0 Views

บทที่ 65 – ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (4)

 

ยูอิลฮานที่ได้กลับบ้านมาเป็นอย่างแรกได้ตกตะลึงไปกับทะเลรูปภาพที่ถูกส่งเข้ามาทางแอพพลิเคชั่นของมือถือเขาซึ่งมันมาจากนายูนาที่เพิ่มเพื่อนเข้าเองโดยอัตโนมัติจากการแลกเบอร์กัน

ภาพนั่นเป็นข้อมูลของตึกภายในกังนัมที่เขาจะได้รับมา ในท้ายสุดของข้อความก็ยังมีคำสาปส่งที่เธอบอกไว้ว่าจะติดต่อมาหาเขาบ่อยๆด้วย เขาได้รู้สึกอยากจะลบเบอร์ของเธอทิ้งๆไปแต่ว่าด้วยเป้าหมายเดิมทำให้เขาต้องเก็บเบอร์ของเธอเอาไว้

นายูนาก็ยังรู้เรื่องนี้เช่นกันทำให้เธอทำเป็นส่งอีโมจิกวนๆมาเพื่อที่พยายามจะใกล้ชิดเขา

ยิ่งไปกว่านั้นเอง

“ฉันควรจะทำยังไงดี…”

ยังไงก็ตามในตอนนี้เขาได้กลายเป็นเจ้าของดึกแล้ว แถมมันไม่ใช่ตึกธรรมดา แต่ว่าเป็นภายในกังนัมภูมิภาคที่ได้รับการเสริมกำลังจากผู้ใช้พลังจำนวนมาก ผู้ที่มีอำนาจและทรงพลังทำให้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

[เปิดให้เช่าแล้วคุณจะกลายเป็นคนรวย] (ลิต้า)
[มันดูตลกมากเลยนะที่พวกนั้นบอกว่ามันเป็น ‘เขตเสริมกำลัง’ ในเมื่อพวกคนที่ป้องกันมีเลเวลอยู่ประมาณ 40 เท่านั้นเอง แต่ว่าเป็นเรื่องแน่นอนว่าที่นี่จะเป็นศูนย์กลางของเกาหลีอีกซักพัก การเป็นเจ้าของมันก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมล่ะ] (เอิลต้า)

นี่มันก็คือความจริงการขายคทากับชุดคลุมได้ทำให้ยูอิลฮานได้เข้ามาใจกลางของเกาหลีได้ในทันที

เพียงแค่มีเงินตามปกติก็ไม่มีทางจะเข้ามาในเขตเสริมกำลังกังนัมได้ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือคนที่มีส่วนใดส่วนเสียจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแบบนี้แต่

แต่ยังไงก็ตามเพราะยูอิลฮานได้มีความเกี่ยวพันกับคังมิเรย์ที่เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆของประเทศที่มีทั้งพลังอำนาจทำให้เขาเข้ามาภายในศูนย์กลางเกาหลีได้อย่างง่ายดาย

แต่ปัญหาก็คือยูอิลฮานไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์อะไรเลย

“แต่ตึกนี่มันก็พังลงจากการเหยียบของมอนสเตอร์อยู่ดีนี่?”

โลกในปัจจุบันนี้มันไม่มีอะไรที่พลาดไปกว่าสมบัติที่มีอยู่แน่ แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้โลภในตัวเงินอยู่แล้วทำให้ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก

คนพวกนั้นจะรู้ไหมนะว่าพื้นที่ที่พวกเขาทุ่มเทป้องกันมันจะพังลงไปจากแค่การปรากฏตัวของเสือดาวเงาเพียงตัวเดียวนะ

“ฉันคิดว่าเขาคงจะไม่รู้สินะหรือต่อให้พวกเขาจะรู้ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อพวกเขาก็เคยไปโลกอื่นกันมาหมดแล้วนี่นา”
[คนที่มีเลเวลมากกว่า 50 มันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ] (เอิลต้า)
[การพัฒนาของมนุษยชาติมันได้เป็นไปอย่างเร็วมากๆแล้ว ไม่ใช่ว่ากองกำลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากแล้วหรอ?] (ลิต้า)

ยูอิลฮานก็อยากจะให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน และเขาได้เคลื่อนไหวไปตามเป้าหมายของเขาเช่นกัน

ในตอนนี้เองลิต้าได้ปรบมือของเธอและพูดกับยูอิลฮาน

[บางทีการที่ผู้หญิงคนนั้นให้ตึกกับอิลฮานก็เพื่อดึงเขามาอยู่ข้างเธอก็ได้นะ?] (ลิต้า)
“ใช่แล้ว มันก็อาจจะเป็นแบบนั้น”

ยูอิลฮานก็คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน เธออาจจะคิดว่ายูอิลฮานจะทำอะไรบ้างถ้าหากว่ากังนัมอยู่ในอันตรายหรือแม้กระทั่งขอความช่วยเหนือด้วยตัวเอง

“20 พันล้านมันก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน”

แน่นอนว่าจะมีเพียงแค่คนโลภเท่านั้นที่จะต่อต้านเรื่องนี้ ยูอิลฮานต้องการก็แต่เสริมพลังให้กับจักรพรรดินีแต่แรกแล้วดังนั้นมันก็ไม่มีทางที่เขาจะกลายมาเป็นคนที่หมกหมุ่นกับการปกป้องตึกแน่ เขาไม่ได้สนใจแม้แต่นิดเลย แต่ว่าเขาก็คิดว่าเขาก็อาจจะทำอะไรกับตึกนี่ได้บ้างเช่นกัน

“ตึกนี่มันจะได้รับความสนใจจากทุกๆคน”
[ใช่แล้ว มันเป็นจุดที่อยู่ในศูนย์กลางการค้าของเกาหลี] (เอิลต้า)
[ดังนั้นมันก็จะมีร้านค้าแบรนด์ดังบางแห่งมด้วยแต่ว่าในตอนนี้มันหายไปแล้วจากการที่หายนะครั้งใหญ่ได้สั่นสะเทือนมาตราฐานปกติ] (ลิต้า)

ใช่แล้ว อุตสาหกรรมจำนวนมากได้เริ่มถดถอยลงไปมาก โลกในตอนนี้กำลังพัฒนาไปและทำให้เกิดมาตราฐานที่ต่างออกไป

ยังไงก็ตามยังมีอุตสาหกรรมอย่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยจะพังลงไปเลยต่อให้จะมีมอนสเตอร์ปรากฏมาบนโลกก็ตามนั่นก็คืออุตสาหกรรมอาวุธ

“ดีล่ะ งั้นฉันก็แค่ขายอาวุธที่นี่”
[คุณมั่นใจว่ามันจะดีนะ?] (ลิต้า)
“ไม่ว่ายังไงถ้าเราลังเลมันก็จะไม่จบสักที ฉันควรจะทำให้มันจบให้เร็วที่สุดแล้วก็ไปทำอย่างอื่น”
[ทำงานโดยไม่พักอีกแล้วงั้นหรอ!?] (เอิลต้า)

ใช่แล้ว มันยังมีอีกหลายๆอย่างที่เขาจะต้องทำ

[โว้ว นี่มันมีตั้ง 14 ชั้นแน๊ะ!] (ลิต้า)
[มีชั้นใต้ดินอีก 5 ชั้นด้วย จนกระทั่งชั้น B3 จะเป็นชั้นจอดรถ แต่ว่าจากชั้นที่ 4 และลงไปต่ำกว่านั้นดูจะถูกล็อคอยู่] (เอิลต้า)
[คุณควรจะไปติดต่อบริษัทการจัดการนะ] (ลิต้า)
[เครื่องประดับนั่นก็ดูดีจริงๆ] (เอิลต้า)
[อิลฮานให้สร้อยนี่กับพี่สาวคนนี้นะ] (ลิต้า)

