0 Views

ตอนที่ 12 นำมันไปสู่ระดับโลก!

 

 

 

“พวกเขากำลังทำไรอะไรอยู่?” เจ้าหน้าที่จากศูนย์เทศกิจประจำเมืองมองพวกเขาด้วยความสงสัย

 

 

“ฉันไม่รู้ ดูเหมือนหัวหน้าหลิวไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ขณะกินมัน ดูแล้วเหมือนเขาไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน”

 

 

“เมื่อมองไปที่มัน มันทำให้ผมหิวมาก ผมคิดว่าไม่มีใครสามารถต้านทานกลิ่นหอมนี้ได้”

 

 

“เราไปดูกันไหม?”

 

 

“เอาสิ”

 

 

ด้วยเหตุนี้กลุ่มเจ้าหน้าที่จึงมุ่งหน้าไปยังจุดที่มีกลิ่นหอม

 

…..

 

“เป็นไงบ้างครับ?”

 

 

“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางผืนเมฆ มันน่าตกใจจริงๆ ฉันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้”

 

 

“ถ้าแพนเค้กต้นหอมมันอร่อยจริงๆแบบที่หัวหน้าว่ามันคงน่าทึ่งมาก”

 

 

ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของบรรดาเจ้าหน้าที่เทศกิจที่โชคดีได้รับแพนเค้กต้นหอม พวกเขาทั้งหมดเหมือนได้ลิ้มรสแก่นแท้แห่งรสชาติที่สำคัญของโลก

 

 

พวกเขาจะไม่ยอมทิ้งมันไปแม้ว่าจะมีคนเสนอเงินหมื่นเหรียญเพื่อแลกกับมัน

 

 

การทานแพนเค้กต้นหอมลงไปมันเหมือนมีความรู้สึกอันแสนพึงพอใจฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของพวกเขา ความเครียดและความกังวลในใจเหมือนละลายหายไปในอากาศ

 

 

หลังจากหลิวเสี่ยวเทียนทานแพนเค้ก เขาหลับตาลงเพื่อซึมซับรสชาติที่ยอดเยี่ยมของมัน มีเพียงคำเดียวที่ออกมาหลังจากเปิดตาของเขา

 

 

“แพนเค้กต้นหอมอันนี้… มันคือแก่นแท้ของโลกอย่างแท้จริง”

 

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินฟ่านรู้สึกภูมิใจอย่างมากกับการทำงานของเขา เขานอบน้อมแล้วตอบ “ผมหวังว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

 

 

“ไม่ๆ มันยิ่งกว่าที่หวังไว้เสียอีก”

 

 

“หลังจากนี้ฉันกลัวว่ามันจะไม่มีอะไรในโลกที่อร่อยไปกว่ามัน”

…..

 

“หัวหน้าหลิว คุณมาทำไรที่นี่”

 

 

เพื่อนรวมงานของเขามายืนอยู่ข้างๆหลังจากพวกเขาสัมผัสถึงกลิ่นหอมที่ออกมาจากแพนเค้กต้นหอมที่เสร็จใหม่ๆ พวกเขาตระหนักว่ากลิ่นนี้มันเหมือนกับยาเสพติดที่ไม่สามารถทนต่อมันได้

 

 

“มันยังเหลืออยู่นิดหน่อย พวกคุณสนใจที่จะลองมันมั้ยครับ?” หลินฟ่านถามขณะที่เขายังคงทำแพนเค้กอยู่อย่างชำนาญ

 

 

“นั่นแพนเค้กต้นหอม เสียดายที่ไม่ได้เอาชามาด้วย”

 

 

“ฉันยินดีที่จะกินของคุณถ้าคุณไม่สนใจมัน!”

