0 Views

บทที่ 62 – ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (1)

 

[เผ่ามังกรนะหรอ!?] (เอิลต้า)
เอิลต้าได้ตะโกนออกมาอย่างตกตะลึง ยูอิลฮานได้ตกใจแทนเธอยิ่งกว่า

“เธอก็ได้ยินด้วยหรอ?”
[ได้ยินสิ ฉันได้เอาวงแหวนทูตสวรรค์ออกมาใช้] (เอิลต้า)

ในตอนที่ยูอิลฮานได้พูดคำว่าเรต้าคาร์อิฮ่าห์ออกมาเอิลต้าก็รู้แล้วว่าสถานการณ์มันไม่ปกติและเธอได้เรียกใช้วงแหวนทูตสวรรค์ออกมาทันทีทำให้เธอได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกัน

[อาวุธที่ยูอิลฮานได้ทำขึ้นมามันบอกว่ามันมีพลังเมื่อต่อสู้กับเผ่าพันธ์มังกร แต่ว่าการที่จะไปสู้กับมังกรนี่มัน…] (เอิลต้า)
“เผ่ามังกรนั่นไม่ใช่มังกรหรอ?”
[คำว่า ‘มังกร’ มันไม่ได้เหมือนกับเผ่ามังกรเลย] (เรต้า)

เสียงของเรต้าคาร์อิฮ่าห์ในหัวของเขาได้ดังต่อไป

[เผ่ามังกรนั้นทรงพลังมาแต่กำเนิดและมังกรก็เป็นพวกที่เกิดขึ้นมาโดยที่ร่างกายที่แข็งแกร่งมากๆที่ทำขึ้นมาจากสสารและเวทย์มนที่เหนือกว่าเผ่ามังกร พวกมันเป็นเจ้าเหนือหัวเผ่ามังกรทั้งมวล] (เรต้า)

พูดตามตรงแล้วยูอิลฮานไม่เคยได้เจอทั้งเผ่ามังกรและมังกรทำให้มันไม่น่าแปลกใจอะไรเลย ยังไงก็ตามเอิลต้าได้ถอนหายใจออกมา

[มังกรอย่างน้อยที่สุดก็อยู่ที่คลาส 3 นอกไปจากนี้พวกที่มีชีวิตอยู่มาเป็นเวลานานก็มีถึงคลาส 5 พวกมันจะถูกนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง คุณคงจะไม่รู้หรอกสินะว่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมันทรงพลังน่ากลัวมากแค่ไหน] (เอิลต้า)
“ใช่แล้ว พวกเธอเป็นจ้าวของกฏและกฏมันไม่สามารถใช้กับพลังของเธอได้อย่างถูกต้อง”

เธออยากจะแย้งออกไปแต่ว่ายูอิลฮานดูเหมือนจะท้อเล็กน้อยทำให้เอิลต้าไม่ทำอะไรอีก กลับกันความคิดของเรต้าคาร์อิฮ่าห์ยังดังต่อมา

[ทวีปของเราเป็นที่ที่มนุษย์กับเอลฟ์ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ ยังไงก็ตามในตอนนั้นเองได้มีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเริ่มปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้เกิดหายนะครั้งใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมาก นี่มันเกิดขึ้นเพียงแค่ 50 ปีเท่านั้นเอง] (เรต้า)
“เฮ้ สิ่งมีชีวิตชั้นสูง”
[ฉันคิดว่ามันจะต้องมีสิ่งผิดพลาดแน่] (เอิลต้า)

นี่มันยุ่งเหยิงไปแล้ว เขาอยากจะไปเจอคนที่ถูกเรียกว่าพระเจ้าและอยากจะไปบ่นต่อหน้าจริงๆกับการที่จัดการเปลื่ยนแปลงโลกแบบนี้

[กองทัพสวรรค์ก็ได้รู้ถึงความผิดปกตินี้และมุ่งความสนใจมากที่ทวีปของเรา แต่ว่ามันก็สายเกินไปแล้ว นั่นมันเพราะเผ่าพันธ์มังกรได้เข้าร่วมการฆ่าฟันที่โหดเหี้ยมแล้ว มันได้เกิดความวุ่นวายขึ้นทั่วไปหมด] (เรต้า)

