0 Views

บทที่ 100 – ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (1)

 

หลังจากยูอิลฮานได้เก็บเอาศพทั้งหมดลงไป เขาก็ได้มายืนบนพื้นและส่ายหัวเล็กน้อย มังกรคลาส 5 ก็ยังคงเฝ้ามองดูเขา

“ฉันคิดว่าแกสัมผัสฉันไม่ได้นี่ ทำไมแกถึงยังอยู่ล่ะ?”

แน่นอนว่ายูอิลฮานยังไม่อาจจะสัมผัสมันได้เช่นเดียวกัน หากเจ้านี่มันใช้พลังเมื่อป้องกันตัวเองมันจะใช้พลังได้ตามที่มันต้องการเช่นเดียวกับทูตสวรรค์ที่ใช้เวทย์ป้องกันที่แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อได้ตรายเท่าที่ไม่ใช่เวทย์โจมตี โอ้แน่นอนว่าในโลกที่ถูกทอดทิ้งที่สวรรค์เอื้อมไปไม่ถึงเอิลต้าก็จะมีแค่วงแหวนนางฟ้าเท่านั้น บทบาทหน้าที่หลักๆของเธอคือการรายงานและอธิบาย

[เจ้าเป็นมนุษย์ที่กล้าจริงๆ] (???)
“แกก็ลองไปใช้ชีวิตนับพันปีกับทูตสวรรค์ดูสิแล้วดูว่ามันจะเป็นยังไง”

มันไม่ควรจะมีคนมากนักที่กล้าจะมายืนคุยกับสิ่งที่มีออร่าที่มหาศาลแบบนี้ได้ตรงๆถึงแม้ว่าจะรู้ว่าศัตรูไม่อาจจะทำอะไรได้ก็ตาม ทั้งหมดนี่มันเพราะว่าตลอดมายูอิลฮานต่างก็ใช้ชีวิตโดยมีทูตสวรรค์อยู่ข้างตัวมาตลอด

มังกรดูตกใจเล็กน้อยกับการตอบกลับของยูอิลฮาน ก่อนที่มันจะหยักไหล่และให้คำตอบออกมา

[อย่างน้อยข้าก็อยากจะได้เห็นผลลัพธ์ของทุกอย่าง] (???)

ยูอิลฮานไม่พอใจกับคำพวกนี้

“ฉันก็ยังรู้ว่ามีอีก 19 ตัวซ่อนอยู่ แกไม่รู้หรอกหรอว่าการหลอกลวงมันมีความเสี่ยงนา?”
[…] (???)

ยูอิลฮานได้เชื่อมต่อกับเวทย์อาณาจักรเอลฟ์ไปแล้ว! มังกรนี่ล้มเหลวในการโกหก และท่าทางใจเย็นของมันก็พังลงไปแวบหนึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วมันก็ได้แต่ถอนหายใจและหยักไหล่

แล้วมันก็ได้พูดขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทางที่น่าสงสารเล็กน้อยซึ่งไม่สมกับตัวมันเอง

[พวกมันเพิ่งจะเกิดมาใหม่โดยยังไม่ถูกปลุกพลังด้วยซ้ำไป] (????)
“ใช่แล้ว เมื่อพวกมันก็จะมีที่เงียบสงบเมื่อพวกนั้นมันโตงั้นหรอ?”

แม้แต่การจูงใจก็ยังล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง ยูอิลฮานได้คิดว่ามังกรนั่นมันได้โกรธแล้ว แต่กลับการเป็นมันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแทน

[ถ้าหากว่าเจ้าคิดแบบนั้นงั้นมันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว โอเค ไปเลย ไปฆ่าพวกมันทั้งหมดเลย ข้าก็จะยังแสดงท่าทางที่ไม่สมกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงออกไป ดังนั้นมันก็เหมาะแล้วกับข้าที่จะดูจนกระทั่งเผ่าพันธ์ข้าสิ้นสุดลงไป] (???)
“ใช่แล้ว ฉันจะฆ่าพวกมันทั้งหมดโดยไม่เหลือให้แม้แต่ตัวเดียว ถ้าแกพูดจบแล้วงั้นฉันไปนะ”
[ไม่ ข้ายังพูดไม่จบ] (???)

