0 Views

บทที่ 52 – คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (5)

 

งานของยูอิลฮานได้เสร็จไปเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเอง เขายังไม่ได้ทำการหัตถกรรมมานากับหอกของเขา ยังไม่ได้ทำเซ็ตฉมวกเอาไว้สำหรับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่และยังไม่ได้ปรับแต่งเลือดโทรลล์ที่กองเต็มอยู่ในกระเป๋าสะพายของเขาเลย

[เจ้าวายร้ายนี่! เจ้าคนบ้างาน! สมองคุณมีแต่การทำงานของคนวัยกลางคนนั้น!] (ลิต้า)
[ลิต้า ฉันไม่ได้คิดว่าเขาจะฟังคุณเลยนะ] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้กลับไปทำงานของของเขาต่อโดยที่ทิ้งลิต้าที่อยากจะทำอะไรร่วมกับยูอิลฮานตั้งมากมายเอาไว้

ไม่ จริงๆแล้วยูอิลฮานก็คิดว่าค่อยคุยในเรื่องนี้กันหลงจากที่ทำงานเสร็จก่อน เนื่องจากการที่เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอเพราะการที่ได้เจอกันแบบฉับพลันนี้ จริงๆแล้วในจุดนี้เขาก็อาจจะนับได้ว่าเป็นคนบ้างานเช่นกัน

เขาได้ตรงเข้าไปเริ่มหัตถกรรมมานาในทันที สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการดึงพลังทั้งหมดมาจากหินพลังเวทย์ให้เข้ามาสู่หอกหนามและให้มันเกิดเป็นผลพลังตามที่ยูอิลฮานต้องการ

ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีตัวแปรที่ไม่สามารถระบุได้อยู่ในหินพลังเวทย์ด้วย แต่ว่าบางทีมันโชคดีที่ยูอิลฮานนยังคงรู้สึกได้ถึงมันอยู่

เอกลักษณ์ขแงหินพลังเวทย์และเอกลักษณ์ของตัวยูอิลฮานได้เข้ากัน และแม้กระทั่งลักษณะเฉพาะของอาวุธก็ยังเข้ากันมากอีกด้วยดังนั้นมันจึงไม่ต้องมีเรื่องสงสัยในผลของหัตถกรรมมานาเลย

[อิลฮานยังใช้มานาไม่ได้หรอ? แต่แล้วทำไมเขาถึงได้ชำนาญการหัตถกรรมมานาล่ะ?] (ลิต้า)
[นี่มันเป็นเพราะเควสของสวรรค์] (เอิลต้า)

ถึงแม้ว่าพวกเธอจะคุยกระซิบกันอยู่แต่พวกเธอก็ยังมองดูยูอิลฮานที่ยังทำการหัตถกรรมมานาอย่างราบรื่น

ออร่าของหินพลังเวทย์ที่ส่องประกายออกมาทั่วทุกที่มันดูน่ารำคาญเล็กน้อยแต่ว่าการที่มันแสดงออกมาขนาดนี้ก็ได้แสดงถึงพลังที่มากล้นของมัน มันได้รวบรวมออร่านี้เอาไว้และถูกอัดลงไปบนหอก

‘มันดูเหมือนกับได้ดึงเอาพลังทั้งหมดของยมทูตออกมา’

หอกหนามได้เริ่มส่องแสงสว่างออกมา ออร่าสีดำในตอนนี้ก็ปรากฏขึ้นบนหอกหนามอีกด้วย ทุกๆอย่างที่ยูอิลฮษนต้องการจะทำมันได้เข้าไปในหอกและช่วยเพิ่มพลังของหอกขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

ผลของมันใกล้จะออกมาแล้ว ออร่าสีดำที่ซึ่งยูอิลฮานได้ตระหนักว่ามันกำลังจะช่วยเขาอยู่ได้กระจายตัวไปทั่วๆหอกและขยับไปตามการนำของยูอิลฮาน

เพื่อที่จะนำเอาพลังทั้งหมดของบันทึกเรต้าคาร์อิฮ่าห์ที่ครอบครองอยู่ เพื่อที่จำทำให้ยูอิลฮานที่ในตอนนี้กำลังเดินในเส้นทางที่คล้ายๆกับตัวเธอทำให้หอกของมันได้ส่องแสงออกมาเป็นการยอมรับในร่องรอยของเธอ

ไม่นานนักแสงก็ได้หายไป ยูอิลฮานได้จ้องดูหอกนี้จนกระทั่งการเปลื่ยนแปลงของมันได้เสร็จสิ้นลงไปโดยสมบูรณ์ และหลังจากที่กระบวนการทั้งหมดได้จบลงแล้วเขาก็หยิบมันขึ้นมา

[หอกหนามพิฆาตมังกรของยมทูตทมิฬ]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังโจมตี – 4,000]
[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน – ผู้ที่ครอบครองพลังของยมทูต]
[ออฟชั่น –
พลังโจมตี โอกาสคริติคอล และความเสียหายคริติคอลเพิ่มขึ้น 30% เมื่อโจมตีทีเผลอ
ผลทั้งหมดของสกิลของยมทูตเพิ่มขึ้น 30%
โอกาสคริติคอลและความเสียหายเพิ่มขึ้น 150% เมื่อต่อสู้กับเผ่าพันธ์มังกร]
[ความทนทาน 3,200/3,200]
[หอกที่กำเนิดขึ้นมาหลังจากที่ความไม่พอใจและจิตใจที่อาฆาตได้นับมากลั่นกรองด้วยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ คมมีดของมันจะมีไว้คอยการบั่นหัวมังกรตลอดเวลา]

“หือ?”

สองตาของยูอิลฮานได้แสดงความสงสัยออกมา

“มังกร?”
[มังกร?]
[คุณพูดว่ามังกร?]
“ไม่ ออฟชั่นนี่มันไม่ปกติแล้ว”

ยูอิลฮานไม่สามารถจะพูดออกมาได้ถูกเนื่องจากความตกตะลึงของตัวเขาเอง ออฟชั่นที่ปรากฏขึ้นมามันแปลกไปจนทำให้เขาต้องตกตะลึง

อะไรนะ? ในความทรงจำของเขาไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับมังกรซักนิดเลยนะ แต่แล้วทำไมถึงได้มีออฟชั่น ‘พิฆาตมังกร’ ปรากฏออกมาในออฟชั่นล่ะ

[นี่… ฉันคิดว่าคุณได้ดึงบันทึกออกมามากไปนิดนะ] (ลิต้า)
[พิฆาตมังกร… มันดูเหมือนว่าโลกของเรต้าคาร์อิฮ่าห์จะถูกมังกรยึดไปนะ]

ลิต้ากับเอิลต้าได้ตรวจสอบข้อมูลของหอกที่ยูอิลฮานถืออยู่และสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าสมองของยูอิลฮานกำลังทำงานอย่างรวดเร็วอยู่จึงทำให้เขาเข้าใจในสิ่งที่พวกเธอบอกได้อยย่างรวดเร็ว

“เธอหมายความว่าที่มันเป็นแบบนี้เพราการที่หัตถกรรมมานามันสำเร็จมากไปสินะ?”
[ใช่แล้ว คุณน่าจะถอยมันลงมาอีกนิดนะ]

[ถึงแม้แบบนั้นเผ่าพันธ์มังกร… ฉันไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นในอนาคตอีกไกลแค่ไหนกว่าที่คุณจะได้เผชิญหน้ากับพวกนั้น]

ยังไงก็ตามตัวยูอิลฮานในตอนนี้ไม่มีทางไปสู้กับมังกรได้เลย ไม่ว่าเขาจะเก่งแค่ไหนในท้ายที่สุดเขาก็อยู่แค่คลาส 2 แถมยังใช้มานาไม่ได้ด้วย การที่จะสู้กับมังกรให้ได้อย่างเท่าเทียมอย่างน้อยที่สุดเขาก็จะต้องอยู่ในคลาส 3

แต่ว่านอกจากผลที่เกี่ยวข้องกับมังกรแล้วก็ยีงมีโอกาสคริติคอลที่เพิ่มขึ้นมาอีกซึ่งรวมกันของเดิมแล้วมันมีถึง 70% ซึ่งทำให้ยูอิลฮานได้แต่ตกใจกับสิ่งที่ได้รับมาจนพูดไม่ออก