คำพูดของเรต้าได้เต็มไปด้วยอารมรณ์ที่หกหู่ พันธมิตรเอลฟ์และมนุษย์ได้ช่วยกันปกป้องดินแดนเอาไว้ การทรยศหักหลัง และอีกมาก การฟังเรื่องราวของเธอมันดูเหมือนกับหนังเรื่องๆหนึ่งจนทำให้ยูอิลฮานถึงกับรู้สึกเห็นใจเธอ

เธอยังคงพูดแบบนี้ต่อไป เธอทนมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไงกัน

[มันมาจนถึงจุดที่สวรรค์ได้ทอดทิ้งพวกเราเมื่อเราไม่มีเหลืแแม้แต่ประเทศเดียวในทวีปนี้ มังกรได้สังหารหมู่มนุษย์และเอลฟ์โดยไม่สนใจอะไรเลยสักนิด] (เรต้า)

เสียงของเรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้สั่นเครือ ถึงแม้ว่าร่างกายจริงๆของเธอจะกระจายเป็นขึ้เถ้าไปแล้วแต่ยูอิลฮานก็จินตนาการถึงใบหน้าที่โกรธแค้นของเธอได้อย่างชัดเจน

[ฉัน ผู้ที่บาดเจ็บร้ายแรงหลังจากการต่อสู้นัร้อยปี แม้แบบนั้นฉันก็ไม่สามารถให้ทุกๆอย่างมันจบแบบนี้ได้และเรียกจะใช้วิธีสุดท้ายนี้]

วิธีสุดท้าย นั่นมันหมายถึงการกลายเป็นเบรกเกอร์สินะ

[เป็นทางเลือกที่โง่เขลา] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ประกาศออกมาแล้ว ในดวงตาของเธอมีแม้แต่ร่องรอยของความโกรธ

[เบรกเกอร์มันไม่ได้ต่างไปจากมอนสเตอร์ที่ขยับด้วยสัญชาตญาณเลย ไม่ว่าความรู้สคกในหัวใจของเธอจะมียังไงแต่ว่าในตอนที่เธอกลายเป็นเบรกเกอร์ เธอก็จะเสียโอกาสในการแก้แค้นไปตลอดการ] (เอิลต้า)
[คุณก็น่าจะรู้ ฉันก็มีอาชีพที่เกี่ยวกับยมทูตเหมือนกับคนที่ฆ่าฉัน] (เรต้า)

สิ่งนี้มันก็พอจะเดาได้จากออฟชั่นของไอเทมที่เธอใช้ ยมทูตมือใหม่เป็นอาชีพเฉพาะตัวที่ยูอิลฮานได้รับ แต่ว่ามันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีคลายที่คล้ายกันเลย ยังไงก็ตามเรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็ดูจะคิดเหมือนๆกัน

[เพราะแบบนี้ฉันก็เลยคิดว่ามันไม่ใช่ว่าทุกๆอย่างมันจะจบไปแม้ว่าฉันจะกลายเป็นเบรกเกอร์ก็ตาม ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นเบรกเกอร์ฉันได้อัดความคิดเอาไว้ภายในผ้าคลุมและเคียวที่ฉันด้วยพลังที่เกี่ยวกับวิญญาณ ถึงแม้ว่าคนที่ฆ่าฉันจะไม่ใช่ยมทูตก็ตามทีแต่ว่าฉันก็เฝ้ารอวันที่คนที่มีพลังคล้ายๆกันกับฉันจะมา….] (เรต้า)
“อ่อ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงได้เกิดแบบนั้นในตอนที่ฉันสร้างหอกขึ้นมาสินะ”

