0 Views
บทที่ 48 – คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (1)
“ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ”
“นั่นมันเป็นสิ่งที่ฉันควรจะพูดต่างหาก”
หลังจากการต่อสู้ได้จบลงไปแล้วคังฮาจินได้ก้มหัวโค้งให้กับยูอิลฮาน แต่ยูอิลฮานก็แค่โบกมือของเขาและปฏิเสธมัน ถ้าไม่ใช่เพราะคนพวกนี้ยูอิลฮานคงต้องตายไปแล้ว มันก็แค่นี้เอง
“แต่ถ้ามันไม่ตายทางออกของดันเจี้ยนก็จะไม่เปิดขึ้นมาและแบบนั้นพวกเราก็จะตายเหมือนกันนะ ดังนั้นพวกเราสิถึงเป็นคนที่ควรจะขอบคุณนาย”
ยูอิลฮานคิดว่าคนๆนี้หัวแข็งมากๆและไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดเลย แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดออกไป กลับกันเขาได้พูดขึ้นในขณะหยิบเอาหินพลังเวทย์และของของเรต้า คาร์อิฮ่าห์เหลือทิ้งเอาไว้
“ถ้างั้นฉันเอานี่ไปได้ใช่ไหม?”
คิ้วของคังฮาจินได้ขมวดขึ้นแว๊บหนึ่ง แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะพูดอะไรได้…. เนื่องจากว่ามันขัดกับคำพูดของเขาไป พูดตรงๆก็คือหากจะพูดว่ายูอิลฮานเป็นคนฆ่ายมทูตนั่นด้วยตัวเองทั้งหมดมันก็ไม่ได้จะเกินไปเลย ดังนั้นในที่สุดคังฮาจินก็ได้ตัดสินใจจะยอมแพ้อย่างชัดเจน
“โอเค ยูน่าก็น่าจะไม่ได้ต่อต้านเรื่องนี้แน่”
นายูนาไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย
“ส่งเบอร์ของคุณมาให้ฉัน” “ไม่” “โอ้วว ฉันถูกปฏิเสธอีกแล้ว! ถึงแม้ว่าฉันจะสวยขนาดนี้ ถึงแม้ว่าฉันจะสวยที่สุดในโลก!”
นายูนานั้นสวยมากจริงๆ แต่เนื่องจากว่ายูอิลฮานนั้นเป็นคนที่จะไม่ชายตามองคนที่อยู่ต่ำกว่าทูตสวรรค์ที่เขายอมรับทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูไม่ได้พิเศษอะไรมา
แต่เขาก็ยังเข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ภูมิใจกับรูปลักษณ์ของเธอ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเขาจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับมันก็ตาม
ยูอิลฮานได้ปฏิเสธเธอมากยิ่งๆขึ้นไปเพราะความมั่นใจของเธอและยืนยันกับเอิลต้า
“มีอะไรที่ฉันจำเป็นต้องทำที่นี่อีกปะ?”
[มันน่าจะมีอยู่แต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้ พวกเราจำเป็นต้องพัก คุณสู้มามากเกินไปแล้วคุณจะต้องพัก เรื่องส่วนที่เหลือเราจะจัดการเอง เราจะต้องรับผิดชอบที่นี่เป็นที่แรก]
“แต่ว่าในความคิดของฉันมันจะยิ่งกลายเป็นอันตรายยิ่งขึ้นไปอีกนะถ้าพลังของเธอถูกจำกัดขึ้นอีกในระหว่างนั้น”
ความเห็นนี้ของยูอิลฮานตรงจุดมาทำให้เอิลต้าตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ทำอะไรไม่ได้
[จริงๆแล้วฉันก็กังวลในเรื่องนี้เหมือนกัน พวกเราจะผนึกดันเจี้ยนนี้เองโดยใช้พลังของสวรรค์และจะมอบภารกิจให้กับมนุษย์หลังจากนี้ ส่งมอบภารกิจให้พวกคนแบบคุณที่มีความสามารถเป็นพิเศษ]
“ฉันก็พอจะรู้”
ยูอิลฮานได้ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะออกมา
ยังไงก็ตามเขาก็จะไปตำหนิเธอไม่ได้เช่นกัน ในวันนี้เธอก็ได้พยายามมาอย่างหนักเขาจึงปิดปากของเขาเอาไว้ เอิลต้าก็ดูเหมือนจะรู้ในสิ่งที่เขาคิดอยู่ทำให้เธอนอนลงไปบนหัวเขาเงียบๆ
“ออกไปด้วยกันเถอะ คุณคจะไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ใช่ไหม?”
“ถ้าเป็นแบบนั้นโอเค”
เขาได้ออกจากปาร์ตี้ไปแล้ว สกิลติดตัวของเขาก็น่าจะทำงานขึ้นอีกครั้งเมื่อพวกเขาได้ไปถึงเกาหลีดังนั้นเขาก็น่าจะแยกจากคนพวกนี้ได้ทำให้ยูอิลฮานไม่ได้ใส่ใจที่จะปฏิเสธอะไร
เขาได้เสร็จธุระของเขาที่นี่ไปแล้ว การยังอยู่ที่นี่อีกมีแต่เรื่องน่ารำคาญ
“ฉันจะไปดื่มเบียร์กับมิเรย์ในตอนกลับไปเกาหลี!” “ทำตามที่เธอต้องการเถอะ…”
“พี่ต้องไปดื่มกับเราด้วยยยย!”
“ฉันยุ่งอยู่”
“อูววว ในวันนี้ฉันก็ยังถูกปฏิเสธ”
ในขณะเดียวกันนายูนาก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเหนื่อยเลยซักนิด เธอยังคงพูดไม่หยุดเลย ถ้าหากว่าการทำเป็นเด็กคือเคล็ดลับของความสวยล่ะก็งั้นเขาก็คงจะไม่ต้องการมันแน่นอน
ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมากนักดังนั้นยูอิลฮานจึงมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้มบางๆ
“แต่ว่าคุณชื่ออะไรอะ?”
“หืมมมม”
การที่เธอได้เรียกเขาในตอนที่การปกปิดตัวตนของเขาดูเหมือนว่ามันจะใช้งานในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้มันเป็นเรื่องบังเอิฐงั้นนหรอ? ทำไมในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดผู้หญิงคนนี้ถึงได้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงเลยล่ะ…
ยูอิลฮานได้กังวลอยู่เล็กน้อย ไม่ว่าเธอจะรู้หรือไม่ก็ตามแต่นายูนาก็ยังพูดต่อไปด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
“ก่อนหน้านี้ฉันถามเฟย์ต้าแต่เธอบอกว่าถ้าเธอบอกฉันเธอจะตาย”
[ฉันไม่อยากจะยุ่งกับทูตสวรรค์งูพิษนั่นแน่นอน]
ในตอนนี้ยูอิลฮานได้คิดสิ่งหนึ่งขึ้น สิ่งที่เขาคิดก็คือคังมิเรย์
สิ่งแรกเลยมันชัดเจนว่าคังมิเรย์กับสองคนนี้เกี่ยวข้องกันแน่นอน นอกไปจากนี้เขายังรู้ได้ว่าคังงฮาจินที่มีนามสกุลเดียวกับคังมิเรย์น่าจะเป็นเครือญาติกันแน่นอน
พวกเขาจะต้องคุยเรื่องของยูอิลฮานกับเธอแน่นอนและคังมิเรย์ก็น่าจะเชื่อมโยงการปกปิดตัวตนของยูอิลฮาน หอก และคนเกาหลีของเขาได้แน่ มันไม่ใช่ว่ายูอิลฮานจะยโสเกินไปแต่ว่าตัวเขาแข็งแกร่งเกินไปที่จะมีคนที่สองแน่นอน
แต่ว่ามันก็ไม่มีความหมายอะไรที่จะซ่อนมัน
“ยูอิลฮาน”
“ว๊าาา ชื่อเท่จัง!”
เธอได้พูดขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อของเขา พูดตามตรงเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่เลยที่ได้ยินแบบนี้ แต่การตัดสินใจที่แข็งแกร่งในการเป็นผู้โดดเดี่ยวของเขาทำให้เขาไม่อยากเข้าใกล้คนที่ชอบเข้าสังคมแบบนี้เขาได้ทำตัวเย็นชาขึ้นมา
ในขณะเดียวกันคังฮาจินก็ได้มองมาที่เขาราวกับกำลังมองคนแปลกๆ แม้แต่คังฮาจินที่โตขึ้นมากับนายูนาตั้งแต่แรกเกิดก็ยังใจเต้นเป็นบางครั้งเลยเมื่อมองไปที่เธอ แต่ว่ายูอิลฮานกลับปฏิเสธนายูนาแบบนี้นี่มัน
“คุณไม่ต้องไปไกลมากก็ได้ ฉันไม่กินคุณหรอกนะ”
“ถ้าเธอมาใกล้ฉันเกินไปมันจะทำให้ฉันอึดอัดและร้อนมากดังนั้นช่วยไปไกลกว่านี้ซักหน่อยนะ”
“โว้ว!”
