0 Views

บทที่ 67 – ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (6)

 

ในตอนนี้เป้าหมายของยูอิลฮานที่จะเสริมพลังของคนบนโลกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่นผ่านการเปิดตัวแบรนด์แวนการ์ดแล้ว เป้าหมายต่อมาของเขาในตอนนี้ก็แน่นอนว่าเป็นการไปดาเรร์และจัดการมังกรทั้งหมด

แรงจูงใจของเขามันได้พังลงไปในทันทีเนื่องจากว่าเป้าหมายนั่นมันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินไป แต่ถึงแม้แบบนั้นมันก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เขาเลือกอะไรไม่ได้เลย และหลังจากที่คิดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะเติมเต็มเป้าหมายนั่น เขาก็ควรที่จะพัฒนาในการปกปิดตัวตนของเขาก่อนเป็นอย่างแรก

การปกปิดตัวตนเป็นเพียงพลังเดียวที่เขามีโดยธรรมชาติและในเวลาเดียวกันมันก็คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา

แน่นอนว่าเนื่องจากว่าเขาใช้มานาไม่ได้ทำให้เขาไม่สามารถจะใช้มันได้อย่างที่ใจต้องการแต่ก็ต้องขอบคุณฉายาของเขาที่ทำให้การปกปิดตัวตนของเขาเป็นแบบติดตัวซึ่งทำให้เขาไม่มีปัญหาใหญ่อะไรในการใช้ความสามารถนี้อีก

ถ้าหากว่าจะมีปัญหาอีกนั่นก็คงเป็นการที่การปกปิดตัวตนของเขาจะหายไปหลังจากโจมตีสักครั้ง เพราะแบบนี้การแก้ปัญหาก็คือจบชีวิตเป้าหมายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

นอกไปจากนี้มันก็ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาพยายามที่จะพัฒนาในการปกปิดตัวตนก่อนอีกด้วยก็คือเงื่อนไขมันได้ง่ายขึ้นหลังจากที่เขาได้รับคลาสที่หนึ่งกับสองมา และเงื่อนไข ‘ง่ายขึ้น’ นั่นก็คือ

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีทีเผลอ 398/3,000]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีทีเผลอ 1/300]
[ได้รับฉายาระดับสูงที่มีความเกี่ยวข้องกับการปกปิดตัวตน 1/1]
[หินพลังเวทย์คลาส 2 132/1,000]
[หินพลังเวทย์คลาส 3 0/100]

“ฉันอาจจะตายแน่ถ้าหากว่ามันมี ‘ง่าย’ แบบนี้อีก!”
[แม้แต่ฉันมันยังน่าประทับใจมากเลยนะ สกิลที่มีเงื่อนไขการวิวัฒนาการบ้าๆแบบนี้มันน่าจะหาได้ยาก แต่ว่ามันก็โชคดีที่คุณไม่ต้องตายสักครั้งนี่?] (เอิลต้า)
“ไม่ใช่ว่ามันก็เหมือนกันหรอในเมื่อการปกปิดตัวตนมันจะไร้ความหมายหลัการโจมตีครั้งหนึ่งนะ?”
[เอาเถอะ สำหรับคุณมันก็เป็นงั้นแหละ] (เอิลต้า)
[Zzz] (ลิต้า)

ถ้าเขาสามารถใช้มานาได้และใช้งานการปกปิดตัวตนได้งั้นมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปสู่การปกปิดตัวตนอีกครั้งหลังจากการโจมตีครั้งแรก

แน่นอนว่าเนื่องจากยูอิลฮานยังใช้มานาไม่ได้เลย ดังนั้นเขาจึงทำอะไรแบบนั้นไม่ได้

[ทำมันให้ดีที่สุด ตามที่ฉันรู้มาเผ่ามังกรทั้งหมดต่างก็มีความสามารถในการปกปิดตัวตนเป็นพื้นฐาน ดังนั้นถ้าคุณฆ่าเผ่ามังกรคลาส 3 299 ตัว งั้นเงื่อนไขหนึ่งก็สำเร็จแล้ว] (เอิลต้า)
“โอ้เป็นการปลอบฉันที่ดีจังเลยนะ”
[ZZzz]

ในท้ายที่สุดนี่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถพัฒนาการปกปิดตัวตนได้จนกว่าที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนที่เชื่อมต่อกับดาเรร์งั้นหรอฦ

เอาเถอะ แน่นอนอยู่แล้ว่าก่อนที่มันจะพัฒนาขึ้นพลังมันก็มากอยู่แล้ว การพัฒนาขึ้นที่เขาคาดหวังมันต้องไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่ แต่ว่ายังไงเขาก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

[คุณได้รับค่าประสบกาณณ์ 3,090,850]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีที่เผลอ 399/3,000]
[คุณได้กลายเป็นเลเวล 67 พละกำลัง +1 ความคล่องแคล่ว +2 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาในดันเจี้ยนเพียงแค่พัฒนาสกิลปกปิดตัวตนเท่านั้น ดันเจี้ยนนี้ก็ยังเป็นดันเจี้ยนที่มอนสเตอร์เลเวลสูงสุดที่เขาจะเข้าถึงได้บนโลกอีกด้วย

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 3,112,002]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีที่เผลอ 400/3,000

[ขีดจำกัดเลเวล 90… มีดันเจี้ยนแบบนี้ได้ยังไงกันหลังจากช่วงเวลาสั้นๆของการเกิดหายนะครั้งใหญ่นะ? ดันเจี้ยนนี้มันยังเป็นพวกมอนสเตอร์ ‘ย้ายถิ่น’ อีกด้วย]
“ไม่ใช่ว่าฉฉันบอกว่าอย่ามาถามฉันหรอ? ก็แค่ให้ข้อมูลใหม่ๆของดันเจี้ยนถูกก็พอ ฉันได้ฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดที่มีเลเวลต่ำดังนั้นค่าเฉลี่ยของมอนสเตอร์ก็เลยเพิ่มขึ้นนี่”
[ชั่งมันเถอะ มันไม่น่าจะมีมนุษย์คนอื่นนอกไปจากคุณที่จะเข้ามาในดันเจี้ยนนี่แน่! ทั้งหมดมันเป็นความผิดของลิต้า] (เอิลต้า)
[ZZzz] (ลิต้า)

ช่วงเวลาที่ลิต้าได้นำข้อมูลลมาก็คือประมาณ 3 ช่วงโมงหลังจากที่แผนการอัดเทพแห่งช่างตีเหล็กได้ถูกยเลิกไป ในตอนนั้นยูอิลฮานได้บอกว่าเขาอยากจะพัฒนาสกิลการปกปิดตัวตนของเขาทำให้เธอได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับข้อมูลทั้งหมดนี้ในเวลาไม่นาน

เอิลตต้าได้รู้สึกปฏิเสธการที่จะเผยข้อมูลของดันเจี้ยนออกมาแบบนี้ แต่ว่าลิต้านั้นต่างออกไป นี่มันน่าจะหมายถึงการที่เธอเชื่อใจเขามาก พูดตามตรงแล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับเรื่องนี้ด้วย

แต่ว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเขาผิดหวังกับเอิลต้า เธอก็น่าจะมีมาตราฐานของตัวเธอเหมือนกัน

“ถ้าหายนะครั้งที่สองได้เกิดขึ้นภายในเวลาหนึ่งเดือนนี้งั้นดันเจี้ยนนี้ก็อาจจะระเบิดออกมาและสร้างความวุ่นวายขึ้นในญี่ปุ่นได้ พวกเขาควรจะขอบคุณฉันนะที่ฉันได้จัดการกวาดล้างมันก่อนหน้านั้นนะ”
[ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่หนึ่งเดือนนะ!] (เอิลต้า)

ดันเจี้ยนนี้ตั้งอยู่ในเขตคันโตของญี่ปุ่นและมันก็เป็นเรื่องดีเนื่องจากว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนี้เข้ามาง่ายกว่าที่จีน

ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของยูอิลฮานเลยที่ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินและเข้ามาในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ! และดันเจี้ยนที่รอคอยเขาอยู่ก็สมแล้วที่เขาต้องใช้เวลาข้ามน้ำข้ามทะเลมา

มันเป็นเรื่องดีมากที่มอนสเตอร์ทุกๆตัวในดันเจี้ยนนี้มีพลังในการปกปิดตัวตนซึ่งมันจะช่วยให้เขาเติมเต็มเงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลปกปิดตัวตนได้แล้วมันก็ยังเป็นดันเจี้ยนที่ยากที่สุดในโลกในตอนนี้ด้วยทำให้เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

มีหลายคนที่ไม่สามารถจะได้รับคลาสที่ 2 มาได้ตลอดทั้งชีวิต แต่ว่าในปัจจุบันนี้ยูอิลฮานได้เลเวลเพิ่มขึ้นไปประมาณ 1 เลเวลต่อวัน แน่นอนว่านี่มันเป็นเพราะว่ายูอิลฮานมีความสามารถที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าเขาได้ด้วย แต่ว่านี่มันก็ยังเป้นเพราะมอนสเตอร์ที่เขาสู้ด้วยคือเงาที่มีพลังในการปกปิดตัวตนและเขาก็สามารถจัดการกวาดล้างพวกมันได้อย่างง่ายดาย

ปัญหาเขาก็ยังเป็นเพราะเรื่องนี้เหมือนกันนั่นก็คือพวกมันเป็นเงา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 3,455,767]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนด้วยการโจมตีทีเผลอ 1,349/3,000]

“เจ้าพวกนี้ไม่เหลือส่วนอะไรไว้ให้เลยสักนิด”

ยูอิลฮานได้บ่นออกมาอย่างมืดมน ข้างหน้าของเขาเป็นรูปร่างของมอนสเตอร์เงาที่ได้กลายเป็นอนุภาคแสงกระจายหายไปตามอากาศหลังจากที่ชีวิตของมันได้จบลงไปและมันได้เสียความสามารถในการคงร่างไว้

สิ่งที่มีเหลืออยู่ก็มีแค่เพียงหินพลังเวทย์คลาส 2 ที่เปล่งแสงสีดำออกมาซึ่งมันดูคล้ายกับเอกลักษณ์ของมอนสเตอร์เงา

“มันน่าจะไม่เป็นไรหรอกนะที่จะทิ้งอะไรให้ฉันสักนิด”
[ฉันบอกคุณไปแล้วไงว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูญเสียร่างกายและกระจายไปเนื่องจากว่มันเกิดขึ้นมาจากเงานะ] (เอิลต้า)

มันมีปัญหาสองอย่างเพราะแบบนี้ อย่างแรกเลยคือมันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาเลยที่จะได้ของจากตัวพวกนี้มาทำเป็นอุปกรณ์และอย่างที่สองคือเขาเอาพวกมันมาทำอาหารไม่ได้

[อืมมม ฉันควรจะเอาอาหารมาสินะ?] (ลิต้า)

ในตอนนี้ลิต้าที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาก็ได้ถามขึ้นในขณะที่ขยี้ตาไปด้วย เมื่อได้ยินว่าเขาสามารถจะใช้บริการจัดส่งอาหารที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ในตอนที่อยู่กับเอิลต้าทำให้ยูอิลฮานได้ถามขึ้นมาอย่างดีใจ

“จริงนะ?”
[ใช่สิ ขอเวลาฉันแค่ 5 นาที] (ลิต้า)

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาท่าทางของยูอิลฮานก็ได้เปลื่ยนไปก่อนที่เขาจะส่ายหัวออกมา

“แต่ว่าฉันขอปฏิเสธ”
[อะไรนะ!!!!?] (ลิต้า)
“งานอย่างหนึ่งที่ยูอิลฮานคนนี้ชอบที่สุดเลยก็คือการทำอาหารจากมอนสเตอร์ที่เขาได้ฆ่าด้วยตัวเอง”
[อึก การที่ฉันมาแพ้อาหารมอนสเตอร์ธรรมดานี่มันทำให้ความภูมิใจของฉันโดนดูถูก!] (ลิต้า)
[พวกคุณสองคนคิดจะเล่นแบบนี้ไปเรื่อยหรือยังไงกัน] (เอิลต้า)

ความสามัคคีพันปียังไม่ได้หายไปไหนเลย ยูอิลฮานกับลิต้าได้เอาชนะดันเจี้ยนที่น่าเบื่อด้วยการสนทนาที่กลมกลืนอย่างแปลกประหลายที่ได้ฝึกกันมาหลากหลายปี