[อย่าเสียใจไปเลย เผ่ามังกรมีอยู่ในทุกๆโลก เมื่อเวลานั้นมาถึงคุณก็จะต้องเผชิญหน้ากับพวกนั้นและอาวุธนี้จะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ให้กับคุณ] (เอิลต้า)
[แต่ว่าอย่างน้อยเผ่ามังกรก็อยู่คลาส 3 ใช่ไหมล่ะ? เขาไม่ควรจะวิ่งเข้าไปเจอกับเจ้าพวกนี้เป็นสิ่งแรกไม่ใช่หรอ?] (ลิต้า)
“ไม่ลิต้า เอิลต้า เธอพูดกันไม่ตรงจุดแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของยูอิลฮานทำให้ลิต้ากับเอิลต้าต่างก็มีเครื่องหมายคำถามขึ้นมา ทูตสวรรค์ทั้งสองคนไม่ได้รู้เลยซักนิด เมื่อยูอิลฮานรู้ว่ามันสื่อไปไม่ถึงแล้วเขาได้แต่ประกาศออกไป

“ความจริงที่ว่าฉันได้รับอาวุธที่ไว้ใช้เผชิญหน้ากับมังกรในตอนนี้มันได้แสดงว่าฉันจะต้องเจอกับพวกมันในเร็วๆนี่แน่! เหตุผลที่ฉันเสียใจมันเป็นเพราะว่าฉันยังอ่อนแอเกินกว่าที่จะสู้กับมังกรต่างหากเล่า!”
[เอ๋ คุณจะบอกแบบนั้นหรอ!?] (เอิลต้า)
[นั่นมันไม่มีทางเป็นจริง] (ลิต้า)

ปฏิกิริยาของลิต้ากับเอิลต้าได้ต่างกันไปโดยสิ้นเชิงแต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเพราะในตอนนี้เขากำลังคิดในสิ่งที่จะทำนับจากนี้ไป

“อย่างแรกเลยฉันควรที่จะติดออฟชั่นที่เกี่ยวข้องกับมังกรลงไปในเซ็ตฉมวกดีไหมนะ? แต่ว่าฉันจะติดตั้งมันได้ยังไงล่ะ!?”
[ใจเย็นก่อนญูอิลฮาน ออฟชั่นมันจะออกมาถ้าหากว่าจิตใจคุณปรารถนาอะไร]
[เดี๋ยวสิ ทำไมเธอถึงได้ไปเล่นมุกต่อกับยูอิลฮานด้วยเอิลต้า]

คนหนึ่งได้เตรียมตัวกับสถานการณ์นี้และอีกคนก็ยังไม่เข้าใจในสถานการณ์นี้เลยแม้แต่นิด

ยูอิลฮานได้ดึงเอากระดูกซี่โครงของหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูงออกมาทำเป็นเซ็ตฉมวก 24 อัน ไม่ว่ายูอิลฮานจะคิดอะไรแต่การทำงานของเขาก็ดูดจะมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงความสนใจของเอิลต้าและลิต้าทำให้ต้องหลงเสน่ห์ในฉากๆนี้

ต่อมาเขาก็ได้เริ่มใช้หินพลังเวทย์คลาส 2 จัดการทำหัตถกรรมมานากับเซ็ตฉมวกเหมือนที่ทำกับหอกหนาม

เชือกหนังที่ทำขึ้นมาจากหนังของหัวหน้าโทรลล์มีความทนทานเป็นอย่างดีจนถึงในจุดที่ต่อให้เรต้าคาร์อิฮาห์ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเธอก็ไม่สามารถจะตัดมันขาดได้ ดังนั้นความหนาของมันก็บอกแล้ว สิ่งที่ยูอิลฮานจะต้องใส่ใจก็คือความยาวของเสาที่จะที่จะปักลงไปในพื้นและผลของฉมวกที่จะมัดศัตรูเอาไว้ในตอนที่ทะลวงเป้าหมาย

“แล้วก็เจ้าเผ่ามังกรนั่นด้วย!”
[ฉันบอกคุณแล้วไงว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้มากนักหรอกน่า?] (ลิต้า)
[ยูอิลฮาน ฉันจะส่งรูปของเผ่ามังกรเข้าไปในสมองของคุณตรงๆ ลองนึกภาพมังกรเอาไว้และจินตนาการถึงฉมวกที่คุณปาไปจะมัดมังกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ]

การมาเป็นคู่หูทูตสวรรค์ก็ยังมีส่วนช่วยเขาในสถานการณ์แบบนี้อีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การฉายภาพในหัวของยูอิลฮานก็ตาม แต่เนื่องจากยูอิลฮานที่ได้เผชิญกับสิ่งมีชีวิตมานับไม่ถ้วนในตอนที่เรียนการชำแหละก็สามารถจะจับจุดเอกลักษณ์ของมังกรได้อย่างด้วยเร็ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็แค่การสร้างฉมวกที่ฆ่ามังกรได้เท่านั้นเอง!

[ฉันบอกไปแล้วนะว่าฉันไม่ยอมรับกับสถานการณ์นี้เลย!] (ลิต้า)

แต่ไม่ว่าลิต้าจะยอมรับหรือไม่ก็ตามการร่วมมือกันระหว่างของยูอิลฮานกับเอิลต้าก็ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น เมื่อสถานการณ์ได้กลายมาเป็นแบบนี้ลิต้าก็ยังคิดว่า ‘หรือว่ายูอิลฮานมีพลังในการคาดการณ์หรอ?’ และเธอก็ได้เฝ้ามองทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด

[เซ็ตฉมวกนักล่ามังกร ‘ยึดแน่น’]
[ระดับ – ยูนีค]
[พลังโจมตี – 2,800]
[ออฟชั่น – การคงสภาพพลังของฉมวกและเสาเพิ่มขึ้น 40% ผลลัพธ์จะเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่ามังกร]
[ความทนทาน – 3,500/3,500]
[ชุดเซ็ตฉมวกที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อล่ามมังกร ถ้าหากว่ามันอยู่ในมือนักล่ามังกรที่เหมาะสมมันก็จะแสดงพลังที่น่าอัศจรรย์ออกมา]

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอมังกรก็ตามแต่พลังของฉมวกก็ยังทรงพลังมาก หากคนอื่นๆมาเห็นเข้าคนๆนั้นก็คงจะเข้าใจผิดว่านี่เป็นอาวุธหลักที่ทำขึ้นด้วยช่างตีเหล็กที่ได้สู้กับเผ่ามังกรในแนวหน้าแน่ แต่จริงๆแล้วยูอิลฮานได้ใช้การหัตถกรรมมานาด้วยภาพที่เอิลต้าส่งมาให้เขาแค่นั้นเอง

“ตอนนี้ก็ถึงเวลาเลือดโทรลล์แล้ว”
[ใช่แล้วทำมันเร็วๆสิ ทำมันให้เสร็จเร็วๆ] (ลิต้า)

ในตอนนี้ลิต้าได้อ้อนวอนออกมาแล้ว ยังไงก็ตามถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะขำท่าทางที่น่ารักของเธอแต่ยูอิลฮานก็ยังไม่ได้หยุดลง

การต้มเลือดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออกไปและเติมเครื่องเทศลงไปเพื่อทำให้มันอร่อยมากขึ้น การทำอาหารนี่มันไม่ใช่กับงานตีเหล็กก่อนหน้านี้ การทำอาหารมันต้องใกล้ชิดยิ่งกว่าการตีเหล็กและเขาก็จะไม่มีทางหยุดลงจนกว่าจะได้ต้มเลือดโทรลล์ทั้งหมด ยูอิลฮานได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมากไปกับเรื่องนี่ มันดูเหมือนกับว่าเขากำลังทำการแปรธาตุมากกว่าการทำอาหารซะอีก

“ฉันของเรียกมันว่าบลัดดริ้งล่ะกัน”
[คุณคิดว่านั่นมันเป็นชื่อที่ดีงั้นหรอ?] (เอิลต้า)
[คุณตั้งชื่อได้ดีมาก!]
“ฟู่ ลิต้าเข้าใจฉัน”

ในตอนนี้เองได้เกิดการประชันสายตากันระหว่างลิต้ากับเอิลต้า นี่เป็นช่วงเวลาที่ทูตสวรรค์ทั้งสองคนได้เจอกับคู่แข่ง

แน่นอนว่าด้วยความบริสุทธิ์กว่าพันปีของยูอิลฮานทำให้เขาได้ต้มเลือดต่อไปโดยไม่สนใจใดๆเลย ยูอิลฮานยังไม่ได้มีแผนที่จะใช้มันเป็นโพชั่นอีกด้วย เขามีแผนที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น ในจุดนี้ทั้งลิต้ากับเอิลต้าต่างก็ตกใจ

เขาได้ทำมันแตกต่างไปจากเลือดหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูง เขาได้ใส่มันลงไปในภาชนะ โพชั่นปกติกับโพชั่นระดับสูง นี่มันก็เหมือนกันกับความต่างระหว่างกาปฟปกติและเอสเพรสโซ

ในตอนที่ทุกๆอย่างได้เสร็จลงไปแล้วดวงอาทิตย์ก็ได้ลอยขึ้นมาพอดี เมื่อเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นมานี้ทำให้เขายืดแขนทั้งสองข้างอย่างภูมิใจ

“ฟู่ ฉันเหนื่อยจัง”
[ตอนนี้คุณว่างมาเล่นกับฉันแล้วใช่ไหม?] (ลิต้า)
[ยูอิลฮานจำเป็นต้องพัก ลิต้าถึงแม้ว่าฉันจะเข้าใจความดีใจที่เธอได้พบกับเขาอีกครั้งก็ตาม แต่มันไม่ใช่ว่าเราควรให้เวลาเขาได้พักหรอ?] (เอิลต้า)

การประชันสายตาได้เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งอย่างรุนแรงโดยที่เจ้าตัวการอย่างยูอิลฮานไม่ได้รู้เลย

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมายูอิลฮานก็ได้ยิ้มขึ้นและส่ายหัว

“ไม่ ฉันไม่เป็นไร ไปเล่นกันลิต้าแล้วก็เธอด้วยเอิลต้า”
[คุณบอกว่า ฉันด้วย?]

ลิต้าที่ใช้เวลาอยู่กับยูอิลฮานมามากกว่าตัวเธอไม่รู้เท่าไหร่ก็อยู่ด้วย เอิลต้าที่คิดว่าเธอจะต้องถูกไล่ออกไปอยู่แล้วได้จบลงด้วยความปรระทับใจเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำของยูอิลฮาน

[ฉันคิดว่าเราไม่ต้องการเธอ]
“ลิต้า การสู้กันมันไม่ดีนะ”

ยูอิลฮานได้กล่าวตำหนิออกมาซึ่งมันเป็นสิ่งที่หาได้ยากจากเขา เนื่องจากว่าตัวเขาเป็นคนที่ไม่ได้สนใจอะไรจากคนอื่นทำให้เขาไม่ได้พูดอะไรแบบนี้ และเพราะการตำหนิของเขามันหาได้ยากมากๆนี้ทำให้ลิต้าต้องตกตะลึงไปอย่างมา

[ฉะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง]
“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอผิด ฉันก็แค่บอกว่าการสู้กับพวกเดียวกันเองมันไม่ดี”

นี่มันน่าจะสมบูรณ์แล้ว แต่ว่ายูอิลฮานได้ย้ำด้วยรอยยิ้มที่สดชื่นของเขา

“สกิลสนับสนุนของทูตสวรรค์มันน่าจะพัฒนาขึ้นไปได้เร็วถ้าฉันเล่นกับพวกเธอสองคน”
[…]
[…]

คำพูดนี้มันดูราวกับออกมาจากเด็กหนุ่มทื่เพิ่มจะเข้าประถม แต่ว่าคำพวกนี้ก็ยังเป็นคำที่มองทะลุไปถึงแก่นแท้ของคลาสรองคู่หูทูตสวรรค์

ใช่แล้ว ยูอิลฮานได้ใช้คลาสรองนี้ขัดกับวัตถุประสงค์แต่แรกของลิต้า แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมาก

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