0 Views

ตอนที่ 13 บรรยากาศที่หนักอึ้ง!

 

 

 

เมื่อมีเหตุการใดๆเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต เหตุการณ์นั้นๆก็จะถูกส่งต่อไปเสมือนมันเป็นไวรัส

 

 

ตอนนี้ Weibo และ Wechat เป็นสิ่งที่ข่าวแพร่กระจายได้เร็วที่สุด

 

 

เช้าวันนี้มีคลิปวีดีโอที่กำลังกระจายอยู่ในอินเตอร์เน็ตอย่างช้าๆ

 

 

มันไม่ได้มีอิทธิพลมากนัก แต่ยังไงก็ตามมันก็ได้รับการสนใจอย่างต่อเนื่อง

 

 

ทุกหัวข้อแลดูสะดุดตา

 

 

“เรื่องราวที่น่าตกใจและลึกลับบนถนนเซี่ยงไฮ้”

 

 

“ชายหนุ่มที่ขายแพนเค้กต้นหอมกำลังถูกล้อมรอบด้วยฝูงชนขณะตะโกนว่า เราต้องการแพนเค้กต้นหอม!

 

 

“เจ้าหน้าที่เทศกิจจะเข้าใจและให้ผู้ขายดำเนินธุรกิจของเขาต่อไปหรือไม่!?”

 

 

แผนกข่าวของ UC ที่ได้รับการอัพเดตอย่างต่อเนื่องก็ตกตะลึงกับหัวข้อของข่าว มันเป็นความจริงที่พวกเขากำลังได้รับความนิยม แผนกข่าวของ UC ได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมและรวดเร็วในหัวข้อเกี่ยวกับแผงลอยแพนเค้กต้นหอม

 

 

สำหรับหัวข้อข่าวนี้ พวกเขาตื่นตะลึงมากขึ้น

 

 

“ด่วน! ผู้ขาย เจ้าหน้าที่เทศกิจและฝูงชน มีส่วนเกี่ยวข้องกัน!”

 

 

“ด่วน! ผู้ขายที่ลึกลับกลายเป็นที่ชื่นชอบของฝูงชนและทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจถอนตัวจากการยึดแผงลอยได้อย่างไร…”

 

 

ข่าวด่วนเหล่านี้ดึงดูดผู้คนนับพันเข้ามาอ่าน

 

 

“เชี่ยไรเนี่ย ‘ข่าวด่วน’ของ UC แกทำอะไรได้บ้างนอกจากคำว่า ‘ข่าวด่วน’ ”

 

 

“เมื่อเจ้าหน้าที่เทศกิจเห็นใจผู้อื่นงั้นหรือ? มันจะง่ายกว่าถ้าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก!”

 

 

“แพนเค้กต้นหอมร้านนี้มีรายได้มหาศาล”

 

 

“มันดูไม่สมเหตุสมผล อะไรที่ทำให้ฝูงชนบ้าคลั่งกับแพนเค้กต้นหอม?”

 

 

“การแสดงออกของฝูงชนดูเวอร์เกินไป”

 

 

“บรรณาธิการ คุณรายง่าน ‘ข่าวด่วน’ ทั้งวัน แต่มีข่าวไหนที่เป็น ‘ข่าวด่วน’ จริงๆบ้าง?”

 

 

“นี่ไม่ใช่ทางเข้าของโรงเรียนประถมหงซิงงั้นเหรอ? ธุรกิจที่สามารถเติบโตชั่วข้ามคืน? มันต้องอร่อยแน่ๆ!”

 

 

“สหาย หากคุณลองแพนเค้กร้านนี้แล้ว คุณบอกผมด้วย”

 

…..

 

หลังจากเจ้าหน้าที่เทศกิจมาตรวจสอบแถวหน้าโรงเรียนประถมหงซิง ผู้ขายเร่ทั้งหมดต่างวิ่งหนีออกไป แต่พวกเขาก็กลับมาดำเนินธุรกิจต่อหลังจากเจ้าหน้าที่เดินทางกลับ

 

 

สำหรับพวกเขา มันเป็นเพียงเกมซ่อนหาที่เล่นกับพวกเจ้าหน้าที่เทศกิจเท่านั้น

 

 

บางส่วนของหาบเร่แผงลอยมีความสุขเมื่อได้ยินว่าหลินฟ่านถูกจับ

 

 

“ไอ้เด็กนี่สมควรโดนจับแล้ว มันบังอาจมาแย่งที่แผงลอยกับฉัน มันเป็นบทลงโทษของมัน!” หญิงชราคุยเสียงดังกับเจ้าของแผงลอยคนอื่นๆ

 

 

เจ้าของแผงลอยคนอื่นไม่ได้พูดมากนัก พวกเขาแค่ยิ้มและเห็นพ้องกันว่า หากหลินฟ่านหายไปการแข่งขันจะถูกลดระดับลง โดยเฉพาะช่วง2วันนี้หลินฟ่านได้แย่งลูกค้าส่วนใหญ่ของพวกเขา…

 

 

สามีของเธอยังคงตั้งแผงลอยเต้าหู้ยี้อยู่ที่เดิม “ถ้าหลินฟ่านยังพยายามต่อสู้กับฉันเพื่อที่ตรงนี้ ฉันจะสอนบทเรียนให้เขา!”

 

 

“แล้วความกล้าของแกอยู่ไหนตอนที่แผงลอยของเขาถูกยึดก่อนหน้านี้?” ภรรยาของเขาบ่น

 

 

“เพราะ…”

 

 

“พวกเขาอยู่ที่นี่! เจ้าหน้าที่เทศกิจอยู่นี่แล้ว!!”

 

 

เมื่อเห็นรถบรรทุกของเจ้าหน้าที่เทศกิจ ผู้ขายเร่ต่างรีบเก็บแผงลอยของพวกเขาด้วยความกังวล

 

 

“ไม่ใช่ว่าพวกเขาพึ่งมาเมื่อกี้หรอกหรือ? ทำไมพวกเขามาอีกครั้ง?”

 

 

“พวกเขาเข้มงวดมากกับธุรกิจที่นี่!”

 

 

“ใช่ ถ้าฉันไม่ได้ตั้งแผงลอยของฉันในวันนี้ ฉันจะไม่มีเงินใช้ชีวิตอีกแล้ว”

 

 

“อย่าขวางข้า!”

 

 

“ใครขวางแกกัน! ถนนกว้างมาก ทำไมแกไม่หลบเอง?”

 

 

เจ้าของแผงลอยเหล่านี้ยุ่งมาก พวกเขากลัวเจ้าหน้าที่เทศกิจเช่นเดียวกับการได้เห็นผี

 

 

ทันใดนั้นแผงลอยทั้งหมดที่ทางเข้าโรงเรียนประถมหงซิงก็หายไป

 

 

พื้นที่กลายเป็นพื้นที่ร้าง

 

…..

 

หลินฟ่านลงจากรถและยิ้มเมื่อเห็นพื้นที่ว่าง แผงลอยต่างๆอยู่ไหนล่ะ? จากนั้นเขาก็เข้าใจ เขามากับรถของเจ้าหน้าที่เทศกิจ

 

 

เหมือนว่าเรา หลินฟ่านมีพลังบางอย่าง เขาคิดในใจ

 

 

มันคืออะไร? การออกใบอนุญาตช่วยคราวให้กับผู้ขาย? เกิดอะไรขึ้นกับใบอนุญาตถาวร?

 

 

ยังไงก็ตามหลินฟ่านเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน แผงลอยนี้เป็นแค่ที่ชั่วคราวเท่านั้น เขามีแผนการที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเขาในอนาคต

 

 

จากนั้นเขาก็เห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจกำลังช่วยติดตั้งแผงลอยแพนเค้กของเขา เขารีบพูด “ปล่อยผมทำเองเถอะครับ”

 

 

“เถ้าแก่น้อย ไม่เป็นไรปล่อยให้พวกเราได้ทำเถอะ”

 

 

หลังจากเจ้าหน้าที่เทศกิจเหล่านี้ได้ทานแพนเค้กต้นหอมของหลินฟ่าน พวกเขาถูกล้างสมองอย่างสมบูรณ์ พวกเขาต่างอยากกินมันทุกวันอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

“ขอโทษครับ เดือดร้อนพวกคุณแล้ว” หลินฟ่านกล่าวขณะพิงเสาใกล้ๆ เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะผ่อนคลายขนาดนี้ ดังนั้นเขาจึงยืนดูคนติดตั้งแผงลอยให้เขา

 

 

คนที่เห็นฉากนี้ต่างมีความตกตะลึงในสายตาพวกเขา

 

 

เจ้าหน้าที่เทศกิจของเมืองกำลังช่วยคนขายติดตั้งแผงลอย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นสิ่งเหล่านี้

 

…..

 

ในขณะเดียวกันที่สำนักพิมพ์นิตยสารศิลปะเยาวชน

 

 

กลุ่มหญิงงามต่างนอนแน่นิ่งอยู่ราวกับว่าพวกเธอไม่ได้ทานอาหารเป็นเวลานาน

 

 

“เมื่อไหร่สุดหล่อจะกลับมา?” ผู้หญิงคนหนึ่งพึมพำกับตัวเองขณะที่เธอเผยต้นขาของเธออย่างมีเสน่ห์

 

 

“ฉันไม่คิดว่าเขาจะกลับมา แผงลอยของเขาถูกเจ้าหน้าที่ยึด เขายังวางแผงลอยได้อีกเหรอ?”

