0 Views

บทที่ 93 – คนแปลกหน้า (12)

 

“ฟู่ ฟู่….”

ยูอิลฮานได้หอบหายไปและล้มลงไปกับพื้น ภาพของมังกรที่เปิดปากกว้างค้างอยู่มันดูน่าตลกแปลกๆ

[ยูอิลฮานคุณยังไม่ตายไปนะ…?]
“ใช่ อาจจะยัง”

ยูอิลฮานได้หันหัวลงมาตรวจสอบเอวที่ถูกกระแทกของเขาและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลก่อนจะหยิบเอาบลัดดริ้งขึ้นมาดื่ม

การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ได้ถูกใช้งานในขณะที่ร่างกายของเขาได้รับพลังงานพักผ่อนเพื่อรักษากล้ามเนื้อที่เสียหายจากผลสะท้อนกลับของพลังเหนือมนุษย์และรักษาข้อต่อไหล่ของเขาที่เกือบจะขาดไปจากกรงเล็บของมังกร

เพียงแค่หลังจากเขาได้ตรวจสอบว่าไม่มีซี่โครงส่วนไหนที่แตกหักเหลืออยู่อีกเขาก็เอาขวดบลัดดริ้งออกมาจากปาก

“ในตอนนี้หลือบลัดดริ้งเพียงแค่ 30 ลิตรแล้ว นี่มันน่าเจ็บปวดจริงๆ”
[ถ้าหากว่ามังกรในปาร์ตี้คุณรู้ถึงเรื่องนี้และมาช่วยมันก็คงจะดี] (เอิลต้า)

เอิลต้าดูเหมือนจะหวังในการช่วยจากภายนอกอย่างมาก แต่ยูอิลฮานไม่ได้สนเรื่องนั้นเลย มันไม่ใช่ว่าเพราะพวกนั้นขาดในพลังก็เลยมาร่วมมือกับเขาหรอกหรอ หากว่าพวกนั้นเลือกถอยกลับแทนที่จะมาช่วยเขา เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

“ถ้าหากว่าเธอคิดอย่างที่พูดจริงๆ งั้นเธอก็คงไม่เคยกลัวเรื่องการแทงข้างหลังเลยสินะลิต้า”
[นั่นมันเป็นสิ่งที่น่าเศร้านะ…] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้หยิบเอาทั่ง เตาหลอม ค้อนและเครื่องมือต่างๆออกมาก่อนที่จะถอดเศษชุดเกราะของเขา

“ฉันน่าจะเอาเพลิงนิรันดร์มากับฉันด้วยในคราวนั้น”
[เด็กคนนั้นอยู่ในกระเป่าสะพายไม่ได้นะ] (เอิลต้า)

เขาได้คิดที่จะหาเรื่องจัดการวิจัยในเรื่องนี้ในภายหลัง จากนั้นก็คิดถึงสิ่งที่จะเอามาใช้เป็นไฟแทนได้และมันก็คือเพลิงม่วงจากหอกกระดูกยักษ์ทมิฬของเขา

มันจะไม่ดับลงไปง่ายๆเมื่อเขาได้จุดมันในเตาหลอมและเนื่องจากว่ามันเป็นเพลิงที่มีคุณสมบัติพิเศษทำให้มันมีความสามารถในการหลอมละลายที่ดีเลย มันเป็นตัวเลือกชดเชยที่ดีเยี่ยมเลย

ยูอิลฮานได้เริ่มทำการซ่อมเกราะด้วยกระดูกโอโรจิกับหนังที่เขาเหลืออยู่ทันที เมื่อนั้นเอิลต้าก็รู้สึกตัวถึงบางอย่างและพูดออกมา

[โอ้จริงด้วย เรต้าเข้ามาไม่ได้อีกแล้ว] (เอิลต้า)
[กรรรรรรรรรรรร!]
[….แล้วนี่โอโรจิเข้ามาอีกแล้ว?] (เอิลต้า)
“เฮ้ มันคือสิ่งที่ฉันอยากจะเก็บมันเป็นความลับจากเธอ!”