มังกรได้ส่ายหัวออกมาและพูดขึ้น

[เจ้า กลายมาเป็นทหารกองทัพปีศาจแห่งการทำลายสิ] (???)
“อะไรนะ?”
[หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว] (???)

ยูอิลฮานได้ตกตะลึงและเอิลต้าได้โกรธขึ้นมากับข้อเสนอที่ไม่คาดคิดนี้ยังไงก็ตามมังกรได้เริ่มพพูดขึ้นต่อทันทีราวกับว่านี้คือเป้าหมายดั้งเดิมแต่แรกของมัน

[เจ้ามีคุณสมบัติในการมาเป็นทหารปีศาจแห่งการทำลาย มีพลังที่แข็งแกร่ง เข็มแข็ง พลังทั้งหมดนี่ต่างก็เป็นศักยภาพที่พวกเราต้องการทั้งนั้น หากว่าเจ้าได้เกิดใหม่มาในฐานะของทหารปีศาจแห่งการทำลาย ถ้างั้นเจ้าก็จะได้รับพลังที่เหลือกว่าที่นางทูตสวรรค์ตัวจิ๋วนั่นไม่เคยจินตนาการเลยล่ะ ใช่แล้ว เหมือนข้าไงล่ะ] (???)
“แล้วทำไมทหารปีศาจแห่งการทำลายที่มีพลังมากขนาดนั้นถึงถูกกวาดล้างหายไปล่ะ?”
[เจ้าพวกนั่นมันก็แค่พวกที่ล้มเหลวในการเข้ามาในกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย ในตอนนี้ข้ากำลังพูดถึงเรื่องอนาคตเมื่อที่เจ้ากลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง] (???)

มังกรได้แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายในขณะที่หัวเราะออกมา

[เจ้าก็น่าจะรู้ว่าการจะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงจะต้องเข้าร่วมกับกลุ่มข้ามเผ่าพันธ์ เจ้าไม่อยากจะแข็งแกร่งงั้นหรอ? เจ้าไม่อยากจะได้รับพลังที่มากยิ่งไปกว่านี้หรอ?] (???)

จะต้องเข้าร่วมกลุ่มข้ามสายพันธ์เพื่อกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง? นั่นอะไรนะ ยังไงก็ตามเมื่อยูอิลฮานได้หันไปหาเอิลต้า เธอก็ดูจะลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะหยักหน้าขึ้นในที่สุด

[ถูกแล้วล่ะ กำแพงในการกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมันยากเกินไปกว่าที่จะก้าวข้ามไปด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลให้เกิดการยืมพลังของกลุ่มขึ้นมาเนื่องจากพลังของตนไม่เพียงพอ] (เอิลต้า)
“เอาง่ายกว่านี้”
[มันก็เหมือนกับการที่เวลาสอบที่ยากเกินไปจนต้องลอกเพื่อนนั่นแหละ]

เขาได้เข้าใจทันที มันเป็นแบบนี้สินะ นี่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้สิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งหมดต่างก็อยู่ในฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่เป็นแบบกองทัพสวรรค์หรือกองทัพปีศาจแห่งการทำลายและเพราะแบบนี้ เขาก็รู้แล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อาจจะใช้พลังกับโลกระดับต่ำได้

ในขณะที่ยูอิลฮานได้หยักหน้าอย่างเข้าใจ เอิลต้าก็ได้พูดขึ้นมาทันที

[ถ้าหากว่ายูอิลฮานต้องการจะกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ถ้าหากเวลานั้นได้มาถึง ถ้างั้นพวกเรากองทัพสวรรค์ก็จะยินดีต้อนรับ….!] (???)
[เจ้าอยากจะทำให้เขาเป็นทาสของเทพเจ้าเมื่อเขามีศักยภาพมากขนาดนี้งั้นหรอ!? เจ้ามันโง่เง่าไม่สิ้นสุดจริงๆ!] (???)
[พวกเรามีความสร้างสรรค์มากกว่าพวกแกที่เอาแต่มุ่งตรงไปสู่การทำลายโดยไม่สนอะไรอีก!] (เอิลต้า)
[ฮ่าห์] (???)

มังกรได้ส่งเสียงฮึดฮัดออกมา

[ใครกันแน่ที่ไม่รู้เรื่องอะไร? ถ้าหากว่าเจ้าเป็นพวกนังผู้หญิงที่เอาแต่เชื่อในทุกๆสิ่งที่พระเจ้างี่เง่านั่นพูด งั้นก็คงจะต้องเน่าตายไปทั้งแบบนี้แหละ] (???)