 

 

“อืม…เหมือนพวกคุณกำลังมีความสุขกับมันผมจะลองดูสักชิ้น”

 

 

จากนั้นพวกเขาทั้งหมดต่างเริ่มทานแพนเค้กต้นหอม พวกเขายังไม่เคยลองทานจึงไม่รู้ว่ามันอร่อยแค่ไหน

 

 

อย่างไรก็ตามหลังจากพวกเขากัดเข้าไปคำแรกความสงสัยทั้งหมดของพวกเขาก็หายไป พวกเขาตระหนักถึงความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้น เขารู้สึกว่าแพนเค้กที่เหลืออยู่ของหลินฟ่านมันไม่เพียงพอ

 

 

“รสชาตินี้…”

 

 

“มันน่าทึ่งมาก! ไม่ทำให้ผิดหวังเลย”

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอแพนเค้กที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ พวกเขาต่างตกตะลึง ไม่มีใครพูดออกมาแม้แต่คำเดียวพวกเขาต่างมุ่งเน้นไปกับการทานแพนเค้กที่เหลืออยู่

…..

หลิวเสี่ยวเทียนพึ่งฟื้นตัวจากอาการช็อกจากรสชาติของแพนเค้ก เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตอนนี้เขาเริ่มตระหนักแล้วว่าเขาจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีแพนเค้ก

 

 

“หลินฟ่าน เก็บเงิน!” หัวหน้าหลิวกล่าว

 

 

“ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมทำให้พวกคุณฟรี!”

 

 

เมื่อหลิวเสี่ยวเทียนได้ยินเรื่องนี้ เขาจะยอมรับได้อย่างไร? ฟรี? พวกเขาไม่ใช่กลุ่มโจร ดังนั้นเขาจึงยืนกรานที่จะจ่ายเงิน

 

 

พวกเขามีเหตุผลเพียงพอสำหรับจ่ายเงินค่าแพนเค้กต้นหอม

 

 

ดังนั้นเขาจึงยืนยันที่จะจ่ายเงินสำหรับแพนเค้กต้นหอม นอกจากนี้การติดสินบนเจ้าหน้าที่มันอาจทำให้พวกเขาเดือดร้อน

 

 

“ฉันรับน้ำใจของนายไม่ได้ แม้ว่าเราจะเป็นเจ้าหน้าที่เทศกิจแต่เราก็ไม่อาจอยู่เหนือกฏหมาย ค่าแพนเค้กต้นหอมทั้งหมดเท่าไหร่ ฉันขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีต่อพวกเรา สำหรับแผงลอยผิดกฏหมายของนายเราพิจารณาแล้วว่า เราจะปรับ 500 เหรียญ เพราะว่ามันไม่ใช่ความผิดครั้งแรกของนาย” หลิวเสี่ยวเทียนกล่าว

 

 

“หัวหน้าหลิวคุณกำลังเข้าใจผิด จากสิ่งที่คุณพูดตอนเช้ามันเหมือนผมยังเด็กแล้วธุรกิจนี้มันไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ผมวางแผนจะไปหางาน…ดังนั้นคุณเอารถเข็นไปเถอะ”

 

 

หลินฟ่านดูเหมือนตรัสรู้อะไรบางอย่างจากคำแนะนำของหัวหน้าหลิว

 

 

ด้วยสิ่งนี้อนาคตของเขาอาจจะดีขึ้น

 

 

“ทำไม่ได้!” หลิวเสี่ยวเทียนพูดอย่างไม่ลังเล

 

 

“ทำไมครับ?” หลินฟ่านมึนงง “ผมยังคงจะจ่ายค่าปรับแม้ว่าผมจะไม่ได้ตั้งแผงลอยของผมอีก”

 

 

*แค่กๆ*

 

 

หลิวเสี่ยวเทียนไอเบาๆ “ไม่ เจ้าหนุ่มฟังฉันนะ การขายของแผงลอยมันเป็นธุรกิจที่ดี ดูสิมีหลายคนที่ประสบความสำเร็จจากการขายแผงลอย เธอมีพรสวรรค์ในการทำแพนเค้กพวกนี้ ฉันบอกได้เลยว่าธุรกิจของเธอต้องประสบความสำเร็จ ตราบใดที่เธอทำตามขั้นตอนและไปขอใบอนุญาต เธอจะสามารถตั้งร้านของเธอได้ทุกที่ๆเธอต้องการ”

