0 Views

บทที่ 88 – คนแปลกหน้า (7)

ยูอิลฮานได้หยุดสนใจการพัฒนาสกิลมาเป็นเวลานานแล้ว ทำไมกันล่ะ? นั่นมันก็เพราะเขาคิดว่ามันจะต้องใช้เวลานานกว่าที่เขาจะไปพัฒนามันได้

ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญหอกหรือความเชี่ยวชาญดาบ เขาก็คิดว่าเขาจำเป็นต้องฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 เป็นพันตัว เพราะแบบนี้เขาก็เลยไม่ได้ไปคิดในเรื่องการวิวัฒนาการสกิลในแผนระยะสั้นของเขาเลย

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการแทงเพียงครั้งเดียว 300/300]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว 300/300]
[หินพลังเวทย์คลาส 3 100/100]
[หินพลังเวทย์คลาส 4 1/1]

ยังไงก็ตามมันกลับไม่ใช่แบบนั้น เงื่อนไขในของความเชี่ยวชาญหอกมันไม่ได้ง่ายขนาดนี้นี่ ในตอนนี้เขาได้นึกไปถึงตอนแรกที่เงื่อนไขมันปรากฏออกมาที่เขาจำได้ จากนั้นก็นึกไปถึงในตอนที่เขาเพิ่งจะอัพสกิลพักผ่อนไปมันก็เคยมีเงื่อนไขของสกิลความเชี่ยวชาญหอกออกมาด้วยนี่

ใช่แล้ว ในตอนนั้นก็มีข้อความแบบเดียวกันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะต่างกันในเรื่องจำนวนเนื่องจากเงื่อนไขมันง่ายกว่า แต่ว่าเนื้อหาเบื้องต้นก็ไม่ได้มีอะไรเปลื่ยนไป

“ฮือออ”

ในที่สุดยูอิลฮานก็ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา

เมื่อคราวนั่นเขาได้หยักไหล่พร้อมบอกว่าเงื่อนไขมันเป็นไปไม่ได้แล้วก็ลืมเรื่องนี้ไป จากนั้นตัวเขาก็ได้พัฒนาขึ้นเปลื่ยนแปลงไปจนเงื่อนไขเหล่านี้ที่ไม่เคยคิดว่าทำได้มันสำเร็จขึ้นแล้ว

ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการแทง ด้วยการฟัน เพียงครั้งเดียว ในตอนนี้ทั้งสองอย่างนี้มันง่ายสำหรับยูอิลฮานไปแล้ว และเขาก็ได้มาไกลถึงจุดนี้โดยลืมถึงเงื่อนไขพวกนีไปโดยสิ้นเชิง ที่การวิวัฒนาการสกิลความเชี่ยวชาญหอกไม่เกิดขึ้นสักทีนั่นก็เพราะเขาขาดแค่เพียงหินพลังเวทย์คลาส 4

[มีอะไรยูอิลฮาน?]
“อ่อ ฉันแค่สงสัยว่าฉันควรจะร้องไห้กับความโง่ของตัวเองหรือว่าจะขอบคุณที่การแจ้งเตือนมันเยี่ยมกันดีนะ”

ใช่แล้ว ในเรื่องนี้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องดี ไม่ว่ายังไงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้หินพลังเวทย์คลาส 4 ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ถึงเงื่อนไขก่อน เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

ยังไงก็ตามนี่มันไม่ควรจะเป็นต่อไปอีกนับจากนี้ นี่มันคือบาปที่เขาละเลยไม่สนใจใช้ในสิ่งมีเขามีอยู่ภายในมือ

จะเกิดอะไรขึ้นหากมันเกิดพลาดแล้วเขาพัฒนาสกิลความเชี่ยวชาญหอกไม่ได้ล่ะ? มันจะเป็นยังไงหากว่าเขาเลื่อนไปเป็นยมทูตประกายเพลิงไม่สำเร็จเพราะสิ่งนี้? ยูอิลฮานไม่อาจจะให้อภัยตัวเขาเองได้เลย

เขาพลาดเองที่มัวแต่เอาชีวิตรอด โดนไม่สนใจแม้แต่จะตระหนักถึงสิ่งที่ตนมีเลย

‘ดีล่ะ ตอนนี้มันก็ดีแล้ว’