เมื่อมันพูดเสร็จ ได้มีสิ่งที่เหมือนกับแสงสีดำเข้าปกคลุมตัวของมันก่อนที่จะปรากฏชายหนุ่มที่มีผมยาวสีดำ ตาสีแดงออกมา แน่นอนว่าก็ยังอยู่ในรูปลักษณ์ของเอลฟ์

[พวกโง่ที่ไม่อาจจะเข้าใจได้แม้แต่ในสถานการณ์ การเชื่อมต่อของดาเรย์กับโลกง่อยๆนั่นมันแค่เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น อีกไม่นานการเปลื่ยนแปลงนับไม่ถ้วนและสิ่งเจ้าจะไม่อาจจะหยุดได้มันจะมาถึง] (???)
[แกหมายถึงอะไร?] (เอิลต้า)

มังกรได้เมินสิ่งที่เอิลต้าพูดและหันกลับไปพูดกับยูอิลฮาน

[มนุษย์ยูอิลฮาน เจ้าจะมีโอกาสอีกมากที่จะได้เจอเข้ากับกองทัพปีศาจแห่งการทำลายนับจากนี้ไป เจ้าก็ยังจะได้รู้สึกถึงพลังทำลายที่มหาศาลของพวกเขาด้วย] (???)
“ในอนาคตอีกสินะ?”

แค่ที่ดาเรย์มันก็ทำให้เขาเบื่อแล้ว แล้วนี่มันยังจะมีเรื่องแบบนี้อีกมากเกิดขึ้นบนโลกอีก?

[ในตอนนี้ข้าจะไม่ขอคำตอบของเจ้า แต่จงจำเอาไว้ พวกเรากองทัพปีศาจแห่งการทำลายคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อที่ห่วงที่รัดพวกเราในฐานะสิ่งทีชีวิตชั้นสูงถูกเอาออกไป แล้วพวกเราก็ยังยินดีต้อนรับเจ้าเสมอ] (???)
[กรี๊ดดดดดดด!] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้โกรธมาก แต่ว่าเธอได้อยู่ในโลกที่ถูกทอดทิ้งที่สิ่งที่เธอทำได้มีแค่กระพือปักเท่านั้น! เมื่อเห็นเธอโวยวายออกมา มังกรก็ได้ส่งเสียงฮึดฮัดก่อนที่จะหันไป

[ชื่อของข้าคือเธราก้า ยูอิลฮาน พวกเราจะต้องได้เจอกันอีกอย่างแน่นอน] (เธราก้า)

เมื่อมันได้พูดคำพูดสุดท้ายที่พวกตัวโกงมักจะพูดกันออกมามันก็ได้หายไป มันได้ไปยังที่ที่ทหารปีศาจแห่งการทำลายน่าจะอยู่ ในท้ายที่สุดมันก็ยังเป็นตัวโก่งที่น่าแปลกใจ

เอิลต้าได้พูดออกมาด้วยเสียงที่ไม่พอใจในขณะที่มองไปในที่ที่มังกรหายไป

[อย่าไปสนใจคำพูดเจ้านั่นเลยยูอิลฮาน ทหารปีศาจแห่งการทำลายคือสัตว์ร้ายที่เอาแต่มุ่งหน้าไปสู่การทำลายเพื่อเติมเต็มในความโลภและความปรารถนาต่อพลังของพวกมัน และโลกชั้นสูงที่พวกมันอยู่ก็ยังน่ากลัวด้วย! นั่นมันทำให้กองทัพสวรรค์พยายามสุดกำลังเพื่อที่จะหยุดมันเอาไว้ที่นั่น] (เอิลต้า)
“แม้อย่างนั้นฉันก็ไม่มีทางที่จะเป็นมัน”

ยูอิลฮานได้พูดออกมาอย่างตั้งมั่น นี่มันไม่ใช่เพราะเป็นกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย แต่นั่นมันเพราะว่ามันไม่มีทางที่ยูอิลฮานจะอยู่ฝั่งไหนซักฝั่ง!