ในขณะเดียวกันเอิลต้าที่ไม่มีความมั่นใจที่จะเข้าไปในความกลมกลืนนี้ได้หยิบเอาโทรศัพท์ของยูอิลฮานออกมาและตรวจสอบใน SNS ตามปกติ

[พวกเขากำลังบ่นเรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงเปิดร้านแค่วันจันทร์] (เอิลต้า)

แน่นอนว่าสิ่งที่เธออ่านก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวยูอิลฮาน เรื่องแบรนด์แวนการ์ดของเขา ในตอนนี้หัวข้อนี้คือหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในเกาหลีแล้ว

ไม่สิ พูดให้ชัดก็คือในระหว่างที่ยูอิลฮานใช้เวลาไปกับดันเจี้ยนนี้เรื่องราวเกี่ยวกับแวนการ์ดได้กระจายออกไปตามประเทศอื่นๆ บริษัท ทีวี หนังสือพิมต่างๆแล้ว สื่อพวกนี้ต่างก็พูดถึงแวนการ์ดเป็นอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งแล้ว พูดตามตรงผลลัพธ์ที่ออกมามันมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้อีก แต่ว่ายูอิลฮานก็แค่ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

“มันก็น่าจะเป็นแบบนี้แหละเนื่องจากว่ามันอาจจะทำให้พวกเขาทุกคนล่มจมได้นะ”
[ผลลัพธ์มันมากล้นเกินไปนิดหน่อยนะ ในตอนนี้มันได้ปรากฏแม้แต่ในข่าว ทีวีตามต่างประเทศแล้ว] (เอิลต้า)
“โอ้ มันดูเหมือนว่าในวันจันทร์หน้าต้องมีชาวต่างชาติมาเยือนซะแล้ว”

ไม่ว่าพลังของสื่อมันจะมากยังไงก่อนหายนะครั้งใหญ่แต่มันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะพูดถึงร้านขายของที่เดได้ไม่ถึงสัปดาห์

ยังไงก็ตามมันไม่ใช่สำหรับในตอนนี้

แวนการ์ดไม่ใช่ร้านค้าที่มีเพียงแค่อาวุธและเกราะแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่ามันเป็นสถานที่ที่ขายดาบ โล่และของที่สามารถจะช่วยหลายๆชีวิตได้ แถมยังมีราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับความสามารถของัมน

[พูดตามตรงแล้วคุณภาพของมันต่ำเกินไปเมื่อคิดเทียบกับสิ่งที่คุณทำขึ้นมา แต่ว่าเทียบกับราคาและคุณภาพของมันแล้วนี่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกทั้งมวลแล้ว ความสนใจของแวนการ์ดมีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่ลดลงแน่] (เอิลต้า)
“ใช่แล้ว นั่นน่าจะเป็นความจริง ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยไปโลกอื่นเลยก็ตามเถอะ”

ยูอิลฮานได้ยักไหล่และตอบกลับไป แต่ว่าเอิลต้ากังวลมากยิ่งขึ้นไปอีกว่ายูอิลฮานได้เข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ได้ถูกหรือป่าว

[ยูอิลฮาน ในตอนนี้คุณยังหัวเราะได้อยู่ แต่ว่าไม่นานนักเมื่อตัวตนของคุณถูกเผยออกไปล่ะ เอาเถอะ คุณได้มีพลังที่เด็ดขาดแล้วดังนั้นคุณก็ไม่น่าจะเป็นอะไรเว้นเสียแต่ว่าคุณจะทำตัวเอง แต่ว่าในตอนนั้นครอบครัวของคุณก็อาจจะถูกจับได้เหมือนกันนะ คุณไม่ควรจะดูถูกความโลภของมนุษย์เรามากเกินไป] (เอิลต้า)
“ไม่ มันน่าจะไม่เป็นไร”

พูดตามตรงแล้วยูอิลฮานก็ไม่ได้เป็นคนที่มีความกตัญญูอย่างลึกซึ้งมากขนาดนั้น แต่ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ใช่คนอกตัญญู กลับกันเลยเขามีความรักในครอบครัวของเขา และเขาก็อยากที่จะทำอะไรให้ครอบครัวมากขึ้นเนื่องจากว่าเขาไม่ได้เจอครอบครัวมาเป็นพันปีแล้ว แต่ปัญหาก็คือครอบครัวเขาไม่ยอมรับ

ยูอิลฮานได้ถามกับทูตสวรรค์ทั้งสองคนทันที

“เธอพูดว่าความโลภของมนุษย์สินะ ฉันรู้เรื่องนี้ดี ดีล่ะถ้างั้นในจุดนี้ใครล่ะที่จะรู้ในคุณค่าของแวนการ์ดดีที่สุด? แล้วคนพวกนั้นอยากที่จะซ่อนเรื่องนี้งั้นหรอ?”
[นอกจากคุณคุณ?] (เอิลต้า)
[ฉันไง! งานโลหะที่อิลฮานทำยอดเยี่ยมที่สุดในโลก]
“นอกจากพวกเธอทั้งสองคนด้วย”
[อ่า]

ในที่สุดเอิลต้าก็ได้รู้ถึงคำตอบที่ถูกหลังจากได้ยินคำพูดของยูอิลฮานก่อนที่เธอจะหัวเราะและตอบกลับไป

[จักรพรรดินี ฉันนี่โง่จริงๆ] (เอิลต้า)
“บิงโก ฉันรับประกันได้เลยว่าเธอจะต้องทำอะไรซักอย่างด้วยตัวเองแน่ ไม่สิ มันมีความเป็นไปได้ที่เธอจะทำมากกว่าที่ฉันคิดด้วยซ้ำไป”

ในตอนแรกตึกนี้เป็นของปู่ของนายูนามาก่อน ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลื่ยนไปแล้วก็ตามแต่ว่าหากว่ามีใครสักคนที่มีเอกลักษณ์ที่สามารถจะมอบตึกแบบนี้ได้ พวกเขาก็น่าที่จะมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในด้านการเมืองและการเงินกับตึกด้วย

[งั้นนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณกล้าทำแบบนี้สินะ] (เอิลต้า)
[เขาเพียงแค่ใช้พวกนั้นเหมือนกับที่พวกนั้นพยายามจะใช้เขา] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้มีความสามารถที่จะใช้ชีวิตรอดอยู่บนโลกที่เปลื่ยนไปในขณะที่พวกนั้นมีความสามารถในการทำงานได้ดีแม้ว่าจะเป็นหลังจากที่สังคมเปลื่ยนไป พวกเขาก็แค่แลกเปลื่ยนสิ่งพวกนี้กันเท่านั้นเอง

ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดมาถึงจุดนี้ในตอนที่คังมิเรย์บอกเบอร์ของเธอ แต่ว่าในช่วงเวลาที่เขาได้ขายคทาออกไป เขาก็คิดว่านั่นมันคงจะมีเวลาที่เขาน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากเธอแน่ และมันก็ได้กลายออกมาเป็นแบบนี้

ถึงแม้ว่าพวกนั้นอาจจะปกป้องเขาแต่ไม่ได้ช่วยเขาก็ตาม แต่ว่ามันก็เป็นเพื่อที่จะปกป้องอาร์ติแฟคที่เขาสร้างจากมือของคนที่ไม่ถูกต้อง

[ถ้างั้นบนโลกนี้ผู้ที่ถูกทิ้งก็ปรับตัวได้ดีกว่าผู้ที่กลับมางั้นสิ] (เอิลต้า)
“ฮ่า! ตลกจังเลยนะ”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปในขณะที่สะบัดหอกเข้าใส่มอนสเตอร์เงาที่เพิ่งจะพุ่งออกมาจากพื้น

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 2,876,019]
[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนด้วยการโจมตีทีเผลอ 1,350/3,000]

“ถ้ามอนสเตอร์คลาส 3 ปรากฏออกมาเหมือนพวกลูกน้องปกติมันจะเป็นยังไงนะ?”
[อย่าได้มาพูดเรื่องน่ากลัวแบบนี้สิ เดินไปต่อเถอะไป] (เอิลต้า)

เขาได้เบะปากออกมาหลังจากได้ยินคำของเอิลต้า จริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่แม้ว่าเขาจะหลีกเลี่ยงเขาก็หลีกเลี่ยงมันไม่ได้ มันคือสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าแน่นอน

“น่ากลัวหรอ ถ้ามันเกิดขึ้นฉันก็แค่สู้กับมัน”
[ไม่อิลฮาน มันไม่ใช่ว่าปัญหาจะแก้ได้ด้วยแค่การต่อสู้กับพวกมันเท่านั้น] (ลิต้า)
“งั้นก็ช่วยอธิบายให้ฟังทีสิคุณลิต้า”

ลิต้าได้อธิบายแทนเอิลต้าด้วยรอยยิ้ม

[มอนสเตอร์คลาสสามที่ปรากฏมาในฐานะของบอสมอนสเตอร์กับตัวที่ปรากฏขึ้นมาในฐานะของมอนสเตอร์ปกติมันเป็นสิ่งที่ต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าหากว่าพวกมันมีความพิเศษบอสมอนสเตอร์ก็อาจจะปรากฏออกมา แต่ว่ามอนสเตอร์ปกติที่พัฒนาการไปเป็นคลาส 3 จะหมายความถึงความเข้มข้นของมานา อย่างน้อยที่สุดแล้วในคันโตของญี่ปุ่นมันก็ได้เพิ่มถึงจุดที่ไม่ได้อยู่ในระดับของหายนะครั้งที่หนึ่งแล้วด้วย ความยากโดยเฉลี่ยของดันเจี้ยนจะเพิ่มขึ้นไปและมันจะทำให้เกิดการพังของดันเจี้ยนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย หรือก็คือมันจะกลายเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับดันเจี้ยนนี้อย่างเดียวไงล่ะ] (ลิต้า)
“งั้นพวกมันก็เหมือนกับแมลงสาปสิ? ถ้าพวกมันปรากฏสักตัวงั้นฉันก็จะต้องฆ่าพวกที่เหลืออีกหลังจากพลิกแผ่นดินหาใช่ไหม?”
[ถูกแล้ว] (ลิต้า)

ลิต้าได้ลูบหัวของยูอิลฮานเหมือนกับว่าเขาน่ารักสำหรับเธอ เอิลต้าได้ถอนหายใจกับคำพูดของลิต้าและยูอิลฮานก็รู้สึกหดหูใจในขณะที่รู้สึกได้ถึงมือของเธอ

เขาได้คาดการณ์เอาไว้ในอนาตแล้วว่าการสนทนามันจะต้องมาถึงจุดๆนี้

“ใช่แล้ว ฉันน่าจะติดตั้งยาฆ่าแมลงไว้ในคันโตด้วยนะเนี้ย”

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจในขณะที่พึมพัมออกมา

แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ มันได้กลายเป็นเรื่องจริงหลังจากสามสัปดาห์ที่เขาได้เข้ามาในดันเจี้ยน

[กี้]
[บันทึก เงา ของ ฉัน เข้ม ลึก]
[ฟืดดดด]

ในส่วนหลักของดันเจี้ยนมีมอนสเตอร์นับสิบ ไม่สิ นับร้อยที่กำลังสูดหายใจเหมือนกับดาร์ทเวเดอร์

จากออร่าของพวกมันพวกมันดูเหมือนกับจะมีเลเวลประมาณหัวหน้าโทรลล์ภูเขาที่มีเลเวลประมาณ 100 และมองดูจากรูปร่างของมันดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นมาได้ไม่นานนัก

พูดง่ายๆเลยก็คือมีมอนสเตอร์คลาส 3 อยู่ในทุกๆที่ที่นี้ ยูอิลฮานได้มองไปที่ลิต้าในขณะที่จับหอกมั่น

“มีอะไรเกิดขึ้นกับที่คันโตอีกแล้วล่ะ?”
[ฉันบอกว่ามันถึงคราวเคราะห์แล้ว]
“ถ้าหากว่ามันเกิดการพังของดันเจี้ยนขึ้นงั้นเธอก็จะให้ภารกิจกับฉันใช่ไหม?”
[ค่ะ ท่าน] (ลิต้า)
[ไม่ มันจะไม่เป็นไร มันน่าจะไม่เกิดขึ้น] (เอิลต้า)

และในสองวันต่อมายูอิลฮานก็ได้จัดการกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดภายในดันเจี้ยนและออกมาหลังจากเลเวลอยู่ที่ 75

ยังไงก็ตามในภูมิภาคคันโตนี้ได้มีการพังของดันเจี้ยนระลอกใหญ่ขึ้น หรือเรียกอีกอย่างว่าคลื่นดันเจี้ยนเกิดขึ้นแล้ว

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