ยูอิลฮานได้สูดหายใจลึกสงบจิตใจตัวเอง เขาได้รู้สึกโล่งใจที่ปัญหานี้มันปรากฏออกมาก่อนที่สถานการณ์มันจะเลวร้ายและยากเกินกว่าที่จะแก้ไข
[ฉันก็ยังไม่รู้ การวิวัฒนาการสกิลศิลปะการต่อสู้มันไม่ได้เกิดขึ้นมาบ่อยหนัก แล้วก็ทูตสวรรค์ส่วนใหญ่ต่างก็ใช้เวทย์….]
“ฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะโทษเธอเอิลต้า ฉันรู้ว่าเธอช่วยฉันเต็มที่แล้วเท่าที่เธอจะช่วยได้”
[นะ นั่นมันไม่ใช่ความจริงซะหน่อย!]
[วิวัฒนการศิลปะกาารต่อสู้…. ความเชี่ยวชาญอาวุธของข้าเลเวบแค่ 71 เองในตอนที่ข้าตาย เป็นพรสวรรค์ที่น่าหวาดหวั่นจริงๆ]

การปรอบโยนของเอิลต้าและเสียงที่ตกใจของเรต้ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาสนใจสิ่งนี้

อย่างแรกตอนนี้ยูอิลฮานได้คิดย้อนกลับไปในสกิลทั้งหมดของเขาที่ตอนนี้สามารถจะวิวัฒนาการได้

“ในตอนนี้มันไม่มีอันอีกอีกเลย”

สกิลเลเวลสูงสุดที่เขามีก็ได้แก่ ความเชี่ยวชาญหอก ความเชี่ยวชาญอาวุธไร้คม ความเชี่ยวชาญการต่อสู้กายภาพ ความเชี่ยวชาญดาบ การยิง การขว้าง ชำแหละ ตีเหล็ก และภาษา

ในหมู่สกิลพวกนี้โดยไม่รวมกับสกิลที่วิวัฒนาการไม่ได้และความเชี่ยวชาญหอกที่กำลังจะวิวัฒนาการแล้วก็มี ความเชี่ยวชาญอาวุธไร้คม ความเชี่ยวชาญการต่อสู้กายภาพ ความเชี่ยวชาญดาบ การขว้างและภาษา มีเพียงหนึ่งอย่างในหมู่พวกนี้ที่มันไม่ได้ใช้เวลามากนั่นก็คือการขว้าง

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ด้วยการขว้าง 100,000/100,000]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการขว้าง 10,000/10,000]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการขว้างในครั้งเดียว 100/100]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ด้วยการขว้าง 1/5]
[หินพลังเวทย์คลาส 3 400/400]
[หินพลังเวทย์คลาส 4 1/2]

“อะไรเนี่ย!? นี่มันยากกว่าความเชี่ยวชาญหอกซะอีกนะ?”
[นั่นมันก็เพราะว่าสกิลการขว้างมันเป็นศิลปะการต่อสูที่สนับสนุนมากกว่าศิลปะการต่อสู้นไงล่ะ เนื่องจากลักษณ์ดังกล่าวนี้ทำให้มันวิวัฒนาการอย่างเดียวไม่ได้แต่ว่าจะเป็นการวิวัฒนาการผสมซึ่งนั่นทำให้เงื่อนไขมันยากกว่าสกิลส่วนใหญ่]

นั่นมันเป็นเรื่องจริง สกิลอื่นๆเป็นแค่วิวัฒนากร แต่ว่ามีแค่สกิลการขว้างที่เขียนว่าวิวัฒนาการผสม

ผสม? จะมีสกิลอื่นมาผสมรวมด้วยงั้นหรอ? เขาสงสัยมากๆ แต่ว่าตอนนี้เขาก็ห้ามใจเอาไว้ อีกไม่นานเดี๋ยวเขาก็จะได้รู้มันเอง

[สิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั่นก็คือคุณได้เติมเต็มในเงื่อนไขส่วนใหญ่ไปแล้ว]
“ก็ฉันได้ใช้ที่ขว้างหอกไปในญี่ปุ่นไง”

นอกไปจากนี้มันไม่ใช่ว่าเขาก็ขว้างหอกออกไปในตอนที่ฆ่าโอโรจิด้วยหรอกหรอ

เนื่องจากว่าเขาต้องใช้หินพลังเวทย์คลาส 4 หนึ่งก้อนพื่อพัฒนาสกิลความเชี่ยวชาญหอก ดังนั้นเพื่อที่จะวิวัฒนาการสกิลการขว้างเขาจำเป็นจะต้องฆฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ด้วยการขว้างและได้หินพลังเวทย์มาอีกสองก้อน