จริงๆแล้วในตอนนี้ยูอิลฮานก็ได้โกรธมากเพราะแบบนี้

เขาคิดว่าเขาจะสามารถกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้หากว่าเขาพยายามมากพอ แต่ว่ามันกลับจำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มข้ามเผ่าพันธ์เพื่อเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงงั้นหรอ? แล้วนี่มันก็ทำให้เขานึกย้อนไปถึงในตอนที่เขาได้เข้าร่วมกลุ่มในมัธชมที่อยู่ๆก็ถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในชมรมจิตอาสา

นี่มันคือสิ่งที่ผู้โดดเดี่ยวเกลียดมากที่สุด! โลกมันไม่ยุติธรรมอะไรแบบนี้ มันมีที่ไหนกันที่ไม่อาจจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ด้วยตัวเอง

ยูอิลฮานได้คิดว่าเขาได้เตรียมหลายสิ่งอย่างมามากแล้วนับตั้งแต่หายนะครั้งใหญ่ แต่ว่าเขาก็อดที่จะรู้สึกว่าตัวเขาโง่ไม่ได้ในทุกๆครั้งที่ได้ยินเรื่องใหม่ๆ

ใช่แล้ว ทั้งหมดนี่มันเพราะลิต้า ไม่ใช่ว่าที่เขาคิดแบบนี้มันเพราะลิต้าไม่ยอมอธิบายให้ละเอียดหอกหรอ? ยูอิลฮานได้ตัดสินใจว่าจะลงโทษเธอเมื่อเธอกลับมา แล้วก็นอกเหนือจากนั้น

“ถ้างั้นฉันก็ควรที่จะยอมแพ้ในการกลายเป็นสิ้งมีชีวิตชั้นสูงงั้นหรอ?”
[ทำไมถึงเป็นแบบนั้นไปได้เล่า!? คุณก็แค่มาร่วมกันกองทัพสวรรค์ของเราไง! ทูตสวรรค์เป็นสิ่งที่ดีคุณรู้ไหม? คุณจะมีปีกด้วยนะ!] (เอิลต้า)
“แต่ว่าฉันเกลียดการเข้าร่วมกลุ่ม!”
[คุณจะเอาแต่ใช้ชีวิตเป็นผู้โดดเดี่ยวอะไรมากขนาดนี้!? เดี๋ยวนะ ถ้ามันเป็นแบบนั้น คุณก็อาจ….] (เอิลต้า)
“ฉันอะไร?”

เมื่อยูอิลฮานกำลังสงสัยกับคำพูดของเอิลต้า เธอก็ได้ส่ายหัวอย่างไร้พลัง

[ไม่มีอะไร ชั่งมันเถอะ]
“เยี่ยมไปเลยเอิลต้า เธอเพิ่งจะเอาปริศนาใหม่มาอีกแล้ว เมื่อมันถึงเวลาก็ใบ้ฉันหน่อยล่ะกันนะ?”
[มันไม่มีอะไรแบบนั้นทั้งนั้น!]

ยูอิลฮานได้เล่นมุขออกมาในขณะที่ยืดเส้นยืดสาย

เขาเป็นกังวลว่ามันจะเป็นยังไงเมื่อเขาได้เจอเข้ากับศัตรูที่น่ากลัว แต่ว่าเขาก็รอดมาและทำเป้าหมายของเขาสำเร็จได้ ถึงแม้ว่าเขาจะคิดมากับคำพูดของมังกร แต่มันก็สามารถจะพูดได้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ต้องทำในดาเรย์สำเร็จแล้ว

“โอ้ เดี๋ยวนะ มันยังมีเผ่ามังกรเหลืออยู่”
[คุณจะไปเดี๋ยวนี้เลยหรอ ทั้งๆที่การต่อสู้เพิ่งจบลงเนี้ยนะ]
“มันดีกว่าที่จะพักหลังจากจัดการทุกอย่างแล้ว”

ยูอิลฮานได้ตรวจสอบทุกๆอย่างเป็นครั้งสุดท้ายและเก็บเอาทุกๆอย่างลงไปในกระเป๋าสะพาย ต่อในเขาได้จัดการเอามังกรมาใช้แล้วในตอนที่อยู่ในนาฬิกาทราย แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังมีมังกรในกระเป๋าอีกเยอะ

“รางวัลในครั้งนี้เอาเป็นเพิ่มพื้นที่นะ ได้ไหม? แล้วก็เวลาใส่บนเกราะมันดูไม่ดีเลยอะดังนั้นช่วยเพิ่มออฟชั่นล่องหนด้วยสิ”