 

 

“หัวหน้าหลิว มันไม่ถูกต้อง ผมไม่รู้เกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ นี่มันเป็นเพียงอาชีพที่ดีในตลาดริมฟุตบาทเท่านั้น”

 

 

หลิวเสี่ยวเทียนต้องอดทนต่อเจ้าหนุ่มนี่ เขาต้องยอมให้หลินฟ่านดำเนินธุรกิจนี้ต่อไป ถ้าเขายอมให้หลินฟ่านเลิกขายเขาอาจตายตาไม่หลับเพราะไม่ได้กินแพนเค้กอีกในอนาคต

 

 

“เธอไม่ต้องห่วง…ฉันจะบอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยดูแลเรื่องนี้เอง เธอแค่ทำตามที่พวกเราบอกก็พอ” หัวหน้าหลิวพูด

 

 

หลินฟ่านส่ายหน้า “มันเป็นขั้นตอนที่นานและน่าเบื่อ ผมต้องรีบหาเงิน ผมไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนี้ ปล่อยผมไปเถอะ ผมจะเก็บรถเข็นแล้วไปหางานอื่น”

 

 

เมื่อได้ยินเรื่องนี้เพื่อนร่วมงานของเขาเริ่มหวาดกลัว

 

 

พวกเขามีความคิดเช่นเดียวกับหัวหน้า ถ้าพวกเขาไม่ได้ลองกินแพนเค้กเรื่องพวกนี้จะไม่สำคัญ แต่ตอนนี้รสชาติของมันถูกสลักลึกลงไปในจิตวิญญาณของพวกเขา มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะยอมให้มันจบแบบนี้

 

 

หัวใจของพวกเขาเริ่มจม ถ้ามันเป็นแบบนี้พวกเขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปได้

 

 

“หัวหน้าหลิว มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กหนุ่มที่จะเริ่มต้นธุรกิจ เราต้องช่วยเหลือประชาชน เราสามารถช่วยเหลือเรื่องนี้กับเขาได้”

 

 

“ฉันเห็นด้วย ใบอนุญาตจะใช้เวลาสองถึงสามวันในการประมวลผล แต่เราให้ใบอนุญาตชั่วคราวแก่เขาได้ เพื่อให้เขาขายแพนเค้กต่อไป”

 

 

“โอ้! ผมคุ้นเคยกับใบอนุญาตชั่วคราว! ผมจะไปทำให้เขาเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปในสำนักงาน

 

 

“งั้นขั้นตอนต่อไปเราจะจัดการเอง เอาล่ะมาเริ่มกันเลย!”

 

 

“ในกรณีนี้ ฉันจะเปิดประชุมและบอกพวกเขาสำหรับเรื่องนี้ หลังจากนี้แผงลอยนี้จะดำเนินการอย่างถูกกฏหมาย” หลิวเสี่ยวเทียนกล่าวอย่างรวดเร็ว

 

 

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกล้างสมองโดยแพนเค้กต้นหอมอย่างสมบูรณ์ พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถทานแพนเค้กได้อีกภายหลัง

 

 

“นี่คุณเอาไป ใบอนุญาติชั่วคราวพร้อมแล้ว!”