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงจะส่ายหัวพร้อมคิดว่ามันไร้สาระมาก แต่ว่าตัวยูอิลฮานในตอนนี้ที่อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมันกร นี่มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลยสักนิด

“ดีล่ะ ถ้างั้น”

เขาได้มองไปในอนาคตเพื่อที่จะพัฒนาสกิลขว้างหอก แต่ก่อนอื่นแล้วจะต้องเป็นสกิลความเชี่ยวชาญหอกก่อน อยู่อิลฮานได้ยืนยันว่าเขาได้เติมเต็มเงื่อนไขมันครบแล้ว ก่อนที่จะสูดหายใจลึกๆและพูดออกไปหวังขึ้นว่าเขาต้องการวิวัฒนาการความเชี่ยวชาญหอก

ในตอนนี้หินพลังเวทย์คลาส 3 ทั้งร้อยก้อนกับหินพลังเวทย์คลาส 4 หนึ่งก้อนได้ลอยออกมาและเริ่มส่องแสง แสงมันสว่างจนถึงจุดที่เขากลัวว่าจะมีมังกรตัวอื่นใกล้ๆนี้สังเกตุเห็น

ไม่ว่าเขาจะฝึกฝนร่างกายมาดีแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถจะมองแสงตรงๆได้เลย

“เอิลต้า นี่มันเป็นไปได้ด้วยดีปะ”
[ฉันก็ไม่ใช่ฝ่ายศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นนี่มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นการวิวัฒนาการสกิลที่เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ มันคงจะดีกว่าหากลิต้าอยู่นี่!]
[อ๊าาา ฉากนี่มันบ้ามากจริงๆ!]

สาวทั้งสองคนนี่ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ ยูอิลฮานได้คิดในใจและแสงค่อยๆสงบลงไป ยังไงก็ตามแสงมันไม่ได้ลดลงไปเลย แต่กลักันมันได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะกินทั้งโลก

ไม่สิ มันไม่ได้จะกินทั้งโลกแต่เป็นยูอิลฮานต่างหาก ในขณะที่ยูอิลฮษนคิดได้อย่างนี้ก็ได้มีข้อความสีเขียวปรากฏขึ้นมา

[ในฐานะสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำคุณได้บุกเบิกเส้นทางยูนีคสกิล บันทึกอคาชิคได้ตระหนักถึงความเร็วนี้ คุณได้รับฉายา ‘เร็วที่สุด’ ความเร็วในการฝึกฝนสกิลทั้งหมดเพิ่มขึ้น 10% และค่าประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น 10%]
[ยูนีคสกิลได้ถูกสร้างขึ้นจากบันทึกทั้งหมดของมนุษย์ยูอิลฮาน]
[ความเชี่ยวชาญที่เกี้ยวข้องกับสกิลได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว การจัดหมวดหมู่ของสกิลได้เพิ่มขึ้นแม้กระทั่งสกิลระดับสูง]
[บันทึกคลาสของคุณได้อยู่สูงกว่าเลเวลของคุณ การพัฒนาของสกิลได้ถูกเร่งขึ้น]
[บันทึกทั้งหมดได้ถูกดูกซับ สกิลปรมาจารย์หอกได้วิวัฒนาการแล้ว]

ถึงแม้ว่าบันทึกอคาชิคจะไม่สามารถอ่านชีวิตทั้งหมดของยูอิลฮานได้ แต่ว่าด้วยบันทึกและความสำเร็จก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างแน่นอน ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการวิวัฒนาการสกิลเป็นเรื่องพิสูจน์ที่ดี

ยูอิลฮานได้นึกถึงวันแห่งความสำเร็จ

วันที่เขาเหวี่ยงหอกและฝึกร่างกายในขณะที่เฝ้าคอยวันพรุ่งนี้ วันคืนที่เขาได้ไปรอบโลกเพื่อรับเอาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ

รอยยิ้มของลิต้าและวันที่เขาได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะซึมซับศิลปะการต่อสู้จากตัวเธอ

วันคืนที่เขาอดทนแล้วอดทนเล่าและกัดฟันทนมันต่อไปเรื่อยๆ

ขณะที่เขากำลังพยายามจะเข้าใจถึงความหมายของคำพูดแสงในหัวนั้น แสงทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปในร่างของเขา

ในเวลาเดียวกันพลังและบันทึกที่เขารู้ แต่ว่าเขาเชื่อมต่อไม่ได้ มันได้หลอมรวมเป็นหนึ่งและไหลเข้ามาภายในใจของเขา

[คุณได้เรียนรู้สกิลหอกไร้วิถี]
[คุณได้เติมเต็มหนึ่งในเงื่อนไขการได้รับคลาส 5 ความยากลำบากในการได้คลาส 5 ลดลง]

ถึงแม้ว่าแสงจะหายไปและเขายังอยู่ที่เดิม แต่ดวงตาของยูอิลฮานก็ยังคงปิดสนิทอยู่

เอิลต้ากับเรต้าทำได้เพียงเฝ้ามองดูเขาอย่างเป็นกังวลเนื่องจากว่าพวกเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ตัวยูอิลฮานเองก็ยังไม่รู้ว่าแสงได้หายไปแล้วทำให้เขายังคงยอมรับสกิลที่สลักเข้ามาในร่าง วิญญาณและจิตใจ

เขามีประสบกาณณ์ในการวิวัฒนาการสกิลการพักผ่อนเป็นสกิลการฟื้นฟูเหนือมนุษย์และสกิลการปกปิดตัวตนเป็นเทพแห่งความตายมาแล้ว สกิลทั้งสองอย่างยอดเยี่ยม แต่ว่าสกิลพวกนี้ไม่ได้เข้าใจอะไรยากมากนัก

ยังไงก็ตามศิลปะการต่อสู้มันต่างออกไป มันไม่ใช่สิ่งที่เหมือนกับสวิตที่แค่เปิดกับปิดก็ทำได้แล้ว เขาสามารถจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดขึ้นยังไงแล้วควรจะนำมันไปปรับใช้ยังไง เนื่องจากว่ามันเป็นผลจากบันทึกของเขาเองทำให้การเข้าใจและยอมรับมันต่างออกไป เขาจำเป็นต้องมีเวลาซักหน่อยเพื่อปรับตัวให้เขากับมัน

[ยู ยูอิลฮาน คุณไม่เป็นไรนะ?]
[ข้าคิดว่า ข้ารู้สึกได้ถึงออร่าที่น่าทึ่ง]
“….”

ยูอิลฮานที่ยังคงหลับตาอยู่ได้หยิบเอาหอกขึ้นมา จากนั้นเขาก็ได้เริ่มเหวี่ยงมัน ไม่มีซึ่งรูปแบบ ไม่มีทั้งสูตรในเทคนิคหอก ดังนั้นมันจึงไม่มีวิธีที่หอกของเขาจะเหวี่ยง

และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือเส้นทางของศิลปะการต่อสู้ที่เขาจะต้องใช้ และมันยังเป็นแก่นหลักของการมีอยู่ของยูอิลฮาน

1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงได้ผ่านไปนับตั้งแต่ที่เขาเริ่มเหวี่ยงหอก

แม้ว่าเขาจำเป็นต้องรักษาเวลาไว้เพื่อไปล่ามังกร แตเขาก็ยังคงยอมเสียเวลาไป 4 ชั่วโมงเพื่อทำบางสิ่ง เอิลต้าเป็นกังวลว่าหากเป็นอย่างนี้เควสจะล้มเหลวได้ แต่ยูอิลฮานก็ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตุเห็นเวลาที่ผ่านไปเลย เขายังคงเหวี่ยงหอกอยู่ดังเดิม

[ถ้าฉันรู้ว่าจะดป็นงี้ งั้นฉันก็ควรจะบอกให้เขาเปิดบาเรียก่อนวิวัฒนาการสกิล….]
[ในครั้งต่อไปข้าก็ยังต้องเข้าไปด้วย]

เรต้าได้ถามออกมาอย่างกังวลเมื่อเอิลต้าได้พูดขึ้น เอิลต้าก็ยังคิดถึงสิ่งหนึ่งในตอนที่เธอพูดแบบนี้

ในบาเรียที่ทำขึ้นมาจากนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาซึ่งเป็นอาร์ติแฟคระดับเทพเจ้ามีเพียงแค่สิ่งมีชีวิตที่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของเท่านั้นถึงจะเข้าไปปได้