ตอนนี้นายูนาดูจะสนุกไกับการคุยกับยูอิลฮานแล้ว ตอนนี้เธออาจจะรู้สึกว่าปฏิกิริยาตอบกลับของยูอิลฮานนั้นต่างไปจากคนอื่นๆแน่นอน
สิ่งใหม่ๆนี้มันทำให้เธอสนุกแต่ว่ามันก็มีขีดจำกัด ถ้าหากว่าไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีกเธอก็จะเบื่อมันในที่สุด คังฮาจินที่ได้เห็นนายูนาดูหัวเราะออกมาก็ดูจะเป็นกังวลในตอนท้าย
อีกไม่นานพวกเขาก็จะออกไปจากดันเจี้ยนแล้ว แต่ว่าน่าทึ่งมากที่ด้านหน้าดันเจี้ยนได้มีทูตสวรรค์จำนวนมากรออยู่พร้อมกับอาวุธพร้อมรบ
เมื่อเห็นการแสดงออกที่เคร่งขรึมของพวกเขามันก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดันจี้ยน
[เอิลต้า]
ทูตสวรรค์เพศหญิงที่ใส่เกราะที่ส่องแสงออกมาได้เดินขึ้นมาเรียกเอิลต้า
[รายงานมา] (ทูตสวรรค์สวมเกราะ)
[เข้าใจแล้ว] (เอิลต้า)
จากคำพูดที่ดูเคารพจากเอิลต้าดูเหมือนว่าทูตสวรรค์คนนี้จะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเอิลต้า ยูอิลฮานได้มองไปที่เฟย์ต้าด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงไม่ได้ถูกเรียกและไม่นนานนักเธอก็กระซิบตอบเขา
[เพราะฉันเป็นหน้าใหม่นะ] (เฟย์ต้า)
[เงียบ] (ทูตสวรรค์สวมเกราะ)
[ฮี้!] (เฟย์ต้า)
เอิลต้าและทูตสวรรค์ที่สวมเกราะดูจะคุยกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่พวกนั้นจะหันหน้ามาทางยูอิลฮาน ทูตสวรรค์ที่สวมเกราะได้พูดออกมา
[มนุษย์ยูอิลฮานมันดูเหมือนว่ามันจะเป็นการยากที่จะหารางวัลให้คุณในทันที]
“อ่า โอเค หลังจากเสร็จงานก็ค่อยเอามาให้ฉันก็ได้”
ยูอิลฮานได้เอียงหัวออกมาเมื่อเขาได้ยินคำว่า ‘รางวัล’ ก่อนที่จะรู้ตัวว่านั่นมันเป็นเพราะการที่เขาได้ช่วยเอิลต้าเอาไว้
เนื่องจากการที่เอิลต้าถูกเห็นทำให้เขาไม่สามารถโจมตีได้ก่อนและนั่นมันก็ทำให้การต่อสู้เสียเปรียบไปเล็กน้อย ยังไงก็ตามมันไม่ได้เหมือนกับว่าเขาต้องการรางวัลในตอนที่ช่วยเอิลต้าเลยดังนั้นจึงทำให้เขาไม่ได้คิดเรื่องรางวัลมาก่อนจนถึงตอนนี้
[ฉันไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้นะแต่ว่านี้มันเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมากๆต่อให้เป็นสวรรค์ก็ตาม สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เราก็คงจะขอยืมตัวเอิลต้าไปสักเดี๋ยวนึง]
“ตามที่เธอต้องการเลย”
[ถ้างั้น….ทุกคนรวมตัว พวกเราจะเริ่มการปิดผนึกดันเจี้ยนชั่วคราว] [ค่ะ!]
ด้วยคำสั่งที่หนักแน่นนี้ของทูตสวรรค์ที่สวมเกราะทำให้ทูตสวรรค์ทั้งหมดได้มารวมตัวกันหน้าทางเข้าวังวน ยูอิลฮานได้คิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้เห็นดันเจี้ยนที่อันตรายปิดลง
มันมีดันเจี้ยนแบบนี้อยู่แค่ที่นี่หรอ? หรือบางทีมันอาจจะปรากฏขึ้นแบบนี้อีกในอนาคตก็ได้ บางทีอาจจะมีคนมาติดกับแบบนีเด้วยก็ได้?