 

 

มันเหมือนพึ่งจะผ่านไปแค่นาทีเดียวเท่านั้นแต่ชายหนุ่มก็ออกมาพร้อมกับเอกสารในมือของเขา

 

 

เขากล่าวกับหลินฟ่านขณะส่งเอกสารให้เขา “มันจะดีกว่าถ้าคุณขายแพนเค้กในแผงลอยนี้ต่อไป”

 

 

หลิวเสี่ยวเทียนเอาเงินออกมา 300 เหรียญและส่งมันไปให้หลินฟ่าน

 

 

“เธอควรจดจ่อกับงานของเธอ พวกเราจะดูแลส่วนที่เหลือ หลังจากเอกสารพร้อมแล้วเราจะส่งให้เธอเป็นการส่วนตัว”

 

 

หลินฟ่านรู้สึกไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

“หัวหน้าหลิว…แล้วค่าปรับล่ะครับ?”

 

 

“เธอพูดถึงอะไร? ลืมเรื่องค่าปรับไป! แผงลอยของเธอสะอาด อาหารและบริการก็ดี มันต่างจากบรรดาแผงลอยเล็กๆริมถนนร้านอื่นๆ!”

 

 

“หัวหน้าหลิว ผมแน่ใจว่ามันเป็นการทำลายกฏ” หลินฟ่านกล่าวในขณะที่ในใจลึกๆของเขามีความสุขเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่ต้องจ่ายค่าปรับ

 

 

ไม่เพียงแต่พวกเขาจ่ายค่าอาหาร พวกเขายังทำใบอนุญาตให้ มันเป็นวันที่โชคดีสำหรับหลินฟ่าน

 

 

“กฏหมายมันถูกสร้างโดยมนุษย์ แม้ว่าเราจะเป็นเจ้าหน้าที่เทศกิจของเมือง แต่เราไม่อยากกีดกันเยาวชนจากการทำธุรกิจที่โดดเด่นแบบเธอ”

 

 

“ทำงานให้หนักและขยายธุรกิจนี้! มันมีศักยภาพเพียงพอที่จะขยายไปสู่ต่างประเทศ!”

 

 

หลังจากโน้มน้าวเป็นเวลานาน หลิวเสี่ยวเทียนรู้สึกดีใจที่ความพยายามของเขาประสบความสำเร็จและเชื่อมันว่าหลินฟ่านจะขายแพนเค้กต้นหอมต่อไป

 

 

หลินฟ่านมีความสุขมาก ในสายตาของทุกคนเขาเป็นคนพิเศษ

 

 

“เร็วเข้า ช่วยเด็กหนุ่มขนรถเข็นขึ้นรถบรรทุก” หลิวเสี่ยวเทียนสั่ง

 

 

“ครับ! หัวหน้า”

 

 

ขณะที่หลินฟ่านกำลังเตรียมตัวขึ้นรถบรรทุก หลิวเสี่ยวเทียนตบไหล่เขาเบาๆก่อนจะถาม “เธอเปิดทุกวันไหม?”

 

 

“อืมม…ประมาณ 7 ถึง 8 โมงในตอนเช้าและ 4 โมงสำหรับตอนเย็น”

 

 

“ใกล้โรงเรียนประถมหงซิง?”

 

 

“ใช่ครับ คุณจะเจอผมที่นั่น”

 

 

หลังจากได้รับคำตอบ หลิวเสี่ยวเทียนโบกมือลาหลินฟ่าน ถึงเวลาที่หลินฟ่านต้องออกไปแล้ว

 

 

หลินฟ่านขึ้นรถบรรทุกและมองไปบนท้องฟ้า

 

 

เขาตระหนักว่ามันน่ากลัวมากๆ

 

 

“เจ้าหนุ่มทำงานให้หนัก! อย่าลืมต้องขายแพนเค้กของคุณต่อไป”

 

 

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะทำให้มันไปสู่ระดับโลก!”

 

 

“น้องชาย เธอทำได้! เราจะเป็นกำลังใจให้”

 

 

สำหรับหลินฟ่าน เขาไม่คิดจะทำธุรกิจนี้ส่งออกต่างประเทศ เขาต้องการออกจากธุรกิจแผงลอยให้เร็วที่สุด

 

 

สำหรับตอนนี้การเสร็จสิ้นภารกิจมีชื่อเสียงเล็กน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเขาในเวลานี้