0 Views

บทที่ 7 – คุณไม่เห็นฉันหรอ? (4)

ในตอนที่มองเห็นฉากแบบนี้ยูอิลฮานก็ยังคงสงบนิ่งอย่างผิดคาด ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าเขาได้คิดมาตลอดอยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในซักวัน

บางทีคนอื่นๆก็อาจจะยังกังวลในเรื่องนี้อยู่ในสักมุมหนึ่งของหัวใจเหมือนกัน จริงๆแล้วพวกคนอื่นๆน่าจะรู้ในเรื่องนี้ดีกว่ายูอิลานซะอีกเนื่องจากว่าพวกเขาได้ไปมีประสบการณ์ในต่างโลกถึง 10 ปี มันไม่ใช่ว่าทุกๆคนรู้ดีหรอกว่าโลกก็จะต้องเป็นแบบนี้ในตอนที่เกิดหายนะครั้งใหญ่

ยังไงก็ตามพวกเขานั้นก็ยังเตรียมตัวไม่พออยู่ดี พลังในการนำไปสู้กับมอนสเตอร์มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรู้ได้แค่การมองและเลเวลของมอนสเตอร์ก็ดูจะสูงทีเดียว

พวกเขาทั้งหมดได้ตัดสินใจสถานการณ์ผิดพลาดหรือไม่ก็ย่ามใจเกินไป

[การฝึกหัดมันได้จบลงไปแล้ว พระเจ้าได้ให้ทุกๆอย่างที่ท่านทำให้มนุษย์ได้แล้ว นับแต่นี้ไปมนุษย์จะต้องพึ่งพาตัวเอง]

เสียงของเอิลต้าฟังดูค่อนข้างจะห่างเหิน จากนั้นยูอิลฮานก็รู้สึกได้ว่าเธอได้มองภาพนี้ด้วยสายตาที่ต่างออกไป เขาเชื่อเลยว่าเธอจะไม่ช่วยเขาแน่ไม่ว่าเธอจะมีพลังมาแค่ไหนก็ตามที

มันดูเหมือนว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะยังไม่มีใครเสียชีวิต แต่ยังไงก็ตามมันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแมลงพวกนั้นกำลังมาทางอาคารที่ยูอิลฮานอยู่อย่างช้าๆ

“กรี๊ดดดด”

“ทำยังไงดี? พวกเราวิ่งกันเถอะ”

“ทุกคนใจเย็นโกน โรงเรียนได้ทำการติดต่อกับ…”

“ใครอยากจะตั้งตี้กับฉันไปล่ามันมั้ง”

“ที่นี่ ที่นี่เกิดเหตุร้ายขึ้น!”

“วิ่งสิเห้ย!”

“ห้องการเงิน วิ่งไปที่ห้องการเงินกัน!”

“ไปชั้นด่านฟ้าไม่ดีกว่าหรอ!?”

นักเรียนที่รู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้กรีดร้องวิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที อาจารย์ก็ยังถอนหายใจและตามเหล่านักศึกษาไป เพราะแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานถูกทิ้งเอาไว้ในห้องเรียนในทันที เรื่องนี้เป็นที่สงสัยมากว่าเป็นเพราะทักษะพิเศษของเขาอีกหรือป่าว

ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะนั่งนิ่งๆอยู่ในห้องเรียนนี้คนเดียวอยู่แล้ว

ยูอิลฮานได้มองออกไปนอกหน้ต่างอีกครั้งและถอนหายใจออกมาสั้นๆ จากนั้นก็เริ่มขยับ

[คุณกำลังวางแผนจะไปสู้ ใช่ไหม?]

“เจ้าพวกนั้นมันดูอ่อนแอกว่าวาฬอีกนะ นี่ไม่ใช่ว่าเป็นโอกาสดีหรอ?”

[มอนสเตอร์แตกต่างไปจากสัตว์ป่า ทั้งผิวหนัง… ชั่งเถอะในกรณีของเจ้าพวกนี้ก็แค่ปีกแข็งขึ้นจนผิดปกติและการเคลื่อนไหวที่เปลื่ยนไป ยังไงก็เถอะ…. มันดูไม่น่าจะอันตรายเท่าไหร่นี้จึงเป็นโอกาสดีในการเพิ่มเลเวล]

“ใช่แล้ว ฉันจะไม่เคลื่อนไหวแน่ถ้ามันอันตราย”

ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆในขณะที่หัวเราะเยาะตัวเขาเองก่อนที่จะเดินไปที่ที่โต๊ะและดึงขาโต๊ะออกมา

เขาไม่ได้ดึงขาโต๊ะออกมาแค่อันเดียวเท่านั้น ขาโต๊ะที่เขาได้ดึงออกมามีทั้งหมดสี่อันและฉีกเสื้อของเขาออกมาเพิ่มใช้ในการสร้างอาวุธต่างๆขึ้นทั้งหอกสั้น ดาบสั้น

[….คุณชำนาญงานฝีมือด้วย]

“ใช่แล้ว ฉันเบื่อที่จะอยู่เฉยๆก็เลยฝึกมันน่ะแล้วก็ฉันทำได้ดีกว่านี้อีกนะ”

[ลิต้า….!]

กล้ามเนื้อของเขาได้ถูกเผยออกมาให้เห็นจากการที่เสื้อของเขาถูกชีกไป ร่างกายของเขาที่ได้รับการฝึกมาอยากหนักจนอยู่ในจุดสูงสุดแล้วได้เผยออกมาให้เห็นเล็กน้อย

ยังไงก็ตามนี้มันก็เป็นร่างกายของเขาเองดังนั้นยูอิลฮานจึงได้วิ่งออกไปจากห้องเรียนโดยไม่ได้รู้ตัวถึงสิ่งนี้สักนิด ในตอนแรกเขากะจะตรงไปต่อสู้ในทันทีแต่ไม่นานนักเขาก็นึกได้ถึงบางอย่าง

“ไม่ว่าสกิลปกปิดของฉันมันจะมีระดับสูงแค่ไหน คนอื่นๆก็จะต้องจำฉันได้หากฉันไปทำตัวเด่นใช่ไหม?”

[หน้ากากก็น่าจะพอแล้ว มันจะช่วยในการเพิ่มผลของสกิลปกปิด]

ถ้าเป็นหน้ากากเขาก็คิดขึ้นมาได้อย่างนึงว่ามันมีอยู่ในร้านเครื่องเขียนที่อยู่ชั้นใต้ดินของตึกนี้

เมื่อเขาคิดได้แบบนี้เขาก็ไปที่นั่นในทันทีโดยการวิ่งไปทางบันได กระโดดออกจากราวและคว้าจับไปที่เสาให้ตัวเขาไหลลงไปเลื่อยๆ เมื่อมาถึงเขาก็เลือกที่จะหยิบเอาหน้ากากมาแบบสุ่มๆซึ่งคือหน้ากากไอรอนแมนและใส่มันลงไป

และนี่ก็เป็นเวลาอีกแค่ 10 วินาทีเท่านั้นเอง

“แล้วเราควรจะไปไหน?”

เขาได้กระโดดลงมาชั้นล่างสุดและไปที่ตรงกลางสนามทันที บังเอิญมากที่มีตั๊กแตนขนาดเท่ามนุษย์กำลังทำลายประตูของตึกบริหารนี้อยู่

[กี้้]

“ฟุฮ่าห์”

ยูอิลฮานได้ลอยผ่านอากาศไปพร้อมกับเสียงแปลกๆของเขา ในตอนนั้นเองลูกเตะที่คมกริบของเขาก็ได้ลงไปบนหัวของตั๊กแตนแล้ว หัวของมันได้ระเบิดออกมาด้วยเสียงที่ไม่น่าพอใจนัก ‘โพ๊ะ’

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 800]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 3 สุขภาพ +2 พลังเวทย์ +2 พละกำลัง +3 ความว่องไว +3]

[คุณได้ปลุกความเชี่ยวชาญการต่อสู้ทางกายภาพ เลเวล:สูงสุด ขึ้นแล้ว คุณจะสามารถวิวัฒนาการเลเวลของสกิลนี้ได้ถ้าหากคุณวัสดุวิวัฒนาการสกิล]

[คุณได้รับบันทึกของตั๊๊กแตนยักษ์เลเวล 13]

ข้อความได้ปรากฏขึ้นตรงม่านตาของเขาในทันทีและจากนั้นก็หายไป จากนั้นเองจู่ๆพละกำลังที่น่าทึ่งก็ได้เต็มอยู่ในร่างของเขา

เลเวลก็คือระบบความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกที่ได้มาเชื่อมต่อเข้ากับบันทึกอคาชิคทำให้เกิดมาเป็นเลเวลขึ้นมา การฆ่าศัตรูนั้นคือการขโมยบันทึกของศัตรูมาและรวมไปถึงแม้แต่ศักยภาพของศัตรู

เขารู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาได้แข็งแรงขึ้น ก้อนมานาที่มีขนาดเท่าเม็ดขาวของเขาได้ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและส่องแสงจางๆออกมาภายในหัวใจของเขา

นี้เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งและน่าพิศวงอย่างแท้จริง แล้วนี่คือสิ่งที่มนุษยชาติได้มีประสบการณ์มาเป็นเวลา 10 ปีงั้นสิ? เขาได้รู้สึกอิจฉาจนถึงขนาดที่ความอิจฉามันสามารถจะฆ่าเขาได้เลย

‘แต่ว่าในตอนนี้ฉันก็ไม่ได้แตกต่างแล้ว’

ยูอิลฮานได้ลงมายืนบนพื้นและยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ที่เขายิ้มขึ้นมานี่ไม่ใช่เพราะการที่เขาเลเวลขึ้นแต่เป็นเพราะว่าเขาพอใจกับการต่อสู้ในครั้งแรกของเขา ความรู้สึกนี้มันต่างไปจากการที่เขาล่าสัตว์ป่าธรรมดาเพื่อที่จะชำแหละมาก นี้มันให้ความรู้สึกที่ป่าเถื่อน รุนแรงและน่าตื่นเต้น

ข้อมูลใหม่ๆและแรงกระตุ้นใหม่ๆนี้ยูอิลฮานชอบมัน ในขณะนั้นนางฟ้าเอิลต้าก็ได้พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

[คุณดูจะมีความสุขกับความรุนแรงนะ]

“….”

พื้นที่ลานกว้างที่เต็มไปด้วยแมลงได้ตกลงไปอยู่ในความเงียบอีกครั้ง พวกแมลงดูจะไม่คิดว่าพรรคพวกของมันจะตายง่ายแบบนี้

ยังไงก็ตามมันก็แค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น สายตาของเหล่ามอนสเตอร์ได้จ้องเขม็งมาทางมนุษย์ที่ฆ่าตั๊กแตนยักษ์ทันที

[กี้ซ]

“กิ๊ก กิ๊ก”

[กี้ซซซซซ]

บางทีอาจจะเป็นเพราะการที่พรรคพวกของมันตายทำให้แม้แต่มอนสเตอร์ทที่โ๗มตีอาคารอื่นๆอยู่ได้เริ่มหันมาสนใจยูอิลฮานทันที จำนวนของพวกมันมีไม่น้อยไปกว่า 40 ตัวแล้ว

ยูอิลฮานได้พูดขึ้นอย่างสงบในขณะที่มองภาพแบบนี้

“ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าฉันยังไม่ได้เรียนวิธีต่อสู้เป็นกลุ่มเลย”

[แค่ขยับร่างกายก็พอแล้ว มอนสเตอร์พวกนั้นไม่มีทางฆ่าคุณได้ด้วยพลังของมันในตอนนี้แน่นอน]

ยูอิลฮานได้ออกไปวิ่งในทันทีเหมือนกับใช้คำพูดของเอิลต้าเป็นสัญญาณ มอนสเตอร์แมลงก็ยังเคลื่อนไหวออกมาราวกับพวกมันรอคอยเขาอยู่

[กี้]

ตัวแรกที่เข้ามาคือแมลงลูกบอลมันได้ม้วนตัวกลิ้งเข้ามาหาเขา ด้านบนของแมลงลูกบอลก็ยังแมลงวันพึงเข้ามาหาเขาอย่างน่าอึดอัดใจ

ยูอิลฮานได้จัดการระเบิดหัวของแมลงวันก่อนด้วยการขว้างขาโต๊ะออกไป จากนั้นก็หยิบเอาหอกสั้นออกมาจากเอวฟันเข้าใส่แมลงลูกบอล

ตัวของแมลงลูกบอลได้แตกกระจายออกมาพร้อมๆกับเสียง ‘โพ๊ะ’ ที่น่าฟังคล้ายกับลูกแตงโมที่แตกออก ขาโต๊ะใช้งานได้ผลอย่างน่าทึ่ง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 700]

[คุณได้ปลุกสกิลความเชี่ยวชาญหอก เลเวลสูงสุด คุณสามารถจะวิวัฒนาการสกิลนี้ได้ถ้าหากคุณมีวัตถุดิบวิวัฒนาการ]

[คุณได้รับบันทึกแมลงวันยักษ์เลเวล 11]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 850]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 4 พละกำลัง +2 ความว่องไว + 1 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

[คุณได้รับบันทึกแมลงลูกบอลยักษ์เลเวล 14]

“นี้มันเป็นประโยชน์มาก”

[ข้างบน]

พวกยุงดูจะเป็นเพื่อนกับแมลงวันพวกนั้น พวกมันได้เข้ามาหาเขาพร้อมกันถึงสามตัวในครั้งเดียว ยูอิลฮานได้กระโดดขึ้นไปโดยใช้ศพของแมลงลูกบอลเป็นฐานกระโดดและในขณะเดียวกันเขาก็ได้จับปากของยุงเอาไว้พร้อมเหวี่ยงดาบสั้นไปตัดที่หัวของยุงพวกนี้

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 400]

[คุณได้รับบันทีกยุงยักษ์เลเวล 7]

ในตอนนั้นเองหนึ่งในยุงได้เข้ามาด้านหลังของยูอิลฮานอย่างรวดเร็วและพยายามที่จะกัดหลังของเขา แต่ว่าโชคร้ายที่มันดูถูกแผ่นหลังของยูอิลฮานเกินไป สำหรับยุงที่เลเวลตำแบบนี้มีแต่ปากพังจากการเจาะผิวหนังหนาๆของเขา

“กล้ามากนะ!”

ในขณะที่ปล่อยให้ศพของยุงตัวก่อนหน้าหล่นลงไป เขาก็กระโดดถอยหลังกลับและเหวี่ยงหอกสั้นของเขา ในตอนที่หอกสั้นโดนปากและหัวของยุงอย่างพอดีเปะทำให้สภาพมันเป็นเหมือนกับในตัวก่อนหน้านี้ ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ได้บินมาหาเขาอย่างอย่างมุ่งร้ายแต่แม้อย่างนั้นมันก็ถูกอิลฮานจับตัวและเหวี่ยงมันไปมา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 300]

“ยุงโจมตี!”

[กี้!!!!]

ยูอิลฮานที่ได้ลงมาถึงพื้นแล้วก็ยังคงจับปากของยุงเอาไว้และเหวี่ยงมันเข้าใส่ผึ้งยักษ์ที่บินเข้ามาหาเขาอย่างรุนแรง

ยุงได้ถูกฆ่าโดยเหล็กในของผึ้งและบางทีอาจจะเป็นเพราะไม่ว่าผึ้งจะวิวัฒนาการไปยังไงแต่การที่ปล่อยเหล็กในออกไปมันก็ยังคงตายเหมือนกับผึ้งปกติอยู่ดี นี้เป็นความตายที่กล้าหาญจริงๆ

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 350]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 580]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 5 พละกำลัง +2 ความว่องไว +1 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

[คุณได้รับบันทึกผึ้งยักษ์เลเวล 10]

[เมื่อดูการที่มันตายด้วยการโจมตีของตัวเองดูเหมือนว่ามันยังไม่ได้กลายเป็นมอนสเตอร์โดยสมบูรณ์สินะ แต่ว่าเลเวลนี้มันอะไร…หืมม….]

“ฟู่ สดชื่น!”

เมื่อเขามองออกไปด้านยหน้าเขาก็ได้เห็นถึงตั๊กแตนที่ดูคล้ายกับตัวแรกที่เขาฆ่าไปแต่มันตัวใหญ่กว่าประมาณ 1.5 เท่า

หลังจากเขาได้รู้ถึงตัวตนของตั๊กแตนนี้แล้วเคียวของมันก็ได้ส่งสัญญาณที่อันตรายออกมาได้เหวี่ยงเข้าใส่เขาโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หยุดพัก

“ชิ”

ยูอิลฮานที่หลบเคียวได้อย่างฉิวเฉียดได้ปาหอกสั้นไปด้านหลังเพื่อที่จะจัดการดับลมหายใจของแมลงวันที่บินเข้ามาหาเขาจากอีกทางก่อนและในตอนนี้มือทั้งสองข้างของเขาก็ว่างเปล่าแล้ว เขาได้กลิ้งถอยหลังกลับไปเพื่อสร้างระยะห่างจากตัวตั๊กแตนยักษ์

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 380]

[มอนสเตอร์มีกำลังเสริม]

[กี้]

[กี๊ซซซซซซซ]

ก่อนหน้านี้พวกมันไปหลบอยู่ที่ไหนกัน? แมลงวัน ยุง ตั๊กแตน แมลงลูกบอล ตะขาบและยังแม้แต่แมลงสาบ! เขาได้เดาะลิ้นขึ้นและขยับตัวทันที

“หึ”

[ก๊าาา]

เขาได้ใช้สองมือจับหอกสั้นที่เหลืออยู่อีกสองอันออกมาและเหวี่ยงมันออกไปโดยที่แมลงเหล่านี้ยับยั้งไม่ได้แม้แต่นิด แมลงที่มาใหม่นี้ต่างก็ล้มลงไปตัวแล้วตัวเล่าอย่างไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้ายูอิลฮาน

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 700]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 550]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 950]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 6 พละกำลัง +1 ความว่องไว +2 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

ของเหลวแมลงได้กระเด็นมาเต็มตัวเขาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมัน สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือมอนสเตอร์ที่มาเป็นศัตรูกับยูอิลฮานนี้ทำให้เขาสามารถจะเอาเทคนิคที่ฝึกเป็นเวลานานออกมาใช้ได้แล้ว ยูอิลฮานในตอนนี้กำลังอาละวาดอยู่ในดงของเหล่ามอนสเตอร์

และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่ง ได้มีบางอย่างแวบเข้ามาในสายตาของเขา

“หืม?”

ผึ้งที่กำลังจะต่อยเขาได้ร่วงลงไปกับพื้นก่อนที่มันจะได้ร้องออกมาซะอีก เมื่อยูอิลฮานได้เงยหน้าขึ้นเขาก็พบกับสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจับจ้องมาทางเขา ไม่สิ ไม่ใช่เขาแต่เป็นผึ่งที่พึ่งจะล่วงลงไปท่ามกลางศพแมลงนับไม่ถ้วน

ผู้หญิงคนนี้ก็ยังใส่หน้ากากฮัคงี่เง่าๆที่ขายอยู่ในร้านเครื่องเขียนในชั้นใต้ดินอีกด้วย

“ไม่สิ ไอรอนแมนของฉันมันแย่กว่าอีก….!”

[หยุดพูดไร้สาระและไปฆ่ามอนสเตอร์เถอะน่า!]

ถึงแม้ว่าเขาจะขบคิดอยู้แต่ว่าเขาก็ไม่ได้หยุดการกวาดล้างมอนสเตอร์เลยแม้แต่นิด ผู้หญิงหน้ากากฮัคก็ยังปล่อยสายฟ้าออกมาจากมือโจมตีมอนสเตอร์อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

[ปริมาณมานานั่นไม่น่าเชื่อเกินไปแล้ว เธอเติบโตขนาดนี้ได้ยังไงกันในแค่วันเดียว…]

“ไม่ใช่ว่าเพราะการที่เธอเลเวลอัพเหมือนฉันหรอ”

[โอ้ นี่มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะ…. แต่ว่าคุณรู้ได้ยังไงว่ามานาจะฟื้นคืนมาในตอนที่เลเวลอัพ]

“ก็เพราะว่าแรงของฉันมันกลับมาในทุกๆครั้งที่ฉันเลเวลอัพไงล่ะ!”

เมื่อหน้ากากฮัคได้เข้ามาร่วมสู้แล้วไม่นานนักสถานการณ์ก็ได้เริ่มสงบลงแล้ว ตอนที่เธอมามันก็ไม่ได้มีมอนสเตอร์เหลืออยู่มากตั้งแต่แรกแล้วและพลังโจมตีของเธอก็ยังฆ่ามอนสเตอร์ได้ในครั้งเดียว

แต่ว่าในตอนนั้นเองกองกำลังทหารที่ได้รู้เรื่องการบุกของมอนสเตอร์ก็ได้มาถึงแล้ว ยังไงก็ตามฉากที่พวกเขาเห็นมันไม่ใช่สถานที่ๆเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ ฉากที่พวกเขาได้เห็นคนชายคนหนึ่งที่สวมหน้ากากไอรอนแมนได้จัดการฉีกตะขาบตัวสุดท้ายขาดครึ่งด้วยลูกเตะของเขา

“ผมขอโทษด้วย แต่ว่ารถบรรทุกขึ้นเนินเขามาไม่ได้…. โอ้ว!?”

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 1,250]

[คุณได้กลายเป็นเลเววล 7 พละกำลัง +1 สุขภาพ +2 พลังเวทย์ +2]

ยูอิลฮานได้พลิกดูศพของตะขาบพร้อมพึมพัมขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจทหารเลย

“มันไม่ได้มีลูกแก้วพลังอะไรแบบนี้เลยหรอ?”

[ถ้าคุณหมายถึงหินพลังเวทย์ล่ะก็มันมีอยู่นะ]

“โอ้ มันมีอยู่จริงๆหรอ?”

[คุณไม่ได้บอกว่าคุณได้เรียนรู้การชำแหละมาหรอ? สำหรับมอนสเตอร์ประเภทแมลงแล้วคุณจะต้องเอาส่วนกระดองที่แข็งที่สุดออกมาซึ่งมันกลายเป็นแบบนี้เพราะมานาและหินพลังเวทย์ ฉันบกวิธีกำคุณไปแล้วดังนั้นก็ทำซะสิ]

“โอเค รอเดี๋ยวนะ”

ยูอิลฮานได้จับที่ข้อต่อของตั๊กแตนยักษ์ตัวืที่เล็กที่สุดและดึงขาหน้าเคียวของมันออกมา ทหารที่กำลังจะเขามาได้หยุดลงเพราะความตื่นตระหนกกับฉากนี้ทันที

“เขาคนนั้นเป็นใครกัน? เลเวลของเขามันเท่าไหร่นะ?”

“เขาได้รับพละกำลังมากขนาดนี้ได้ยังไงกันในวันเดียว?”

“นั่นเขาเตะแล้ว!”

ไม่ว่าใครจะพูดยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ได้เริ่มต้นการชำแหละมอนสเตอร์ตัวแรกแล้วโดยที่ไม่สสนใจซักนิด เขากินเนื้อของมันไม่ได้ทำให้เขาโยนมันทิ้งออกไปและตามที่เอิลต้าได้บอกกับเขามา เขาได้เอาส่วนที่แข็งที่สุดของกระดองและหินพลังเวทย์ออกมา

ขาหน้าเคียวของตั๊กแตนยักษ์นั้นคมมากๆทำให้เมื่อมันอยู่ในมือของยูอิลฮษนแล้วมันได้กลายเป็นเครื่องมือในการชำแหนะซากของมอนสเตอร์ชั้นดีจนทำให้ดาบปกติไร้ประโยชน์ไปทันที

[คุณได้ปลุกสกิลชำแหละ เลเวลสูงสุด]

มันเห็นได้ชัดเลยว่าทหารและแม้แต่หญิงสาวหน้ากากฮัคก็ทำได้แต่จ้องมองการเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวาของเขาอย่างตกตะลึง

เมื่อคนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ยืนยันกันแล้วว่ามอนสเตอร์ทั้งหมดได้หายไปแล้วพวกเขาก็เริ่มออกมาแต่ว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้เข้าไปใกล้ยูอิลฮาน

“แล้วนี่หรอ?”

ในขณะที่เขาได้แยกซ่อนตะขาบหินสีน้ำเงินเล็กๆก็กลิ้งออกมา เมื่อเขาได้หยิบมันขึ้นมาและถามกับเอิลต้าเบาๆ เอิลต้าก็หยักหน้าของเธอ

[มันคือหินพลังเวทย์ มันเป็นการตกผลึกของมานา มันคือพลังงานประสิทธิภาพสูงและในเวลาเดียวกันมันก็ยังเป็นต้นกำเนิดของอาร์ติแฟคทุกๆชนิด]

หลังจากนั้นยูอิลฮานก็เช็ดมันกับพื้นหญ้าและเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าจากนั้นเขาก็เปลื่ยนเป้าหมาย แน่นอนว่าด้วยความที่เขาเป็นชายชาวเกาหลีที่มีมารยาทเขาจึงไม่ได้ไปแตะต้องมอนสเตอร์ที่หญิงสาวหน้ากากฮัคฆ่าเลย ศพของมอนสเตอร์ที่หญิงสาวหน้ากากฮัคฆ่าทุกๆตัวจะมีร่องรอยการถูกเผาอยู่มันจึงทำให้เขาแยกแยะได้ไม่ยากเลย

มันไม่ใช่ว่ามอนสเตอร์ทุกตัวจะมีหินพลังเวทย์และก็ไม่ใช่ทุกตัวที่จะมีกระดองแข็งๆดังนั้นหินพลังเวทย์ที่เขาได้จึงน้อยกว่าที่เขาคิดเอาไว้ มีหินพลังเวทย์ขนาดเท่าเม็ดข้าว 8 ก้อน ขนาดเท่าเม็ดข้าวฟ่า 1 ก้อน ขนาดเท่าเม็ดข้าวโมด 1 ก้อน ขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือ 1 ก้อน และมีกระดองที่แข็งๆไม่มากนัก

“ฟู่ววว…. โอ้ว”

ยูอิลฮานได้เงยหน้าขึ้นมาเหมือนกับชาวนาที่เพียงจำทำไร่เสร็จ แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอย่างผู้หญิงหน้ากากฮัคได้จ้องมาที่เขาแถมเธอก็ยังไม่ได้ขยับไปจากที่ๆเธอปรากฏตัวในตอนแรกแม้แต่นิด

ผู้คนที่ออกมาจากอาคารและทหารที่มาช้าเกินไปต่างกลืนน้ำลายเมื่อมองดูการเผชิญหน้าของฮีโร่ทั้งสองคนนี้

นี่คือการพบกันของสองผู้แข็งแกร่งที่สุดในกรุงโซ, ไม่สิในประเทศเกาหลีหรืออาจจะเป็นทั้งโลกด้วยซ้ำ พวกเขาจะพลาดฉากประวัติศาสตร์นี้ได้ไปยังไงกันเล่า?

“เอ่อ….”

หญิงสาวหน้ากากฮัคได้พูดขึ้นอย่างระมัดระวัง เสียงของเธอดูสงบนิ่งจนผิดขาด

“คุณช่วย… ชำแหละให้ฉันได้ไหม?”

ยูอิลฮานได้ตกอยู่ในความคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบกลับไป

“ฉันจะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่?”

นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของเขากับจักรพรรดินี