0 Views

บทที่ 80 – ตอนนี้ฉันก็ด้วย (6)

 

แน่นอนว่าสถานที่ก็คือที่ชั้นที่ 14 ของแวนการ์ด มันต่างไปจากชั้นที่ 13 ไม่เพียงแต่คนที่ได้รับอนุญาติจากยูอิลฮานเท่านั้นที่จะเข้ามาได้ แต่ว่าสถานที่นี้ยังไม่มีการแสดงอุปกรณ์อะไรให้เห็นเลย มันดูเหมือนกับออฟฟิศซะมากกว่า เพราะว่ายูอิลฮาจจะเป็นคนรับผิดชอบในการขายอุปกรณ์ระดับสูง ด้วยกระเป๋าสะพายของเขาทำให้เขาสามารถจะเก็บอุปกรณ์ได้มากเท่าที่ต้องการดังนั้นมันไม่จำเป็นใดๆที่จะเอาของออกไปตั้งโชว์

ในตอนนี้ยูอิลฮานไม่ได้ใส่หน้ากากแล้ว แวนการ์ดก็คือบริษัทของเขาและเขาก็ยังไม่คิดที่จะปิดบังใบหน้าของเขาในตอนที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของแวนการ์ด นี่มันเป็นเหตุผลที่เขาถอดมันออก

“หืมม”

เมื่อได้เห็นชายกับหญิงนั่งอยู่บนโซฟาที่เขาได้เตรียมเอาไว้ ยูอิลฮานก็เอียงหัวออกมา

“มีเพียงแค่คุณยุนแดฮานที่จำเป็นต้องมานะ”
“อืมม อย่างน้อยฉันก็ควรจะมาด้วยกับผู้ใต้บังคับบัญชาสักคนเพื่อแสดงตัวไม่ใช่หรอ?”

ยุนแดฮานได้หัวเราะออกมาทื่อๆ แต่ว่าเมื่อได้เห็นตัแทนความงามระดับชาติอย่างร้อยโทฮานโยรัง ยูอิลฮานก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

“ไม่เจอกันนานเลยนะคะคุณยูอิลฮาน ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะรู้แค่ชื่อของคุณก็ตาม”
“ไม่เจอกันนานเลย”

ร้อยโทฮานโยรังได้พูดออกมาด้วยเสียงที่แข็งๆ แต่ในฐานะที่เธอเป็นคนที่หวังจะแต่งงานเร็วๆและจบชีวิตราชการซะเธอก็ได้แต่งหน้าอย่างสวยงาม เมื่อยูอิลฮานได้ขอให้เธอได้เจอคนดีๆเร็วๆแล้วเขาก็ถามยุนแดฮาน

“ฉันได้บอกเงื่อนไขคุณไปแล้วงั้นคุณก็น่าจะเข้าใจแล้วใช่ไหม? พวกคุณยินดีจะจ่ายเท่าไหร่ล่ะ?”
“ถ้ามันอยู่ในระดับเดียวกับที่ขายในชั้นที่ 13 แล้วมีอุปทานที่สูง งั้นพวกเขาก็ตั้งใจที่จะซื้อมันในราคาตลาด”
“ถึงแม้ว่าราคาตลาดจะมากกว่า 5 พันล้านน่ะนะ มันไม่ใช่ราคาตลาด แต่ว่าจะเป็นราคามาตราฐานของแวนการ์ด รัฐบาลก็ยังน่าจะเดาได้ว่าทำไมแวนการ์ดถึงเปิดขึ้นมานี่”
“ใช่แล้ว ฉันก็ยังคิดว่ามันเป็นธุรกิจที่ดี พูดสั้นๆเลยมันก็ไม่ต่างจากการให้เขาฟรีๆมากนัก”

มันมีข้อจำกัดในการซื้อไอเทมจากแวนการ์ดนั่นคือ 2 ชิ้นต่อคน มันไม่ใช่ของที่มีจำนวนมากมาแต่แรกแล้วดังนั้นการที่กองกำลังปราบปรามได้มาซื้อแบบนี้ มันก็ยังเป็นกำไรต่อให้พวกเขาจะได้รับของจากยูอิลฮานในราคาตลาดก็ตามที

