0 Views

บทที่ 59 – ฉันแบกเอง (7)

 

เมื่อมองไปที่ข้อมูลและตำแหน่งของดันเจี้ยนลิต้าก็ได้อธิบายออกมาด้วยเสียงที่โกรธ

[ทูตสวรรค์ได้ซ่อนอยู่ในดันเจี้ยน จากช่วงเวลาที่ทูตสวรรค์ได้ปกปิดดันเจี้ยนเอาไว้ด้วยการไม่รายงานเขาหรือเธอคนนั้นก็ได้กลายไปเป็นคนทรยศแล้ว แต่ว่าสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือมันมีคนที่แข็งแกร่งที่มีพลังที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกได้] (ลิต้า)
“คนที่มาจากต่างโลกงั้นหรอ?”

ลิต้าได้หยักหน้าของเธอ เอิลต้าได้กัดฟันแน่นทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้

[กฏของกองทัพสรรค์ที่มีระเบียบ แต่การที่คนๆนั้นไปช่วยโลกอื่นมันดูจะป้องกันไม่ได้เลยซักนิด!] (เอิลต้า)
[การทรยศและการหักหลังมันเป็นเรื่องธรรมดาเธอก็รู้นี่] (ลิต้า)
“ฉันก็รู้แล้วว่าสวรรค์มันเป็นที่ที่บ้าบอ”
[มะ มันไม่ใช่แบบนั้น มันเคยเกิดขึ้นครั้งเดียวใน 500… 300 ปี!] (เอิลต้า)

ความเชื่อมั่นในสวรรค์ของเขามันได้ไปอยู่ในจุดที่ต่ำสุดไปแล้ว แต่ยังไงก็ตามเขาก็เข้าใจ มันไม่ใช่ว่าทุกๆสิ่งจะเป็นไปตามที่ทุกๆคนต้องการอยู่แล้ว

ในตอนที่ยูอิลฮานได้ถอนหายใจนี้เองลิต้าก็ได้ประกาศออกมาอย่างหนักแน่น

[มันไม่มีทางที่พวกนั้นจะมาที่โลกเพื่อเดินเล่นแน่ เราจำเป็นต้องหยุดพวกนั้น] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้ถามขึ้นมาทันที

“เธอทำมันได้ด้วยตัวเองไหม?”
[….จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องยากที่จะใช้กำลังแทรกแซงโดยตรง] (ลิต้า)

เขารู้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าพวกทูตสวรรค์ลงมาได้ยังไง แต่มันดูเหมือนว่ากฏจะมีการผูกมัดพวกเขาเอาไว้เป็นอย่างมาก แม้กระทั่งลิต้ากับเอิลต้าที่มีข้อจำกัดน้อยกว่าคนอื่นๆก็ยังต้องเป็นแบบนี้

[ฉันได้ส่งรายงานไปที่สวรรค์แล้ว แต่ว่าเราไม่สามารถจะปิดผลึกดันเจี้ยนได้ถ้าหากว่ายังมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มอนสเตอร์อยู่ ดังนั้นเราก็เลยจำเป็นต้องรอจนกว่าที่มนุษย์พวกนั้นจะออกมาข้างนอก…] (ลิต้า)
“แม้ว่าจำนวนพวกนั้นมันจะมากขึ้นในระหว่างนั้นนะหรอ?”
[ใช่แล้ว ไม่ว่าพวกนั้นจะวางแผนทำอะไรอยู่ก็ตามแต่ว่าหากว่าพวกนั้นจะมีคนไม่พอพวกนั้นก็คงจะไม่ออกมา]

ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะออกมาก่อนหน้านั้น ทูตสวรรค์ก็ไม่สามารถจะโจมตีคนจากต่างโลกตรงๆได้ นี่คือสิ่งที่มนุษย์จะต้องจัดการเองเท่านั้น

เพราะแบบนี้การรอให้พวกนั้นออกมามันไม่ใช่เรื่องดีนะ เขาต้องเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเอง

“เยี่ยม ถ้างั้น…”
[ยังไงก็ตามฉันไม่คิดว่ายูอิลฮานจำเป็นต้องเข้าไปในดันเจี้ยนนี้] (ลิต้า)