ในมุมมองของคนอื่น มันดูคล้ายกับว่าสวรรค์เป็นหนี้ตัวเขา แล้วในความจริงแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ยูอิลฮานได้ขอรางวัลออกมาอย่างไม่ลังเล

[รอเดี๋ยวนะ พวกเรากำลังคิดกันถึงสิ่งที่ดีกว่านี้อีก]

ในท้ายที่สุดแล้วยูอิลฮานก็หมดทางเลือกได้แต่ใช้งานวงเวทย์

มังกรเกิดใหม่ที่อยู่ข้างเดียวกับกองทัพปีศาจแห่งการทำลายทั้งหมดได้ซ่อนอยู่ในถ้ำลับ มันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้ามาหากไม่มีวงเวทย์ ที่นี่มันราวกับเป็นถ้ำหลักของมังกร มันมีถ้ำที่เชื่อมต่อกันมากมาย

[เมื่อไหร่นายท่านจะมานะ?]
[ถ้าเป็นท่านคาโร่ ท่านจะต้องจัดการทุกๆคนได้แน่นอน นอกจากนียังมีท่านเธราก้าที่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่ด้วยนะ]
[กองทัพปีศาจแห่งการทำลายเจ๋งที่สุด ข้าจะต้องโตไปเป็นมังกรที่แข็งแกร่งและทำลายทุกๆอย่างที่ขวางหูขวางตาข้าให้ได้อย่างแน่นอน]
[มันไม่มีอะไรที่มากยิ่งไปกว่าการทำลายอีกแล้ว ข้าก็อยากจะไปบุกโลกอื่นเหมือนกันเมื่อข้าโตขึ้น]

ทั้งตัวเด็กและตัวเต็มวัยมันก็ต่างจะพูดเหมือนๆกัน!

“งั้นมาเริ่มกันเถอะ”

ยูอิลฮานมีพลังของยมทูตอยู่ ดังนั้นการปกปิดตัวตนของเขาจะไม่หายไปหากว่าเขาฆ่าศัตรูในครั้งเดียว นอกไปจากนี้ตอนนี้เขายังกลายเป็นยมทูตประกายเพลิงแล้ว มังกรที่มีเลเวลแค่ 150 มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะฆ๋าในทีเดียว

[คุณได้รับค่าประสบการณื 21,321,212]
[คุณได้รับบันทึกมังกรเด็กเลเวล 153]

[อะ อะไรนะ?]
[คาร์ล คาร์ลตายแล้ว!]

ยูอิลฮานได้โบกมือของเขาไปที่มังกรเกิดใหม่ที่ตื่นตระหนกและโกรธขึ้นจากการที่พี่น้องมันตาย แต่แน่นอนว่าพวกมันก็ไม่สังเกตุเห็นยูอิลฮานอย่างที่คาดไว้

ถ้าแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีกต่อไปแล้ว ยูอิลฮานได้ฮัมเพลงขึ้นมาในขณะที่ไล่ฆ่ามังกร ภาพของเขาดูเหมาะสมกับยมทูตที่ล่าวิญญาณอย่างแท้จริง

[บ้าอะไรเนี้ย! ท่านคาโรจะต้องฆ่าแกแน่เมื่อท่านกลับมา!]
[กรรรรรร!]
[ก๊าซซซซซซ!]
[ข้า ข้าจะไม่ตาบแบบ….]

เมื่อมังกรนับสิบได้ตายไปในทันที ก็ได้มีพวกมันบางส่วนที่พยายามจะหนี แต่ว่ายูอิลฮานก็ฆ่าพวกมันก็ฆ่าพวกมันทั้งหมดโดยไร้ข้อยกเว้น หลังจากนั้นเขาก็ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีมังกรที่รอดอยู่ไหม แต่ว่ามันไม่มีตัวไหนรอดอีกแล้วจริงๆ นี่คือช่วงเวลาที่มังกรได้สูญพันธ์ไปจากดาเรย์อย่างแท้จริง

“ฟู่ ในที่สุดมันก็จบซักที”
[…บางทีเขาอาจจะเหมาะกับการเข้าฝั่งกองทัพปีศาจแห่งการทำลายจริงๆ]

