0 Views

บทที่ 63 – ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (2)

 

ลิต้าได้บอกว่าเธอจะกลับมาในอีกไม่นาน แค่ว่าแม้ยูอิลฮานจะหลับไปหนึ่งตื่นหลังจากที่กลับมาจากดันเจี้ยนและกลับมาที่เกาหลีแล้วเธอก็ยังไม่กลับมาเลย

แม้ว่าจะเย็นแล้วเธอก็ยังคงไม่กลับมาทำให้ยูอิลฮานได้เริ่มเป็นกังวลกับเธอ

“เกิดอะไรขึ้นหรือป่าว”
[…ไม่ใช่ว่าเมื่อถึงเวลาเธอก็จะมาเองหรอ?] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้พูดออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับมันแต่ว่าเธอในตอนนี้ได้อิจฉาลิต้าจริงๆ เธอไม่คิดเลยว่ายูอิลฮานจะตระหนกเล็กๆกับการแค่ลิต้ากับมาช้าวันสองวันเท่านั้น

“ในตอนที่ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีกมันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าในตอนนี้ฉันได้เจอกับเธออีกครั้งแล้วมันทำให้ฉันกังวลเล็กน้อย”
[คุณชอบลิต้าหรอ?] (เอิลต้า)
“ใช่ ฉันชอบเธอ”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปโดยที่ไม่ลังเลใดๆ

“เธอเป็นคนเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่คนในครอบครัวที่ดูแลฉันโดยไม่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นใดๆเลย”
[… โอ้ นี่มันจริงด้วย….] (เอิลต้า)ง

ยูอิลฮานกำลังเข้าใจผิดไปอย่างมาก ถ้าหากว่าลิต้าไม่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นใดๆงั้นคนที่ถูกไม้ตามมุมตึกงั้นก็คงจะเป็นคนดีแล้ว ภาพลักษณ์ของลิต้าที่ยุ่งอยู่กับแค่ความรู้สึกของเธอโดยไม่สนใจในศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมันน่ามหัศจรรย์จริงๆ

เอิลต้าก็อยากจะบอกความจริงออกไปจริงๆ แต่ว่าเธอก็กลัวว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากทำแบบนั้นดังนั้นเธอเลยพูดมันออกมาไม่ได้

‘การที่ฉันมีอารมณ์ที่เขว่ไปเพราะการเจอกับมนุษย์ธรรมนี่ฉันมั่นน่าผิดหวังในฐานะทูตสวรรค์จริงๆ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดเลยก็คือการที่ฉันคิดว่าการทำแบบนี้มันไม่เป็นไร อ๊าา นี่มันจะทำให้ฉันบ้า’

เอิลต้าได้ถอนหายใจและเอนตัวลงบนหัวของยูอิลฮาน เธอแค่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ไปไม่นานนัก

ในตอนนี้ยูอิลฮานก็พูดออกมา

“เธอก็ด้วยนะเอิลต้า เธอได้ทำให้ฉันสนุกกับตัวเองเสมอเลย ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆ”
[อะ อะไรนะจู่ๆก็? ฉันมีแรงจูงใจตั้งเยอะที่ทำแบบนั้น! คุณเข้าใจผิดอย่างมากเลย] (เอิลต้า)
“เธอกำลังพูดบ้าอะไรนะ”

เพราะการจู่โจมแบบกระทันหันของยูอิลฮานทำให้เอิลต้าตื่นตระหนกพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา

หลังจากนั้นเธอก็ได้ตระหนักถึงสิ่งที่พูดออกไปทันทีและกลิ้งบนหัวของยูอิลฮานในขณะที่ร้องออกมา แต่ว่าเขาที่มีพรสวรรค์ในการอ่านเบื้องลึกแล้วกลับไม่สามารถจะตีคำพูดของผู้หญิงได้เลย เขาคิดแค่ว่าเธอก็แค่พูดขำๆและหัวเราะออกมา

“เอาเถอะ งั้นฉันควรจะไปสร้างอาวุธที่จะขายให้จักรพรรดินีเลยปะ?”

เขาก็ยังกังวลเรื่องลิต้าอยู่ แต่เขาก็หยุดทำงานไม่ได้ ในระหว่างคุยเล่นนี้แรงของเขาก็ได้กลับมาแล้วดังนั้นมันได้เวลาเริ่มงานขึ้นแล้ว

[บ้านฉัน!] (ลิต้า)

แต่ว่าแค่เมื่อลิต้าได้กลับมา มันก็เกิดเรื่องน่ารำคาญขึ้นเพราะเสียงใสของเธอ

[นี่มันไม่ใช่บ้านของเธอลิต้า] (เอิลต้า)
[ที่ที่มีอิลฮานคือบ้านของฉัน!] (ลิต้า)

มันน่าผิดหวังมากเนื่องจากเพราะว่ามันดูสมเหตุสมผล ลิต้าได้เข้ามากอดยูอิลฮานไว้

[ฉันขอโทษนะที่มาสายอิลฮาน!]
[email protected]##$%&#*@.”

เนื่องจากว่าเธอมันจะไม่สกินชิปแบบนี้ทำให้มันดูกระทันหันมาก นอกไปจากนี้ลมหายใจก็ยังสัมผัสถึงกัน ความอุดมสมบูรณ์ ความยืดหยุ่น ความรู้สึกที่ดี…. อึก!!!

“มันน่าอาย!”
[ไม่ ฉันจะไม่ยอมปล่อยจนกว่าฉันจะได้เติมพลัง!] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้ดันลิต้าออกไปด้วยใบหน้าสีแดง แต่ว่าลิต้าก็ไม่ได้เหมือนปกติ เธอเป็นคนที่ยึดมั่นเอามากๆ ยูอิลฮานได้เจอขั่วตรงข้ามทั้งสวรรค์กับนรกพร้อมๆกันในทันที

ในทางกลับกันแล้วเอิลต้าได้คิดถึงเหตุผลที่ว่าทำไมจู่ๆลิต้ากลายเป็นแบบนี้และหรี่ตาถามเธอออกไป

[เกิดอะไรขึ้นลิต้า?] (เอิลต้า)
[ฉันจะต้องยุ่งอีกแล้ว] (ลิต้า)
“ถึงแม้ว่าเธอจะเพิ่งลงมาน่ะนะ?”
[ใช่แล้ว ทูตสวรรค์เวรนั่น ฉันจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับขั้นต่อไป] (ลิต้า)

ความต้านทานจิตใจของยูอิลฮานได้หยุดลงไป นี่มันเป็นเรื่องจริง เขาได้ลืมเรื่องหนึ่งไปเลยเพราะเรื่องของโลกที่ถูกทอดทิ้งจากเรต้าคาร์อิฮ่าห์ ประตูของต่างโลกที่ได้ถูกเปิดขึ้นในดันเจี้ยนมันไม่ใช่เรื่องปกติ

“แล้ว? อะไรมันเกิดขึ้นกันล่ะ? เธอพอจะอธิบายได้ใช่ไหม?”
[ใช่แล้ว ฉันจะอธิบายเรื่องนี้หลังจากผ่านไป 48 ชั่วโมงเท่านั้น] (ลิต้า)
[ถ้าเธอยังไม่แยกออกมาหลังจาก 48 วินาที งั้นฉันจะรายงานเรื่องนี้กับเบื้องบน] (เอิลต้า)

แม้ว่าเธอจะกัดฟันแน่นแต่ลิต้าก็ได้ถอยออกมาอย่างเชื่อฟัง

[ฉันคิดว่ามันมีใครสักคนอยู่เบื้องหลัง เขาดูจะกลัวหลังจากที่เราจะฆ่าเขาดังนั้นเขาก็เลยหลุดพูดออกมานะ] (ลิต้า)
[เบื้องหลัง? เธอหมายถึงกลุ่มเหนือธรรมชาติงั้นหรอ?] (เอิลต้า)
[น่าจะนะ] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้คาดหวังอย่างมาก ทูตสวรรค์คนนั่นไม่ได้บ้า แล้วทำไมเขาถึงทำแบบนั้นล่ะถ้าหากถูกเจอ? แล้วก็อยู่คนเดียวด้วยนะ

