0 Views

บทที่ 96 – คนแปลกหน้า (15)

 

[เมื่อข้ามาถึงขนาดนี้แล้วข้าจะไม่แพ้เพราะอะไรแบบโอโรจิ!] (เรต้า)
[กรรรรรรรร!] (โอโรจิ)

ในขณะที่วงเวทย์ยังคงผลักดันมานาเข้ามาในร่างของเขา ในขณะที่ร่างกายส่งแสงเจิดจ้าออกมา ยูอิลฮานที่ได้ยอมแพ้กับการควบคุมมานาจำนวนมหาศาลนี้ก็รู้สึกได้ถึงการปะทะกันระหว่างสองความคิดที่แข็งแกร่งและเฝ้ารอบทสรุปของมัน

ฝั่งหนึ่งเป็นความคิดที่จะหลุดจากการควบคุมของยูอิลฮานด้วยการช่วยเหลือจากเวทย์และอีกฝั่งหนึ่งคือความคิดที่กลายเป็นลูกน้องของยูอิลฮานหลังจากได้เจรจาพูดคุยกันอย่างเหมาะสม

มันเป็นเรื่องแปลกมากที่เดียวที่เขาไม่อาจจะทำอะไรได้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเขา

เขาคงจะนั่งกินป็อบคอนไปแล้วหากว่าเขามี แต่ว่าน่าเสียดายที่เขาไม่ได้มีมัน ยูอิลฮานได้ตัดสินใจว่าคราวหน้าเขาจะต้องพกป็อบคอร์นเอาไว้ในกระเป๋าสะพายเผื่อไว้ว่าอาจจะเกิดสถานการณ์คล้ายๆนี้อีก

[เจ้าเผ่าพันธ์มังกรสารเลว! ได้เลย ข้าจะฆ่าเจ้าก่อน!] (เรต้า)
[ก๊าซซซซซซซซซ]

การปะทะกันของความคิดทั้งสองอย่างมันค่อนข้างหนักหน่วง ถึงแม้ว่าพวกมันจะถูกเรียกในฐานะของความคิด แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกมันก็คือเศษเสี้ยววิญญาณ เนื่องจากการได้รับสกิลผู้สะสมความตายซึ่งจะดูดเอาพลังชีวิตมาเก็บเอาไว้ ทำให้มันจบลงด้วยการที่เขาดูดเอาเศษเสี้ยววิญญาณติดมาด้วยในบางครั้ง

นี่มันก็คล้ายกันกับยาพิษ สิ่งที่มันจะกลายมาเป็นอาวุธของเขาได้หากเขาใช้มันดีๆ แต่ว่าหากเขากินมันลงไปเขาก็จะทำพลาดครั้งใหญ่

เมื่อเขาได้ดูดเอาพลังชีวิตและความคิดจำนวนมากของมอนสเตอร์ที่เขาได้ฆ่าหลังจากกลายมาเป็นยมทูตหน้าใหม่ มันเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ความคิดต่างๆต่างอารวาดกรีดร้องและคำรามอย่างบ้าคลั่งเพื่อทำร้ายเขา

ยูอิลฮานได้เอาชนะพวกมันกลับด้วยแค่การตะโกนกลับไป แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้จบลงด้วยแค่นั้นเลย ถ้าหากว่ามันไม่ใช่ยูอิลฮานที่มีจิตใจที่ฝึกฝนอดทนมาเป็นพันปีเพียงลำพังก็คงจะไม่อาจจะปรับจิตใจให้สงบลงจากเสียงสะท้อนของวิญญาณนับไม่ถ้วนที่โมโหได้

นี่มันเป็นสิ่งที่ต้องแลกไปเพื่อที่จะได้รับพลังของยมทูตมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยมีโอกาสได้รู้เนื่องจากการป้องกันของเขามันน่ากลัวมากๆ แต่แลวด้วยพลังความคิดที่โดดเด่นพิเศษที่มีชือว่าเรต้าคาร์อิฮ่าห์และเธอก็ได้ประสบความสำเร็จในการเปลื่ยนแปลงการรับรู้ของยูอิลฮาน

