0 Views

บทที่ 46 – ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (9)

เอิลต้ารู้สึกเหมอนกับว่ายิ่งเธอบินไปไกลเรื่อยๆเธอกลับเข้าไปในความมืดมัว พลังที่เธอมีอยู่ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย

พลังของเธอได้ถูกจำกัดเอาไว้เมื่อเธอได้เข้ามาในโลก เอิลต้าในตอนนี้อ่อนแอยิ่งกว่ายูอิลฮานอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าหากว่ามันไม่ใช่แบบนี้เธอก็คงจะป้องกันตัวจากอันตรายได้แน่นอน

[ฉันได้ยินมาว่าเรื่องแบบนี้มันจะไม่ได้เกิดขึ้นในที่อื่นนอกเสียจากเป็นโลกที่ถูกทอดทิ้ง…]

แต่ว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นบนดันเจี้ยนในโลกล่ะ? เธอได้คิดถึงทฤษฎีมากมายแต่ว่ามันก็เปล่าประโยชน์หากเธอไร้หลักฐานที่จะยืนยันในทฤษฎีพวกนั้น

สิ่งที่สำคัญกว่านั้นอีก็คือผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ก่อน! เอิลต้าได้กัดฟันเพิ่มแรงกับการกระพือปีกมากขึ้น

เธอไม่ได้แค่บินหนีไปจากยูอิลฮานเพื่อจะไม่รบกวนเขาเท่านั้น เธอกำลังมองหากำลังเสริม พวกเขาก็ยังจบด้วยการถูกขังในดันเจี้ยนและคนที่ไม่น่าไว้ใจ

จนกระทั่งผ่านไปพักหนึ่งเธอก็ไม่สามารถจะไปรอบๆได้อย่างไม่ระมัดระวังได้แล้วเนื่องจากว่าตัวเธอไม่แน่ใจ ยังไงก็ตามในขณะที่ยังมีการต่อสู้กับยมทูตอยู่เธอก็สามารถจะรู้สึกถึงสัญญาณจางๆจาากวงแหวนยมทูตอยู่ สัญญาณนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากเฟย์ต้า

และในตอนนี้เฟย์ต้ากำลังอยู่กับคู่หูชายหญิง ทั้งสองคนนี้เป็นคนที่ได้กลายเป็นคลาส 2 ไปได้สำเร็จแล้ว

[การที่พวกเขาที่มีแม้แต่ม้วนคัมภีย์หลบหนีก็ยังออกไปจากดันเจี้ยนได้ ที่แห่งนี้มันอยู่ในสถานการณ์แบบโลกที่ถูกทอดทิ้งเทียมจริงๆ]

และเพื่อที่จะหนีไปจากสถานการณ์นี้มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือไปจากการเอาชนะมอนสเตอร์แปลกๆที่ซึ่งเป็นแกนหลักของดันเจี้ยนนี้

ถ้าหากว่าเอาชนะมอนสเตอร์นั่นได้ดันเจี้ยนจะเปิดขึ้นหรือกับดักแห่งการทำลายจะแสดงตัวเองออกมาหรือดันเจี้ยนจะเข้าสู่สภาพทำลายตัวเองหรืออาจจะมีบางสิ่งเปลื่ยนไป ถ้าหากว่าพวกเขายังไม่ตายไปพวกเขาก็จะต้องร่วมมือกับยูอิลฮาน

มอนสเตอร์ที่มีลักษณ์ภายนอกเป็นยมทูตคือมอนสเตอร์กลายพันธ์คลาส 3 มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ที่ยูอิลฮานกำลังสู้กับมันเพียงลำพัง และเดิมทีมันก็ไม่มีทางที่คนคลาส 2 เพียงแค่สองคนจะมาเปลื่ยนสถานการณ์ได้ แต่ยังไงก็ตามเอิลต้าเชื่อใจในสายตาของเฟย์ต้า เธอเชื่อว่าผู้หญิงที่มีพลังศักดิสิทธิ์คนนั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

[นอกไปจากนี้]

เธอก็ยังคิดเรื่องอิ่นอีก ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นสำเร็จถ้างั้นยูอิลฮานก็จะสามารถเอายมทูตได้!