 

 

“เจ้าหน้าที่เหล่านี้จงใจมาในช่วงเวลาที่ไม่ดี พวกเขาจงใจสร้างปัญหากับเรา”

 

 

“ฉันบอกแล้วให้ไปต่อคิวก่อนหน้านี้ พวกเธอไม่ยอมฟังฉัน! ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ไม่มี!!”

 

 

โดยปกติแล้วสายตาของฮั่วหานจะดูหวานฉ่ำแต่ตอนนี้สายตาของเธอกลายเป็นหดหู่ “ถ้าตอนนี้ฉันไม่ได้กินแพนเค้ก ฉันตายแน่ๆ”

 

 

“หานหาน เงียบเถอะ” ซ่งชิงยี่ถอนหายใจอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นเธอก็หันไปมองโรงเรียนประถมหงซิงโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอลุกขึ้นและตะโกน “มาแล้ว!”

 

 

“ชิงยี่ อะไรมา?”

 

 

“สุดหล่ออยู่ที่นั่น…” ซ่งชิงยี่ชี้ไปที่โรงเรียนและพูดอย่างตื่นเต้น

 

 

“อะไรนะ?”

 

 

ทันใดนั้นทั่วทั้งสำนักงานต่างสั่นสะเทือน เหมือนกับทุกคนได้รับการคืนชีพ พวกเธอต่างมีพลังงานเหลือล้น

 

 

“อา เขาอยู่ที่นี่จริงๆ! เร็วเข้าๆ…”

 

 

“อะไรเร็ว?” ประตูห้องผู้บริหารเปิดออก ผู้หญิงที่สูงและผอมบางเดินตรงเข้ามาอย่างไม่พอใจ

 

 

พวกเธอต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวขณะที่เห็นเธอเดินเข้ามา

 

 

ฮั่วหานมองซ่งชิงยี่ บางทีอาจจะมีแค่ชิงยี่เท่านั้นที่กอบกู้สถานการณ์ในตอนนี้ได้

 

 

“พี่สาว…” ซ่งชิงยี่หยุดชั่วคราว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแพนเค้กต้นหอม ในอดีตเธอไม่เคยพูดขึ้นโดยไม่คำนึงผลที่ตามมา

 

 

“เรียกฉันว่าประธาน หรือหัวหน้าบรรณาธิการ เมื่อพวกเราทำงานฉันจะไม่ใช่พี่สาวของเธอ ฉันเป็นหัวหน้าของเธอ” ซ่งชิงเยว่กล่าวอย่างเข้มงวด เธอพยายามสร้างความสัมพันธ์ของเธอกับชิงยี่ในฐานะ CEO

 

 

หัวใจของพวกเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ คนส่วนใหญ่ไม่สามารถต้านทานกลิ่นอายที่กดขี่แบบนี้ได้

 

 

แม้ว่าชิงยี่จะเป็นน้องสาวของเธอ เธอก็ไม่สามารถต้านทานมัน

 

 

“หัวหน้าบรรณาธิการทุกคนกำลังหิว…เราอยากไปซื้อแพนเค้กต้นหอมจากแผงลอยตรงข้าม”ซ่งชิงยี่กล่าว

 

 

ชิงยี่รู้สึกกดดันมากที่ต้องรับมือกับพี่สาวที่กล้าหาญ เธอมักถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวนอกสถานที่ทำงาน บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนเธออยู่ใต้เงาของพี่สาว

 

 

ซ่งชิงเยว่มองดูคนที่อยู่ในออฟฟิศและหันไปดูโรงเรียนประถมหงซิงก่อนจะพูดขึ้น “เธอไปได้”

 

 

“เย้!”

 

 

ฮั่วหานอุทานออกมาเมื่อเธอได้ยินว่ามันได้รับการอนุมัติแล้ว อย่างไรก็ตามเธอก็เงียบลงทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงที่ดุร้ายคนนี้ยังยืนอยู่ จากนั้นเธอก็พยายามเดินถอยออกไปโดยหวังว่าจะหลีกเลี่ยงความสนใจของชิงเยว่ได้

 

 

“ชิงยี่มีเพียงเธอเท่านั้นที่ไปได้ ส่วนที่เหลือต้องทำงานต่อ จะดีกว่านี้ถ้านิตยสารรายสัปดาห์ของเราอันดับไม่ตกลง ไม่งั้นพวกเธอเตรียมแพ็คของแล้วออกไปเลย”

 

 

*ปัง!*

 

 

ห้องทำงานของหัวหน้าบรรณาธิการปิดลง

 

 

เมื่อหญิงสาวที่ดุร้ายคนนี้ออกไป คนอื่นๆในสำนักงานต่างถอนหายใจ บรรยากาศมันกดดันจนกางเกงพวกเธอเกือบเปียก