“แล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นเป็นใครล่ะ?”
[ยังไม่รู้เลย] (ลิต้า)
“อ่า เข้าใจแล้ว”
[โอ้ววววววว] (ลิต้า)

ในตอนนี้ลิต้าได้กลับมาอยู่ในขนาดของมนุษย์โดยบังเอิญ ลิต้าก็ยังบ่นออกมาในขณะที่กระพือปีก

[แต่ว่าพวกเราไม่รู้จริงๆนะ!] (ลิต้า)
[มันไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงจะเปิดปากออกมาแค่เพราะการทรมานแน่ เขายังไม่พูดอะไรเลยถึงแม้ว่าจะโดนลิต้าทำคอมโบกลางอากาศไปมากกว่าสามพันนะ] (เอิลต้า)
“นั่นไม่ใช่เพราะเขาเจ็บจนพูดไม่ออกหรอ”

ยังไงก็ตามเนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง มันก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะเตรียมการอะไรไม่ได้เลย พวกเขาได้จัดการส่งทูตสวรรค์ในระดับสูงมายังโลกและจัดการตรวจสอบกับดันเจี้ยนอย่างเข้มงวดขึ้นเพื่อที่จะป้องกันสถานการณ์ก่อนที่มันจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น

[ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอิลฮาน] (ลิต้า)
“ฉันแค่โชคดี”

พวกเขาได้บังเอิญไปใกล้ๆนั้นและลิต้าก็รู้สึกได้ถึงดันเจี้ยนที่ถูกปกปิด และยูอิลฮานก็ได้ไปจัดการจอมเวทย์ก่อนที่จะทำอะไรก็แค่นั้นเอง

[ยังมีเรื่องอีกมากที่จะต้องทำ จัดการทำความสะอาดดาเรย์ และตัดการเชื่อมต่อกับโลกอื่นๆ… ถ้าหากว่าเขาได้คิดถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามันเป็นเพราะเราได้ส่งมนุษย์ไปยังโลกอื่นงั้นเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา มันอาจจะเป็นกรณีอื่นอีกก็ได้ทำให้เขาต้องเตรียมโลกอื่นเผื่อว่าจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นแบบโลก] (เอิลต้า)
[น่าจะใช่ไหมล่ะ? เอาเถอะ ในเมื่อฉันได้เจอกับอิลฮานแล้วฉันจะไม่บ่นออกมา… แต่ว่าอะไรนะ? ดาเรย์?] (ลิต้า)

เอิลต้ากับยูอิลฮานได้เล่าเรื่องที่ได้ฟังมาจากความคิดของเรต้าคาร์อิฮ่า เมื่อพวกเขาได้บอกว่าโลกที่ถูกทอดทิ้งได้เชื่อมต่อกับดาเรย์โดยสมบูรณ์และที่แห่งนั้นมันก็เต็มไปด้วยมังกร ลิต้าได้กระพริบตาและถามออกมา

[แล้ว? ทำไมมันถึงได้มาเชื่อมต่อเข้ากับโลกล่ะ?] (ลิต้า)
“ไม่รู้สิ”
[เฮ้] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปเหมือนกับที่เอิลต้าตอบกับเขา

[มันดูเหมือนกับว่าเธอยังไม่เข้าใจประเด็นสินะ จากการประเมินของฉันเนื่องจากว่าโลกได้คงสถานะไว้เป็น 1000 ปีกับการเชื่อมต่อกับโลกอื่นๆจำนวนนับไม่ถ้วนทำให้เกิดปฏิกิริยาฟันเฟืองขึ้นกับดันเจี้ยนต่างๆซึ่งมันทำให้เกิดพื้นที่แยกต่างหากจากโลกได้และมันทำให้เส้นทางจากต่างโลกได้ถูกสร้างขึ้นมา] (เอิลต้า)
“สั้นๆหน่อยสิ”
[โลกโชคร้ายนะ คุณจะต้องทรมานกับในอนาคตอีกด้วย] (เอิลต้า)
“เยี่ยม ถึงมันจะตรงประเด็นแต่ก็ทำให้ฉันโกรธนะ”

เอิลต้าได้สรุปมันขึ้นมาและยูอิฮานก็เห็นด้วย ลิต้าก็ได้ตัดสินใจที่จะย่อในทุกๆเรื่องให้ชัดเจนและตรงขึ้น

[โอ้ ใช่แล้ว นี่รางวัลของคุณอิลฮาน]
“โอ้ จริงสินะ”

ลิต้าได้กอดหัวของยูอิลฮานอีกครั้งหนึ่ง เอิลต้าได้ส่งสัยจริงๆเลยว่าเธอจะให้รางวัลอะไรของเขาในลักษณะแบบนี้ แต่ว่าเธอก็ไม่ได้เข้าไปแทรกอย่างใด

[ภารกิจสวรรค์ ปกป้องโลก เสร็จสมบูรณ์!]
[สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 4 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 10]
[สกิลพลังเหนือมนุษย์ได้กลายเป็นเลเวล 20 ระยะเวลาของสกิลเพิ่มขึ้น]
[สกิลการโจมตีคริติคอลได้กลายเป็นเลเวล 20 โอกาสในการติดคริติคอลเพิ่มขึ้น]
[สกิลกระโดดได้กลายเป็นเลเวล 20 คุณสามารถจะกระโดดเพิ่มได้อีกครั้งหนึ่งกลางอากาศ]

รางวัลก็คือแต้มสเตตัส 26 แต้มและยังเป็นการเพิ่มเลเวลของสกิลขึ้นอย่างมากๆ นี่มันน่าจะเหมือนกับในตอนที่เขาได้รับสกิลพลังเหนือมนุษย์มากเมื่อตอนที่เขาได้เสริมความสามารถขึ้นไปด้วยการใช้พลังของบันทึกที่ได้มาจากมอนสเตอร์ที่ฆ่า

สกิลมันเป็นส่วนช่วยในการต่อสู้มากๆดังนั้นเขาจึงพอใจกับมันมากๆ การที่ศัตรูของเขาเป็นจอมเวทย์คลาส 4 ก็อาจจะทำให้รางวัลของเขาเพิ่มมากขึ้นก็ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้แต่สกิลกระโดดที่เขาเพิ่งจะได้รับมาไม่นานนี้ก็ยังเพิ่มเลเวลขึ้นไปถึงเลเวลที่ 20 เหมือนกับสกิลอื่นๆอีกด้วย พลังใหม่ของมันที่เพิ่มขึ้นมาก็น่าอัศจรรย์มากๆ ตอนนี้เขาสามารถจะกระโดดกลางอากาศได้โดยไม่ต้องใช้มานาแล้ว

เนื่องจากว่าการจะใช้สกิลกระโดดได้ต้องมาจากพลังเหนือมนุษย์เท่านั้นทำให้เขาเดาว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกันด้วย

“แล้วแบบนี้เธอต้องกลับไปที่สวรรค์ปะลิต้า?”
[มันไม่ใช่ในทันที ฉันแค่จะต้องกลับไปไม่กี่ชั่วโมงหรอกจนกว่าฉันจะก้ามข้ามขั้นจริงๆ ฉันจะติดตามคุณไปในตอนที่ไปดันเจี้ยนแน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง!] (ลิต้า)

นี่คือทางออกสินะ เขาได้คิดกังวลอยู่พักหนึ่งว่าเขาจะไม่ได้เจอเธออีก ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์ออกมาอย่างเบาใจก่อนที่จะสะบัดมัน เพลิงนิรันดร์ได้สะบัดเพลิงออกมาเหมือนลิ้นและกลืนมันลงไป

“ถ้างั้นฉันก็ควรจะเริ่มงานได้แล้ว”

สภาพแวดล้อมของโลกมันก็โหดร้ายอยู่แล้วแต่ว่ามันก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก เขาจำเป็นจะต้องทรหดกับมันแต่หากเขาทนไม่ได้เขาก็จะตาย ทุกๆคนในโลกต่างก็จะต้องทนทรมานไปด้วยกันอย่างยุติธรรม

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเพิ่มพลังในการต่อสู้ให้กับภาพรวม! ก้าวแรกเลยก็คือสร้างอุปกรณ์ให้กับคังมิเรย์

