0 Views

บทที่ 77 – ตอนนี้ฉันก็ด้วย (3)

สายตาของยูอิลอานได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น

“เจอยังจะพยายามทำให้ฉันต้องช้ำใจอีกงั้นหรอ?”
[มันเป็นอาร์ติแฟคที่ดีจริงๆนะ! มันพิเศษเกินกว่าที่จะเป็นสมบัติที่จะมอบให้คุณด้วยซ้ำไป! มันคือหนึ่งในอาร์ติแฟคที่ยอดเยี่ยมในสวรรค์]

ยูอิลฮานได้มองดูในข้อมูลรายละเอียดของอาร์ติแฟคระดับพระเจ้าในฝ่ามือของเขา เขาได้คิดถึงสิ่งที่เขาจะทำได้ด้วยอาร์ติแฟคที่จะแช่แข็งเวลาและสร้างบาเรียขึ้นมาได้

“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่านี่มันจะเป็นบาเรียที่จะปฏิเสธในทุกๆที่ฉันไม่ต้องการแม้ว่าฉันจะใช้มันในตอนใกล้ตายหรอ?”
[ในตอนนี้คุณรู้แล้วสินะว่ามันน่าทึ่งยังไง?] (เอิลต้า)

มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากๆ ถึงแม้ว่ามันจะมีข้อจำกัดที่ใช้ได้เดือนละครั้งก็ตามที

เขาได้รู้สึกถึงความตายที่มาอยู่ตรงหน้าหลายต่อหลายครั้งในตอนที่สู้กับโอโรจิ ในด้านของคำสาปมันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาลำบากในอนาคตแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้เขาได้ตัวช่วยรับประกันในชีวิตของเขาแล้ว

และอย่างที่สอง

“ฉันคิดว่าเธอให้เจ้านี่กับฉันมาเพื่อการทำแรงงาน….”

เนื่องจากว่าแม้แต่ทูตสวรรค์ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลก นี่มันดูเหมือนกับพวกทูตสวรรค์จะบอกให้เขาสร้างอาวุธขึ้นมาเป็นเวลาสองเดือนที่ไอเทมชิ้นนี้จะให้เขาได้ เอิลต้าก็ได้หยักหน้าเช่นกัน

[ใช่แล้วยูอิลฮาน คุณไม่มีเวลาเหลือมากแล้ว] (เอิลต้า)
“แค่เพราะมันจะมีคนทำแบบนั้นอีกครั้งสินะ หืออ?”

ยูอิลฮานได้กัดฟันแน่นและเก็บนาฬิกาทรายลงไปในกระเป๋าที่อก เมื่อเขาได้รู้ความจริงที่ว่าเขาจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลาสองเดือนในทุกๆครั้งที่ใช้มันทำให้เขาเจ็บปวดมาก แต่ว่าเมื่อคิดดีๆแล้วเขาก็โดดเดี่ยวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่ มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอก

“เอิลต้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะให้เธอเข้ามาในบาเรีย”
[อะ อะไร คุณกำลังพูดอะไร?] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานคิดเพียงแค่ว่าเขาไม่สามารถจะอยู่ติดในบาเรียเพียงคนเดียวได้ในสองเดือนเท่านั้น แต่ว่าเอิลต้าได้รู้สึกใจเต้นแรง

แน่นอนว่าเขาก็ไม่สนใจเลยสักนิด เขาได้คว้าเธอมาและตรงไปที่ทำงานทันที จากนั้นเมื่อเขามาถึงที่ทำงานเขาก็เปิดใช้นาฬิกาทรายทันที

บาเรียมันกว้างกว่าที่เขาคิดเอาไว้อีก มันได้ปกคลุมทั้งที่ทำงานของเขา เมื่อคิดว่าเขาได้ใช้มันอยู่ภายในตึกชั้น 5 มันก็มีจะมีขนาดที่ใหญ่มาก

