0 Views

บทที่ 78 – ตอนนี้ฉันก็ด้วย (4)

ก่อนที่จะได้เริ่มทำอุปกรณ์ใหม่ยูอิลฮานได้ตั้งสมาธิไปกับการสกัดออฟชั่นจากอุปกรณ์เก่าของเขาอย่างสมบูรณ์

เสื้อคลุมที่กลายเป็นเศษผ้า ชุดเกราะที่ถูกละลายจนเป็นก้อนโลหะ และหอกที่บิ่นจนหมดจากการปะทะกับโอโรจิและน้ำหนักหลายพันตัน

ถ้าหากว่าโอโรจิดรอปหินพลังเวทย์คลาส 4 ออกมางั้นเขาก็คงสกัดออฟชั่นลงไปในหินพลังเวทย์นั่นแน่ แต่ว่ามันโชคร้ายหรือไม่บางทีก็อาจจะเป็นเพราะว่าพลังที่ควรจะเป็นหินพลังเวทย์ได้ไปอยู่ในดาบรวมเมฆาสวรรค์หมดแล้วก็ได้ทำให้โอโรจิไม่มีหินพลังเวทย์ออกมา ดังนั้นเขาก็เลยเลือกใช้หินพลังเวทย์คลาสสามสำหรับออฟชั่นทั้งหมดแทน

เนื่องจากว่ามีมอนสเตอร์คลาส 3 ในสนามรบไม่มากนักทำให้จำนวนของหินพลังเวทย์ที่เขาได้คือ 4 ก้อน และยูอิลฮานก็ได้ใช้สามก้อนในการสกัดออฟชั่น แต่ว่าการสกัดออฟชั่นมันไม่ใช่สิ่งที่สิ้นเปลืองเลย หากว่าเขาพบว่ามันสิ้นเปลืองเขาคงไม่ทำมันแน่

[เลเวลหัตถกรรมมานาการเป็นเลเวล 33]
[คุณได้รับหินพลังเวทย์ที่มีพลัง ‘ความตระหนก’ ‘แข็ง’ ‘เสือดาวเงา’]
[คุณได้รับหินพลังเวทย์ที่มีพลัง ‘เร้นลับ’ ‘คมเคียว’]
[คุณได้รับหินพลังเวทย์ที่มีพลัง ‘ความมืด’ ‘เทพแห่งความตาย’ ‘พิฆาตมังกร’]

[แค่เพราะคุณสกัดสำเร็จคุณจะไม่สามารถลดการระวังได้ ถ้าหากว่าคุณไม่ทำการหัตถกรรมานาในขณะที่ใช้งานพลังเต็มสุดของหินพลังเวทย์ งั้นออฟชั่นก็อาจจะมีผลต่อศักยภาพของมันหรือแม้กระทั่งหายไป]
“ขอบคุณที่เตือนนะเอิลต้า”

ยังไงก็ตามเธอไม่ต้องกังวลเลย ยูอิลฮษนไม่เคยหย่อนยานในทุกๆการกระทำ

ยูอิลฮานได้มองไปที่เสื้อคลุมก่อนเป็นอย่างแรก เขามั่นใจในการจัดการกำหนังหรือผ้า แต่ว่าเนื่องจากว่าเขาจะทำได้ดีที่สุดความสามารถก็คือการจัดการกับโลหะ ดังนั้นความคาดหวังในเรื่องเสื้อคลุมของเขาเลยต่ำที่สุด

หลังจากที่ได้พบว่าหนังของโอโรจิทั้งแข็ง ทนทานและยืดหยุ่นแล้ว เขาก็ได้เริ่มในการลงรายละเอียด ในหัวของเขาเขาสงสัยว่ามันจะกลายมาเป็นไอเทมระดับตำนานได้ยัง ดังนั้นเขาจึงพึมพัมออกมาโดยไม่ตั้งใจ