ยูอิลฮานได้พาเอาเอิลต้ากับเพลิงนิรันดร์เข้าไปในบาเรียและความคิดส่วนใหญ่ที่พูดคุยกับเข้าก็ยังไม่อาจจะเข้าไปได้ นี่มันเป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิด

ยูอิลฮานได้้สงสัยแม้ว่าพลังชีวิตจะมากับเขา แต่ว่าความคิดได้ถูกมองว่าเป็นวิ่งมีชีวิตที่แยกออกไป แตว่ามันก็นั่นแหละ เนื่องจากว่ามันไม่มีอะไรที่เขาจะทำอะไรได้กับพลังชีวิตพวกนี้ มันจึงไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องไปสนใจมากนัก

[อ่า ยูอิลฮาน?]
[ท่านยูอิลฮาน?]

ในตอนนี้เองจู่ๆยูอิลฮานก็หยุดลง เอิลต้ากับริต้าได้พูดออกมาอย่างเร่งรีบกับเขา แต่ว่ายูอิลฮานก็ได้หยิบหอกขึ้นมาอีกครั้งราวกับเขาไม่ได้ฟังพวกเธอเลย

ยังไงก็ตามในตอนนี้มันต่างออกไปเนื่องจากเขาได้เล็งไปที่ต้นไม้ใกล้ๆมากว่าจะเหวี่ยงอยู่กลางอากาศ

‘ฉันคิดว่าตอนนีฉันเข้าใจแล้ว’

เขาไม่ได้เหวี่ยงหอกออกไปมั่วอย่างไร้ความหมาย เขาได้พยายามจะปรับมันให้เข้ากับตัวเขาให้เรวที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะใช้เวลาสี่ชั่วโมง แต่หากว่าขาทำมันสำเร็จ ช่วงเวลานั่นก็ไม่ได้เสียเปล่าเลย

ยูอิลฮานได้เริ่มขยับ เขาได้ถือหอกอย่างไม่ช้าไม่เร็ว และในตอนนั้นเองต้นไม้ได้ถูกตัดแนวแถยงและล้มลงไป

[สกิลหอกไร้วิถีได้กลายเป็นเลเวล 3]
[….หือ?]

มันดูเหมือนว่าจะเป็นความจริงที่มันได้บอกว่าการพัฒนาสกิลของเขาจะถูกเร่งขึ้น ยูอิลฮานได้คิดในขณะหยักหน้ารับ ในขณะเดียวกันมีเพียงแต่เอิลต้าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่นี่เท่านั้นที่ส่ายหัวของเธอ

[ฉันไม่สามารถจะรู้สึกได้ถึงการเหวี่ยงหอกของคุณเลย]
[ข้าก็ไม่เหมือนกัน]

เมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน? เอิลต้าได้แสดงท่าทางแบบนี้ออกมา ยูอิลฮานได้ตอบกลับเธอไปในขณะที่หดหอกกลับมาด้วยใบหน้าที่พึงพอใจ

“มันเป็นสกิลไงล่ะ”
[….]
[….]

เหวี่ยงหอก แต่ว่าเป็นการเหวี่ยงหอกที่มองไม่เห็นเส้นทางของหอก คนที่ถูกโจมตีจะไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่หรือว่าเขาเหวี่ยงหอกยังไง ไม่มีใครที่จะไม่กลัวการโจมตีที่ไม่รู้ถึงสาเหตุและผลกระทบอย่างแน่นอน

นี่ก็คือสกิลที่มีเพียงยูอิลฮานเท่านั้นที่จะเรียนรู้และใช้งานมันได้เนื่องจากตัวเขาได้มาถึงขีดสุดทั้งทางด้านการปกปิดตัวตนกับหอก พร้อมๆกับศิลปะการต่อสู้อื่นๆที่ซึงจะอนุญาติให้เขานำเอาพลังทำลายทั้งหมดออกมาด้วยร่างกายของมนุษย์ ถึงมันจะดูเหมือนการโจมตีทีเดียว แต่มันก็ไม่ใช่แค่หนึ่ง

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถจะใช้งานสกิลที่อยู่ในระดับสูงแบบนี้ได้ด้วยร่างกายอย่างเดียว ดังนั้นเขาจึงได้ใช้มานาจำนวนมาก นี่มันแค่ใช้ตัดต้นไมเท่านั้น หากว่าเขาใช้มันฟันมังกรเขาอาจจะต้องใช้มานาจนหมดตัว