ยังไงก็ตามความคิดที่อยู่ภายในเคียวกับผ้าคลุมไม่ได้ทำอะไรเลย

ยูอิลฮานที่ใช้พลังทั้งหมดในการต่อสู้กับเรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้ได้รับคลาสยมทูตมือใหม่มาและได้รับชิ้นส่วนความคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากร่างของตัวเธอ

[ถึงแม้ว่าฉันคิดว่าว่าจะไม่มีใครอื่นนอกไปจากฉันที่เหลือรอดอยู่ในทวีปก็ตาม ฉันก็ไม่สามารถจะหยุดตัวเองจากการทำเรื่องโง่ๆได้เลย] (เรต้า)
[ถึงแม้ว่าคุณจะรู้ว่ามันโง่แต่คุณก็ยังทำมัน!] (เอิลต้า)

“แล้วโลกที่ถูกทอดทิ้งก็ได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกแบบนี้”
[โชคดีที่มันส่งผลให้ฉันได้รับโอกาสในการส่งผ่านจริงให้คนอื่น] (เรต้า)
[นั่นมันก็จริง] (เอิลต้า)

เอิลต้าที่ถูกเมินก็ได้รู้สึกสลดลงไป ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ได้ติยูอิลฮาน

[ถ้าหากว่าคุณไม่ใช่คนที่ทรงพลังเกินไปน่ะนะ] (เอิลต้า)
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้น งั้นฉันก็คงไม่ได้มาฟังการพูดคุยอยู่ตรงนี้แน่”

เอิลต้าในตอนนี้ได้รู้สึกทั้งยินดีและสิ้นหวังกับความจริงที่ไม่ยุติธรรมนี้ ยูอิลฮานก็ไม่สนใจเธอและหันกลับไปพูดกับเรต้าคาร์อิฮ่าห์

“ฉันรู้ว่าเธอจะต้องผิดหวังนะ แต่ว่าฉันอ่อนแอมากๆในตอนนี้ นั่นมันหมายความว่าฉันไม่ได้มีพลังไปสู้กับมังกรพวกนั้นแน่ๆ”

ใช่แล้วล่ะ มันแค่นี้เอง เขาเข้าใจในความแค้นและความโกรธที่เรต้าคาร์อิฮ่าห์มี แต่ว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งพอ เขาอาจจะสามารถฆ่าเผ่ามังกรคลาส 3 ได้ถ้าหากเขาสู้ด้วยชีวิต แต่มันก็แค่นั้น

ยูอิลฮานชอบสิ่งใหม่ๆและการผจญภัยใหม่ๆ แต่ว่าเขาก็ปฏิเสธมันหากต้องเดิมพันด้วยชีวิต เขาก็แค่เมินความคิดของคนตายเท่านั้นเอง

[ยังไงก็ตามดาเรย์ได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกแล้ว ถ้าหากว่าเราไม่ตัดการเชื่อมต่อ ผู้คนบนโลกก็จะต้องเผชิญหน้ากับมังกรเองในที่สุด] (เรต้า)

ยูอิลฮานได้สั่นไหวและหันไปพูดกับเอิลต้า

“จำเลยได้ให้การณ์ออกมาแล้วนะ สิ่งที่ได้เกิดขึ้นใน…”
[นั่นมันเป็นเรื่องจริง การผนึกมันไม่มีทางปิดไปได้ถาวรและนั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะลบดันเจี้ยนกันเองได้] (เอิลต้า)

ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ คำตอบก็มาแล้วทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมา

[ลิต้าได้บอกไปแล้วใช่ไหม? พวกเขาจะขอให้คนบนโลกใช้ทำภารกิจของสวรรค์] (เอิลต้า)
“โอ้ใช่ จริงด้วย”

เมื่อได้คิดย้อนกลับไปในใบหน้าที่รู้สึกผิดของลิต้าทำให้ยูอิลฮานถามกับเรต้าคาร์อิฮ่าห์

“มันเร่งด่วนปะ?”
[แน่นอนสิ ในตอนนี้มันอาจจะไม่เป็นไร มันมีความเป็นไปได้ว่าการเชื่อมต่อกันภายในดาเรย์กับโลกยังอยู่ในระดับต่ำมากจนไม่มีใครสังเกตุ ยังไงก็ตามหากเกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองล่ะก็…] (เรต้า)

หยุดแค่นั้นแหละ ยูอิลฮานได้คิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เอิลต้าพูดเมื่อไม่นานมานี้

ไม่ใช่ว่าเธอบอกว่าเลเวลของผู้คนที่เข้าไปในดันเจี้ยนจะต้องสูงกว่าข้อจำกัดเลเวลของดันเจี้ยนในตอนที่เกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองหรอ?

เขารู้ได้โดยสัญชาตญาณทันที ยูอิลฮานกำลังคิดว่าเขาไม่อยากจะได้ยินอะไรอีกแล้ว

“งั้นมันจะเกิดอะไรขึ้น?”
[ความเข้มข้นของมานาบนโลกจะเพิ่มขึ้นและมันมีความเป็นไปได้ที่ดันเจี้ยนจะแตกออกมาเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นในจุดๆนี้พวกมันก็อาจจะมาที่โลกได้] (เอิลต้า)
“อธิบายเรื่องการแตกของดันเจี้ยนก่อน”

เขาชักจะรู้สึกรำคาญในทุกๆคำนามใหม่ๆที่เข้ามาแล้ว เอิลต้าก็เข้าใจในสิ่งที่เขารู้สึกทำให้เธอได้อธิบายออกมา

[การแตกของดันเจ้ยนนั่นหมายถึงการที่กับดักแห่งการทำลายได้พังลงไปจากความเข้มข้นของมานาที่สูงขึ้นจากหายนะครั้งที่สอง ถ้าโชคร้ายมันก็จะระเบิดออกมา ดังนั้นมันจะเป็นเรื่องดีหากคุณจัดการกวาดล้างมันก่อนหน้านั้น] (เอิลต้า)

นั่นมันเป็นสิ่งที่เขาเคยได้ยินมาก่อน แม้แต่ในนิยายหรือเกมเมื่อดันเจี้ยนถูกปล่อยทิ้งไว้นานมันก็จะเกิดการล้นของมอนสเตอร์ออกมา

“แล้วทำไมไม่ทำให้มันทนตั้งแต่แรกล่ะ?”
[อย่างที่ฉันบอกไปแล้วว่ามันเป็นปกติที่ดันเจี้ยนทุกๆที่จะพังลง ดังนั้นคุณจะไปเชื่อใจในดันเจี้ยนไม่ได้ ดันเจี้ยนก็เป็นแค่ตัวถ่วงเวลาไว้เท่านั้นเอง]

ใช่แล้วเธอเคยพูดเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว ให้ตายสิ

[มันไม่ใช่ว่าเราจะเสริมความทนทานและยืดระยะเวลาออกไปนานขึ้นไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นปกติที่เราจะต้องใช้วัตถุดิบที่ล้ำค่ามากยิ่งขึ้น สวรรค์ก็ไม่ได้มีทรัพยากรที่ไม่จำกัด นี่มันหมายความว่าเราไม่สามารถจะแบ่งมันออกไปทั่วโลกได้อย่างเท่าเทียม นอกไปจากนี้ถ้าเรากระจายกับดักแห่งการทำลายที่แข็งแกร่งออกไปงั้นมันจะทำให้เกิดการล้นของพลังขึ้น การล้นของพลังมันแย่ยิ่งกว่าการแตกของดันเจี้ยนซะอีก] (เอิลต้า)

ถ้าหากว่าแรงดึงดูดของกับดักแห่งการทำลายมั่นต่ำเกินไปงั้นมอนสเตอร์ก็ไม่สนใจมันและถ้ามันแข็งแกร่งเกินไปก็จะทำให้เกิดการล้นของพลังและมอนสเตอร์สายพันธ์กลายพันธ์ก็จะเกิดขึ้นมา… และต่อให้ทำมันอย่างถูกวิธีแล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะระเบิดออกมาอีก การกวาดล้างมันคือสิ่งจำเป็น

