัยเช่นกัน แม่ของเขากำลังติดไพ่นกกระจอก ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรง เธอคงไม่ลุกออกจากที่นั่ง เธอมีลางสังหรณ์แบบนี้ได้อย่างไร?

 

ป้าจางนึกถึงคำพูดของหลินฟ่านทันที

 

“ลูก เดี๋ยวลูกต้องตามแม่ไปหาฟ่านน้อย” ป้าจางกล่าวขณะคว้าเหมาช่งซิง

 

“ต้องขอบคุณฟ่านน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพูด แม่อาจจะไม่รู้สึกแบบนั้น”

 

ตั้งแต่ชูชูไม่เป็นอะไรเพื่อนบ้านต่างก็สงสัยและมีความอยากรู้อยากเห็น “ป้าจางสิ่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟ่านน้อย?”

 

“แม่ต้องอธิบายให้ผมฟัง วันนี้เขาบอกอะไรกับแม่?” เหมาช่งซิงถาม

 

“ตอนที่ฉันส่งชูชูเข้าบ้าน ฟ่านน้อยนั่งอยู่ที่ประตูและฉันทักทายเขา ฟ่านน้อยบอกว่าเขาสามารถทำนายดวงชะตา เขาดูดวงชะตาให้ชูชูและเขากล่าวว่าเธอจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคืนนี้แล้วบอกให้พวกเราไปกินข้าวนอกบ้านแทน” ป้าจางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง

 

“นอกจากนี้ ดูเหมือนฟ่านน้อยจะบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแก๊ส แต่เขากล่าวสั้นๆและไม่ได้พูดมันอีกครั้ง เขาเพียงเน้นว่าคืนนี้เราควรออกไปทานข้าวข้างนอก”

 

หลังจากได้ยินเรื่องทั้งหมด เหมาช่งซิงประหลาดใจมาก เขาไม่อยากจะเชื่อ เพื่อนบ้านต่างก็มีปฏิกริยาเช่นเดียวกัน มันน่าอัศจรรย์เกินไป

 

“พอมาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มันน่ากลัวมากและบังเอิญเกินไป…ฉันเล่นไพ่นกกระจอกเพียงรอบเดียวและสมองของฉันก็นึกถึงคำเตือนของฟ่านน้อย ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติและควรกลับไปที่บ้านเพื่อมาดู โชคดีที่ฉันทำมันมิฉะนั้นต้องเกิดเหตุการณ์ที่น่ากลัวในคืนนี้” ป้าจางกล่าว

 

“มันเป็นไม่ไปได้? ฟ่านน้อยเป็นแค่คนขายแพนเค้กต้นหอม เขาจะบอกอนาคตได้อย่างไร?”

 

เพื่อนบ้านไม่เชื่อคำพูดของป้าจาง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับฟ่านน้อย แต่พวกเขายังคงเห็นฟ่านน้อยมาแต่ยังเยาว์วัย พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องใดๆเกี่ยวกับการทำนายมาก่อน

 

“ลูก ไม่ว่าอะไรก็ตามเราต้องไปขอบคุณฟ่านน้อย หากไม่ใช่คำพูดของเขา แม่จินตนาการไม่ออกเลยว่าคืนนี้จะเป็นอย่างไร” ป้าจางพูด

 

เหมาช่งซิงไม่เคยเชื่อในการทำนาย แต่เหตุการณ์วันนี้ทำให้เขาตกใจ

 

“แม่ ผมรู้เรื่องนี้แล้ว” เหมาช่งซิงรู้สึกผิดในใจ ตอนเย็นเขาทำเรื่องไม่ดีลงไป

 

“ฟ่านน้อยเป็นผู้อุปถัมภ์ของครอบครัวเรา คืนนี้เราจะไปหาเขา นอกจากนี้เราต้องเอาควรขวัญไปด้วย”

 

ป้าจางรู้สึกตื่นเต้น เธอต้องการไปแสดงความกตัญญูต่อหลินฟ่าน

 