เพื่อที่จะใช้มันแบบปกติเขาก็จะต้องผสมมันลงไปด้วยการโจมตีปกติของเขา แต่ว่าหากเป็นแบบนี้เขาก็จะต้องกังวลเกี่ยวกับมานามากยิ่งกว่าเลเวลเทคนิคเขา

สำหรับยูอิลฮานที่มีสกิลการใช้งานเพียงการปกปิดตัวตนและพลังเหนือมนุษย์มาจนถึงวันนี้ นี่มันคือความเสียหายที่ใหญ่มาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าค่าพลังเวทย์ของเขาจะต่ำมากกว่าค่าสเตตัสอื่นๆ แต่่ว่ามันก็ดูเหมือนว่าเขาจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาค่าพลังเวทย์

[นั่นมันคือเรื่องจริง]

ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังคิดถึงข้อดีข้อเสียในสกิลของเขา เอิลต้าก็ได้พูดออกมาโดยไม่ตั้งใจ

[สกิลนั่นมันเหมือนกับคุณ]
“เฮ้ๆ อย่าพูดแบบนั้นนะ”

นั่นไง เธอเพิ่งจะพูดมันออกมา เขาอยากจะร้องไห้กับมันจริงๆเลย

[ในตอนนี้แม้แต่สกิลของคุณก็ถูกปกปิดแล้ว น่าเศร้าอะไรแบบนี้….]
“เงียบน่าาาา!!”

เขาไม่อยากจะใหมันเป็นฉากแบบนี้เลย เขาอยากจะให้พรรคพวกร้องทึ่งกับสกิลใหม่ที่ทรงพลังของเขามากกว่าซะอีก

ในขณะเดียวกันก็มีพรรคพวกของเขาที่ทำในสิ่งที่เขาต้องการอยู่ ที่เธอไม่ได้พูดอะไรเลยเพราะตกใจหลักจากเห็นต้นไม้ถูกตัด

เขาควรจะคิดว่าเธอดีกว่าเอิลต้าเป็นล้านๆเท่าหรอ? หรือว่าขำดีล่ะ? ตัวเขา ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 อออกมาและเอาขวดออกมาจากกระเป๋าสะพาย นี่มันคือมานาโพชั่นที่เขาได้รับมันมาหลังจากที่ฆ่าจอมเวทย์คลาส4

เขาได้เปิดฝาขวดขึ้นมาและกระดกมันดื่มลงไปเล็กน้อย อย่างที่เขาคาดหวังจากของที่ทำจากคลาส 4 เลย มานาของยูอิลฮานได้ถูกเติมเต็มเพียงแค่ดื่มมัน ด้วยแบบนี้โพชั่นขวดหนึ่งมันจะทำให้ยูอิลฮานเติมเต็มมานาของเขาได้อย่างน้อย 40 ครั้ง

เขาไม่รู้ว่าจะแสดงควาามยินดีกับโพชั่นหรือเศร้าในปริมาณมานาที่น้อยนิดของเขากันแน่แต่ว่ามีสิ่งๆหนึ่งที่เขามั่นใจยิ่งขึ้น

“ไปกันเถอะเรต้า พวกเราจะทำมันได้เร็วขึ้นแล้ว!”
[ค่ะ!]

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีร่างกาย แต่หัวใจของเรต้าได้เต้นเร็วยิ่งขึ้น มันอาจจะเป็นเพราะความคาดหวังของเธอได้เพิ่มมากขึ้น เธอได้ใช้งานวงเวทย์อย่างยินดีและไม่นานนักเขาก็ได้มาถึงที่ที่มังกรคลาส 4 กำลังหลับอยู

ยูอิลฮานได้พุ่งตัวออกไปเหมือนกับที่เขาได้ทำในครั้งที่แล้ว และในตอนนี้เขาเวลาเขาใช้ล่ามันได้ลดลงไปครึ่งหนึ่ง ยิ่งเขาใช้หอกของเขามากเท่าไหร่ ยิ่งเขาได้รับบันทึกของมังกรมากแค่ไหน ความเร็วมันก็จะยิ่งเร็วขึ้น

ในที่สุดแล้ววันแห่งหายนะก็ได้มาถึงผู้ปกครองดาเรย์ มังกร

เรื่องนี้เป็นเพราะตัวผู้โดดเดี่ยว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