“มันจะดีนะหากว่าฉันสามารถเสริมพลังอุปกรณ์ด้วยการใช้หินพลังเวทย์จำนวนมาก”
[นั่นมันเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะต่างกันไปตามแต่ความสามารถของผู้สร้าง แต่ว่าในท้ายที่สุดอุปกรณ์ก็มีขีดจำกัดอยู่ โดยธรรมชาติแล้วมันจะมีขีดจำกัดในมานาที่สามารถจะมีได้]

ยูอิลฮานก็รู้เป็นอย่างดี

ถ้ามนเป็นไปได้ที่จะเสริมพลังได้ง่ายๆด้วยการยัดมานาลงไปในไอเทม งั้นโลกอืนๆต่างก็เต็มไปด้วยไอเทมระดับตำนานหรือสุงกว่านั้นแล้ว นอกจากนี้มันก็ยังไม่ควรจะมีคนที่เป็นแบบเขาที่สามารถจะสร้างไอเทมระดับตำนานได้ผ่านแค่ทำการหัตถกรรมมานา โดยที่ยังใช้มานาไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

เพราะแบบนี้ก็เลยมีข้อจำกัดอยู่ในทุกๆอาร์ติแฟค การหัตถกรรมมานานั่นน่าจะถูกมองว่าเป็นกระบวนการในการกลั่นมานาด้วยภายใต้ขีดจำกัดของไอเทมเอง

นี่มันเป็นเหตุผลที่ความสามารถในการหัตถกรรมมานาและผู้สร้างไอเทมเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากว่าไอเทมนั่ยมันธรรมดางั้นก็เป็นการยากที่จะมีออฟชั่น และต่อให้มีมันก็ไม่ใช่ในระดับที่ดี แต่ว่าหากผู้ทำหัตถกรรมธรรมดาแล้วงั้นพลังที่แท้จริงก็จะถูกดึงออกมาไม่ถึงขีดสุด

ยังไงก็ตามต่อให้ทุกๆอย่างมันสมบูรณ์แบบก็ตามมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะยัดออฟชั่นจำนวนมากเกินไปในไอเทมชิ้นๆเดียว นั่นมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ไอเทมที่มีสามออฟชั่นมีค่ามหาศาลมากแล้ว

“หือ”

ยูอิลฮานได้หยุดครู่นึง นี่ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดในระหว่างการทำงานของเขา มันก็แค่มีอะไรบางอย่างแวบเข้ามาในหัวของเขา และสิ่งที่แวบเข้ามาก็เริ่มชัดมากขึ้นไปเรื่อยๆ

[อะไรยูอิลฮาน? คุณกำลังคิดอะไรแปลกๆอีกงั้นหรอ?] (เอิลต้า)
“หืมมม หืมมมมมมม”

เมื่อเห็นยูอิลฮานกำลังคิดอยู่ เอิลต้าก็คิดว่าสิ่งที่เธอคิดถูกแล้ว เธอไม่รู้หรอกว่ามีอะไรอยู่ในหัวเขา แต่ว่าเธอคิดว่าเขาอาจจะสร้างอาวุธระดับอีปิคได้โดยไม่แคร์แน่นอน

“หืมม เพราะแบบนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้กับดักแห่งการทำลายเป็นแบบนั้น แบบนี่นี่เอง ฉันคิดว่าฉันเข้าใจนิดหน่อยแล้ว”
[เอาเถอะ ช่วยเก็บมันเป็นความลับจากคนอื่นๆด้วยนะ] (เอิลต้า)
“ไม่ สำหรับตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา ฉันไม่คิดว่าฉันจะสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ด้วยแค่หินพลังเวทย์คลาส 2 นอกไปจากนี้ถ้าฉันไม่ใส่แกนกลางคลาส 4 เป็นอย่างน้อย….”

ยูอิลฮานได้เริ่มพูดไร้สาระอะไรไม่รู้ออกมาก่อนที่เขาจะหยิบเอาโทรศัพท์และเขียนจดบันทึกลงไป เขาได้รีบจดด้วยลายมือที่น่ากลัวราวกับว่าเขาจะลืมมันไปก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์กลับไปอย่างพึงพอใจ

“เยี่ยม ความคิดนี่มันสำเร็จแล้ว ฉันคิดว่าฉันจะสามารถนำมันมาประยุกต์แบบง่ายๆได้ในตอนนี้ด้วย”
[นี่มันน่าสงสัยจริงๆ] (เอิลต้า)
“ดีล่ะ เธอจะได้เห็นมัน”

เสื้อคลุมได้ถูกสร้างขึ้นอย่างร่างรื่น อย่างแรกยูอิลฮานได้ขูดเกล็ดที่แหลมคมของโอโรจิออย่างระมัดระวังและเก็บเอาไว้ก่อน จากนั้นเขาก็ไปจัดการกับหนังทำให้บางเหมือนกับผ้าก่อนที่จะที่เอามาทำเป็นเสื้อคลุมขนาดใหญ่ที่พอคลุมทั้งตัวของเขา

เนื่องจากว่ามันไม่ได้มีหลายจุดที่จะนำความสามารถของเขาออกไปใช้ได้จนสุดดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะมีวัสดุที่ดีแต่ม่นัก็จบอยู่ที่อาร์ติแฟคระดับแรร์ แต่แน่นอนว่าของจริงมันเริ่มนับจากนี้ไป

ยูอิลฮานได้หันหน้าไปมองที่ที่หนังที่เขาเตรียมเตรียมเอาไว้อยู่

[ยูอิลฮานจะช่วยบอกฉันหน่อยว่ามันคืออะไร] (เอิลต้า)
“มันคือ”

ยูอิลฮานได้ใช้ที่คีบคีบไปที่เกล็ดและใส่มันลงไปในเตาที่เพลิงนิรันดร์ลุกอยู่ เนื่องจากว่าเขารู้ว่าเกล็ด กระดูก และแม้กระทั่งชิ้นส่วนของกล้ามเนื้อบางส่วนมีเอกลักษณ์ของโลหะดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลเลย

เพลิงนิรันดร์ก็ดูจะได้รับพลังมาอย่างมากหลังจากได้กินศพของโอโรจิไปบางส่วน เอิลต้าได้แต่จ้องมองมันในขณะที่ถอนหายใจ แต่ว่ายูอิลฮานไม่สามารถจะสลัดความคิดในหัวของเขาได้เลย

“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเพลิงนิรันดร์กลายเป็นแบบนี้หลังจากดูดซับส่วนหนึ่งของโอโรจิซึ่งเข้าได้ดูดซึมชิ้นส่วนโลหะระดับสูงจากกับดักแห่งการทำลาย?”
[ฉันก็ยังคิดคล้ายๆกัน แน่นอนว่าคุณสสมบัติของมันจะต้องเปลื่ยนไปอย่างมากแน่]

นี่มันหมายความว่าเนื้อของโอโรจิและเลือดที่เขาได้สกัดออร่าก็ยังมีโลหะหนักอีกจำนวนมาก! ยูอิลฮานได้เริ่มหดหู่ขึ้นมาเนื่องจากเขาคิดที่จะจัดงานปาร์ตี้เนื้อมังกร

[อย่าได้กินมันนะ คุณไม่มีทางต้านมันได้ต่อให้คุณจะมีความต้านทานพิษระดับสูงก็ตาม] (เอิลต้า)
“แต่ว่าฉันจะทนได้ถ้าฉันกินทีละนิดใช่ไหมล่ะ?”
[ในตอนนี้คุณยังจะคิดแปลกๆอีก?] (เอิลต้า)

เนื่องจากว่าเขารู้สึกเหมือนเขาจะถูกบ่นแน่ถ้าเขาพูดมันออกไปตอนนี้ ยูอิลฮานก็เลยเงียบลงและจัดการกับเกล็ดต่อ เขาได้ใช้ค้อนทุบมันจนละลายผสมกับโลหะอื่นๆ เนื่องจากว่าเขามีประสบการณ์ในการทำแบบนี้มาอย่างมากงานที่เขาทำที่เร็วอยู่แล้วได้กลายเป็นเร็วจนน่าทึ่ง

แต่ว่างานของเขามันก็ไม่ได้จบลงไปง่ายๆ เขาได้ทำให้มันคมขึ้นและผสมเกล็ดนับไม่ถ้วนจนกระทั่งพวกมันได้กลายเป็นก้อนขนาดเท่าฝ่ามือ เขาได้ทำให้คมขึ้นและหลอมละลายมัน ทำแบบนี้ไปตลอดทั้งวัน เขาทำมันจนกระทั่งถึงชิ้นที่ 300

[ฉันคิดว่าฉันพอจะรู้ในสิ่งที่คุณทำแล้ว] (เอิลต้า)

มันชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่เขากำลังทำมันคืออะไร โอโรจิมันทำอะไรในตอนที่มันปรากฏตัวในครั้งแรกล่ะ? ไม่ใช่ว่าโอโรจิมันยิงเกล็ดของมันออกมาหรอกหรอฦ

ยูอิลฮานก็กำลังเลียนแบบเทคนิคนั้นด้วยผ่านอุปกรณ์ เนื่องจากว่าเขาได้เจอกับการโจมตีนั้นมาด้วยตัวเอง เขาจะทำการหัตถกรรมมานาล้มเหลวได้ยังไงกัน

ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ปฏิเสธในคำพูดของเธอ

“ไม่เอิลต้า นั่นมันอ่อนแอเกินไป”

เมื่อพูดแบบนั้นยูอิลฮานก็ได้เอาหินพลังเวทย์คลาส 2 300 ก้อนออกมาจากกระเป่าสะพาย เนื่องจากว่ามีมอนสเตอร์คลาส 2 ได้ถูกเขาฆ่าไปแสนกว่าตัวทำให้เขามีหินพลังเวทย์คลาส 2 กว่าสองหมื่นก้อน

ญี่ปุ่นเกือบจะล้มสลายไปเพราะคลื่นดันเจี้ยน แต่ว่ายูอิลฮานก็ได้รับเงินจำนวนมหาศาลจนมากพอจะชุบชีวิตประเทศประเทศหนึ่งได้เลยทีเดียว

[คุณกำลังจะบอกฉันว่าคุณจะใช้มันทั้งหมด นั่นมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้ยินที่ฉันเพิ่งจะบอกไปหรอ? มันก็ชัดเจนแล้วนะว่ามันมีขีดจำกัดที่จะรับมานา] (เอิลต้า)
“ใช่สำหรับอุปกรณ์อย่างมากสุดก็ 3 หรือ 4 ออฟชั่นคือขีดจำกัด”

ริมฝีปากของยูอิลฮานได้ยกยิ้มขึ้นมา แม้ว่าเขาจะทำงานยาวมาตลอด 24 ชั่วโมงในแบบเดิมๆแต่ว่ารอยยิ้มของเขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจไร้ซึ่งความอ่อนล้า

[ถ้าคุณรู้แล้วงั้น… หืมม?] (เอิลต้า)

ในตอนนี้เองเอิลต้าก็ดูจะรู้แล้ว

นี่มันบ้ามาก เอิลต้าได้แต่คิดแบบนี้และถามออกมา

[ยูอิลฮาน เกล็ดทั้งหมดพวกนี้…] (เอิลต้า)
“พวกมันทั้งหมดต่างก็อยู่ในระดับแรร์หรือเหนือกว่านั้น”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับมาทันที นี่มันหมายความว่าตลอดเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาได้สร้างมีดสั้นระดับแรร์ 300 เล่ม

“แน่นอนว่าอาวุธพวนี้ก็มีขีดจำกัด มันมีขีดจำกัดในผู้ใช้และฉันก็ยังสงสัยอีกด้วยหากฉันมอบมันให้ใครไปใครคนนั้นจะใช้ของพวกนี้ได้ถูกไหมนะ”

นักฆ่าจะต้องการมัน มีดสั้นที่ทำเสร็จแล้วทั้งเบาและคมอย่างมาก ถ้าหากว่ามีคนรู้ว่าเขาได้ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีในการสร้างมันขึ้นมา คนๆนั้นช็อคไปแน่ๆ

ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่ได้สร้างมีดสั้นเหล่านี้มาใช้เป็นมีดสั้น เขาจะทำให้ของพวกนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเสื้อคลุม

“ถ้างั้นมาเริ่มกันเลย”

ยูอิลฮานได้หยิบมีดสั้นกองหนึ่งขึ้นมาในมือข้างหนึ่งและใช้อีกข้างหยิบหินพลังเวทย์กองหนึ่งขึ้นมาก่อนจะทำการเริ่มหัตถกรรมมานา เขาได้ตั้งสมาธิในการจ่ายมานาไปอย่างเสมอในมีดแต่ล่ะเล่มในมือของเขา ก่อนหน้านี้เขาใช้วิธีบ้าๆแบบนี้ไม่ได้เพราะเขายังไม่รู้วิธีใช้มานา แต่ว่าในตอนนี้มันต่างออกไป

การไหลของมานาจากหินพลังเวทย์ได้ไหลไปอย่างง่ายดายตามการควบคุมของเขาและแบ่งออกไปเป็นสายๆก่อนที่จะเข้าไปภายในมีดสั้นและภายใต้การทำแบบนี้ทำให้มันมีความสามารถเหมือนกันในทุกๆอัน

ยูอิลฮานได้ทำสิ่งทั้งหมดนี้เสร็จในเวลาสั้นๆ มีดสั้นทั้งสามร้อยเล่มยังคงอยู่ในระดับแรร์ แต่ว่าของพวกนี้ต่างก็มีพลังเหมือนๆกันทั้งหมด

[มีดสั้นโอโรจิประกายแสง]
[ระดับ – แรร์]
[พลังโจมตี – 2,500]
[ออฟชั่น – จะพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงหากได้รับแรงกระแทก ในเวลาเดียวกันพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น 30% และเมื่อพลังในการพุ่งหมดลงมันจะกลับมาที่ตำแหน่งเดิม]
[ความทนทาน – 2,200/2,200]

เมื่อยูอิลฮานได้ตีไปที่ด้ามมีดสั้นเพื่อทดสอบ มีดสั้นได้พุ่งออกไปเหมือนกระสุนและฝังเข้าไปในกำแพงก่อนที่จะพุ่งกลับมาที่เดิมภายใต้มือของยูอิลฮาน

สมบูรณ์แบบ นี่คืออาวุธที่ขยับด้วยตัวมันเอง แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่คิดจะหยุดเพียงแค่นี้

“ใช่แล้ว ถ้างั้น”

ในตอนนี้มันถึงเวลาที่จะรวมเสื้อคลุมกับมีดสั้นเข้าด้วยกันแล้ว ให้เทียบมันก็เหมือนกับการรวมไอเทมหลายๆอันให้การเป็นเซ็ตเดียว มันก็เหมือนกับโค๊กแล้วก็มันฝรั่งที่ต้องกินคู่กันนั่นแหละ

[มันดูจะหนักมากเลยนะ] (เอิลต้า
“เฮ้ มันไม่นับว่าเป็นอะไรกับฉันที่เหวี่ยงอาวุธหนักหลายสิบตันเลย”

ยูอิลฮานได้ติดตั้งมีดสั้นทั้งสามร้อยเล่มลงไปในเสื้อคลุมตามลำดับ เนื่องจากว่าเดิมทีหนังกับเกล็ดมันก็เคยรวมกันมาก่อนทำให้เขาแค่ใส่มานาลงไปเล็กน้อยทำให้มันติดเข้าด้วยกัน เมื่อมีดสั้นทั้ง 300 เล่มได้ติดเข้าไปด้วยกันแล้ว ชุดคลุมก็ได้ดูน่ากลัวมากทีเดียว แต่ว่ามันก็ไม่ได้จะพูดออกมาได้นักเพราะมีดสั้นมันบางเกินไป

เมื่อยืนยันว่ามีดสั้นได้ติดแล้วยูอิลฮานก็หยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนที่จะเริ่มทำการหัตถกรรมมานา เป้าหมายแรกของเขาเลยก็คือพลัง ‘เร้นลับ’ ‘คมเคียว’ ที่อยู่ในหินพลังเวทย์ออกมา และอย่างที่สองก็คือ….

‘โชคดีที่ฉันใช้มานาได้แล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้มีสกิลใหม่ในทันที แต่ว่าถ้าฉันเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยมานา งั้นฉันก็จะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆได้อีกมาก’

คุณก็มีความแข็งแกร่งที่มากกว่าคนอื่นอยู่แล้วนะ – เอิลต้ากำลังจะพูดสิ่งที่เธอคิดออกไป แต่ว่าหัตถกรรมมานาได้เริ่มขึ้นแล้ว

พลังที่มหาศาลของหินพลังเวทย์คลาสสามและออฟชั่นทั้งสองอย่างที่ฝังอยู่ได้ถูกดึงออกมาทั้งหมดและถูกชักนำไปที่ชุดคลุมหนังสีดำ ไม่นานหลังจากนั้นได้มีแสงส่องประกายออกมาแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของมัน

[ชุดคลุมงูเหลือมทมิฬแห่งคมเคียวเร้นลับได้เสร็จสิ้น]
[ชุดคลุมงูเหลือมทมิฬแห่งคมเคียวเร้นลับ]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังป้องกัน – 3,500]
[ออฟชั่น –
1.ความสามารถในการปกปิดตัวตนเพิ่มขึ้น 25%
2.พลังโจมตีในตอนโจมตีทีเผลเพิ่มขึ้น 25%
3.สร้างคลื่นกระแทกที่รุนแรงด้วยการใช้มานา]

ยูอิลฮานได้กำหมัดของเขาแน่น ถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าทำเสร็จแล้ว แต่ว่าการได้เห็นจริงๆมันต่างกัน ยังไงก็ตามเอิลต้าได้หน้าซีดไปหลังจากตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์และตะโกนออกมา

[อย่าทดสอบมันที่นี่นะ!] (เอิลต้า)
“แม้ว่ามันจะค่อนข้างน่าตื่นเต้นเลยนะ”
[ที่ทำงานของคุณรวมไปถึงตึกนี่จะพังลงมา] (เอิลต้า)

ออฟชั่นเสริมบนเสื้อคลุมมันก็ง่ายดายอย่างมา มันจะใช้มานาในการสร้างคลื่นกระแทกในทุกๆเส้นทาง เขาได้ทำการหัตถกรรมมานาไปในขณะที่คิดถึงพละกำลังที่มากมายของโอโรจิ แต่ว่าดูเหมือนว่ามันจะออกมาเกินกว่าที่เขาคิดซะอีก

นี่มันเป็นออฟชั่นที่มีมากเลยทีเดียว แต่ว่าปัญหาก็คือมีดสั้นที่ติดอยู่บนผิวของชุดคลุม

มีดสั้นมีออฟชั่นที่จะพุ่งออกไปเมื่อได้รับแรงกระแทก ดังนั้นในตอนที่ยูอิลฮานสร้างคลื่นกระแทก มีดสั้นพวกนี้จะพุ่งออกไปในทุกๆทาง

“จริงๆแล้วมันก็เป็นคอมโบเลยนี่”

ในตอนที่ยูอิลฮานได้ดึงแขนเสื้อขึ้นมามันมีกำไลข้อมือหนังทองคำอยู่ นี่มันเป็นเครื่องประดับที่เพิ่มความเร็วการฟื้นฟูมานาของเขาขึ้น 20% และสร้างพายุสายฟ้าได้หนึ่งครั้งต่อวัน แต่ปัญหาก็คือในตอนต่อสู้กับโอโรจิมันไม่ได้ฉายแสงออกมาเลย

[พลังโจมตีของมันก็ยังเบาเกินไป ฉันคิดว่ามันทำงานในระหว่างการต่อสู้นะ แต่ว่าในตอนนั้นฉันก็ลืมมันไป] (เอิลต้า)
“ใช่แล้ว ยังไงก็ตามมันจะต่างออกไปหากเป็นพลังของเสื้อคลุม”

ถ้าหากว่ากะจังหวะของพายุสายฟ้าหลังจากที่ได้สร้างคลื่นกระแทกขึ้น งั้นพายุสายฟ้าก็จะห่อหุ้มมีดสั้นที่พุ่งออกมาในเวลาเดียวกัน

[จินตนาการของคุณมันน่ากลัวเสมอเลยนะ] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้สร้างเครื่องป้องกันที่โจมตีได้ของเขาเสร็จแล้ว เขาก็อยากจะทดสอบมันหากเป็นไปได้ แต่ว่าเขาก็ต้องห้ามใจเอาไว้จนกว่าจะออกไปจากที่นี่

หลังจากที่การทำเสื้อคลุมได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว ยูอิลฮานก็ยังฮัมเพลงอย่างมีพลัง

สิ่งที่เขาจะทำต่อไปก็คึอชุดเกราะ และเนื่่องจากว่าเขามีกระดูกกับหนังจำนวนมาก เขาก็เลยมีแผนที่จะทำทั้งเกราะชั้นนอกและเกราะชั้นใน

ก่อนอื่นเขาได้จัดการกับผิวหนังของโอโรจิอย่างตั้งใจเพื่อที่จะทำเกราะชั้นในอย่างง่ายๆและเขาก็ได้ถ่ายโอนออฟชั่น ‘สั่นสะท้าน’ ‘แข็ง’ ‘เสือดาวเงา’ ไปที่เกราะ

[อะไรนะ?] (เอิลต้า)

[เกราะหนังงูเหลือมทมิฬแห่งพลังมังกรเงาได้เสร็จสิ้น]
[เกราะหนังงูเหลือมทมิฬแห่งพลังมังกรเงา]
[ระดับ – ยูนีค]
[พลังป้องกัน – 4,200]
[ออฟชั่น –
1.พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 35%
2.โอกาสคริติคอลและพลังโจมตีคริติคอลเพิ่มขึ้น 30% เมื่อโจมตีทีเผลอ]
[ความทนทาน 3,200/3,200]

“หือ?”

เกราะระดับยูนีคได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว

แน่นอนว่ามันก็ดีมากแล้วแต่ยูอิลฮานก็ผิดหวังเล็กน้อย ในบรรดาออฟชั่นทั้งสามอันได้มีหายไปถงสองอัน และออฟชั่นที่เปลื่ยนไปสองอัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่เกราะหนังแต่มันก็ทำมาจากหนังของโอโรจิเลยนะ!

เดิมทีเกราะจะมีออฟชั่นในการเพิ่มพลังโจมตีถึง 50% เมื่อโจมตีทีเผลอ แม้ว่าเขาจะได้รับโอกาสโจมตีคริติคอลเพิ่มขึ้นมาใหม่ แต่ว่าเขาก็รู้สึกสูญเสียซะมากกว่า

[บางทีมันก็อาจจะดีกว่าก็ได้ คุณมีสกิลโจมตีคริติคอล เพราะแบบนั้นทั้งฉายาและอาร์ติแฟคก็ยังไปด้วยกันด้วย คุณยังจะทำอุปกรณ์ที่เพิ่มโอกาสคริติคอลอีกในอนาคตไหมล่ะ?]
“คร๊อกกก”

การโจมตีคริติคอลมันแข็งแกร่งอย่างแน่นอน ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นก็จะทำให้ศัตรูมึนงงไปครู่หนึ่งและความเสียหายก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน

เหตุผลที่เขาตัดหัวกับหางของโอโรจิได้ก็เพราะการโจมตีคริติคอลทั้งนั้น

ยังไงก็ตามเว้นแต่ว่าเขาจะนำเอาคริติคอลได้ 100% ยูอิลฮานก็ไม่มีแผนที่จะพึงพามัน นี่มันเป็นเหตุผลให้เขาไม่มีความสุข

ยังไงก็ตามการสร้างเกราะก็ยังไม่ได้จบลง เนื่องจากว่าพลังโจมตีของเขามันลดลง เขาก็เลยตัดสินใจที่จะสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นด้วยออฟชั่นที่ดีและหลอมกระดูกของโอโรจิด้วยเพลิงนิรันดร์

ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ได้ทำเกราะด้วยกระดูกพวกนี้ แต่ว่าทำมันเป็นคมมีดแทน

[คุณจะทำเหมือนกับในตอนทำเสื้อคลุมงั้นหรอ?]
“ไม่ นี่มันเป็นขั้นตอนที่จะทำให้หนึ่งในความฝันฉันสมบูรณ์!”

ยูอิลฮานได้นึกย้อนไปถึงในตอนที่หหายนะครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้น ในตอนที่เขาเพิ่งจะเรียนรู้การทำหัตถกรรมมานา และเขาได้สร้างอุปกรณ์ขึ้นด้วยคมเคียวของตั๊กแตน ในตอนนั้นเขาได้รู้สึกภูมิใจกับตัวเองมา แต่ว่าตอนนี้เมื่อนึกย้อนไปแล้วมันก็เป็นแค่ขยะ

“นอกไปจากนี้แม้ว่าความสามารถของหัตถกรรมมานาของฉันจะเพิ่มขึ้นนับจากตอนนั้น ฉันก็ได้แต่มุ่งเน้นไปที่พลังการป้องกันและพลังโจมตีทีเผลอ ดังนั้นฉันจะทิ้งฝันฉันไว้นิดหน่อย ยังไงก็ตามมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ฉันจะต้องเติมเต็มความฝันและอุดมการณ์ของฉันแล้ว”
[มันฟังดูสมเหตุสมผลนะ แต่ว่าคุณทมีแผนจะทำเกราะที่มีใบมีดโผล่ออกมาอีกครั้งไม่ใช่หรอกหรอ!?]
“ใช่แล้ว มันเป็นความชอบของฉันช่วยเคารพมันด้วย”

ถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะพึ่งพาในอาวุธต่างๆมากมายมาจนถึงตอนนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะลืมในยิวยิตสูที่ได้เรียนมาจากลิต้าเป็นเวลาหลายต่อหลายปี

เพราะแบบนี้เองเขาก็เลยไม่ยอมทิ้งการต่อสู้ระยะประชิดไปในตอนที่ฝึกเพียงลำพังมาจนกระทั่งตอนนี้ มันคือไพ่ใบสุดท้ายไม้ตายสำหรับของเขาที่จะเอาชนะศัตรูที่เขามาประชิดเขาหลังจากปัดหอกของเขาออกไป

ยูอิลฮานในตอนนี้กำลังเสริมวิธีต่อสู้นั้นด้วยอาวุธ

“มันจะต้องมีเวลาที่ฉันได้ใช้มันแน่นอน มันอาจจะเป็นไปได้ถึง 96% โอ้ 98% แล้วหากว่าฉันพูดถึงมัน”
[อ๊าาา ฉันก็น่าจะรู้ในตอนที่คุณฝังออฟชั่นลงไปในเกราะหนังแล้ว]

แม้ในขณะที่ถอนหายใจลึกเอิลต้าก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูยูอิลฮานทำงานของเขาต่อไป ฉากในหัวของเธอก็ยังเป็นฉากที่ยูอิลฮานต่อสู้กับโอโรจิอย่างกล้าหาญ

‘บางทีเกราะที่เหมาะกับฮีโร่ที่ท้าทายในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อาจจะเกิดขึ้นมา’ – เธอได้ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยในขณะพึมพัมภายในใจของเธอ


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