ยูอิลฮานได้เรียกดาบยาวออกมาในมือทันที เขาได้เรียกมันออกมาจากกระเป๋าสะพายที่แขวนอยู่ที่มุมห้อง แต่ว่าสหายที่แข็งแกร่งก็เห็นเป็นแค่เวทมนตร์เท่านั้น

“นี่คือระดับของอุปกรณ์เฉลี่ยที่กองกำลังปราบปรามจะได้รับ เอาไปดูสิ”
“ได้”

งั้นของพวกนี้น่าจะมีระดับต่ำกว่าที่ชั้นล่างสินะ – ยุนแดฮานได้พึมพัมในใจและรับดาบยาวมา ฮานโยรังก็ยังดูจะสงสัยและยื่นมือมาสัมผัสมันเช่นกัน

[ดาบกระดูกแรงกดดันพยัคย์]
[ระดับ – แรร์]
[พลังโจมตตี – 2,650]
[ออฟชั่น – พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่เลเวลต่ำกว่าผู้ใช้]
[ความทนทาน 2,100/2,100]
[อาวุธผลิตจำนวนมากที่ทำขึ้นมาเกินขีดจำกัดของวัสดุดั้งเดิม]

ยุนแดฮานได้ยิ้มอย่างหมดคำพูด ยังไงก็ตามฮานโยรังที่ยังไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้ได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจ

“พลังโจมจี 2,650!! นอกไปจากนี้ฉันยังไม่เคยเห็นออฟชั่นแบบเลย! ใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมากัน?”
“มันเป็นความลับนะ”

ยูอิลฮานได้แตะนิ้วไปที่ริมฝีปากของตัวเองและยิ้มออกมา ฮานโยรังก็ยังหน้าแดงขึ้นด้วยความอายแต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่สนใจเธอและพูดต่อไป

“แน่นอนว่าตัวแปรในพลังโจมตีและออฟชั่นจะเป็นไปตามรูปแบบของอาวุธ แต่ว่าคุณสามารถจะคิดไว้ได้เลยว่านี่มันคือค่าเฉลี่ย มันเป็นแค่อาวุธมาตราฐานเท่านั้นเอง”
“ระ ราคาล่ะ?”
“นั่มก็จะขึ้นอยู่กับทางรัฐบาล ยังไงก็ตามฉันก็ยังต้องการบางอย่างที่มากกว่าเงิน สิ่งที่มีประโยชน์ที่ฉันต้องการในตอนที่ทำธุรกิจและฉันก็ยังอยากจะชิดปิดกั้นการรบกวนที่น่ารำคาญในอนาคตด้วยเช่นกัน”

นี่มันเป็นการติดสินบนกันอย่างโจ่งแจ้งจากนักธุรกิจคนหนึ่ง

“ฉันมีเงินมากอยู่แล้ว แล้วก็หากฉันอยากจะได้มากเท่าไหร่ฉันก็จะได้มันมา ฉันก็ยังไม่คิดว่าสกุลเงินที่ใช้กันอยู่ในตอนนี้จะมีค่าไปถึงในอนาคตอีกด้วย”
“สุดยอดเลย”

ยูอิลฮานไม่สนใจในฮานโยรังอีกครั้งหนึ่ง

“อย่างแรกฉันจะพูดตรงๆเลยนะ ฉันไม่ต้องให้รัฐบาลไปทำกำไรจากอาวุธที่ฉันขายไป ฉันอยากจะให้อาวุธของฉันแจกจ่ายให้กับกองกำลังปราบปรามเท่านั้น เพราะแบบนี้ฉันต้องการรายชื่อสมาชิกของกองกำลังปราบปราม แล้วก็อุปกรณ์ที่วกเขาจำเป็นต้องใช้ด้วย อาวุธแล้วก็เพราะคนล่ะอย่าง มันง่ายๆใช่ไหมล่ะ”
“แน่นอนพวกเราได้เตรียมมาแล้ว คุณยังไม่ต้องกังวลในปัญหาที่คุณพูดถึงเลย พวกระดับสูงทางการทหารในเกาหลีไม่ได้เป็นคนโง่เง่าไร้เหตุผลแบบนั้น”
“นั่นมันเป็นเรื่องดีจริงๆ