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานก็ได้ข้อสรุปขึ้นมาว่าเขาควรที่จะเป็นจ้าวที่อยู่เหนือกว่าความคิดทั้งมวล เพียงแค่ในตอนนั้นเท่านั้นเขาถึงจะถือว่าเป็นยมทูตที่แท้จริง

[กรี๊ดดดดดดดด!] (เรต้า)

การต่อสู้มันได้จบลงตามที่เขาต้องการให้มันเป็น แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นชัยชนะของโอโรจิที่ได้กินพลังของมังกรลงไปหลายต่อหลายตัว

เรต้าได้ถูกนับว่าล้มเหลวในทันทีที่ยูอิลฮานได้คิดว่าเรต้าทรยศเขาแล้ว

[มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน….!] (เรต้า)
[กรรรรรรร!] (โอโรจิ)

โอโรจิได้หัวเราะเยาะต่อหน้าศัตรูที่มันได้เอาชนะมา ยูอิลฮานก็ยังขำเช่นกัน

นี่มันเป็นช่วงเวลาที่เขาได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ศัตรูในวันวานคือมิตรในวันนี้’ แล้วจริงๆ

[เดี๋ยวก่อน ข้า… ยัง!] (เรต้า)

เรต้าได้พูดขึ้นอย่างฝืนๆ

ในสถานการณ์ตามปกติแล้ว คนมักจะพูดว่า ‘มีอะไรจะสั่งเสียไหม?’ หรือไม่ก็ ‘ฮึ่ม ฉันจะไม่ให้แกได้ตายง่ายๆได้ แกจะต้องทรมานยิ่งกว่าตาย!’ และสิงนี้มันจะไร้ประโยชน์ก่อนที่จะถูกโต้กลับไปจนวิกฤติ แต่ว่ายูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างห้วนๆราวกับคิดที่จะทำลายความคิดที่หยาบคายไปทั้งหมด

“ฆ่าเธอซะ!”
[กรรรร!] (โอโรจิ)

โอโรจิก็ได้ตอบกลับมาสั้นๆเช่นกัน จากนั้นมันก็กัดเรต้าจนตาย

เรต้าได้ถูกทำลายลงไปโดยไม่สามารถจะร้องได้แม้แต่แอะเดียว

ในเวลาเดียวกันกับที่วิญญาณของเรต้าได้หายไปจากวิญญาณยูอิลฮานโดยสมบูรณ์ แสงจากวงเวทย์ที่ติดตั้งอยู่ทั่วทั้งทวีปก็ได้หายไปในทันทีก่อนที่ความเงียบและความเงียบจะปกคลุมไปทั่วโลก ยูอิลฮานได้กลับมาควบคุมร่างกายของเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

[เวทย์ย้ายวิญญาณได้ถูกยกเลิกแล้ว มานาที่สะสมมาในวงเวทย์ของจักรวรรดิเอลฟ์ได้ขยายสระมานาของคุณ พลังเวทย์ของคุณเพิ่มขึ้น 115 เป็นการถาวร]

เวทย์ได้ถูกยกเลิก แต่ว่ามานาจำนวนมหาศาลได้ไหลอยู่ในร่างกายของเขาที่เพื่อจะควบคุมเขาตามคำสั่งของเรต้าได้เสียการควบคุมไปและผสมเข้ากับมานาของยูอิลฮาน จนจบลด้วยการขยายสระมานาของเขาแทน

นี่มันเป็นวินาทีที่สเตตัสพลังเวทย์ของเขาที่เคยอยู่ต่ำกว่าสเตตัสทั้งหมดได้ก้าวข้ามสเตตัสอื่นๆทั้งหมดไปในทีเดียว ในที่สุดสเตตัสขงเขาที่ผิดปกตเมื่อเทียบกับผู้กลับมาในที่สุดก็เข้าร่องรอยแล้ว