“ถ้างั้นเราก็แค่ไม่ต้องทำดันเจี้ยนสิ?”
[นั่นมันจะง่ายสำหรับเรา แต่ว่ามนุษย์ทั้งหมดจะตายใช่ไหมล่ะ?] (เอิลต้า)

นี่มันเป็นเรื่องจริงจนน่าเศร้า

ยังไงก็ตามอย่างน้อยในตอนนี้ยูอิลฮานก็ได้รู้ถึงสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว อย่างแรกเลยดันเจี้ยนที่ถูกผนึกอยู่ยังคงเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทอดทิ้งและมังกรที่น่ากลัวก็อยู่เต็มที่แห่งนั้น

สักวันโลกจะต้องเจอเข้ากับพวกมันแน่นอน

“เราไม่รู้เลยหรอว่ามันจะเกิดหายนะครั้งที่สองขึ้นเมื่อไหร่บนโลกนะ?”
[การเกิดหายนะครั้งที่สองมันไม่เหมือนกับครั้งที่หนึ่งเลย โลกตามปกติหายนะครั้งที่สองจะเกิดขึ้น 150 ปีหลังจากเกิดขึ้นครั้งแรก แต่ว่าในระหว่างเวลาสองเดือนหลังจากเกิดหายนะครั้งใหญ่ไปมันมีหลายๆอย่างเปลื่ยนไปอย่างมาก] (เอิลต้า)
“แล้วมันประมาณอีกกี่ปี?”
[50 ปี] (เอิลต้า)
“ว้าว!”

100 ปีมันได้ลดลงไปในเวลาแค่สองเดือน งั้นมันก็ง่ายมากๆนี่มันเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น

[นั่นมันไม่ใช่!] (เอิลต้า)
“เฮ้ อย่ามาอ่านใจฉันอีกนะ”
[ฉันอดไม่ได้ก็เพราะทุกๆอย่างมันอ่านได้เลย! ยังไงก็ตามมันไม่มีทางจะเป็นหนึ่งเดือนแน่ นอกจากนี้เราก็ได้ใช้พลังของสวรรค์ปิดผนึกมันแล้วมันไม่น่าจะระเบิดออกมาเร็วแบบนั้น] (เอิลต้า)

ยังไงก็ตามยิ่งเอิลต้าบอกแบบนี้เขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดมันก็ชัดเจนว่ามันไม่มีที่ว่าให้เขาไม่สนใจเลย

“ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเร่งขึ้นสินะ?”
[มันเป็นไปได้ที่จะใช้สกิลการสนับสนุนของทูตสวรรค์ในโลกที่ถูกทอดทิ้ง อย่างน้อยที่สุดคุณจะแข็งแกร่งกว่าในตอนนี้ถึง 1.5 เท่า] (เอิลต้า)
“ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ช่วยให้ฉันใช้มานาได้ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับฉันเลยที่จะเอาชนะมอนสเตอร์คลาส 4 สำหรับคลาส 3 มันก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ว่าฉันเลือกคู่ต่อสู้ไม่ได้แน่”
[นั่น] (เรต้า)

ความคิดที่สิ้นหวังของเรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้แทรกขึ้นมาราวกับจะตอบยูอิลฮาน เสียงของเธอได้พูดขึ้นมาราวกับคอยอยู่แล้ว

[ฉันช่วยคุณได้] (เรต้า)

ในสถานการณ์แบบนี้ยูอิลฮานได้งับเหยื่อโดยไม่ลังเล

“…พวกเราน่าจะได้ยินเรื่องมากกว่านี้นะ”

ตามมาด้วยคำอธิบายอย่างง่ายๆของเรต้าคาร์อิฮ่าห์

ในระหว่างช่วงสุดท้ายของสงครามระหว่างพันธมิตรมนุษย์และเอลฟ์กับมังกร เธอได้รับการควบคุมรูปแบบเวทย์ของจักรวรรดิ์เอลฟ์ที่ซึ่งได้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งโลกดาเรย์