แม้ว่าในขณะที่ยูอิลฮานกับยุนแดฮานจะกำลังคุยธุรกิจกันอยู่นี้ สายตาของฮานโยรังก็มองนิ่งไปที่ยูอิลฮาน ตาของเธอเขงั้นหรอ? หรือว่าเธอตั้งใจฟังกันนะ? ไม่เลยสักนิด

มันง่ายมาก เนื่องจากว่าเลเวลของยูอิลฮานใกล้จะถึง 80 แล้วและระดับของเขาก็สูงขึ้นไปในทุกๆวันซึ่งมันส่งผลให้ภาพลักษณ์ร่างกายและใบหน้าของเขาได้เข้าไปสู่ความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว

พูดตามตรงแล้วแม้ว่าในตอนแรกเขาจะเริ่มในจุดที่ไม่ดีนะ แต่ถึงแบบนั้นยูอิลฮานในตอนนี้ก็อยู่ในจุดสูงสุดของมนุษยชาติ อย่างน้อยที่สุดระดับของเขาก็อยู่สูงกว่าที่เขาประเมินในตัวเองเอาไว้

‘ชายดูดีที่เต็มไปด้วยความสามารถ สมบูรณ์แบบ เขาเป็นสามีที่สมบูรณ์แบบที่สุด’

ฮานโยรังได้ตัดสินใจที่จะยั่วยูอิลฮาน ถึงแม้ว่าในอดีตเธอจะเคยทำมาก่อนแล้ว แต่ว่าในตอนนั้นเธอทำมันเพื่อการติดต่อเท่านั้น แต่ยังไงก็ตามแค่ในตอนที่แผนของเธอกำลังถูกสร้างขึ้นในหัว ยูอิลฮานก็ปรบมือเบาๆและพูดออกมา

“พอแค่นี้ล่ะกัน ไอเทมจะถูกเตรียมไว้ในสามวัน ดังนั้นเรามาเตรียมสัญญากันดีกว่า”
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันขอขอบคุณคุณอย่างสุดหัวใจอีกครั้งหนึ่งนะ”
“ฉันก็แค่สงสารคุณก็เพราะว่าคุณถูกกดดันจากทุกๆด้านเท่านั้นเอง”

คำพูดนี้ได้ออกมาจากความซื่อสัตย์สุดหัวใจของยุนแดฮานแล้ว ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องแย่เลยที่กองกำลังปราบปรามได้รับความเห็นใจจากยูอิลฮาน

ยุนแดฮานได้เดาะลิ้นของเขาหลังจากที่เห็นว่าฮานโยรังได้มองตรงไปที่ยูอิลฮาน เขาก็คิดว่าเขาควรจะช่วยเธอนิดหน่อยก่อนที่เขาจะแนะนำยูอิลฮาน

“คุณอยากจะไปกินข้าวเที่ยงกับเราไหม? ฉันรู้จักที่ดีๆใกล้ๆนี่นะ”
“นั่นมันก็น่าสนใจนะ แต่ว่าฉันนัดแล้วนะ”
“เป็นผู้หญิงงั้นหรอ?”

ดวงตาของฮานโยรังได้ส่องประกายออกมา เธอได้คิดขึ้นทันทีและก็ต้องผงะไปเมื่อเห็นยูอิลฮานหยักหน้า

“คุณก็น่าจะรู้แล้วว่าระหว่างแวนการ์ดกับตระกูลเทพสายฟ้ามีการติดต่อกันอยู่ ฉันมีแผนที่จะไปเจอกับหัวหน้าตระกูลเทพสายฟ้าคุณคังมิเรย์”
“อ่า”

ใบหน้าของฮานโยรังได้กลายเป็นเสีบดาย เธอรู้ในระดับของตัวเธอเองดี ถ้าหากเทียบกันแล้วความแตกต่างมันมากเหมือนกับดาบเอกคาร์ริเบอร์กับดาบฝึกไม้