เขาเพิ่งจะได้รับการเสริมพลังขึ้นในระหว่างเวลาทีเขากำลังกังวลในการขาดมานาของเขา

ยูอิลฮานได้รู้สึกได้ถึงการขยายขึ้นของมานาบริสุทธิ์ภายในร่างของเขาและสระมานาที่ขยายตัวของเขาก็เช่นกัน มันทำให้เขาตื่นเต้นอย่างมาก

“ถ้างั้นสเตตัสก็สามารถเพิ่มแบบนี้ได้ด้วย ฉันคิดว่าฉันอยากจะให้มันผ่านแบบนี้อีกสักสองครั้งนะ”
[อย่าได้ทำเป็นเล่นกับชีวิตคุณสิ ฉันจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นมาอีก!…. ยังไงก็เถอะมันเป็นเรื่องดีแล้วที่มันจบลงด้วยดี]

แต่ว่ามันก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น

[คุณได้ดูดซับพลังที่เหลืออยู่ของวิญญาณกลายพันธ์เรต้าคาร์อิฮ่าห์ พลังในการควบคุมวิญญาณของคุณเพิ่มขึ้นอย่างมาก]
[คุณได้เรียนสกิลเอนชานท์วิญญาณ คุณสามารถมอบพลังของวิญญาณที่อยู่ในครอบครองของคุณลงไปในอาร์ติแฟคได้ ไม่มีโอกาสที่จะล้มเหลวและคุณยังสามารถจะนำพลังของวิญญาณภายในอาร์ติแฟคออกมาได้มากยิ่งขึ้นตามเลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้น]

นี่มันเป็นเพราะว่าโอโรจิไม่ได้กินเรต้าไปงั้นหรอ? วิญญาณของเรต้าได้พัฒนานไปอย่างมากจากการดูดซึมพลังต่างๆลงไปและได้มอบของขวัญสุดท้ายนี้ให้กับเขา

ในที่สุดแล้วเขาก็ได้มีวิธีในการใช้สกิลผู้สะสมความตายล้ว ถึงแม้ว่าจะใช้ได้แค่กับเศษเสี้ยววิญญาณที่ไม่ใช่พลังชีวิตก็ตาม

“นี่มันจะยอดเยี่ยมทีเดียวที่ไม่ใช่โอโรจิที่พัฒนาขึ้น รออีกเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันจะให้แกได้ทำแบบนี้อีก”
[กรรรรรรรร!] (โอโรจิ)

เมื่อคิดย้อนไปแล้วข้อเสนอระหว่างยูอิลฮานกับโอโรจิมันก็ง่ายมากๆเช่นกัน โอโรจิได้ยอมรับเพียงแค่เมื่อยูอิลฮานได้บอกกับมันว่ามันจะได้หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่มันทำได้แต่คำรามเท่านั้น และได้มีโอกาสอารวาดในขณะที่ได้รับการเสริมพลังทางความคิดและพลังชีวิตที่เขาได้รับมาไปอย่างต่อเนื่อง

มันเป็นเรื่องไร้ยางอายมากๆสำหรับข้อตกลงที่ยูอิลฮานได้ทำ ผู้คนบนโลกมักจะเรียกสัญญาแบบนี้ว่าสัญญาทาส แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่สนใจซักนิด ที่เขาทำแบบนี้เพราะเขารู้ว่าพวกมังกรต่างก็โลภในพลัง

แน่นอนว่ามันยังมีอีกเหตุผลกคือโอโรจิมันรู้เป็นอย่างดีว่ามันจะไม่มีทางรอดได้หากว่าเรต้ายึดร่างของยูอิลฮาน ดังนั้นมันจึงเป็นข้อตกลงที่ได้ทั้งสองฝ่าย

[ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะได้สกิลมา นี่มันเป็นเพราะว่าเรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้รับพลังคืนมามากเมื่อตอนที่มีชีวิตงั้นหรอ? หรือว่ามันเป็นพลังเวทย์ที่เสริมพลังให้กับวิญญาณของเธอกันนะ?]
“โอ้ จริงด้วย ฉันพึ่งมาคิดเรื่องนี้นะ….”