[เพราะแบบนี้ช่วยอดทนอีกนิดนะยูอิลฮาน]

ใครกันจะไปคิดว่าเธอจะเป็นกังวลในสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำมากขนาดนี้!?

ไม่มีเลยซักคน รวมไปถึงตัวเธอเองด้วยก็ไม่ได้รู้เลย ยังไงก็ตามสัญชาตญาณของเธอก็รู้ว่าอารมณ์นี้ของเธอมันจะส่งผลอย่างมากในอนาคตและเธอก็ไม่ได้เกลียดในความจริงนี้

ความแตกต่างของระดับมันไม่ใช่ปัญหาของเธออีกต่อไป

ดังนั้น ขอร้องล่ะนะ

ในฐานะทูตสวรรค์คนหนึ่ง เธอได้อธิษฐานด้วยนามของเธอที่เธอเดินตามและบินผ่านไปในดันเจี้ยน

นับตั้งแต่ที่เธอแยกมามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ? ยูอิลฮานก็ยังคงต่อสู้กับยมทูตด้วยความยากลำบากมากๆ

“เคร๊ง เคร๊ง”

‘ขีดจำกัด’ คือสิ่งที่เขาได้เจอมาหลายต่อหลายครั้ง ยังไงก็ตามตอนนี้มันก็เป็นสิ่งที่แย่ที่สุดในหมู่ของขีดจำกัด ความเหนื่อยล้าของเขากำลังจะหมดลง บาดแผลได้ปรากฏอยู่ทั่วร่างของเขา และคำสาปที่ซึ่งอยู่บนแขนของเขาก็ได้กระจายออกไปเรื่อยๆจนทำให้สัมผัสของเขาพังลงไป

ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะการฝึกมากเป็นร้อยปีเขาก็คงจะล้มไปนานแล้ว ในตอนนี้ที่เขากำลังเคลื่อนไหวอยู่เขาไม่ได้รู้สึกถึงแขนขาของตัวเองได้อีกแล้ว

เขาก็แค่กำลังเคลื่อนไหวไปตามความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในร่างกายของเขาหลายร้อยปีและเพราะแบบนี้มันทรมานอย่างมาก

[เจ้าไม่ล้ม เจ้าไม่ล้ม]

ยมทูตได้มองมาที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันคืดว่าจะไล่ตามเอิลต้าไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่มันได้ฆ่ายูอิลฮานทำให้มันระดมมสกิลใส่เขาทั้งหมดและต้องขอบคุณเรื่องนี้ทำให้มานาของมันหมดลงไปแล้ว

[ทำไมเจ้าถึงยังไม่ล้ม?]
“ไปถามป้าแกสิไอ้เวร”

ยูอิลฮานได้เหวี่ยงหอกของเขาออกไปอีกครั้ง ตัวเขาได้ทำแบบนี้มาเป็นพันๆครั้งแล้ว หอกของเขาได้ฉีกผิวหนังภายใต้ชุดคลุมที่ฉีกขาดและทำให้เลือดของมันไหล่ออกมา เลือดสีดำของมันได้กระเด็นเข้าใส่เกราะของเขาและเริ่มเผาเกราะเขา เกราะนี้ของเขาได้ใช่ชีวิตเขาไว้หลายครั้งแล้ว

“ฟู่ ฟู่่่”

ยูอิลฮานได้พยายามอย่างมากในการสูดลมหายใจและตั้งท่าให้มั่น เขาได้คำนวนตำแหน่งของศัตรูและจับหอกของเขาเอาไว้ก่อนที่จะพุ่งออกมาทั้งๆที่หลบการโจมตีที่แหลมคมของยมทูต การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ดูเหมือนมนุษย์อีกแล้วแต่ดูเหมือนกับเป็นสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง

จริงๆแล้วคำสาปมันยังส่งผลต่อการมองเห็นของเขาอีกด้วย ในตอนนี้ภาพที่เขามองเห็นได้มัวลงไปเรื่อยๆ ภาพของศัตรู ภาพของตัวเองที่ถือหอกเขายังมองไม่เห็นแล้ว คำสาปที่ทรงพลังนี้ได้กำลังกลืนกินทุกๆอย่างที่เป็นของยูอิลฮาน