ความลับ เขากำลังพยายามจะทำของขวัญให้เธอหรอ? ดวงตาของเอิลต้าได้เป็นประกายขึ้นมา

เดี๋ยวนะ เขากำลังทำของขวัญโดยที่ไม่ถามอะไรเธอเลยหรอ? แต่ว่านั่นมันก็ไม่สำคัญอะไร ถึงแม้ว่าเธอจะทำให้เขาต้องอายมาอย่างมากจนถึงตอนนี้ แต่ว่าเธอก็ควรจะช่วยเขาได้มากนับตั้งแต่ที่เขามาดาเรย์เนื่องจากสกิลการสนับสนุนของทูตสวรรค์

ถึงแม้ว่าหากเธอคิดอีกนิดหนึ่งเธอจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ตาม แต่ว่าความใจเย็นและความมีเหตุผลของเธอมันได้หายไปนานแล้ว ตอนนี้มีเพียงน่าฟ้าที่น่าสงสารที่กำลังจะสับสนในความรู้สึกแปลกใหม่ของตัวเอง

แต่ไม่่ว่าเอิลต้าจะเข้าใจผิดไปถึงขนาดไหนก็ตาม ยูอิลฮานก็ยังทำงานของเขาต่อไปโดยไม่สนใจ ในพื้นที่ที่เวลาได้ถูกหยุดลงไปนี้เสียงดังชัดของค้อนได้ดังออกมาอย่าไม่สิ้นสุดลง

ถึงแม้ว่าเมื่อไม่นานมานี่ชีวีวิตของเขาเพิ่งจะผ่านความเป็นความตายมา แต่ยูอิลฮานก็ไม่มีทั้งความกังวลหรือเร่งร้อนเลย เขารู้ตัวว่ามีเวลา 2 เดือนและเขาก็จะใช้เวลานั้นทำหน้าที่ตนอย่างเต็มที่

นี่มันจะเป็นไปไม่ได้เลยหากเป็นคนอื่น ที่มันเป็นไปได้ก็เพราะว่าเป็นยูอิลฮานที่ได้มีประสบการณ์บนโลกมานับสหัสวรรษเท่านั้น นี่มันไม่ใช่เรื่องโกหกไปเลยที่สเปียร่าได้บอกว่ายูอิลฮานเป็นคนที่เหมาะสมกับนาฬิกาทรายแห่งการเวลานี้

ในไม่ช้าเกราะก็ได้รับการซ่อมแซมและหอกของเขาก็ยังแหลมคมข้นกว่าก่อนหน้านี้ นี่มันเป็นเรืองน่าสนใจนิดหน่อยเมื่อได้เห็นว่าหอกได้ถูกหลอมละลายผ่านเตาหลอมถึงแม้ว่าในตอนใช้สกิลมันจะไม่ละลายก็ตามที

“ต่อไปก็โล่….”

ยูอิลฮานได้เทกองโล่ที่พังออกมา

โล่ 1000 อันที่มีคุณภาพสูงได้ทำขึ้นมาจากหนังและกระดูกส่วนที่แข็งของโอโรจิ ได้กลายเป็นซากไปทุกอันโดยไร้ข้อยกเว้นใดๆ

[… คุุณจะซ่อมมันทั้งหมดเลย?] (เอิลต้า)
“ฉันใช้หนังไม่ได้แล้ว สำหรับกระดูก… มันโชคดีที่ว่ามันมีคุณสมบัติเป็นโลหะ ฉันคิดว่าฉันจะใช้พวกมันได้อีกครั้งหากว่าฉันหลอมพวกมันใหม่”

จากนั้นเองช่วงเวลาที่สำคัญก็ได้มาถึงแล้ว

ช่วงเวลาแห่งการชำแหละ

“ฉันอยากจะชำแหละพวกคลาส 3 ด้วย!”
[ช่วยคิดอีกทีนะ!] (เอิลต้า)

จำนวนของมอนสเตอร์คลาส 3 ที่ยูอิลฮานได้ฆ่าไปนับตั้งแต่ที่เขามาดาเรย์ได้มันเกินกว่าสามหมื่นตัวไปแล้ว มันน่าทึ่งมากที่กระเป๋าสะพายยังยัดพวกมันลงไปได้