จากนั้นยูอิลฮานก็กำหมัดแน่น เขาไม่ได้สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก เขาก็แค่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเพื่อที่จะเอาตัวรอดได้ เขาไม่มีแผนที่จะหวาดกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดแน่นอน
การปิดผนึกดันเจี้ยนเป็นการชั่วคราวได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ทูตสวรรค์ก็ได้หยุดการส่งพลังไปหลังจากที่ได้เห็นว่าวังวนได้ลดลงไปและในที่สุดก็การเป็นประตูโลหะ
[ด้วยเหตุการนี้โลกได้กลายเป็นเต็มไปด้วยตัวแปลจำนวนมากทำให้พลังของเทพเจ้าใช้ไม่ได้ผลมากนัก เพราะแบบนี้ทูตสวรรค์ที่จะได้รับมอบหมายหน้าที่จะต้องมีมากขึ้นในอนาคตแน่]
ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังมองไปที่ทางเข้าดันเจี้ยนเงียบๆ เขาก็ได้ยินเสียงของทูตสวรรค์ที่ข้างหู
เมื่อเขาได้มองกลับไปเขาก็มองเห็นทูตสวรรค์ที่สวมเกราะอยู่ได้ยิ้มขึ้นที่มุมปากเธอเล็กๆ
[ลิต้าดูเหมือนจะอยากเจอคุณจริงๆ มันคงเป็นความเจ็บปวดอยากมากที่ต้องทนจนถึงตอนนี้]
“คงเป็นแบบนั้น”
เขาได้คิดถึงสิ่งที่เขาคิดเมื่อตอนที่สู้กับเรต้าคาร์อิฮ่าห์เพียงลำพังและใบหน้าของเขาได้แดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็โชคดีที่เขาใส่หน้ากากปิดหน้าเอาไว้อยู่
ในขณะนี้เขาก็คิดได้ว่าทูตสวรรค์ที่ใส่เกราะอยู่ได้พูดมีนัยบางอย่างและเบิกต้าขึ้น
“ดะ เดี๋ยวก่อนนะ”
[ถ้างั้นยูอิลฮาน ฉันหวังว่าคุณจะโชคดีนะ ฉันจะส่งเอิลต้ากลับมาในทันทีที่ธุระเสร็จแล้ว]
[เฟย์ต้า เธอก็ต้องมาด้วย]
[เดี๋ยวก่อน ฉันจำเป็นต้อง… หว่าาาา!]
ทูตสวรรค์ได้หายไปในทันที
“ให้ตายสิ… ก่อนไปเธอก็น่าจะบอกอะไรฉันอีกหน่อยนะ”
“…นายดูสนิทกับพวกนั้นจริงๆเลยนะ”
ในขณะเดียวกันคังฮาจินที่ตัวแข้งทื่อมาตลอดเวลาเนื่องจากออร่าที่ทรงพลังของทูตสวรรค์ทำให้เขาต้องตกใจอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดของยูอิลฮาน ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการด้อยกว่าแล้ว
แน่นอนว่ามันไม่มีทางที่ยูอิลฮานจะรู้ได้ทำให้เขาทำเพียงแค่ยิ้มออกไปอย่างคลุมเครือง
“ตอนนี้ไปกันเถอะพี่ฮาจิน พี่อิลฮาน”
“ฟู่ ใช่แล้ว”
“ฉันไม่ใช่พี่ของเธอ”
นายูนาที่ได้ได้เข้าใจสถานการณ์อะไรเลยได้ดึงเสื้อพวกเขาทั้งสองคน คังฮาจินได้ถอนหายใจออกมาและยูอิลฮานได้ถูกสึกตกใจกระโดดถอยไปทันที
“ถ้างั้นเป็นอิลฮานล่ะ?”
“ต้องขอโทษด้วยแต่ฉันไม่ได้คิดจะสนิทกับเธอดังนั้นอย่างเรียกฉันแบบนั้น”
“โว้ว”
นายูนาได้กลายเป็นสนุกกับปฏิกิริยาของยูอิลฮานจึงทำให้เธอยังคงพูดกับเขาต่อไปจนกระทั่งไปถึงสนามบิน แน่นอนว่ายูอิลฮานแอบหนีไประหว่างทางทำให้เธอได้แต่หวังว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าวันนั้นมันจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ตาม

 

สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