เมื่อได้ยินคำพูดของเอิลต้า ยูอิลฮานก็นึกได้ถึงบางอย่างในขณะที่ดีดนิ้วออกมา ในเวลานี้เองส่วนหนึ่งของวงเวทย์ใต้เท้าของยูอิลฮานได้ส่งแสงจางๆออกมาชั่วขณะ

เอิลต้าได้แต่กระพริบตาหลายต่อหลายครั้งเมื่อเห็นมัน

[ยูอิลฮาน คุณอย่าบอกนะว่า….] (เอิลต้า)
“ใช่แล้ว ฉันคิดว่าวงเวทย์มันได้ยอมรับฉันเป็นเจ้านายแล้ว”

ถึงแม้ว่าเขาจะใช้มันได้แค่ในดาเรย์นี้ก็ตามแต่มันก็มากพอแล้ว ในตอนนี้เขายังเหลือมังกรอยู่อีก 200 ตัวที่ต้องจัดการ และพวกมันทุกๆตัวต่างก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าโอโรจิ

สำหรับเรต้าคาร์อิฮ่าห์มันเป็นการทรยศเพื่อความทะเยอทะยานหาชีวิตใหม่ของเธอและนี่มันเป็นผลลัพธ์ออกมาทำให้ยูอิลฮานได้รับอะไรมากมายเกินกว่าที่จะพูดอธิบายออกมาได้ ความหมายของยมทูต พลังของโอโรจิ พลังเวทย์และแม้กระทั่งความเป็นไปได้กับสกิลใหม่ๆ

ในจุดนี้เขากระทั่งสงสัยว่าเรต้าได้เสียสละตัวเองเพื่อช่วยยูอิลฮาน

“ขอบคุณนะเรต้า ถึงเธอจะเป็นนังสารเลวตัวจริง แต่ว่าฉันจะช่วยดาเรย์เอาไว้ให้ด้วยพลังที่เธอให้ฉันมา เป็นไงล่ะ ฉันเป็นคนที่ซื่อสัตย์ใช่ไหมล่ะ?”
[ทำไมยิ่งฟังคุณยิ่งดูเหมือนตัวร้ายกันนะ…?]

ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับอะไรมาเพิ่มอีกหลายอย่าง แต่นี่มันยังไม่หมด เป้าหมายแรกเขายังไม่ได้เริ่มเลย

ทำไมเรต้าถึงเผยธาตุแท้ของเธอออกมากันล่ะ มันม่ใช่ว่าเพราะยูอิลฮานได้ประสบความสำเร็จในการเริ่มคลาสงั้นหรอกหรอ ใช่แล้ว ในตอนนี้ยูอิลฮานเลื่อนไปคลาส 3 ได้แล้ว

หัวใจของยูอิลฮานได้เต้นแรงยิ่งกว่าแต่ก่อน มากยิ่งกว่าในตอนสร้างหอกกระดูกทมิฬยักษ์ หรือเอจิสซะอีก เขาได้มีความสุขมากยิงกว่าในตอนที่ได้รับสเตตัสพลังเวทย์และสกิลที่เกี่ยวกับวิญญาณจากเรต้าซะอีก บางทีนี่มันอาจจะเป็นเพราะมันคือรางวัลสุดท้ายสำหรับความพยายามของเขา

[คุณต้องการเลื่อนขั้นเป็นยมทูตประกายเพลิงไหม?]
“แน่นอนสิ”