[โหดร้ายจริงๆ]
‘ผู้หญิงน่ารำคาญ’

ตรงๆเลยเธอก็ไม่แม้แต่จะเข้าตาเขาด้วยซ้ำไป อย่างที่เคยพูดไปก่อนมาตราฐานในความสวยงามของยูอิลฮานได้อยู่ในระดับที่สูงเกินไปแล้วหลังจากที่เขาได้ใช้เวลากับลิต้าเป็นพันปี

ยูอิลฮานได้ส่งทั้งสองออกไปด้วยความหวังที่ว่าฮานโยรังที่สิ้นหวังจะได้เจอกับผู้ชายดีๆในอนาคตอีก และไม่นานหลังจากนั้น 20 นาทีก็ได้มีคนสามคนมาถึงชั้นที่ 14

“พระเจ้าสารเลว พวกเขาไม่ต่างกันเลย”
“สวัสดีอิลฮาน! คุณดูหล่อมากเลย”
“ฉันยินดีกับคำชมนะ แต่ว่าช่วยใช้คำสุภาพด้วย”

เมื่อลูกค้าของเขาได้มาถึงแล้วยูอิลฮานก็ได้เริ่มชงกาแฟให้พวกเธอ เนื่องจากว่าเขาไม่มีเลขาหรืออะไรพวกนี้เลยทำให้เขาต้องชงมันเอง แน่นอนว่าด้วยสกิลการทำอาหารที่พัฒนาขึ้นไปทุกๆวันทำให้การชงกาแฟแบบง่ายๆก็ให้รสชาติที่อร่อยมากๆเช่นเดียวกัน

คนอื่นๆมักจะยินดีไปกับผลของสกิลเวทย์หรือสกิลการต่อสู้กัน แต่ยูอิลฮานกับผ่อนคลายตัวเองด้วยสกิลการทำอาหารของเขามากกว่า

คังมิเรย์ได้จิบกาแฟที่เขาชงลงไปและต้องตกตะลึกกับรสชาติที่เธอไม่คาดคิดก่อนที่จะกลับพริบตาหลายครั้งจนสงบลงและถามกับเขา

“งั้นในสัปดาห์หน้าจะเริ่มมีการขายอุปกรณ์ระดับที่สูงขึ้นไปงั้นหรอ?”
“ใช่แล้ว ตามมาตราฐานการเป็นสมาชิกอย่างเป็นธรรม”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปในขณะที่คิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“แน่นอนว่าฉันไม่ได้มีแผนที่จะขายอาวุธที่อยู่เหนือไปกว่าเลเวลแบบของเธอ เนื่องจากว่าผู้คนส่วนมากจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ของพวกนั้นต่อให้พวกเขาได้รับอาร์ติแฟคไป”
“โอ้ใช่แล้ว ในวันนี้มิเรย์ก็ได้ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ด้วยล่ะ นาย… โอ๊ยยย!”

คังฮาจินได้พูดต่อออกมาโดยปล่อยนายูนาที่ถูกตีเอาไว้

“อย่าบอกฉันนะว่าผู้สร้างที่นายทำสัญญาด้วยมีความสามารถที่จะทำอาร์ติแฟคแบบคทาขอมิเรย์ได้สบายๆนะ”
“ถ้าหากว่าเขามีเวลาและวัสดุที่ดีพอล่ะก็ใช่ ถึงแม้ว่าเขาจะทำมันไม่ได้ทุกวัน แต่ว่าเขาทำมันได้มากกว่าที่คุณคิดแน่นอน”

ยูอิลฮานได้พูดต่อไปด้วยคำว่า ‘อย่างเช่น’

“หากคุณให้วัสดุที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์หรืออะไรแบบนั้นกับฉันในตอนนี้ คุณนายูนากับคุณคังฮาจินก็ก็น่าจะมีอาร์ติแฟคเป็นของตัวเอง”
“ในสายตาของคุณ ฉันมีศักยภาพในการใช้อาร์ติแฟคระดับตำนานหรอ?”
“ไม่ มันไม่ใช่แน่ แต่ว่าดูเหมือนว่าคุณจำเป็นจะต้องมีสักอันเพื่อที่จะไล่ตามสัตว์ประหลาดทั้งสองคนนี้”

คำพูดของยูอิลฮานเป็นเรื่องจริงอย่างมาก มันถึงกับทำให้คังฮาจินเจ็บใจมาก ถึงแม้ว่าเขาจะได้ตัดสินใจล่ะทิ้งความรู้สึกที่ด้อยกว่าไป แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ควรจะยินดีที่ถูกพูดเรื่องนี้ตรงๆงั้นหรอ…?

คังฮาจินรู้สึกๆแปลกๆ มันน่าจะเป็นเพราะว่าเขารู้ได้เห็นการต่อสู้ในญี่ปุ่นของยูอิลฮาน

พูดตามตรงแล้วเลเวลของทั้งสองคนต่างกันจนเห็นได้ชัดเกินไป ยูอิลฮานเป็นเหมือนกับครูที่สอนเขาจากเบื้องบนมากกว่าคู่แข่งซะอีก ดังนั้นในตอนนี้เขาไม่ได้หดหู่อีกต่อไปแล้ว เขาได้ยอมรับในความเป็นจริงแล้ว แต่ถึงแบบนั้นน้องสาวของเขาก็ไม่ได้สนใจเลย

“จริงๆแล้วเราได้รับมันมาแล้วววว”

นายูนาได้ดึงหินขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าของเธอ

เมื่อยูอิลฮานเอื้อมมืออกไปรับ นายูนาก็ได้ดีดนิ้วให้มันกระเด็นออกมาเหมือนกับจะแกล้ง แต่ว่าเขาก็ได้อ่านการของเธอออกและรับหินที่ลอยอยู่กลางอากาศได้อย่างง่ายได้

“โว้ว!”
“ฮึ่ม”

[หินศักดิ์สิทธ์ของเทพแห่งความงามเรย์น่า]
[ระดับ – ตำนาน]
[หินชนิดพิเศษที่ถูกเก็บไว้ในวิหารของเทพแห่งความงามเรย์น่าเพื่อที่จะเก็บพลังศักดิ์สิทธิ์ มันใช้ในการสร้างอาร์ติแฟคเฉพาะสำหรับนักบวชเ พาราดิน และคนที่เป็นที่สุด]

ยูอิลฮานได้มองไปที่นายูนาและถามว่าเธอได้รับไอเทมที่มีค่ามาแบบนี้ได้ยังไงด้วยสายตาของเขา และนายูนาที่รู้ถึงเจตน่าก็ได้ยืดหน้าอกกล่าวออกมาอย่างภูมิใจ

“ฟุฟุ ฉันคือคนที่ได้รับการปฏิบัติเหมือนกับสตรีศักดิ์สิทธิ์”
“แล้วฉันจะใช้เจ้านี่ยังไงล่ะ? ก็แค่จำเป็นต้องฝังมันไปในอาวุธหรือเสื้อคลุมงั้นหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าผู้สร้างจะรู้เป็นอย่างดีหรอ?”
“เขาไม่ค่อยมีความเกี่ยวข้องกับวิหารย์นะ”

คำพูดของนายูนารู้สึกเหมือนจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่ว่าเนื่องจากว่าเขาได้คาดเดาถึงคำถามแบบนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วยูอิลฮานจึงได้ตอบกลับไปอย่างลื่นไหล ดวงตาของนายูนาก็เป็นประกายสนใจ

“คุณสามารถบดมันและใช้ได้เลย”
“ด้วยวิธีแค่นี้น่ะหรอ? ในระหว่างการตีเหล็กหรือระหว่างหัตถกรรมมานาล่ะ?”
“คุณก็แค่ยัดพลังของหินศักดิ์สิทธิ์ลงไปในอุปกรณ์แค่นั้นเอง”

ยูอิลฮานได้ยอมรับ

“ฉันจะส่งคำขอไปทันที มันไม่นาหรอก”
“ฉันจะขอขอบคุณคุณได้แต่คำพูดเหล่านี้ ฉันคิดว่าเรากำลังจะยุ่งในอีกไม่นาน”

คังฮาจินได้ยืนขึ้นมาด้วยรอยยิ้มขม

คังมิเรย์ก็ยังลุกขึ้นมาด้วย เธอมีท่าทางที่น่ากลัวออกมาราวกับว่าเธอจะอัดใครสักนิดและท่าทางของเธอนี่ได้แสดงออกมาเมื่อตอนที่พวกเธอกำลังจะจากไป

“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้กับโอโรจิที่โตเกียวสินะ”
“ใช่แล้ว”
“ฉันได้เรียนรู้มาอย่างมาก ฉันคิดว่ามันจะต้องใช้เวลาอีกนิดก่อนที่ฉันจะขอคุณเป็นคู่ค้าด้วย ยังไงก็ตามฉันจะไม่ยอมแพ้

ยูอิลฮานได้คิดว่าเธอมีความคิดที่แน่วแน่มาก เขาเองก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปข้องเกี่ยวกับคังมิเรย์มากกว่าที่จำเป็น แต่ว่าถ้าเธอพัฒนาได้เร็วขึ้นเพราะเขา นั่นมันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีดังนั้นยูอิลฮานจึงแสดงท่าทางยินดีออกมา

“ฉันจะรอดู”
“ดีล่ะ ถ้างั้นพวกเราไป”

แบ่งส่วนแบ่งให้ด้วยเพราะฉันก็โจมตีมันด้วยเวทย์นะ – นี่คือสิ่งที่เขาคิดว่าเธอจะพูดออกมา แต่ว่าคังมิเรย์ก็ไม่ได้ขออะไรเลย

เธอยังคิดว่าเธอเป็นหนี้เรื่องอาร์ติแฟคั้นหรอ? เขาคิดว่าความภาคภูมิใจที่มากของเธอมันไร้ประโยชน์มากและหัวเราะออกมา

ยังไงก็ตามถึงแม้ว่าคังมิเรย์กับคังฮาจินจะลุกขึ้น แต่นายูนายังคงนั่งอยู่ คังมิเรย์ได้ตากระตุกในขณะที่ลากนายูนาออกไป แต่ว่านายูน่าได้ยื้อตัวเองไว้จนจบและยังคงอยู่

“ไม่ ฉันอยากจะคุยมากกว่านี้อีกนิด”
“อย่ารบกวนเขา”
“ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะพูดนะ”

เมื่อได้เห็นว่านายูนาไม่มีท่าทีจะปล่อยตัวออกมาจากโซฟา คังมิเรย์ก็ได้สร้างสายฟ้าขึ้นมาบนมือของเธอ ถ้าหากว่าที่นี่ไม่ใช่ตึกของยูอิลฮานเธอก็คงจะยิงสายฟ้าออกไปแล้ว แต่แม้อย่างนั้นนายูนาก็ไม่ยอมลุกขึ้น

“ไม่ ฉันมีเรื่องจะต้องคุยกับคุณอิลฮาน”
“พี่ทำให้ความโง่นี่หายไปที”
“เข้าใจแล้ว”
“รอเดี๋ยว”

ยูอิลฮานได้ยกมือขึ้นมา

“ให้ฉันได้ยินสิ่งที่เธอจะพูดก่อนแล้วค่อยไล่เธอออกไปก็ได้ ดังนั้นคุณสองคนนออกไปก่อนเลย”
“เราจะรบกวนคุณไม่ได้อีกแล้ว”
“ไม่เป็นไร ฉันจะโยนทั้งโซฟาออกไปพร้อมกับเธอจากหลังคาหลังจากที่ฟังสิ่งที่เธอพูดดังนั้นเตรียมรับเธอที่ด้านล่างเลย”
“ว้าว”

ยูอิลฮานรู้อยู่แล้วว่านายูนาอยากจะพูดอะไร ด้วยการอนุญาติจากยูอิลฮานทำให้คังฮาจินเป็นกังวลและคังมิเรย์ก็รำคาญในขณะที่ทั้งคู่กล่าวลาออกมา

เมื่อทั้งสองคนออกไปแล้ว นายูนาก็ลุกขึ้นทันทีและตะโกนใส่ยูอิลฮาน

“นี่แล้วก็นั่นทั้งหมดเลยคือสิ่งที่คุณทำใช่ไหม!?”
“ใช่”

ยูอิลฮานได้ยอมรับออกมาในทันที นายูนาได้เปิดปากและปิดปากลงไปหลายต่อหลายครั้ง มันดูเหมือนว่าเธอจะไม่คิดว่าเขาจะยอมรับง่ายๆแบบนี้

“อ๊าาาาา”
“ต่อให้ฉันบอกไปฉันก็ไม่เสียหายอะไร”
“อ๊าาาาาา”

นายูนาได้เอียงหัวของเธอและนั่งลงแก้มป่อง

“ชิ ฉันอยากจะทำให้มันเป็นประโยชน์สำหรับฉัน”
“แล้วอะไรคือสิ่งที่คุณกำลังพยายามจะถามล่ะ?”
“ช่วยหยุดใช้คำสุภาพทีสิ”

ในขณะนั้นยูอิลฮานก็หัวเราะออกมาเรียบๆ นายูนาได้แต่ตีโซฟาที่ไร้เดียงสา

“ทำไมนายถึงซ่อนมันล่ะ?”
“ฉันคิดว่ามันก็คงเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่คุณนายูนาซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้นั่นแหละ”
“หืมมม เป็นงั้นสินะ”

นายูนาได้พึมพัมยอมรับออกมาและยืนขึ้น

“มันเป็นเรื่องเสียเปล่าที่จะให้นายกับมิเรย์”
“ฉันก็ไม่มีเจตนาที่จะให้ตัวฉันกับคุณมิเรย์เหมือนกัน”
“ใช่หรอ?”

นายูนาได้หยักหน้าอย่างพอใจ และขยับตัวทันที เนื่องจากว่าการต่อรองได้พังลงก่อนที่มันจะเริ่มงั้นมันก็ถึงเวลาหนีแล้ว ยังไงก็ตามมันก็น่าผิดหวังที่เธอหนีไปโดยไม่ได้อะไรเลย เธอได้ยกมือขึ้นอย่างฉับพลันไปทางยูอิลฮาน

“คุณอยากจะเป็นเพื่อนกันไหม? โอ้ มันสามารถพัฒนาไปเป็นอย่างอื่นอีกได้ด้วยนะ”
“ไม่ล่ะ”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม เป็นคำตอบที่ไร้ซึ่งความลังเลจนทำให้นายูนาต้องเหงื่อตก

“คุณเป็นพวกผิดปกติงั้นหรอ?”
“ฉันปกติดี”
“หรือว่าคุณชอบผู้ชาย?”
“ไม่”
“ถ้างั้นทำไม?”
“ฉันต้องพูดให้เธอฟังจริงๆงั้นหรอ?”

ยูอิลฮานได้เดินไปที่ลิฟต์และกดปุ่มลงไป ลิฟท์ที่เชื่อมต่อชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สิบสี่ได้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ประตูได้เปิดออกมาและนายูนาได้ได้เดินเข้าไปด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เพียงแค่ในตอนนี้เองยูอิลฮานได้พูดออกมา

“ฉันไม่ได้ชอบคุณนายูนาเลย”
“หว่าาาา!”

การแสดงออกของยูอิลฮานดูจริงเป็นอย่างมากและมันไม่ใช่การแสดงทำให้เธอรู้สึกประทับใจ เธอยังรู้สึกดีใจเล็กๆด้วยซ้ำไป

“ถ้างั้นมาเป็นเพื่อนกันเถอะ”
“ไม่ ฉันจะบอกว่าฉันไม่ได้ไม่ชอบแค่เพียงรูปลักษณ์ของเธอเท่านั้น ฉันยังเกลียดบุคลิกของเธออีกด้วย”
“หว่าาาาาาาาาาาาาาาา!”

แม้แต่ราชินีทางสังคมก็ไม่สามารถจะเอาชนะเจ้าชายแห่งความโดดเดี่ยวยูอิลฮานได้

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของนายูนาที่ได้พ่ายแพ้อย่างหมดท่า


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