ยังไงก็ตามสิ่งที่ลิต้าพูดกับยูอิลฮานที่กำลังยืดเส้นยืดสายอยู่มันเป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเอามากๆ หากเป็นเอิลต้าตามปกติเธอก็จะมอบภารกิจจากสวรรค์ให้กับเขาโดยไม่ลังเล

“เธอไม่ได้จะให้ภารกิจฉันหรอ?”
[ถ้ามันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโลกที่ถูกทิ้งงั้นฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำแบบนี้ แต่ว่านี่มันต่างออกไป มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำมันคนเดียวได้]
[พวกเราไม่รู้ว่าพวกนั้นกำลังทำอะไรอยู่ในดันเจี้ยน เธอจะทำยังไงล่ะหากปล่อยให้มันเป็นเรื่องเพราะการปล่อยทิ้งไว้?] (เอิลต้า)
[แต่ว่าฉันจะทำยังไงล่ะหากว่ายูอิลฮานบาดเจ็บแค่เพราะเข้าไปข้องเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่จำเป็น] (ลิต้า)
[…] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้คิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินการคุยกันนี้ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็สรุปได้ตั้งแต่แรกแล้ว

“เข้าไปกันเถอะ”
[แต่ว่า] (ลิต้า)

ใช่แล้ว มันไม่ได้มีใครมาบังคับให้เขาเข้าไปในดันเจี้ยนนี่ ไม่ว่ายังไงเขาก็มีธุระกับดันเจี้ยนใกล้ๆนี้อยู่แล้วด้วย

“มันจะน่ารำคาญนะถ้าหากว่าอันตรายมันสายเกินแก้เพราะฉันปล่อยมันทิ้งเอาไว้”

มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะพูดว่า “โอ้ แบบนั้นหรอ?” และปล่อยให้คนจากต่างโลกทำอะไรที่ต้องการแน่ อย่างน้อยที่สุดเขาก็จะต้องรู้ในสถานการณ์และรู้ว่ามันส่งผลยังไงกับเขา

“ก่อนอื่นก็เข้าไปสำรวจดูก่อน ไม่ต้องห่วงฉันไม่บาดเจ็บแน่”
[อืมม คุณไม่จำเป็นต้องห่วงการถูกหาเจอแน่เว้นแต่ว่าคุณจะเข้าไปโจมตีก่อน] (ลิต้า)
[แม้แต่สายตาของพระเจ้าเขายังหลบมาแล้วเลย] (เอิลต้า)
“หาาา ส่งภารกิจจากสวรรค์มาให้ฉันได้แล้ว”
[ฉะ ฉันจะให้เดี๋ยวนี้แหละ]

เขาได้เริ่มรำคาญกับคำพูดที่มันไม่จำเป็นแต่ว่าเขาก็ปฏิเสธมันไม่ได้เช่นกัน

ถ้าหากว่าเขาคิดจะซ่อนตัวแล้วแม้แต่ทูตสวรรค์ก็ไม่มีทางจะหาเขาได้แน่ มันไม่มีใครจะเหมาะสมกับงานนี้ไปมากกว่าเขาแล้ว

[ยังไงก็เถอะความหมายของคำว่าสำรวจของคุณคือยังไง?] (เอิลต้า)

แต่ยังไงก็ตามเอิลต้าก็ได้ถามถึงสิ่งที่เขาจะทำ ยูอิลฮานได้หยักไหล่และตอบกลับไป

“ถ้าหากว่าศัตรูเป็นมอนสเตอร์งั้นฉันก็แค่หั่นมันอย่างไรปราณี แต่หากมันเป็นคนมากจากโลกอื่นงั้นฉันก็ทำอะไรไม่ได้ใช่ไหม? บางทีคนพวกนั้นอาจจะมีเหตุผลที่น่าเศร้าอยู่ก็ได้นี่”
[แต่ว่า… นี่มันก็แค่สมมติฐานนะ แต่ว่าหากว่าสิ่งที่คนที่มาจากต่างโลกคิดจะทำสิ่งไม่ดีล่ะ?]

เอิลต้าได้มั่นใจแน่นอนว่าคนๆนั้นจะต้องเต็มไปด้วยเจตนาที่ไม่ดีตั้งแต่ที่มายังโลกแล้ว เธอมั่นใจว่าคนที่มานั่นจะต้องคิดไม่ดีแน่ แต่ว่าเพราะเธอไม่อยากจะขัดเจตจำนงของยูอิลฮานทำให้เธอถามออกไปอย่างระมัดระวัง

ยังไงก็ตามความกังวลของเธอมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มุมมองของยูอิลฮานมันชัดเจนมาแต่แรกแล้ว

“งั้นฉันจะฆ่ามันทิ้งซะ”

คำตอบของยูอิลฮานมันเป็นคำตอบที่เย็นชาที่ไร้ซึ่งความลังเล

ความยากลำบากในการปกปิดดันเจี้ยนด้วยตัวเองนั้นต่ำมากๆ มันเป็นดันเจี้ยนที่เงียบสงบๆที่เป็นที่อยู่ของสไลม์ที่ถูกออกแบบมาให้พวกมือใหม่จัดการมัน สไลม์ได้กระโดดดึ้งๆไปรอบๆอย่างรวดเร็วและยูอิลฮานได้ยืนยันบางอย่างกับลิต้า

“มีกี่คน?”
[สองคน คนหนึ่งเป็นคลาสที่ 1 แต่ว่าอีกคนฉันไรู้ถึงความแข็งแกร่งจริงๆของเขา ฉันคิดว่าเขาน่าจะมีอาร์ติแฟคในการซ่อนพลังอยู่] (ลิ้า)

ถ้าหากเธอรู้ว่าศัตรูอยู่ในคลาส 4 เธอก็คงจะไม่มีทางยอมให้ยูอิลฮานเข้ามาในนี้แน่ ถ้าหากว่าเป็นการต่อสูหากยูอิลฮานไม่ฆ่าศัตรูก่อนในการโจมตีแรกงั้นเขาก็จะมีโอกาสชนะที่น้อยมากๆ

ยังไงก็ตามความไม่รู้นี้ได้นำไม่สู้ความกล้า พวกเราไม่ได้รู้ในสิ่งที่จะเจอทำให้ไปต่อ

“ฉันไม่เป็นไร แต่ว่าพวกเธอล่ะ? มันจะลำบากนะถ้าคนๆนั้นเจอพวกเธอเหมือนกับตอนเรต้าคาร์อิฮ่าห์”
[ไม่ต้องห่วง มันเป็นเพราะการทำสัญญากันทำให้พลังการปกปิดตัวตนของคุณแสดงผลแม้กระทั่งกับพวกเราด้วย] (เอิลต้า)

การสู้กับเรต้าคาร์อิฮ่าห์เป็นความอัปยศในชีวิตหนึ่งของเอิลต้าเลย คู่หูทูตสวรรค์มันไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ลิต้าได้กลับมาอยู่ข้างยูอิลฮานเท่านั้นแต่ว่ามันจะช่วยแก้ไขไม่ให้เอิลต้าทำพลาดซ้ำอีกด้วย ยูอิลฮานได้หัวเราะกับคำตอบนี้และหันหน้าตรงไป ในตอนนี้แม้แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงตัวตนคนแล้ว

ยังไงก็ตามในขณะที่เขาได้ความเร็วลงเพราะเขาได้มาถึงจุดหมายฉากที่ยูอิลฮานได้เห็นก็ทำให้เขาหยุดเดิน

มีศพสองศพที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ เป็นศพของมนุษย์และยังเป็นของเด็กสาวอีกด้วย

“….”

ยูอิลฮานแทบจะเก็บเสียงเอาไว้ไม่อยู่ นี่มันเป็นเพราะว่าเขากังวลว่าหากส่งเสียงออกไปมันจะทำให้การปกปิดตัวตนหาย เนื่องจากว่าพวกเธอรู้ในสิ่งที่เขาคิดอยู่ทำให้ลิต้ากับเอิลต้าก็ยังเงียบต่อไป

สภาพของศพมันไม่สามารถจะเรียกว่าดีได้เลยด้วยซ้ำ เสื้อผ้าได้ถูกฉีกขาดทิ้งหมดและมีรอยแผลอยู่เต็มร่างกาย นอกไปจากนี้ยังมีแม้แต่รอยมีดแทงเข้าไปในร่างพวกเธอ… มันชัดเจนว่าพวกเธอได้ถูกทรมานแม้แต่หลังจากตายลงไป

ในขณะที่มองไปที่ศพที่ดูเหมือนจะตายได้ไม่นานเพราะศพยังอุ่นอยู่เลย ยูอิลฮานได้รู้สึกราวกับว่าถูกเทด้วน้ำเย็น

จากที่เห็นนี้พวกเธอได้ถูกฆ่าอย่างัดเจน เขารู้ได้เลย คนที่ฆ่าพวกเธอได้ใช้มนุษย์เพื่อคลายความสุขชั่วขณะเท่านั้นเอง

เนื่องจากว่ามีคนอีกสองคนอยู่ที่นี่มันก็ไม่จำเป็นต้องหาผู้กระทำผิดแล้ว

ในตอนที่ยูอิลฮานได้สังเกตุพวกนั้น เขาก็เห็นชายวัยกลางคนใส่ชุดคลุมดำที่ปกปิดร่างกายอยู่ จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมา

“น่าผิดหวังจริงๆ นายหาได้แค่พวกคุณภาพต่ำแบบนี้งั้นหรอ?”

[คุณได้ปลุกสกิลติดตัว ภาษา คุณผู้ที่ได้พิชิตภาษจำนวนนับไม่ถ้วนทำให้สามารถจะเข้าใจในภาษาได้อย่างถูกต้องถึงแม้ว่าคุณจะได้ยินเป็นครั้งแรกก็ตาม คุณสามารถจะวิวัฒนาการสกิลนี้ได้ถ้าหากว่าคุณพอใจกับความต้องการวิวัฒนาการสกิล]

เขาสามารถที่จะเข้าใจในภาษาที่ได้ยินเพียงครั้งแรกได เพียงแค่เขากำลังสงสัยกับตัวเองอยู่นั้นก็ได้มีข้อความปรากฏออกมาคลายความสงสัยของเขา

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาเขาก็ไม่อยากจะได้สกิลนี้มาเลย เพราะถ้าเป็นแบบนั้นงั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาได้ยินคำสกปรกๆเหล่านี้

“ผมขอโทษจริงๆ ผมจะไปหาผู้หญิงที่มีประโยชน์มากกว่านี้มาครับ”
“ไสหัวไป นี้มันก็แค่เวลาพักผ่อน แต่ว่าเสียงกรีดร้องมันก็น่าฟังดีที่เดียว”

เอ๋ ช่วงเวลาพัก… ยูอิลฮานได้พึมพัมขึ้นในใจ

การฆ่าหญิงสาวที่ไร้เดียงสาแบบนั้น แล้วก็… พักผ่อน… มันพูดแบบนั้นสินะ

ยูอิลฮานได้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผุดเข้ามาในหัวยูอิลฮาน การที่ทำให้เขาโกรธได้ในเวลาสั้นๆแบบนี้แม้แต่เขาก็รู้สึกอยากจะหัวเราะออกมา

“การเชื่อมต่อมันเสร็จสิ้นแล้วดังนั้นในตอนนี้ก็แค่รอ ในเวลาเดียวกันนายก็ต้องไปตรวจสอบดูในพลังการต่อสู้ของแต่ละประเทศ ไม่ต้องไปสนใจพวกต่ำกว่าคลาส 2 และต่ำกว่านั้น นายก็แค่หาเจ้าพวกที่มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวสู้คลาส 3 ในเวลา 3 เดือนที่เราจะเตรียมการบุกรุก”
“ตามที่ท่านต้องการเลยครับ”

มันไม่จำเป็นจะต้องไปสำรวจอะไรมากกว่านี้แล้ว การตัดสินเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมดได้เสร็จไปแล้วและมันก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าควรทำยังไง

คนพวกนีคือศัตรู และเป็นศัตรูที่ยูอิลฮานต้องฆ่าที่นี่แล้วเดี๋ยวนี้

“หืมม ฉันคิดวาบางทีฉันสามารถจะยกเลิกดันเจี้ยนได้ถ้าหากว่าฉันค้นคว้าข้อมูลหลักอีกสักหน่อย”
[นี่มันไม่ใช่พื้นที่สำหรับคุณ มนุษย์]

ในตอนนี้เองสมาชิกคนสุดท้ายที่นี้ทูตสวรรค์เพศชายก็ยังแสดงตัวออกมาแล้ว

“โห่ ถ้างั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะหากว่าฉันไขความลับของดันเจี้ยนนี้ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยแค่พลังของฉันอย่างเดียว?”
[ก็ลองดูสิ มันดูเหมือนฉันจะได้เห็นอะไรที่น่าสนใจ]
“แม้ว่านายจะทำอะไรเองไม่ได้แต่ก็ยังจะพูดแบบนั้นนะ”
[เชิญบลัฟไปตามที่นายต้องการเถอะน่า]

หลังจากได้ยืนยันแล้วว่าทูตสวรรค์กำลังเถียงกันอยู่กับชายวัยกลางคนลิต้าก็ได้กำหมัดของเธอแน่น เอิลต้าได้พยายามกอดข้างหลังเธอเอาไว้อย่างหวาดกลัว แต่ว่ายูอิลฮานก็เร็วกว่ามาก

ใช่แล้ว หลังจาากที่เขาได้เห็นในพลังของศัตรูและความแข็งแกร่งของตัวเขาเองแล้ว ยูอิลฮานก็ได้พุ่งเข้าใส่ศัตรู

ที่นี่มันไม่มีที่ว่างให้เขายื้อทูตสวรรค์เอาไว้ เขาได้เข้าไปใกล้จอมเวทย์ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยังใช้มานาไม่ได้

“หืมม?”
“อะไรนะ?”
“โอ้ ไม่มีอะไร มันก็แค่ลม”

ยูอิลฮานที่มมาถึงด้านหน้าสายตาของศัตรูยังไม่ได้โจมตีไปทันที แต่ว่าเขาได้กระโดดสูงขึ้น การกระโดดที่สูงอย่างมากจากการช่วยของสกิลพลังเหนือมนุษย์และสกิลกระโดดนี้ ยูอิลฮานได้หยิบเอา pile bunker ที่โหลดอยู่ในขั้นสี่ออกมาและจับด้วยสองมือเอาไว้แน่น

เหตุผลที่เขาเลือกกระโดดและไม่โจมตีออกไปตรงๆนั่นมันเป็นเพราะสัญชาตญาณของเขาที่ได้ขัดเกลามาตลอดหลายปี

เนื่องจากว่าเขาตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถจัดการได้ในทีเดียวและมันจะต้องลำบากแน่หากว่าเขาจบมันไม่ได้ เขาก็เลยตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่รุนแรงที่สุดเลย

สัญชาตญาณที่ขัดเกลามาเกือบพันปีของเขาได้ทำให้เขามองเห็นได้ศัตรูได้มากกว่าเลเวลหรือบันทึกแห่งอคาชิค เขางไม่รู้ว่ามันน่าทึ่งแค่ไหนกัน แต่ว่าในตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ

เขายังไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ในคลาส 4 แต่เขาก็รู้เรื่องหนึ่งว่าการโจมตีที่เขากำลังเตรียมนี้เขาสามารถจะฆ่าคนๆนี้ได้ในครั้งเดียว

‘ถ่ายโอนน้ำหนัก’

ในตอนนี้เขาได้มาถึงจุดสูงสุดของการกระโดดแล้ว ในตอนนี้น้ำหนักกว่า 40 ตันในกระเป๋าของเขาได้ย้ายมาอยู่ที่ pile bunker โดยสมบูรณ์ เขาได้เริ่มล่วงลงไปทันที

นี่มันคือการผสานกันที่เขาเคยใช้กับนกยักษ์สายฟ้าและในตอนนั้นเขาก็ถึงขนาดพลาดที่จะฆ่ามันในทันที แต่แม้แบบนั้นยูอิลฮานก็ไม่ลังเล นี่มันคือการโจมตีที่ดีที่สุดที่เขาทำได้ในตอนนี้

นอกไปจากนี้ชายคนนี้ก็ยังต่างไปจากนกยักษ์สายฟ้า นกยักษ์สายฟ้ามีร่างกายขนาดใหญ่ หนังหนาๆ และกระดูกแข็งๆ ในด้านพลังป้องกันแล้วนกยักษ์มันมีมากกว่าอย่างเทียบกันไม่ติด

ยังไงก็ตามพลังป้องกันของชายคนนี้มันก็ต่ำจนน่าใจหาย มันดูเหมือนจะมีมานาจำนวนมหาศาลที่หุ้มเป็นชั้นๆป้องกันเขาอยู่ด้วย แต่ถึงแบบนั้นถ้าหากว่า pile bunker ทำงานได้งั้นเขาก็จะตายในทันที

‘ฉันจะต้องให้แกได้ชดใช้ความเจ็บปวดของหญิงสาวถึงแม้ว่าจะเป็น 1 ใน 100 หรือแค่ 1 ใน 1000 ก็ตามที’

ยูอิลฮานได้เล็ง pile bunker ไปที่ชายคนนั้นอย่างใจเย็น จุดที่แหลมคมมันได้เล็งไปอยู่ที่หัวของคนๆนั้น ถ้าหากว่ายูอิลฮานโยกไปตามน้ำหลักแล้วทุกอย่างมันจะไร้ความหมาย

‘สมาธิ ฉันจะสามารถฆ่าเขาได้ในทันทีถ้าฉันโจมตีโดนสักครั้ง’

เพียงแค่น้ำหนัก 40 ตันที่ไปรวมกันอยู่ที่กระสุนก็น่ากลัวแล้ว และในตอนนี้ก็มีเพียงแค่ยูอิลฮานคนเดียวเท่านั้นที่จะเพิ่มน้ำหนักจำนวนมากไปที่อาวุธของเขาได้

‘ตอนนี้แหละ!’
[ติดคริติคอล]

ชายที่กำลังโอ้อวยทูตสวรรค์อย่างภูมิใจได้หมดคำพูดไปทันที

ยูอิลฮานได้ยิงกระสุนออกไปใส่เกราะป้องกันอย่างไม่ลังเลและมันก็ได้ปะทะเข้าด้วยกัน ตอนแรกเขาคิดว่ากระสุนมันน่าจะเจาะชั้นป้องกัน ทำลายสมองและร่างกายของชายคนนั้นไปด้วย แต่ว่ามันน่าทึ่งจริงๆที่มันไม่ได้ทำลายร่างกายของชายคนนี้ แต่ถึงแม้นั้นมนุษย์ที่ไม่มีสมองก็ต้องตายอยู่ดี

“อะ โอ….?”

ในที่สุดแล้วชายคนนี้ก็รู้ตัวว่าเขาถูกยูอิลฮานโจมตี แต่ว่าในตอนนี้ปากของเขาก็ไม่สามารถจะพูดอะไรออกมาได้อีก มันดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว

“ดะ ยัง ไง วะ เวท… ป้อม.. ปรา…”

ยังไงก็ตามมันจบลงไปแล้ว เขาได้พยายามจะพูดออกมาอีกแต่แล้วกระสุนที่เจาะไปในร่างของเขาก็ได้ทำลายใบหน้าเขาไปโดยสมบูรณ์

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 511,309,560]
[คุณได้กลายเป็นเลเวล 64 พละกำลัง +6 ความว่องไว +5 สุขภาพ +4 พลังเวทย์ +5]
[คุณได้รับบันทึกเลเวล 202 ดากี้ วอน อิลาสต้า]
[ดูดซับพลังชีวิตของดากี้ วอน อิลาสต้า]
[ผู้สะสมความตายกลายเป็นเลเวล 9]

“นะ นี่มันบ้าอะไรเนี้ย?”

ชายอีกคนที่ได้เห็นจอมเวทย์คลาส 4 ตายไปในทันทีได้ตกใจกลัวขึ้นมา การที่คนที่ไม่รู้จักเข้ามาในดันเจี้ยนและฆ่าคนที่เขาไม่สามารถแม้แต่สัมผัสได้ในครั้งเดียวมันทำให้เขาหวาดกลัวมาก

“แกเป็นใคร!”

ยููอิลฮานได้ลงมาถึงพื้นเบาๆและเก็บ pile bunker กลับลงไปในกระเป๋าอย่างสวยงามพร้อมดึงหอกออกมา

“เจ้าคนที่ถูกทิ้ง เวรเอ้ย”

จากนั้นเองเขาก็ได้เหวี่ยงหอกและตัดหัวชายคนนั้นออกไป มันเป็นการโจมตีที่หมดจดอย่างแท้จริง

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