ยูอิลฮานได้หยักหน้าออกมา

[คุณได้กลายเป็นยมทูตประกายเพลิง ผลของการปกปิดตัวตนเพิ่มขึ้น20% พลังโจมตีและโอกาสคริติคอลเพิ่มขึ้น 40% เมื่อโจมตีโดยที่ศัตรูไม่รู้ตัว พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 30% เมื่อต่อสู้กับสิ่งมีชีวิต ความต้านทานไฟและพลังโจมตีที่เกี่ยวข้องกับไฟเพิ่มขึ้น 20%]
[สกิลที่เกี่ยวข้องกับยมทูตทั้งหมดจะพัฒนาได้เร็วขึ้นอย่างมาก]
[บันทึกที่สะสมเอาไว้ได้ถูกดูดซับ คุณได้กลายเป็นเลเวล 134 พละกำลัง 50 ความคล่องแคล่ว 50 พลังชีวิต 35 พลังเวทย์ 40]
[คุณได้เรียนรู้สกิลใช้งานประกายเพลิง สกิลประกายเพลิงจะเป็นการเก็บรวบรวมพลังชีวิตเข้าไปในมานาเพื่อทำให้เกิดการเดือดของความร้อนขึ้นเหมือนกับในส่วนลึกของนรก ในเลเวล 1 คุณจะสามารถยืมนำพลังความร้อนนี้ใส่ลงไปในอาวุธได้]
[ความสามารถคลาสย่อยคู่หูของทูตสวรรค์ได้เพิ่มขึ้น คุณสามารถจะติดต่อกับทูตสวรรค์เพิ่มได้]
[คุณสามารถจะรับคลาสย่อยเพิ่มได้]

[Yu IlHan]
[Human]
[Main – Blazing Reaper 134]
[Sub – Angel’s Partner, Selectable]
[Title = Pancosmic Loner (Concealment becomes passive) and 7 others]
[Strength – 296 Agility – 295 Health – 249 Magic – 332] (T/N: Magic stat tho…)
[Active skills – Deathgod Lv 25, Mana Crafting Lv 43, Soul Enchant Lv 1, Blaze Lv 1, Superhuman Strength Lv 42, Leap Lv 42]
[Passive skills – Physical Combat Lv Max, Blunt Weapon Mastery Lv Max, Sword Mastery Lv Max, Dismantling Lv Max, Blacksmithing Lv Max, Language Lv Max, Spear of Untraceable Trajectory Lv 13, Absolute Accuracy Lv 9, Transcendent Regeneration Lv 41, Cooking Lv 49, Critical hit Lv 41, Extreme Poison Resistance Lv 39, Death Collector Lv 38, Higher Curse Resistance Lv 18]

นอกเหนือไปจากการได้รับพลังของยมทูตประกายเพลิง ยูอิลฮานไม่เคยคิดเลยว่าเลเวลของเขาจะเพิ่มขึ้นถึง 35 ภายในครั้งเดียวและเขาได้กัดฟันแน่นกับการที่จู่ๆร่างกายเกิดการเปลื่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

มันรู้สึกเหมือนกับร่างกายของเขาถูกเจาะลงไปข้างในร่างเหมือนทีเขาเคยรู้สึกมาก่อน ทันใดนั้นระดับวิญญาณของเขาก็เพิ่มขึ้นและมันก็ไม่ได้รู้สึกดีเลย เมื่อเทียบแล้วมันให้ความรู้สึกเหมือนกับร่างกายของเขากำลังถูกปั่นวนไปมาภายในเครื่องซักผ้า

[คุณไม่เป็นไรนะยูอิลฮาน? ภารกิจเลื่อนขั้นคลาสที่บ้ามากๆนี่…]
“ข้างในตัวฉัน… มันกำลังปั่น….”

เขารู้สึกราวกับว่ากล้ามเนื้อที่แขนของเขากำลังพองขึ้นมา มันไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ แม้แต่่เลือดของเขาก็ยัดเดือดพล่นในขณะที่ได้รับลักษณะบางอย่างที่อยู่เหลือไปคนละมิติ ผิวหลังของเขาได้ปริแตกและฟื้นฟูขึ้นใหม่ กระดูกของเขาได้ถูกบิดในขณะที่ขยายขึ้นและหัดตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะปรับตัวเองให้พอดีและกลายเป็นแข็งทนทานขึ้น

หากวาเขาจดจ่อกับมันงั้นเขาก็สาารถจะรู้สึกได้ถึงการเปลื่ยนแปลกนี้ได้เลยย แต่ว่าเขามัวแต่ทรมานไปกับความเจ็บปวดมากทำให้ยูอิลฮานได้แต่ภาวนาให้การเปลื่นแปลงนี้มันจบลงไปเร็วๆในขณะที่ปิดตาลงไป

หลังจากผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ ความเจ็บปวดของเขาก็ได้บรรเทาลงเหมือนกับการเปลื่ยนแปลงสำเร็จแล้ว ยูอิลฮานได้เปิดตาขึ้นมาเล็กๆและหอบหายใจ

“ฟู่”
[เยี่ยม ในที่สุดคุณก็รู้ตัวก่อนจะสายไป]
“มันใช้เวลานานแค่ไหน”
[ประมาณสามนาที แต่ว่าคุณต้องรีบแล้ว ยูอิลฮานคุณก็น่าจะรู้ว่าทำไมใช่ไหม?]
“รู้สิ”

เขาอยากจะหลับไปหลังจากที่กลิ้งกัลพื้นอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าสถานการณ์มันไม่ได้ดีนัก

มังกรจำนวนมหาศาลก็น่าจะรูได้แล้วว่ามีการต่อสู้ขนาดใหญ่เกิดขึ้นระหว่างยูอิลฮานกับมังกรตัวอื่นที่นี่ แต่ว่าในไม่นานที่การต่อสู้จบลงวงเวทย์ที่ถูกติดตั้งทั่วทวีปได้ส่งแสงและปลดปล่อยมานาออกมา

ในตอนนี้ไม่มีมังกรตัวไหนที่ไม่รู้เรื่องการเชื่อมต่อของยูอิลฮานกับวงเวทย์แล้ว พวกมันน่าจะรู้ได้ถึงเรื่องสำคัญบางอย่างที่นี่แล้วและพวกมันก็จะมาตรวจสอบด้วยความเร็วสูงสุดของพวกมัน

“ถ้างั้นฉันก็จำเป็นต้องรออยู่ที่นี่แล้วก็ฆ่าพวกมันในทันทีที่พวกมันมาก”
[เท่อะไรแบบนี้]

หากเป็นคนปกติแล้วเขาคงจะเลือกหนีไปโดยไม่ต้องลังเลใดๆเพื่อความปล่อยภัย แต่ว่ายูอิลฮานไม่ใช่คนปกติแบบนั้น

ความเหนื่อยล้าทางจิตใจมันก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่าสำหรับแค่นี้มันไม่นับว่าเป็นอะไรกับเขาเลย แล้วในเวลาเดียวกันนี้หลังจากที่เขาได้เพิ่มเลเวลขึ้นถึง 35 เลเวลอย่างน้อยทั้งพลังชีวิตและพลังเวทย์ของเขาก็ฟื้นคืนมาแล้วดังนั้นยูอิลฮานจึงยินดีต้อนรับพวกมันตลอดเวลา

เขายังมีบาลิสต้ากับฉมวกที่เก็บเอาไว้ด้วย เขาสามารถจะใช้มันได้อีกครั้งหนึ่งเมื่อสถานที่นี้กลายเป็นสนามรบ

ปัญหาเดียวคือเรื่องเวลา เพราะความเจ็บปวดที่เขาไม่คาดคิดได้ทำให้เขาเสียเวลาไปอย่างมาก

‘ฉันก็ยังอยากจะได้คลาสย่อยอีกด้วย เอาเถอะทุกๆสิ่งมันไม่ได้เป็นไปตามแผนอยู่แล้ว’

ยังไงกตามมันยังมีสิ่งอื่นที่ทำให้ยูอิลฮานคิดอยู่อีกอย่างหนึ่ง

ตัวเขาที่เป็นผู้ที่ขาดสกิลการใช้งานมาตลอดในที่สุดแล้วเขาก็ได้รับสกิลใช้งานประกายเพลิงมาจนได้ซึ่งเขาสนใจมันเป็นอย่างมากมันดูเหมือนว่าเขาจะต้องทดลองมันในการต่อสู้จริง

เขายังไม่รู้แม้กระทั่งว่าสกิลมันจะใช้มานาหรือพลังชีวิตมากแค่ไหน และมันทรงพลังมากแค่ไหน ไม่ใช่่ว่านี่มันน่าเศร้าหรอกหรอ?