ถึงแม้ว่าพวกคลาส 3 จะมีขนาดที่เล็กกว่าพวกคลาส 5 แต่เนื่องจากว่าพวกมันทุกๆตัวต่างก็มีขนาดสูงหลายเมตร หากว่าเขาจะชำแหละพวกมันทั้งหมด เวลาของบาเรียก็อาจจะหมดลงไปก่อนที่เขาจะทำอะไรได้มากนัก

“ใช่แล้ว ไว้ทำมันหลังจากที่เรากลับโลกดีกว่า พวกตระกูลก็น่าจะซื้ออุปกรณ์ในระดับสูงได้ด้วย”
[มันดูเหมือนว่าคุณจะต้องสร้างไอเทมระดับสูงที่สูงกว่าระดับสูงอยู่แล้ว อุปกรณ์ที่ทำขึ้นมาจากมังกรจะแตกต่างกันออกไปในบางอย่าง]

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมากับเอิลต้าก่อนที่จะเริ่มการชำแหละมังกรคลาส 4 เขาได้ใส่มีดกระดูกมังกรไว้ภายในมือทั้งสองข้างและร่ายรำดาบตัดชิ้นส่วนศพของมังกรที่ออกมาจากกระเป๋าสะพายของเขา

ในตอนที่เขาทำการชำแหละโอโรจิมันได้จบลงไปเร็วมากๆ แต่ว่าในตอนนี้เขาต้งชำแหละมังกรกว่า 900 ตัว ทำให้การร่ายรำดาบของเขาได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก

ยูอิลฮานได้ใช้มีดทั้งสองมือด้วยสมาธิสูงสุดในขณะที่เอาศพออกมาจากกระเป๋าสะพายในเวลาเดียวกัน และศพของมังกรที่ดูยิ่งใหญ่ก็ได้ปรากฏออกมา แต่ว่าเมื่อมันได้ตตกถึงพื้นในไม่กี่นาทีมันก็ได้กลายเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็กๆไปแล้ว ด้านร่างของมันก็ยังมีถังพิเศษที่เอาไว้เก็บเลือดมังกรเอาไว้โดยเฉพาะอีกด้วย

นี่มันเป็นภาพที่น่าแปลกประหลาดอย่างแท้จริง แต่ว่ามันก็เท่มากๆด้วยการที่ยูอิลฮานอยู่กึ่งกลาง เอิลต้าได้เฝ้ามองดูฉากๆนี้อย่างตกตะลึง

การชำแหละได้เสร็จสิ้นลงไปและยูอิลฮานก็ได้รับหินพลังเวทย์คลาส 4 มาถึง 18 ก้อน

“1 ใน 5 บ้าอะไรล่ะ นี่มันมากกว่า 1 ใน 50 ไปแล้วนะ”
[แต่ว่ามังกรก็มีความเป็นไปได้มากที่จะมีหัวใจมังกร!] (เอิลต้า)
“แต่ว่าฉันก็ไม่ได้เลย”
[นั่นคือความจริง] (เอิลต้า)

ถึงแม้ว่าเขาจะชำแหละเอาหัวใจของมังกรออกมาอย่างระมัดระวังในทุกๆครั้ง แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรที่ดูเหมือนหัวใจมังกรเลย ให้ตายเถอะมันก็เป็นหัวใจนะ แต่ว่าไม่ใช่หัวใจแบบนั้น

[หัวใจมังกรคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยศักยภาพที่ยิ่งใหญ่และไม่ใช่หัวใจธรรมดา]
“ขอบคุณที่ช่วยให้เข้าใจง่ายนะ อาจารย์เอิลต้า”

ความฝันเรื่องหัวใจมังกรที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกปิดฉากลงภายในเวลาอันสั้น ยูอิลฮานได้แยกกระดูกมังกรเข้าไปในเพลิงม่วงที่ลุกอยู่ภายในเตาหลอม เมื่อมองดูมันตอนนี้ มันดูเหมือนกับว่าเขาจำเป็นต้องทำเตาหลอมอันใหม่ก่อนจากกระดูกของมังกรเนื่องจากเตหลอมในตอนนี้ดูจะเหมือนละลายได้ตลอดเวลา

[ยูอิลฮาน แล้วเราจะทำอะไรกับหัวใจทั้งหมดพวกนี้ล่ะ?]
“ก็แค่รวมมันไว้ซะที ฉันอาจจะใช้มันทำอะไรซักอย่างได้”
[ตอนนี้คุณถึงขนาดสั่งทูตสวรรค์แล้ว…]

ถึงแม้ว่าเธอจะบ่นแต่เธอก็รวมหัวใจไว้ในจุดๆหนึ่ง เนื่องจากว่าถังเก็บเลือดมังกรได้อยู่ประมาณ 70% ไปแล้ว เธอจึงโยนหัวใจทั้งหมดลงไปในนั้น การได้มองดูหัวใจสีแดงและน่าเกลียดลอยอยู่ในทะเลเลือดสีดำมันเป็นประสบการณ์ที่น่าตกใจจริงๆ

[นี่มันเป็นครั้งแรกลยที่ฉันได้เห็นหัวใจมังกรจำนวนมากอยู่ในที่ที่เดียวกัน เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้เจอมังกรบ่อยนักแม้แต่ในตอนที่ฉันอยู่คลาส 4]

จริงๆแล้วก่อนหน้าที่เธอจะกลายมาเป็นทูตสวรรค์มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเธอที่จะล่ามังกร เธอเป็นจอมเวทย์และมีพลังโจมตีที่สูง แต่ว่าการป้องกันของเธอนั้นอ่อนแอและต้องใช้เวลานานในการร่ายเวทย์

สำหรับในเรื่องนี้แล้วสามารถจะพูดได้เพียงว่ายูอิลฮานน่าทึ่งมาก ถึงแม้ว่ามันจะมีความจริงที่ว่าเขาได้อยู่ภายใต้การสนับสนุนที่น่าหวาดหวั่นของอุปกรณ์และสกิลการสนับสนุนของทูตสวรรค์ก็ตาม แต่จากการพัฒนาด้วยความเร็วในปัจจุบันของเขา มันก็คงไม่นานนักหรอกที่เขาจะก้าวข้ามพลังของเอิลต้าในตอนที่เธอยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ

มีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่ได้รับศักนภาพในการพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุดก็เพราะการเชื่อมต่อกับบันทึกแห่งอคาชิค แต่ว่ามันก็เป็นการยากมากๆที่คนพวกนั้นจะไปถึงในอาณาจักรของสิ่งมีขีวิตชั้นสูงได้ ดังนั้นไม่ว่าฮีโร่จะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมยังไงก็ตาม มันก็ยังเป็นการยากที่จะพูดว่าคนๆนั้นจะได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงหรือไม่

ยังไงก็ตามแล้วยูอิลฮานล่ะ? เขาคงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้โดยสบายๆสินะ?

[ถ้าหากว่าคุณได้รับความเป็นไปได้ที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงจริงๆ… คุณจะร่วมกับเราไหม?]

ที่เธอพูดออกมาเนื่องจากเธอรู้ว่าสมาธิของยูอิลฮานยังคงอยู่กับการทำงานทำให้เธอกล้ามพึมพัมออกมาในขณะที่เฝ้ามองยูอิลฮาน เขาดูจะไม่ได้ยินเสียงเธอเลยในขณะที่ยังคงทุบค้อนต่อไป

เวลาได้ผ่านไปเรื่อนๆแบบนี้

ยูอิลฮานได้สร้างโล่ขึ้นมาใหม่ถึงสามพันอันด้วยการใช้กระดูกและหนังของมังกรจำนวนมาก โล่ทั้งหมดนี้อย่างน้อยก็อยู่ในระดับยูนีค และมีห้าอันที่โชคดีอยู่ในระดับตำนาน มันได้รับพลังป้องกันที่เหนือชั้นอย่างมากเมื่อเทียบกับอันอื่นๆ

เขาก็คงจะไม่คิดอะไรมากหากว่าพวกมันทั้งหมดเป็นเกรดยูนีค แต่ว่าในตอนนี้เขาก็ต้องคิดเมื่อมีเกรดตำนานถึงห้าอัน เขาได้รู้สึกขัดแย้งอย่างรุนแรง

“มันคงจะดีหากว่าฉันจัดกลุ่มระดับตำนานและเก็บพวกมันไว้ด้านหน้า”
[มันเป็นการยากถึงแม้แต่คุณในการที่จะแยกความแตกต่างของโล่ในกระเป๋าสะพายใช่ไหมล่ะ?]

เขาก็อยากจะเถียงเธอจริงๆ แต่ว่านั่นมันเป็นความจริง นอกเหนือไปจากความจริงที่ว่าโล่ทั้งห้าอันเป็นตำนานแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของมันก็ไม่ได้ต่างไปจากพวกในระดับยูนีคเลย ถึงแม้ว่าเขาจะใช้การควบคุมเก็บของระยะไกล แต่ว่ามันก็เป็นการยากที่จะเลือกหยิบโล่ระดับตำนานห้าอันจากโล่พันกว่าอันที่เหมือนกัน

แล้วงั้นเขาจะทำยังไงล่ะ ตามปกติแล้วเมื่อคนพบปัญหาที่แก้ไม่ได้ด้วยตัวเองพวกเขาก็จะใช้เงินกัน ด้วยแบบนี้มันเป็นการแก้ปัญหาของคนส่วนใหญ่ ยูอิลฮานก็ยังได้รู้ถึงวิธีนี้เมื่อไม่นานนี้เหมือนกัน การใช้เงินเพื่อที่จะสร้างปาฏิหาริย์

ดังนั้นยูอิลฮานจึงหยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ออกมา

[ยูอิลฮาน!?]
“นี่มันเป็นขั้นตอนเล็กๆสำหรับฉันที่จะทำให้โล่นี่ก้าวกระโดดขนาดใหญ่”
[นาซ่าจะต้องมาตามล่าคุณ!]

โล่ทั้งหมดต่างก็ได้ทำการหัตถกรรมมานาด้วยหินพลังเวทย์คลาส 3 เขาแม้กระทั่งตัดหัวของมังกรคลาส 3 เพื่อจะเอาหินพลังเวทย์โดยไม่ชำแหละพวกมัน

เนืองจากของพวกนี้มันได้ผ่านการหัตถกรรมมานามาแล้ว พวกมันก็อาจจะไม่มีการเปลื่ยนแปลงใดๆอีกถึงแม้ว่าเขาจะอัดพลังของหินพลังเวทย์ลงไปอีก

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ยังอยากจะเชื่อในความเป็นตำนานของมัน หากว่ามันเป็นโล่ในระดับตำนานที่มีสภาพเหมือนๆกันจริงๆ เขาก็เชื่อว่าพวกมันจะต้องทนต่อหินพลังเวทย์คลาส 4 ได้

[ถ้าหากว่าคุณพยายาจะผูกคนห้าคนไว้เป็นหนึ่งเดียวด้วยการหัตถกรรมมานา คุณก็กำลังจะทำอะไรที่มันคล้ายกับในตอนที่คุณทำเกราะกับผ้าคลุมใช่ไหม?]
“โอ้ใช่เลย ฉันก็กำลังคิดแบบนั้นนั่นแหละ ฉันได้ผ่านความทรมานมามากในการติดออฟชั่นพวกนั้นลงไปในเกราะกับผ้าคลุมแต่ฉันถึงขนาดที่ไม่เคยได้ลองใช้มันเลย”

นั่นมันช่วยไม่ได้ แค่พวกคลาส 3 ก็สามารถจะฆ่าเขาได้ในทีเดียวแล้ว และพวกคลาส 4 ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ว่ายังไงก็ตามประสบการณ์ในครั้งนั้นมันก็ช่วยเขาได้ดี

ยูอิลฮานได้วางโล่ระดับตำนนานทั้ง 5 อันไว้ใกล้ๆกันและวางอันหนึ่งไว้บนมือของเขาเหนือโ,พวกนั้นในขณะที่หยิบเอาหินพลังเวทย์ที่ซึ่งส่งออร่าที่น่ากลัวออกมา

เขาได้หลับตาลงไปเมื่อตั้งสมาธิและดึงความปรารถนาของเขาในขณะที่ทำการหัตถกรรมมานา

“ได้โปรดทำให้ฉันใช้โล่ทั้งห้าอันด้วยด้วยกันได้!”

ในตอนนี้เองได้มีประกายแสงฉายวาบออกมา สิ่งที่ยูอิลฮานปรารถนามันคือปาฏิหาริย์ แต่ว่ามันก็เกิดขึ้นจริงๆ

อาร์ติแฟคทั้งห้าได้ส่องแสงส่างออกมาและเริ่มถูกสร้างจนเสร็จเป็นชิ้นเดียว

[เอจิส]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังป้องกัน – 7,200]
[ออฟชั่น –
พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 35%
ลบล้างการโดนโจมตีคริติคอลอย่างแน่นอน
สะท้อนความเสียหานทางกายภาพและเวทมนตร์บางส่วนเมื่อโดนโจมตีอย่างแน่นอน
สามารถขยับได้ตามความต้องการของผู้ใช้ด้วยการใช้มานา]
[ความทนทาน – 13,500/13,500]
[อาร์ติแฟคที่เป็นหนึ่งด้วยการประกอบกันของโล่ระดับตำนานทั้ง 5 อัน ผู้สร้างได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอาร์ติแฟคแต่ล่ะอันทำให้ประสบความสำเร็จในการทำให้โล่กลายเป็นหนึ่งเดียวได้ด้วยการผสมมานาของผู้สร้างและหินพลังเวทย์ที่บริสุทธิ์ หากว่าอาร์ติแฟคนี้ได้อยู่กับเจ้าของและได้รับบันทึกและความสำเร็จ บางทีมันอาจจะพัฒนาไปสู่ระดับใหม่]

“หือออ…..”

เนื่องจากว่ามันเกินกว่าที่เขาคิดไว้ ทำให้ยูอิลฮานนิ่งไป เอิลต้าก็ยิ่งตกใจมากยิ่งกว่า

[นี่มันจะเกินไปแล้ว! นี่มันเกือบจะจะเท่าระดับดาบรวมเมฆาสวรรค์]
“หินพลังเวทย์คลาส 4 นี่มันน่าทึ่งจริงๆ!”

ยูอิลฮานได้แสดงความคิดเห็นออกมาเล็กน้อยและพยายามที่จะยกโล่เอจิสขึ้นด้วยการใช้มานา

อย่างที่คิดเอาไว้ออฟชั่นมันดูเรียบง่ายมากกว่าที่เขาคิดไว้

โล่ทั้งห้าอันได้รวมกันเป็นรูปแบบของดอกไม้ที่ประกอบกันทำให้มีชั้นป้องกันที่ใหญ่มากและมันสามารถจะแบ่งออกมาเป็นโล่หนาชั้นๆ และถึงขนาดกระทั่งสามารถหมุนรอบตัวยูอิลฮานเพื่อป้องกันเขาจากทุกๆทาง นี่มันจะมีการใช้งานได้อย่างหลากหลายมากๆ

แน่นอนแม้ว่าว่าเขาสามารถจะทำให้มันปรากฏขึ้นรอบตัวได้อยู่แล้วด้วยกระเป๋าสะพาย แต่ว่าเน่องจากว่ามันสามารถจะขยับได้ตามที่ยูอิลฮานต้องการได้ด้วยมันจะต้องสร้างข้อแตกต่างได้อย่างยิ่งใหญ่ในการต่อสู้จริง

ยูอิลฮานได้เก็บเอจิสลงไปในกระเป๋าสะพายพร้อมกับความคิดว่าเขาได้รับเครื่องรับประกันชีวิตที่พิเศษมาแล้ว เขาอาจจะไม่สามารถได้ใช้มันเร็วๆนี่ แต่ว่าในการต่อสู้สุดท้ายของต้องได้ใช้มันแน่

ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมันก็กจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญในที่ที่คาดไม่ถึงอย่างเสมอ นี่มันคือเวลาที่หนึ่งในอาร์ติแฟคที่เป็นตัวแทนของเขาได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว!


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