ภาพของยูอิลฮานดูอาจหาญอย่างแท้จริง เขาได้ฆ่าทุกๆคนโดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุเลยเมื่อเขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่าพวกนั้นคือศัตรูและถึงแม้ว่าเอิลต้าจะไม่อยากยอมลับ แต่เขากระทั่งดูน่าโหดร้ายเล็กน้อย

เอิลต้าได้คิดว่าเขาเท่เนื่องจากว่าเธอได้เผลอตกหลุมรักเขาไปแล้ว แต่ว่าทูตสวรรค์คนอื่นๆจะต้องหวาดกลัวกับฉากนี้แน่

ยูอิลฮานได้เก็บเอาศพของลูกมังกรลงไปและมองไปรอยๆถ้ำ ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรในถ้ำนี้ มันก็ไม่ได้ว่างเปล่าเนื่องจากว่ามันเป็นที่จากว่ามันเป็นฐานหลักของกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย

“มันไม่ใช่ว่าที่นี่จะมีอะไรแบบหัวใจมังกรซักหน่อยหรอ?”
[ฉันรับประกันกับคุณได้เลยว่ามันจะไม่มีแน่]
“ไม่หรอก ในจักรวานี้จะช่วยเราหากว่าเขาอธิฐานได้ตั้งมั่นพอ”

ยูอิลฮานได้พูดออกมาก่อนจะเริ่มค้นหาอีกครั้ง ยังไงก็ตามไม่ว่าเขาจะพยายามหาแค่ไหน เขาก็พบเพียงแค่เหรียญทองกับเหรียฯเงินภายในถ้ำ

[นี่มันเยอะมาก พวกมันได้รวมของมีค่าทั้งหมดบนโลกไว้ที่นี่งั้นหรอ? ความโลภของมังกรนี่น่าทึ่งจริงๆ…]
“มันไม่มีหัวใจมังกรเลย!!!”
[ฉันบอกให้ยอมแพ้ไง!] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้เก็บเอาของมีค่ามาเนื่องจากว่าเขาไม่อยากที่จะกลับไปโดยไม่ได้อะไร หลักจากนั้นเขาก็ค้นหาในทุกๆจุดในถ้ำที่ดูเหมือนจะมีอะไรซ่อนอยู่ด้วยวงเวทย์ เอิลต้าได้ถามเขาต่อ

[ตอนนี้คุณจะทำอะไรล่ะ? คุณจะไปล่าเผ่ามังกรที่เหลืออยู่? หรือว่าไปรวบรวมเอลฟ์ล่ะ?]
“ไม่ ฉันจะไปในที่ที่เขาได้เจอกับเลอซิสน่าเป็นครั้งแรก”

คำขอสุดท้ายของเลอซิสน่าได้รบกวนยูอิลฮานอยู่

เธอได้ยอมแลกชีวิตเธอกับเขาอย่างแท้จริง เธอไร้ซึ่งความโลภใดๆ ยูอิลฮานไม่อาจจะเข้าใจในการกระทำของเธอได้เลยและเพราะแบบนี้เขาก็เลยอยากจะรู้ในสิ่งที่เธอคิด ต่อให้มันเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

[บางทีเธออาจจะตกหลุมรักคุณ]
“ฟู่ เอิลต้า ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลลกนี้ชอบคนแบบฉันหรอกน่า”

อย่างน้อยก็มีอยู่คนหนึ่งตรงนี้ไงเล่า! – เอิลต้าได้แต่คิดโดยไม่กล้าจะพูดออกมา

ในขณะที่เอิลต้าเงียบไป ยูอิลฮานก็ได้เปิดใช้งานวงเวทย์ แสงได้ปรากฏขึ้นมา ในเวลาต่อมาเขาก็ได้กลับมาในที่ที่แรกที่เขาเจอกับเลอซิสน่า

“อ่า”

ยูอิลฮานรู้ได้ในทันทีที่เข้าเข้ามาในถ้ำ เขารู้ได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงไม่อาจจะเข้าใจเลอซิสน่าได้ในท้ายที่สุด

มันทำอะไรไม่ได้แล้ว มันมีเส้นแบ่งอยู่ที่เขาไม่อาจจะข้ามไปได้ บางทีมันอาจจะมีมาตั้งแต่ที่เขาได้เจอกับเธอก็ได้

“เธอเป็นแม่แล้ว”

ในที่ที่เธอหลับอยู่ในก่อนหน้านี้ได้มีไข่ยักษ์สีทองและจดหมายอยู่


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