นี่มันคือรูปแบบเวทย์ที่ทรงพลังมากๆที่ซึ่งสามารถจะมองผ่านเลเวลทั้งหมดและเผ่าพันธ์ของพวกที่อยู่บนพื้นได้ แถมมันยังช่วยเทเลพอตไปได้ในทุกๆที่ของทวีปได้ด้วย เหตุผลที่เรต้าทำการรบแบบกองโจรได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ต้องขอบคุณในเวทย์นี้

[มันเป็นวงเวทย์ที่สร้างขึ้นมาด้วยเทคนิคพิเศษจิตวิญญาณของเอลฟ์ที่ได้สร้างขึ้นมานับหมื่นๆปี คนที่ไม่ใช่เอลฟ์จะไม่สามารถมองเห็นรูปแบบของมันได้ มันได้ถูกส่งผ่านไปรุ่นสู่รุ่นของจักรวรรดิ แต่ว่าพวกเขาทั้งหมดได้ตายไปและฉันก็ได้รับการควบคุมมันมา] (เรต้า)
[นั่นมันเป็นรูปแบบเวทย์ที่ทรงพลังมาก แต่ว่าทำไมพวกเขาถึงได้แพ้ให้กับมังกรล่ะ?] (เอิลต้า)
“เธอคิดว่าชีวิตมันจะเป็นไปตามที่วางแผนหรอ?”

ยูอิลฮานได้ขัดเอิลต้าและเรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็ได้คิดคล้ายๆกัน

“ถ้างั้นตอนนี้ฉันก็สามารถจะเลือกฆ่าพวกมันได้สินะ?”
“ถูกต้องแล้ว” (เรต้า)
“ฉันจะใช้มันได้หรอ ฉันเป็นมนุษย์นะ?”
[ตราบใดที่พลังชีวิตของฉันยังอยู่ในตัวคุณ มันก็เป็นไปได้หากคุณมีหินพลังเวทย์มากพอ]
“งั้นสินะ….”

ยูอิลฮานได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแตะแก้มของเขา ในตอนนี้สิ่งที่เขาได้ยินหลายๆอย่างมันทำให้เกิดเรื่องซับซ้อนขึ้นมากมาย แต่ว่าเขาก็ได้จัดการสรุปมันง่ายๆ

เข้าไปในดันเจี้ยนกับเรต้าคาร์อิฮ่าแล้วก็ฆ่าพวกมัน ง่ายมาก

และถ้าหากว่าเขาเร่งมันก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งที่สอง งั้นมันก็จะดีที่สุด

“มาลองทำมันคนเดียวให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ล่ะกัน ถ้าฉันคิดว่ามันยากเกินไป มันก็คงไม่สายไปที่จะแยกกันในตอนนั้น”
[ทำไมล่ะยูอิลฮาน? เราไม่ต้องการให้คุณต้องรับภาระแบบนั้นด้วยตัวเองนะ นอกไปจากนี้ถ้ามันพลาดจะเกิดหายนะขึ้นบนโลกเลยนะ เพราะแบบนี้คุณแค่จะต้องบอกทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์] (เอิลต้า)
“ไม่ ฉันไม่ทำแบบนั้น”

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมา

มันมีอยู่สองเหตุผล

อย่างแรกเลยก็คือพวกคนที่กลับมายังอ่อนแอเกินไป ถึงแม้ว่าจะไปบอกความจริงพวกเขาเอาตอนนี้ เขาก็เพียงแค่สละพลังต่อสู้ในอนาคตไปมากขึ้นเท่านั้นเอง เอาไว้บอกทีหลังจะดีกว่า

และอย่างที่สอง

“ผิวของมังกรมันจะต้องเท่มากๆเลยใช่ไหมล่ะ? ฉันยกมันให้กับคนอื่นนอกจากฉันไม่ได้แน่”
[….]
[….]

นี่มันคือช่วงเวลาที่เรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้รู้แล้วว่าคนที่ฆ่าเธอเป็นคนที่วิปริตมากๆ

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