เหล่าทูตสวรรค์ที่แม้่จะไม่มีความปรารถนาในสิ่งของบนโลกแล้วก็ยังรู้สึกยินดีหลังจากได้เห็นรายละเอียดของตึกนี่ มันดูเหมือนว่าผู้หญิงจะเป็นเหมือนๆกันไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นสูงก็ตามที มากยิ่งไปกว่านั้นพวกเธอก็ยังพูดคุยเกี่ยวกับโครงการทั้งหมดของนายูนาแล้วด้วย

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่ได้หยุดพวกเธอ แต่ในหัวของเขาก็มีแผนอื่นอยู่แล้ว เขาจะใช้ตึกนี้เป็นศูนย์กลางในการเสริมพลังของคนบนโลก

“มาตั้งชื่อแบรนด์กันดีกว่า”
[เกี่ยวกับความรักของทูตสวรรค์เป็นไง?] (ลิต้า)
[เอาให้มันมีเอกลักษณ์สิ] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ปฏิเสธข้อเสนอบ้าๆของลิต้าและแนะนำออกมา ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ส่ายหัวของเขา

“ไม่ดีกว่า ฉันอายนะ”
[Y&L เป็นไง?] (ลิต้า)
[ฉันเห็นความตั้งใจของเธอได้อย่างชัดเจนจากชื่อนี้เลย งั้นเอาเป็นผู้กอบกู้] (เอิลต้า)

หลังจากนั้นก็มีความรักทูตสวรรค์ ค้อนแห่งเฮเฟตัส ปีกขนนก ก็อดแฮน และอะไรที่น่าอายอีกมากมาย แต่ว่ายูอิลฮานก็ปฏิเสธมันทั้งหมด

“เอาเป็นแวนการ์ด (แนวหน้า)”
[พวกเขาจะไม่ขายบัตรหรอ?] (ลิต้า)
[อย่าไปบอกใครว่าเธอเป็นทูตสวรรค์นะ น่าอายจริงๆเลย] (เอิลต้า)

แวนการ์ดหรือทหารแนวหน้าส่วนใหญ่ของสนามรบ ชื่อนี่มันเต็มไปด้วยความปรารถนาเบื้องลึกของยูอิลฮาน เนื่องจากว่าตัวเขาต้องไปอยู่แนวหน้าของคนส่วนใหญ่บนโลกโดยบังเอิญ

ทันทีที่เขาตัดสินใจจะทำแบบนี้เขาก็ได้เริ่มทำอย่างรวดเร็ว ก่อนอื่นเลยเขาได้เริ่มจัดการปัญหาที่เกี่ยวกับการถ่ายโอนสิทธิของตึกนี้ก่อนและได้ไปพบกับคนที่เกี่ยวข้องกับตึก เนื่องจากว่าหน้ากากกระโหลกหมาป่ามันเป็นที่รู้จักดีในนามของบุรุษความเร็วแสงดังนั้นเขาจึงเลือกใช้หน้ากากอันอื่นแทน

ไม่มีคนที่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนผู้มีความสามารถที่เก่งที่สุดในเกาหลี ผู้เช่าทั้งหมดได้มาคุยกับเขาจนเสร็จสิ้น

ยูอิลฮานก็ยังได้ซื้ออพาร์ทเม้นท์ใกล้ๆกับตึกที่เขาได้รับมาอีกด้วย อพาร์ทเมนต์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีราคาที่แพงที่สุุดในเกาหลีและในตอนนี้มันก็ยิ่งแพงมากขึ้นไปอีกเนื่องจากว่าได้อยู่ในเขตเสริมกำลังกังนัม แต่ว่าเนื่องจากยูอิลฮานมีเงิงถึง 150 พันล้านวอนทำให้เขาสามารถจะซื้อชั้นบนสุดมาได้ เงินนับสิบพันล้านได้ลอยออกไปเพราะอย่างนี้แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเลย

[อิลฮานของเขาก็ใช้เงินได้เยี่ยมเหมือนกัน เท่จังเลย] (ลิต้า)
[นั่นมันก็เพราะว่าเขาไม่มีความต้องการในเงินไงล่ะ] (เอิลต้า)0

และเนื่องจากว่าเขาไม่เคยจัดการกับตึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตดังนั้นเขาก็เลยจัดการจ้างบริษัทการจัดการเข้ามาเหมือนกับอย่างที่คังมิเรย์ได้แนะนำเขาและตัดสินใจที่จะไม่สนใจเรื่องนี้อีกต่อไป สิ่งที่สำคัญก็คือเขาจะต้องมีที่สำหรับของตัวเองและใช้มันจัดการทำสิ่งที่ต้องการ

เขายังย้ายที่ทำงานของเขาเองไปที่ชั้นใต้ดินชั้นที่ 5 ของตึกอีกด้วย ทูตสวรรค์ก็ได้มาช่วยเขาในเรื่องนี้ ด้วยบางอย่างทำให้มีแต่ทูตสวรรค์ชายถูกอัญเชิญมาแต่พวกเขาทั้งหมดต่างก็แสดงต่อยูอิลฮานอย่างดี

[อ่า งั้นคนๆนี้คือคนที่มีแนวโน้มสินะ?]
[ฉันคิดว่าคุณอาจจะสามารถกลายมาเป็นทูตสวรรค์ได้ในสักวัน]
[ไม่ พวกเขาไม่สสามารถจะพูดแบบนี้ได้]
[นั่นก็จริง]

ทุกๆอย่างที่อยู่ในห้องทำงานของเขาได้ถูกย้ายไปอยู่ชั้นใต้ดินในตึกเขตกังนัมและในไม่ใช่แค่นั่นแต่พวกทูตสวรรค์ยังได้เสริมเวทย์ป้องกันลงไปบนอาคารและบางชั้นอีกด้วย! ที่เป็นแบบนี้ต้องขอบคุณที่ยูอิลฮานเป็นคู่หูทูตสวรรค์ทำให้เขาได้รับความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆในทุกๆสิ่งที่ทำ

“สภาพแวดล้อมที่ดี”

เมื่อมองไปที่ทำงานชั้นใต้ดินที่เงียบสนิทเพราะเวทย์กั้นเสียงรบกวนและเพลิงนิรันดร์ที่รุนไหม้อย่างรุนแรงอยู่ภายในเตาเผาไหม้ที่ใหญ่ยิ่งขึ้นทำให้ยูอิลฮานยิ้มขึ้นมา

“แล้วฉันควรจะเริ่มตรงไหนดี?”

เขาไม่ได้ใช้มันผ่านหัตถกรรมมานา ด้วยการใช้สิ่งของที่ได้มาจากมอนสเตอร์ระหว่างเลเวล 30 กับ 40 ซึ่งมีอยู่เป็นกองภายในกระเป๋าของเขา เขาได้ทำดาบ หอก ขวาน ค้อน โล่ เกราะอก เกราะไหล่ เกราะเข่า รองเท้า ถุงมือ อื่นๆ

เนื่องจากว่าเขาไม่ได้ใช้ของที่ได้มาจากหัวใจโลหะหรือของเคว๊กน่าทำให้ของทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่ได้ทำขึ้นมาจากกระดูกหรือหนัง แต่ว่าถึงแม้อย่างนั้นผลงานที่ออกมามันก็อยู่ในจุดที่ไม่สามารถจะมองผ่านไปได้เลยต่อให้อยู่ในโลกอื่นก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นแบบนี้

[ถุงมือหนัง ‘แข็ง’ ‘น่าหวาดหวั่น’]
[ระดับ – แรร์]
[ป้องกัน – 1,900]
[ออฟชั่น – เพิ่มพลังโจมตี 10% ในการต่อสู้ระยะประชิด]
[ความทนทาน – 1,500/1,500]
[เกราะที่ทำขึ้นมาจากช่างที่ดีที่สุดในโลกที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำสร้างขึ้น หากช่างตีเหล็กคนอื่นมาเห็นก็คงจะสาปส่งในความสามารถของตนเองแน่นอน]

อาวุธที่มีความสามารถอย่างมากที่ไม่สมกับวัตถุดิบของมันได้ถูกสร้างขึ้นแบบนี้เป็นสิบชิ้นต่อวัน เพราะยูอิลฮานไม่ได้ใส่ใจมันงั้นหรอ? ยูอิลฮานไม่เคยใส่ใจในอะไรเลยและต่อให้เขาใส่ใจมันก็ไม่มีทางที่ช่างตีเหล็กคนเดียวจะผลิตอาวุธได้สิบชิ้นต่อวันแน่

การทำงานของยูอิลฮานได้หลุดออกมาจากขอบเขตของมนุษย์ปกติไปนานแล้ว เขาดูเหมือนกับจะไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเร็วนัก แต่แม้แบบนั้นมันก็ยังคงมีดาบ โล่ และเกราะอกปรากฏออกมาเรื่อยๆ

[ฉันไม่คิดเลยว่าเขามาถึงจุดนี้ด้วยการแค่ทุบโลหะอย่างเดียวเป็นเวลาหลายร้อยปี แถมนี่เขาไม่ได้ใช้แม้แต่โลหะเลยด้วยซ้ำ] (เอิลต้า)
[เธอเพิ่งจะมารู้ว่ามันแปลกหรอ?] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้คิดว่าตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาแล้ว โลกในตอนนี้มันบ้าไปแล้วและมันดูเหมือนว่าหายนะครั้งที่สองที่วางแผนไว้ว่าจะมาในอีก 150 ปีในอนาคตก็อาจจะใกล้เข้ามาแล้ว เรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็ยังเร่งให้เขาพัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็วและกองกำลัพที่เขาไม่รู้ก็ยังมุ่งเป้ามาที่โลกจากต่างโลกนอกจากมังกรอีกด้วย

แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังคงทุบค้อนต่อไปฃ

เขาได้ใช้ชีวิตมาเป็นเวลานานมากๆแล้วในตอนที่เวลาของโลกได้หยุดลงและในระหว่างช่วงเวลาหลายเป็นั้นเขาก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่ถูกต้องและไม่เร่งรีบ การเร่งรีบเกินไปมันจะทำให้ทุกๆอย่างพังพินาศ

ยูอิลฮานได้คิดว่าตอนนี้มันได้ถึงเวลานั่นก็คือในตอนที่เขาได้รับข่าวที่น่าทึ่งจากเรต้าคาร์อิฮ่าห์เพื่อที่จะเดินไปในทางที่ถูก

การทุบค้อนของเขาที่ไม่สิ้นสุดลงไปได้ยกระดับเทคนิคของเขาให้เหนือยิ่งไปกว่าความสมบูรณ์แบบแล้ว ยกระดับเพลิงนิรันดร์ พยายามที่จะรู้สึกถึงมานาด้วยการอยู่ใกล้กับทูตสวรรค์ให้มากที่สุดเทาที่เป็นไปได้ พยายามที่จะฟังเสียงของวิญญาณอื่นๆนอกจากเรต้าคาร์อิฮ่าห์ และตรวจสอบในสกิลที่เขาได้เรียนรู้มา

เขาได้ยืนยันในฉายาอีกครั้ง ดูขีดจำกัดของแต้มเสตตเสัสของเขา มองย้อนกลับไปในเทคนิคที่ฝังอยู่ในร่างและตรวจสอบในอุปกรณ์อีกครั้ง

จากนั้นเขาก็ไม่ได้คิดในสิ่งที่เขาต้องทำแต่เป็นสิ่งที่เขาทำได้มากมาย

วายร้ายที่มักปรากฏตัวมาตามการ์ตูนมักจะพูดว่าพลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง แต่ว่ายูอิลฮานคิดว่าพลังที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบมันไม่ได้แข็งแกร่งเลย

สำหรับยูอิลฮานแล้วพลังมันไม่ใช่สิ่งที่จะปกป้องวันนี้แต่เป็นพลังในการทำให้มีวันพรุ่งนี้ต่างหาก

ในระหว่างที่ยูอิลฮานทำงานของเขาภายนอกก็มีสิ่งต่างๆมากมายเกิดขึ้นเหมือนกัน

มีการบูรณะภายในชั้นที่ 13 กับ 14 ของตึก ได้มีบริษัทจัดตั้งขึ้นมา แบรนด์แวนการ์ดได้ถูกลงทะเบียน ลิตาาได้ทำการฝึกพิเศษของเธอ และการก่อสร้างภายในชั้นบนสุดของอพาร์ตเมนต์ก็ได้สิ้นสุดลง เขาได้จ้างคนมาทำงานในร้านและทำหนังสือเดินทางด้วย

ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ได้ผ่านไปแบบนี้ เพียงแค่ยูอิลฮานกำลังจะไปพักหลังจากทำหอกเสร็จก็ได้มีข้อความปรากฏขึ้นมาให้เห็น

[เทพแห่งช่างตีเหล็ก ??? จากมิติที่ไกลออกไปได้ค้นพบคุณ]
[เทพเจ้าได้ตกใจในความสามารถที่สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นโดยที่ไม่มีพลังแห่งปาฏิหาริย์ เขาต้องการที่จะมอบพรให้กับคุณ]
[ถ้าหากว่าเติมเต็มงานมากกว่าสองอย่างพรของเทพแห่งช่างตีเหล็ก ??? จะตกเป็นของคุณ เนื้อหาของงานคือ…]

ยูอิลฮานได้รู้สึกมึนงงจากสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนทำให้เขาก้มลงไปอ่านข้อความอีกครั้งหนึ่ง

ยังไงก็ตามเขาไม่ได้อ่านผิดเลย และมันก็ไม่ใช่ภาพลวงตา เขาไม่ได้รู้ว่าเทพแห่งช่างตีเหล็กคือใคร แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เทพองค์นั้นต้องการจะมอบพรให้กับยูอิลฮานอย่างฉับพลันในตอนที่เขาทำงานอยู่ มันดูเหมือนว่าเทพจะมีเวลาว่างมากจริงๆ

“เอิลต้า มันบอกว่าเทพแห่งช่างตีเหล็กจะมอบพรให้ฉันหลังจากฉันได้ทำการบ้านบางอย่างนะ”
[…ฮ่า ฉันไม่ได้แปลกใจเลยซักนิด] (เอิลต้า)

เอิลต้าที่กลิ้งอยู่บนหัวของยูอิลฮานได้ตกลงมาจากหัวของเขา ยูอิลฮานได้รับเธอไว้อย่างใจเย็นและถามออกไป

“เทพแห่งช่างตีเหล็กกับเทพที่เธอทำงานให้อยู่ใช่คนๆเดียวกันปะ?”
[ไม่] (เอิลต้า)
“พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระดับเดียวกันหรอ?”
[ไม่เลยสักนิด เทพเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะเหมือนในโลกทั้งหมด แต่ว่าเทพแห่งช่างตีเหล็กไม่ใช่แบบนั้น] (เอิลต้า)
“นั่นมันหมายความว่าพวกเขาไม่ได้เหมือนกันใช่ไหม? มีแบบเทพแห่งช่างตีเหล็กอีกหลายร้อยคนงั้นหรอ?”
[ไม่ คุณถูกแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น]

เอิลต้าได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

[เทพแห่งช่างตีเหล็ก เทพแห่งนักรบ เทพแห่งความงาม… พวกเขาแต่ล่ะคนต่างก็เป็นเอกเทศกัน แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้ดำรงอยู่]
“โอ้”

[พวกเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ในความเป็นจริง พวกเขาเป็นเพียงอัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นมาหลังจากที่บันทึกจำนวนนับไม่ถ้วนในพื้นที่ที่พิเศษได้รวมเข้าด้วยกัน จะเรียกว่าพวกเขาได้เกิดขึ้นมาจากผลของบันทึกแห่งอคาชิคก็ได้]
“เรื่องไร้สาระแบบนี้มันเป็นไปได้ด้วย?”
[ทำไมคุณถึงมีชีวิตและหายใจได้ล่ะ?] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้หมดคำพูดไป ดังนั้นเขาก็เลยถามเรื่องอื่นแทน

“แล้วเขาจะให้พรอะไรฉันล่ะ?”
[สิ่งที่เกิดมาจากบันทึกจะให้อะไรล่ะ แน่นอนสิว่ามันจะต้องเป็นบันทึก มันเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากพรที่เป็นรางวัลของเควสสวรรค์ที่พวกเราได้เพิ่มพลังลงไปในบันทึกที่คุณมีอยู่ นี่มันจะเป็นการเพิ่มบันทึกใหม่เข้ามาให้คุณอย่างสมบูรณ์] (เอิลต้า)
“ทำไมล่ะ?”
[เพราะว่ามีบันทึกที่เกี่ยวกับการตีเหล็กจำนวนมากที่จะเพิ่มความคืบหน้าให้กับคุณอย่างมากในฐานะของช่างตีเหล็กไงล่ะ] (เอิลต้า)

บันทึกทั้งหมดและความสำเร็จของยูอิลฮานในฐานะช่างตีเหล็กจะได้รับการเพิ่มความสามารถของเทพแห่งช่างตีเหล็กลงไป เขาไม่แน่ใจนักว่าพรจะเกี่ยวกับอะไร แต่ว่ามันก็น่าจะเสริมในความสามารถการตีเหล็กของเขา

เพราะแบบนี้มันจึงเป็นรูปแบบวิน-วิน ทั้งสองฝ่าย

เขาได้ยอมรับในจุดๆนี้แต่ว่ามันก็ยังมีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ

“ถ้าหากว่าเทพเป็นแค่เพียงอัตลักษณ์ แล้วถ้างั้นเรื่องบ้าๆอย่างพลังศักดิ์สิทธิ์ล่ะ? พลังที่นายูนาใช้รักษาและเสริมพลังร่างกาย”
[ฉันจะอธิบายให้คุณฟังในครั้งต่อไปดังนั้นในตอนนี้คุณก็แค่รู้ว่ามันเป็นรูปแบบของมานาก็พอ ยังไงก็ตามถ้าหากเป็นคุณมันก็คงไม่มีช่วงเวลาที่คุณจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งช่างตีเหล็กแน่ ดังนั้นคุณอย่าไปหวังแบบนั้นเลย] (เอิลต้า)
“ฉลาดเหมือนเคยเลย…”

ยูอิลฮานได้จินตนาการถึงตัวเองที่เป็นทั้งแทงค์ คนสร้างความเสียหายและฮีลเลอร์ทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง แต่ว่าความคาดหวังของเขาก็ได้พังลงไปเป็นชิ้นๆ เพียงแค่ยูอิลฮานยืดตัวถอนหายใจเอิลต้าก็เอียงหัวถามกลับมา

[แล้วงานที่ต้องทำคืออะไรล่ะ? คุณคงไม่บอกว่าเขาจะให้พรกับคุณฟรีๆหรอกนะ?] (เอิลต้า)
“ไม่บอก”
[คุณอยากจะสู้กับฉันงั้นหรอ?] (เอิลต้า)
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น”

มันได้จบลงด้วยการที่ยูอิลฮานหัวเราะออกมา ยังไงก็ตามเสียงหัวเราะของเขามันเต็มไปด้วยความโกรธด้วยเช่นกัน

“ไอ้เจ้าบ้านั่นมันไม่ได้บอกฉันว่างานคืออะไร”
[….]

มันโชคดีที่เทพเป็นเพียงอัตลักษณ์เท่านั้น

ถ้าหากไม่ใช่แบบนั้นงั้นเขาก็คงจะตระเวนไปตามโลกต่างๆเพื่อหาเทพแห่งช่างตีเหล็กเพื่อทุบละบายความแค้นไปแล้ว!

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