[นี่มันยังเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้ามาในบาเรียเหมือนกัน น่าทึ่งจริงๆ ฉันรู้สึกได้เลยถึงเวลาที่ถูกแช่แข็งลงไป] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้มองไปรอบๆด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ยูอิลฮานไม่ได้ไม่คุ้นเคยกับที่นี่เลย ทำไมน่ะหรอ? ก็มันดูคล้ายกับในตอนที่เวลาของโลกทั้งหมดได้หยุดลงไป

“เอิลต้ามานี่หน่อยสิ”
[ว่าไง… ว่าไง!] (เอิลต้า)

 

ด้วยเหตุผลบางอย่างเสียงที่ยุอิลฮานเรียกเธอมันแปลกๆ

ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรที่เปลื่ยนไป แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเอิลต้าที่รู้สึกพิเศษเนื่องจากว่าพวกเขาได้อยู่กันในเวลาที่ถูกแช่แข็งกันเพียงลำพัง

ไม่สิ มันไม่ใช่แบบนั้น! ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านนอกและมีเพียงแค่เธอกับยูอิลฮาน เอิลต้าคิดว่ามันโรแมนติกมาก

เมื่อเธอได้นึกถึงใบหน้าที่โกรธของลิต้ามันก็ทำให้เธอกลัวขึ้นมา แต่ไม่นานนักเธอก็นึกได้ถึงคำนึงของลิต้าที่เคยพูดเอาไว้ – ‘ถ้าหากว่ามันไม่ถูกเจอก็ไม่นับเป็นความผิด’

ใช่แล้ว ถ้าไม่ถูกเจอเธอก็ไม่ผิด! ถ้าหากยูอิลฮานไม่พูดอะไรต่อให้เป็นลิต้าเธอก็ไม่รู้หรอก! เอิลต้าได้ใจเย็นลงไปทันทีและมองไปทางยูอิลฮาน

เมื่อเธอหันไปเธอก็ได้เผชิญกับกองเศษเกราะ หอก และชุดคลุมทันที ท่าทางของเธอได้พูดบึ้ง

[ฉันรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้] (เอิลต้า)
“ใช่ปะ? นี่มันแย่กว่าที่ฉันคิดอีก ของพวกนี้ได้ผ่านช่วงสงครามมา แต่ตอนนี้… พวกมันเป็นเศษเหล็กไปแล้ว”

ชุดคลุมมันอยู่ในระดับยูนีค ในขณะที่เกราะกับหอกต่างก็อยู่ในระดับตำนาน แต่ในท้ายที่สุดพวกมันก็มาอยู่ในสภาพที่แย่แบบนี้มันจะไม่ให้เขาเศร้าได้ยังไงกันล่ะ เมื่อเห็นเอิลต้าที่ดูจะหดหู่อยู่ ยูอิลฮานก็คิดว่าเธอก็คงรู้สึกไม่ต่างกันนัก

“ฉันจะต้องซ่อมพวกมันกลับมา ถ้าฉันใช่หนังของโอโรจิมันจะเป็นไปได้ไหมนะ?”
[เฮ้อออ] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ยิดตัวตรงๆ เธอได้ตำหนิตัวเองที่ไปคาดหวังความโรแมนติกจากคนที่เธอไม่ควรไปคาดหวังที่สุดและเธอได้เลือกกลับมาเผชิญกับความเป็นจริงที่หนาวเหน็บ

[ยูอิลฮานเลเวลของสกิลหัตถกรรมมานาอยู่ระดับไหนแล้ว?] (เอิลต้า)
“32 ทำไมล่ะ?”
[ถ้างั้นมันก็น่าจะเป็นไปได้ ฉันจะสอนเทคนิคที่คุณจะได้ใช้มันเป็นอย่างมากนับจากนี้ไป] (เอิลต้า)

เมื่อได้ยินเรื่องเทคนิคใหม่นี้ทำให้ตาของยูอิลฮานเปล่งประกายออกมา ยังไงก็ตามความรู้สึกของลิต้าตอนนี้ดูจะเย็นชาเหมือนอยู่ในฤดูที่หนาวเหน็บ

[หัตถกรรมมานาเป็ฯเทคนิคในการปลุกศักยภาพของวัตถุที่ไม่มีพลังใดๆ ถ้างั้นมันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปได้ที่จะทำการกลับกันหรอกหรอ?] (เอิลต้า)
“กลับกัน?”
[บีบอัดในพลังที่มีอยู่แล้วและแยกมันออกมา]

ยูอิลฮานไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ว่าเขาก็ตกลงไปอยู่ในความคิดในขณะที่คิดถึงความหมายของการทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกันกับสิ่งที่เขาทำมมาจนกระทั่งตอนนี้

เทคนิคนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ได้ด้วยการยัดข้อมูลให้ยูอิลฮานตรงๆดังนั้นเอิลต้าก็ทำได้แค่เฝ้ามอง แน่นอนว่ามันก็ยังเป็นเพราะว่าตัวเธอเองก็ยังใช้ในเทคนิคที่เธอพยายามสอนยูอิลฮานไม่ได้เช่นกัน – เทคนิคการสกัด

“ฉันไม่ค่อยเข้าใจแหะ เธอกำลังจะบอกว่าเอาพลังจากสิ่งๆหนึ่งไปใส่ในอาร์ติแฟคงั้นหรอ”
[คุณจำเป็นจะต้องมีหินพลังเวทย์] (เอิลต้า)

มันเป็นเรื่องอันตรายที่จะทดสอบกับไอเทมระดับตำนานตั้งแต่เดิมเลย ดังนั้นยูอิลฮานเลยได้เลือกหยิบอาวุธระดับยูนีคกับหินพลังเวทย์คลาส 2 ออกมาทดลองดูก่อน

[มันยังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือน ทำช้าๆไม่ต้องรีบหรอก] (เอิลต้า)

ในทันทีที่เอิลต้าพูดจบได้มีแสงปรากฏขึ้นมา

สารที่เหมือนกับของเหลวโปร่งแสงได้ไหลออกมาจากขวานที่ยูอิลฮานถืออยู่ก่อนที่มันจะมาเกาะที่แขนของเขา ไหลผ่านไหลและตรงไปที่หินพลังเวทย์ที่เขาถืออยู่ในอีกมือ หลังจากนั้นได้มีแสงสว่างปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

เอิลต้าได้มองดูพร้อมกับคิดว่าไม่มีทางขึ้น

[มันล้มเหลวใช่ไหม?] (เอิลต้า)
“ฉันทำสำเร็จ”

ในเวลาเดียวกันกับที่ยูอิลฮานตอบกลับไป ขวานในมือเขาที่ถูกดูดพลังออกไปก็ได้กลายเป็นผงโลหะและพังลงไป แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนเลยสักนิด มันมีข้อความปรากฏขึ้นบนม่านตา

[หินพลังเวทย์คลาส 2 มีพลังแห่ง ‘การทำลาย ‘ทรราชย์’ สถิตอยู่]
[หินพลังเวทย์มีสองออฟชั่นอยู่ ในตอนที่ทำหัตถกรรมมานากับวัตถุที่เป็นไปได้ที่จะเข้ากับออฟชั่นทั้งสองอย่างนี้ มันก็เป็นไปได้ที่ออฟชั่นอาจจะลดขั้นหรือวิวัฒนาการขึ้นไปตามแต่พลังของผู้สร้างและเลเวลของหินพลังเวทย์]
[ออฟชั่นอัลฟ่า ‘การทำลาย’ เพิ่มพลังโจมตีให้กับอาวุธ]
[ออฟชั่นเบต้า ‘ทรราชย์’ เพิ่มความเสียหายคริติคอล]

“โอ้ ฉันก็ยังสงสัยว่ามันจะถูกเวลาไปเหมือนกับโลกหรือป่าว แต่ว่าดูเหมือนว่าบันทึกแห่งอคาชิคก็ยังทำงานอยู่”
[แทนที่จะสนเรื่องนั้นคุณยังเป็นมนุษย์อยู่แน่นะ?]

การที่มีสกิลเลเวลสูงมันไม่ได้สอดคล้องกับเทคนิคขั้นสูง แม้ว่ามันจะมีส่วนช่วยจากบันทึกแห่งอคาชิคก็ตาม แต่ว่าการจะใช้เทคนิคหนึ่งในท้ายที่สุดมันก็ขึ้นอยู่กับอัตลักษณ์ของบุคคล

ยังไงก็ตามการใช้เทคนิคใหม่สำเร็จในทันทีและมันยังสมบูรณ์แบบอีกด้วยนี่มันเกินไปแล้ว เอิลต้ายอมรับมันไม่ได้

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ยังมีเหตุผลสำหรับตัวเขาเองอยู่

“ไม่ แต่ว่านี่มันคือสิ่งที่เหมือนกับการเสริมพลังในนิยายเลยไม่ใช่หรอ? การจินตนาการภาพมันค่อนข้างง่ายเลยล่ะ”
[ในความเป็นจริงแล้วคนที่ใช้การหัตถกรรมมานาเป็นอาชีพจะถูกเรียกว่าผู้เสริมพลัง มันไม่ใช่ว่าทุกๆคนจะมีศักยภาพในการเป็นช่างตีเหล็กแบบคุณ] (เอิลต้า)
“แล้วในตอนนี้ฉันก็ใช้มานาได้แล้วด้วย”
[อ่า] (เอิลต้าได้ปิดปากของเธอ)

นี่มันเป็นเรื่องจริง เธอได้ลืมไปเลยเนื่องจากว่าของที่ยูอิลฮานทำขึ้นมาแต่ล่ะอย่างต่างก็ทรงพลังเกินไป แต่ว่าจนกระทั่งมาถึงตอนนี้เขาได้สร้างของทั้งหมดขึ้นโดยไม่ได้ใช้มานาของตัวเองเลย

ดังนั้นในตอนนี้ที่เขาใช้มานาได้แล้วการที่เขาสกัดพลังออกมาสำเร็จในครั้งเดียวมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเกินไป

ไม่เพียงแค่นั้นการตีเหล็กและหัตถกรรมมานาของเขาก็ยังจะให้ผลรับที่ต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติดอีกด้วย เนื่องจากว่ามานาเป็นพลังงานที่ส่งผลอย่างมากกับทุกๆสิ่ง

[รีบๆไปคลาส 3 เร็วๆเลยยูอิลฮาน แล้วคุณก็ต้องเอาคลาสของเป็นช่างตีเหล็ก เข้าใจนะ?] (เอิลต้า)
“โอเค ในเมื่อมันไม่ได้ดูน่ากลัวฉันจะเอามา”

ถ้าเป็นไปได้เอิลต้าถึงขนาดอยากจะให้ยูอิลฮานทิ้งการสร้างไอเทมไปจนกว่าจะถึงคลาส 3 แต่ไม่ว่าเลเวลตอนนี้เขาจะสูงแค่ไหนมันก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าจะไปถึงเลเวล 100

ใช่แล้ว ค่อยให้เขาทำอุปกรณณ์อีกครั้งหลังจากได้รับคลาสช่างตีเหล็กก็ได้ เอิลต้าได้ตัดสินใจที่จะรอคอยวันนั้นวันที่จะได้เชยชมเทคนิคช่างตีเหล็กอันบริสุทธิ์ของเขา

“ฉันควรจะทำมันตามลำดับใช่ปะ?”

มันมีองค์ประสอบสำคัญสองอย่างในการสกัด – อุปกรณ์ที่เป้าหมายในการสกัดและหินพลังเวทย์ที่จะฝังพลังลงไป แต่ว่ามันจะไม่จบลงแค่การสกัดอย่างเดียว เขาจะต้องสร้างอุปกรณ์ใหม่ที่มีวัสดุที่เข้ากันได้อย่างดีที่สุดกับออฟชั่นที่จะนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เขาไม่ต้องการให้มันมีความผิดพลาด

เพื่อที่จะทำแบบนี้ต้องทำอะไรก่อนล่ะ?
ใช่แล้ว
การชำแหละไง

[คุณจะบ้าไปแล้วหรอ? คุณกำลังจะบอกว่าคุณจะชำแหละมอนสเตอร์พวกนี้ทั้งหมด!?] (เอิลต้า)
“เอิลต้า บรรพบุรุษของเขาเคยพูดไว้ว่า ทุกๆอย่างจะดีได้ด้วยการทำงานอย่างขยันขันแข็ง”
[ฉันไม่ชอบบรรพบุรุษพวกนั้นเลย!] (เอิลต้า)

ในตอนนี้้แผนเขาได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว เขาจะต้องไม่เสียเวลาไปอีรกแล้ว! ยูอิลฮานได้หยิบมีดชำแหละอกมาและเปิดกระเป๋าสะพายของเขา เขาได้เริ่มการชำแหละในขณะที่เอาศพออกมาในปริมาณที่เขาจัดการได้!

“เพลิงนิรันด์ นายในตอนนี้ได้รับหน้าที่ในการจัดการสิ่งที่ได้เหลืออยู่!”

คลื่น! มันดูเหมือนกับว่าเพลิงนิรันดร์ได้หยักหน้าตอบกลับมา

จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลย เขาในตอนนี้มีงานอยู่เต็มมือ! เขาดูจะไม่พอใจกับการใช้แค่มือเดียวทำให้ยูอิลฮานใช้มืออีกข้างหนึ่งหยิบมีดมาเช่นกันและขยับไปมาเหมือนกับคนบ้า

สิ่งที่น่าสนใจคือทุกๆครั้งที่เขาเหวี่ยงมีดมอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าสะพายทั้งหมดจะถูกเลาะหนังออกและตัดเป็นชิ้นๆ

กระดูก หนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และรวมทั้งเนื้อมอนสเตอร์เล็กน้อย เลือดและหินพลังเวทย์ ทุกอย่างนอกจากนี้ต่างก็ถูกโยนเขาไปในเตาเผาด้วยเทาของยูอิลฮานที่ขยับเบาๆ

[ฉันสงสัยจังเลยว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปเขาจะไปถึงความสนใจของเทพแห่งการชำแหละไหม] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้เป็นกังวลขึ้น ยูอิลฮานที่ได้ยินเธอเบาๆก็ได้ตะโกนออกมาในขณะที่ขยับมีดและยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา

“ฉันจะกลายเป็นเทพแห่งการชำแหละเองนี่แหละ!”

หลังจากผ่านไปสองสัปดาห์ยูอิลฮานที่ทำงานโดยไม่พักเลยในที่สุดแล้วก็หยุดขยับมีดในมือของเขา

“เสร็จแล้ว”
[จริงดิ!? มันมีมอนสเตอร์คลาส 2 มากกว่าแสนตัวอีกนะ] (เอิลต้า)
“ก็ฉันได้จัดการชำแหละมันกว่า 700 ตัวต่อวันเลยนะ”
[โอเค ตอนนี้คุณคือราชาแห่งการชำแหละ]

หลังจากที่ได้รับชื่อเล่นใหม่ยูอิลฮานก็หยักไหล่ของเขา

“จริงๆแล้วยังเหลืออีกตัวนะ แต่ว่ามีดนี้มันใช้ไม่ได้กับตัวนั้น”