[ฉันจะบอกเรื่องนี้ก่อนเลยนะ คุณไม่เคยได้รับสกิลใช้งานมาตั้งแต่เริ่มในตอนตลาส 1 ที่เหมาะสม มันอาจจะเป็นไปได้ว่าพลังของมันทั้งหมดนั้นได้ถูกนำมาบีบอัดไว้ภายในสกิลๆเดียว คุณรู้ถึงสิ่งที่ฉันจะบอกใช่ไหม?]
“มันก็จะทรงพลังสุดๆไปเลยสินะ?”
[แม้อย่างนั้นสิ่งที่ตามมากับความทรงพลังก็คือการใช้มานาที่สูงมาก!]

เขายุ่งมากเกินกว่าจะตอบกลับเอิลต้าไปอีกแล้ว ยูอิลฮานได้พยายามปรับบาลิสต้าอย่างสุดความสามารถและเติมลูกศรกระดูกมังกรลงไปในแต่ละอัน จากนั้นก็ปักเสาลงไปในพื้นดิน เหลาฉมวก และเตรียมหอกของเขาไว้ใช้ในทันทีที่เห็นพวกมัน

“เอาล่ะถ้างั้น…. อ่าเวร”
[คุณคิดว่าพวกมันจะรองั้นหรอ?]

หากว่าพวกมันมาช้าก็จะไม่มีใครว่าพวกมันเลย แต่ว่าในทันทีที่เขาทำเสร็จเขาก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลที่อยู่ขอบฟ้า

[กรรรรรรรรรรร!]

มันชัดเจนมากว่ามังกรพวกนั้นเป็นศัตรูไม่ใช่มิตร และพวกมันต่างก็เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่มีเลเวลถึง 220 ยูอิลฮานได้ปรับองศาของบาลิสต้าเล็กน้อย

[กรรรรรร มันอยู่ที่นี่จริงๆงั้นหรอ?]

ความเร็วของมันมหาศาลมากสมกับเลเวลของมันจริงๆ ในทันทีหลังจากที่มันปรากฏตัวที่ขอบฟ้า ในตอนนี้มันก็เข้ามาใกล้ยูอิลฮานจนเขามองเห็นเกล็ดแต่ละอันของพวกมันได้เลยบ บาลิสต้าของยูอิลฮานได้เล็งไปที่ตาของพวกมันโดยไม่ส่ายแม้แต่นิด

หนึ่งในความน่าสะพรึงก็คือบาลิสต้ายักษ์ที่ยูอิลฮานควบคุมได้รับผลจากการปกปิดตัวตนจากเขาทำให้มังกรไม่อาจจะเห็นได้

“เอาล่ะถ้างั้นก็เตรียมตัว….”

ยูอิลฮานได้ยิงบาลิสต้าออกไปอย่างสุดพลังเข้าใส่มังกรที่บินเข้ามา

“…ยิง!”
[ติดคริติคอล!]
[ก๊าซซซซซซซ!]

มังกรได้ร้องออกมา เผ่ามังกรทั้งหมดที่อยู่แนวหน้าต่างก็ถูกยิงถึงสิบห้านัดต่อเนื่องกันอย่างเท่าเทียม! มังกรที่ปรากฏตัวหลังจากนั้นก็ยังทรมานกับบาลิสต้าและฉมวกอีกเช่นกัน

ยูอิลฮานที่ได้เลื่อนคลาส 3 มาและกำลังรอคอยที่จะได้รับคลาสรอง เขาได้เฝ้าหวังให้การต่อสู้นี้จบลงอย่างรวดเร็วในขณะที่ฆ่ามังกรและเผ่ามังกรที่เข้ามาในนี้

ยังไงก็ตามความต้องการเล็กๆของเขามันไม่เป็นจริง เนื่องจากการต่อสู้ได้ยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก เผ่ามังกรที่เหลืออยู่ทั้งหมดในดาเรย์ได้รีบเร่งมาที่เกาะนี้้นำพาไปสู่การเริ่มต้นการต่อสู้ที่วุ่นวายไม่อาจคาดเดาได้และไม่เคยมีมาก่อน