กระดูกของเคว๊กน่าเป็นวัสดุที่จัดการได้ยากมากๆ เนื่องจากว่ายูอิลฮานได้เคยจัดการทำกับดักแห่งการทำร้ายด้วยการใช้ฮาคาเนี่ยมมาก่อนทำให้มันไม่ต่างไปจากการล่าก็อบลินเลย

ไม่นานนักเขาก็พบว่ามันเป็นไปได้ที่จะขึ้นรูปใหม่ด้วยการละลายมันถึงแม้ว่าจะเป็นกระดูกก็ตาม ยูอิลฮานได้ทำงานอย่างลื่นไหลเหมือนกับปลาได้น้ำ

“ข้อบกพร่องเดียวเลยก็คือมันอ่อนเกินไป หืมม โลหะผสม?”

เนื่องจากว่าเขาได้เคยใช้หัวใจโลหะไปกับหลายๆอย่างทำให้เขาเหลืออยู่ไม่มากนะ มันดูไม่เหมือนกับว่าคังมิเรย์จะเอาคทาของเธอไปฟาดมอนสเตอร์ด้วยทำให้มันเป็นไปได้ที่จะใช้โลหะอื่นๆมาผสมก็พอแล้ว

เพื่อที่จะให้เอกลักษณ์ของกระดูกเคว๊กน่าไม่หายไปยูอิลฮานได้พยายามที่จะผสมโลหะหลายๆชนิดหลายๆครั้งและเนื่องจากว่าเขามีระดับเป็นถึงช่างผู้เชี่ยวชาญแล้วทำให้เขาได้สร้างคทาที่แข็งที่สุดและเสริมในพลังเวทย์ที่สุดขึ้นมา เอิลต้าและลิต้าก็ไม่พยายามจะโต้อะไรกลับไปอีกแล้ว

“แล้วก็หินพลังเวทย์คลาสสามเสร็จแล้ว”
[อา ยูอิลฮานของเราไม่ได้รู้เลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่] (ลิต้า)
[ถ้าหากว่าเขาได้พยายามจะขายมันที่ 10 พันล้านวอน งั้นลิต้า เธอก็ควรจะหยุดเขาเข้าใจนะ?] (เอิลต้า)

คทาของเขาเป็นไอเทมระดับยูนีคตั้งแต่ที่ยังไม่ได้ทำหัตถกรรมมานาเลย มูลค่าของมันก็เหนือไปกว่าในจุด 10 พันล้านวอนแล้ว แต่ว่าในตอนนี้เขาก็ยังจะทำการหัตถกรรมมานาด้วยหินพลังเวทย์คลาส 3 อีก ซึ่งมอนสเตอร์คลาส 3 ในตอนนี้ไม่มีมนุษย์บนโลกคนใดกล้าไปสู้กับพวกมันเลย เขาจะต้องได้เห็นผลลัพธ์ของมันเท่านั้นถึงจะรู้ตัว

‘การเสริมพลังเวทย์สายฟ้า และลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ จักรพรรดินีได้บอกฉันถึงฮีโร่ มาลองนึกภาพดูกัน’

คำพูดของคังมิเรย์ที่ดูจะไร้ประโยชน์ได้กลายเป็นประโยชน์ขึ้นมาแล้ว จินตนาการถึงภาพของฮีโร่ในเรื่องของเธอ ยูอิลฮานได้ตั้งสมาธิไปกับการหัตถกรรมมานาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาวุธมันจะต้องออกมาแข็งแกร่งเท่าที่จะทำได้ มันต้องแข็งแกร่งสุดๆ!

แสงได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว พายุแสงสว่างสีทองได้จ้าขึ้นมาซึ่งมันได้เข้ากันกับพลังสายฟ้าที่จักรพรรดินีใช้ปกคลุมไปทั่วทั้งที่ทำงานของยูอิลฮาน! ลิต้ากับเอิลต้าที่คิดเอาไว้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้ได้หลับตาลงและภาวนาว่าจักรพรรดินีจะมีเงินพอจ่ายกับมัน

และข้อความสีเขียวก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนม่านตาของยูอิลฮาน

[คทากระดูกสายฟ้า ‘กระตุ้น’ ‘สรวงสรรค์’ ‘พรจากเทพเจ้าสายฟ้า’ ได้เสร็จสมบูรณ์]
[สกิลหัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 31]

[คทากระดูกสายฟ้า ‘กระตุ้น’ ‘สรวงสรรค์’ ‘พรจากเทพเจ้าสายฟ้า’ ได้เสร็จสมบูรณ์]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังโจมตี – 1,900]
[พลังโจมตีเวทมนตร์ – 3,100]
[ออฟชั่น – เพิ่มพลังเวทย์สายฟ้าทั้งหมด 40% ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ 60% ลดเวลาคูลดาวน์ของสกิลสายฟ้าลง 30% สกิลพิเศษ กระตุ้น สามารถใช้ได้อาทิตย์ละครั้ง]
[กระตุ้น – เวลาในการร่ายเวทย์ เวลาในการใช้งาน คูลดาวน์ของเวทย์ทั้งหมดจะหายไปเป็นเวลา 5 นาที แต่ว่ามานาที่ใช้จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ใช้ได้เฉพาะกับผู้ใช้เท่านั้นและหลังจากหมดระยะเวลาลงไป ความสามารถทั้งหมดจะลดลง 30% เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง]
[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน – พลังเวทย์ 200 หรือมากกว่า เลเวลของเวทย์สายฟ้าขั้นต่ำที่ 50 หรือมากกว่านั้น]
[ความทนทาน – 2,800/2,800]
[คทาที่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยการข้ามขีดจำกัดของวัสดุไปโดยสิ้นเชิง ด้วยช่างที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกทั้งมวลการใช้วัสดุระดับต่ำไม่ได้พอกับตัวเขาเลย ผู้ที่ใช้งานคทาสามารถจะทำลายได้แม้แต่ภูเขา]

ยูอิลฮานได้อ่านคำอธิบายพวกนี้และเผลอพูดออกมาเบาๆ

“ว้าว”

บ้าเอ้ย ‘ใจเย็น’

[ฉันคิดแล้วว่ามันจะเกิดขึ้น] (ลิต้า)
[ฉันคิดว่านี่มันดีกว่าคทาที่ฮีโร่ในต่ำนานนั่นใช้อีกล่ะ แล้วตอนนี้เราจะเอายังไง?] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้คิดอยู่ครู่หนึ่งและหยักไหล่ออกมา

“เอาเถอะ เธอก็คงจะส่งเงินให้ฉันถึงแม้ว่าเธอจะต้องถังแตกก็ตาม”

กระดูกของเคว๊กน่าที่เต็มไปด้วยมานาข้างในและได้ถูกเก็บมาในสภาพดีที่สุดจากการต่อสู้ที่พิเศษของยูอิลฮาน นี่มันจึงเป็นประโยชน์สำหรับในการทำอาวุธในทุกๆชนิดเลย

เมื่อคิดไปว่ามันโชคดีที่เขาได้ฆ่ามันไปประมาณ 1000 ตัวเนื่องจากว่าเขาเบื่อ ยูอิลฮานก็หันกลับไปทำอุปกรณ์ที่เหลือต่อนั่นก็คือผ้าคลุมของคังมิเรย์

ผ้าคลุมที่ทำขึ้นมาด้วยหนังของนกสายฟ้ายักษ์ที่ตายแบบปกติมากที่สุดและหินพลังเวทย์คลาส 2 จำนวนมาก และโชคดีที่มันหยุดอยู่แค่ระดับยูนีค

“เอาล่ะ งั้นไปทำให้จักรพรรดินีถังแตกกัน”
[ฉันสงสัยจริงๆเลยว่าเธอจะทำท่ายังไงต่อให้เห็นผ้าคลุมจอมเวทย์ทมิฬนี่] (เอิลต้า)
[เธอคงจะไม่ขอแต่งงานเพื่อที่จะจ่ายด้วยชีวิตทั้งชีวิตเธอใช่ไหม?] (ลิต้า)

ในขณะที่ทูตสวรรค์ทั้งสองคนกำลังคุยไร้สาระกันอยู่ ยูอิลฮานก็เตรียมตัวไปเจอกับจักรพรรดินีแล้ว นี่มันคือในตอนที่อาวุธที่สร้างขึ้นจากช่างที่ดีที่สุดในโลกได้ปรากฏโฉมออกมา

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