เอิลต้ารู้ดีว่าคืออะไร มันก็คือมอนสเตอร์กลายพันธ์คลาส 4 ที่ยูอิลฮานได้ล่ามันในญี่ปุ่น โอโรจิ

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานก็ได้สะบัดซากมีดชำแหละเข้าไปในเพลิงนิรันดร์ จากนั้นเขาก็ได้หยิบเอาไว้มีดปังตอร์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย

[อย่าบอกฉันนะว่าคุณจะชำแหละมันที่นี่ด้วยนะ] (เอิลต้า)
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ มันไม่เป็นอะไรหรอกหากฉันเอามันออกช้าๆ”

สำหรับยูอิลฮานที่เชี่ยวชาญในการเก็บของอัตโนมัติแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลย

เมื่อเห็นเขาใช้ฟังก์ชั่นนี้อย่างสบายใจมันได้ทำใเห็เธอคิดว่าตัวเธอเองกับทูตสวรรค์ได้ทำข้อผิดพลาดไปแล้ว

“ถ้างั้นเริ่มล่ะนะ”

ยูอิลฮานได้สะบัดมีดสองสามครั้งก่อนที่จะเรียกศพของโอโรจิออกมาจากกระเป๋าสะพายทีละนิดในขณะที่สูดหายใจลึก

“ฮ่าาาาาาาาห์!”

จากนั้นเขาก็กระโดดไปรอบๆเหมือนกับคนบ้าและชำแหละร่างของโอโรจิ

[ฉันอยากจะให้ลิต้าเห็นฉากนี้จริงๆเลย] (เอิลต้า)

ในระหว่างที่ชำแหละยูอิลฮานก็ยังแยกเลือดที่อันตรายของมันใส่ขวดพิเศษเฉพาะไปอีกด้วยในเวลาเดียวกัน

[ฉันอัพคลิปนี้ลงยูทูปได้ปะ?] (เอิลต้า)
“อย่ามาชวนฉันคุย!”

ในพริบตาเดียวร่างกายขยายใหญ่ของโอโรจิก็ถูกชำแหละไปหลายส่วนแล้ว เมื่อได้เห็นจุดที่ตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นยูอิลฮานก็ยิ่งชำแหละได้รวดเร็วและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

“ให้ตายสิ ฉันไม่เจอหินพลังเวทย์เลย”
[กลับกันเลยมันโชคดีแล้วที่ไม่มีมัน หินพลังเวทย์ชนิดความโกลาหลคลาส 4 มันเป็นสิ่งที่อันตรายที่จะมีในโลกปัจจุบัน] (เอิลต้า)

สิ่งที่เอิลต้าเป็นกังวลมันไม่จำเป็นเลย เนื่องจากว่ายังไงมันก็จะถูกใช้กับอาวุธของยูอิลฮานเอง ยูอิลฮานได้เร่งความเร็วขึ้นไปกว่าเดิมอีกขึ้นหนึ่ง

แม้ว่าซากศพของโอโรจิจะมีแค่ผิวหนังและกระดูก แต่ว่าในทุกๆครั้งที่สัมผัสกับใบมีดก็จะเกิดประกายไฟออกไปทั่ว นี่มันเป็นเพราะว่ามันได้กินกับดักแห่งการทำลายไปสามอันหรือป่าวนะ? แม้ว่าเขาจะดึงศักยภาพของเทคนิคการชำแหละของเขามาอย่างดีที่สุดแล้ว แต่การแยกหนังและกระดูกของมันก็ยังยากมาก เขาจะทำไม่ได้เลยถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้สกิลพลังเหนือมนุษย์

“นายกินนี่ได้!”