ทันใดนั้นเพื่อนบ้านอุทานออกมา “มันเกิดอะไรขึ้นฟ่านน้อยพูดเกี่ยวกับแก๊ส แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง มันไม่ใช่เพราะลิขิตสวรรค์ไม่สามารถเปิดเผยหรอกหรือ? ฉันเคยอ่านในหนังสือ มนุษย์ไม่สามารถฝ่าฝืนกฏของสวรรค์ได้ การทำเช่นนั้นจะทำให้อายุขัยสั้นลง”

 

“ในท้ายที่สุดฟ่านน้อยบาดเจ็บที่เท้าของเขา นั่นมันเป็นการลงทัณฑ์จากสวรรค์ในการฝ่าฝืนกฏของสวรรค์ ในความคิดของฉันฟ่านน้อยอายุขัยสั้นลง”

 

เพื่อนบ้านทุกคนต่างเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์

 

เพื่อนบ้านทุกคนต่างมีอายุมาก พวกเขาต่างมีความรู้และเชื่อถือเรื่องเหนือธรรมชาติ

 

“ป้าจาง ฉันว่ามันสมเหตุสมผล คุณเป็นคนติดไพ่นกกระจอกและจะเล่นมันไม่หยุด แต่ฟ่านน้อยใช้เทคนิคของเขาเพื่อทำให้คุณรู้สึกอยากกลับไปตรวจสอบที่บ้าน”

 

“เป็นไปได้ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจว่าฟ่านน้อยมีความสามารถแบบนั้นได้อย่างไร แต่ฉันต้องไปพบเขาในวันพรุ่งนี้”

 

เพื่อนบ้านยังคงคุยกันอยู่ ในทฤษฏีที่ไร้เหตุผลมากยิ่งขึ้น

 

อย่างไรก็ตามยังคงมีความจริงบางอย่างในสิ่งที่พวกเขาพูด

 

อันที่จริงหลินฟ่านเกือบทำลายกฏของสวรรค์โดยการเผยลิขิตสวรรค์ อย่างไรก็ตามเขาทำเพื่อช่วยชีวิตมันจึงไม่เลวร้ายนัก มิฉะนั้นหลินฟ่านจะถูกฟ้าผ่า

 

“ลูกได้ยินที่พวกเขาพูดไหม? เราต้องไปขอบคุณฟ่านน้อย” ป้าจางกล่าว

 

“แม่ ไม่ต้องรีบร้อน วันนี้มันดึกมากเขาสมควรเข้านอนแล้วและชูชูก็พึ่งรอดชีวิตจากวิกฤติ พรุ่งนี้ค่อยไปขอบคุณเขาดีกว่าไหม?” เหมาช่งซิงกล่าว

 

เหมาช่งซิงมีข้อสงสัย แต่หลังจากได้ยินการสนทนาที่ยาวนานจากเพื่อนบ้าน เขาเริ่มเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติมิฉะนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแม่ของเขาเสพติดไพ่นกกระจอก

 

เป็นไปได้ไหมสิ่งที่พวกเขากล่าวถึงฟ่านน้อยเป็นเรื่องจริง? การได้ยินเพื่อนบ้านพูดถึงอายุขัยที่สั้นลง เขาเริ่มนึกถึงคำพูดที่เขาพูดตอนเย็น เหมาช่งซิงรู้สึกไร้คำพูด

…..

ตอนนั้นเองหลินฟ่านนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับกระจกบนมือ

 

“มันแปลกมาก ความสามารถในการทำนายมีพลังมาก แต่มันไม่สามารถทำนายว่าขาของเราจะได้รับบาดเจ็บ…”

 

หลินฟ่านจ้องตัวเองในกระจก เขายังคงไม่พอใจกับมาตรฐานการทำนายของเขาในปัจจุบัน เขาไม่สามารถทำนายสถานการณ์ของตัวเองได้

 

อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักว่าวันนี้เขาดูหล่อเหลามากขึ้น

 

“หึหึ…” เขาหัวเราะกับตัวเอง

 

หลังจากหลินฟ่านหลับไป พรุ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของเขา

 

การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำนายดวงชะตาที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตามหลินฟ่านมีพรสวรรค์ในการทำนาย เขาจะล้มเหลวจากการเดินทางได้อย่างไร?