ในขณะที่แยกส่วนที่ใช้ได้ทั้งหมดออกมา เขาก็ยังโยนส่วนที่ถูกทำลายจากการต่อสู้กับเขาที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ให้กับเพลิงนิรันดร์อีกด้วย

บางทีก็อาจจะเป็นเพราะเนื้อมีระดับที่สูงมากยิ่งกว่าที่เพลิงนิรันดร์เคยกินมาก่อนทำให้มันได้กินเนื้อของโอโรจิไปอย่างมีความสุข จากนั้นก็ได้มีแสงส่องมาก่อนที่มันจะเปลื่ยนไปเป็นเพลิงสีทอง

[อ๊าาา มันพัฒนาอีกแล้ววว!] (เอิลต้า)
“อย่ามาโกรธสิ”

ความเร็วในการชำแหละของเขาได้เร็วยิ่งขึ้น เริ่มจากหัวทั้งเจ็ด ผ่านตลอดทั้งร่างกายไปจนกระทั่งหาง

จากนั้นยูอิลฮานก็หยุดการกระทำทั้งหมดหลังจากนั้นพักหนึ่ง เบื้องหน้าของเขาเป็นดาบยักษ์ที่ทำขึ้นมาจากการรวมกันของหางทั้งหมดของโอโรจิ

การชำแหละโอโรจิได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ในตอนนี้มีแต่ส่วนที่ไม่สามารถจะชำแหละได้เหลืออยู่

[ดาบรวมเมฆาสวรรค์]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังโจมตี – 4,444]
[ออฟชั่น – พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่ามังกร สามารถใช้เพลิงม่วง ได้ด้วยการใส่มานาลงไป]
[ความทนทาน – 5,000/5,000]
[อาวุธที่สร้างขึ้นมาหลังจากที่มอนสเตอร์กลายพันธ์คลาส 4 ได้เกิดมาด้วยการดูดซับบันทึกตำนานสัตว์ประหลาดจากตำนานญี่ปุ่นโอโรจิ มันแข็งและคมเป็นอย่างมาก มันจะแสดงพลังถึงขีดสุดออกมาได้เมื่อต่อสู้กับเผ่าพันธ์มังกร]

“หืมมม”

เมื่อคิดย้อนกลับไปดีๆแล้วมันก็มีการแจ้งเตือนว่าเขาได้รับอาร์ติแฟคระดับตำนานมาอยู่ในตอนที่เขาได้ฆ่ามัน

เขาได้แค่มองมันผ่านๆเนื่องจากตอนนั้นเขายุ่งอยู่ แต่ว่าดูเหมือนการแจ้งเตือนนั้นมันจะมาเพราะว่าตอนที่ร่างกายมันเข้ามาในกระเป๋าสะพายเนื่องจากร่างกายส่วนหนึ่งมันเป็นอาร์ติแฟค

เมื่อตรวจสอบในอาร์ติแฟคดาบรวมเมฆาสวรรค์แล้วยูอิลฮานได้หยักหน้าและพูดออกมา
“มันดูกระจอกเมื่อคิดจากการที่มันมาจากบอสคลาส 4 ใช่ปะ? มันไม่แม้แต่คมเลยสักนิด สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือฉันคงต้องเป็นยักษ์ที่สูงกว่า 5 เมตรหากอยากจะใช้อาวุธนี้”
[ยูอิลฮานคำพูดต่อไปของคุณก็คือ ‘ฉันจะสร้างหอกใหม่ด้วยเจ้านี่’]
“ฉันจะสร้างหอกใหม่… หือออ?”

ยูอิลฮานได้ตกใจขึ้น และเอิลต้าก็พูดออกมาในขณะที่ถอนหายใจ

[ทำมันสิยูอิลฮาน] (เอิลต้า)

ความหวังของมนุษยชาติยูอิลฮานได้หยักหน้าและหยิบค้อนขึ้นมา

เนื่องจากว่าเขาชำแหละเสร็จไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำอีกก็คือการสกัดออฟชั่นและสร้างอุปกรณ์ขึ้น เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องลังเลแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