แต่ถึงแบบนั้นยูอิลฮานก็ยังเหวี่งหอกของเขาอีกครั้ง หอกที่ถูกเหวี่ยงออกไปด้วยกำลังทั้งหมดของยูอิลฮานได้หลบผ่านเคียวของยมทูตอย่างฉิวเฉียดและเข้าไปที่เอวของมันทำให้เสียงร้องได้ดังออกมา

[อ๊ากกก ข้าจะฆ่าเจ้าได้ยังไง!?]

ในที่สุดความโกรธก็ได้ทำลายขีดจำกัด มันได้ใช้พลังทั้งหมดที่เก็บเอาไว้น่าทูตสวรรค์ออกมาใช้แล้ว ภาพลักษณ์ได้เริ่มเปลื่ยนไป เคียวที่แรมคมและออร่ารอบๆ

การที่มันเก็บพลังไว้จริงๆแล้วยูอิลฮานก็รู้ต่อให้เขาใช้มานาไม่ได้แต่เขาก็สามารถจะสัมผัสถึงมันได้ ความรู้สึกของเวทย์มนตร์มืดที่กำลังอยู่รอบตัวเขา เขาได้พยายามหลบพวกนี้และหัวเราะเล็กๆอย่าง “เฮะๆ”

“พลังเวทย์นี่มันสุดไปเลยเนอะ”

มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าด้วยเวทย์มันสามารถจะทำอะไรก็ได้แต่ว่ามันก็ยังไม่สามารถจะฆ่ายูอิลฮานได้ กลับกันแล้วถ้าหากว่ามันการโจมตีจริงๆ การโจมตีของยูอิลฮานก็เหนือกว่าตัวมันมากๆ

อะไรล่ะคือสิ่งที่ดี อาวุธหรอ? ในท้ายที่สุดแล้วทักษะของผู้ใช้จะเป็นตัวตัดสินทุกสิ่ง แม้กระทั่งตอนนี้ยูอิลฮานก็ได้อ่านการเคลื่อนไหวของเคียวด้วยการใช้สัญชาตญาณและหลบการโจมตีทั้งหมดนี้ในตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่มานาจำนวนมากกำลังระเหยไปในอากาศ

ในตอนนั้นเองที่การเคลื่อนไหวของมันทื่อลง หอกของยูอิลฮานก็พุ่งออกไปอย่างเต็มกำลัง

“ฮ๋าห์”

[ติดคริติคอล!]
[ก๊าซซซซซซซซซ!]

หอกของยูอิลฮานได้แทงเข้าไปที่หน้าอกของมัน การโจมตีนี้ของเขาได้ไปในจุดเดิมซ้ำๆและในทุกสุดเขาก็ทำลายกระดูกของมันสำเร็จ

ยมทูตได้ตัวแข็งทื่อไปในขณะที่โอนเอนและยูอิลฮานก็ได้เหวี่งหอกของเขาออกไปเป็นครั้งที่สองและโจมตีร่างกายของมันสำเร็จ

ยังไงก็ตามโชคร้ายมากที่ในเวลาต่อมายูอิลฮานก็ล้มลงไปกับพื้นแบบนั้น

“อ่า”

แม้แต่สบถออกมาเขายังทำไม่ได้ นี่มันเป็นเพราะว่าเขาไม่รู้ถึงวิธีเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อขากรรไกรของเขา เขารู้สึว่าหากเราไม่ระวังเขาอาจจะเผลอกัดลิ้นไปเลยก็ได้ ปากของเขาก็ยังอยู่ในสภาพกึ่งเปิดกึ่งปิด

คำสาปนี่มันรุนแรงจริงๆ เขาได้พลาดไปครั้งเดียวเท่านั้นและในตอนนี้เขาก็ทำไม่ได้แม้แต่คิดว่าจะขยับไปต่อยังไง เขารู้สึกเหมือนกับว่าประสาทสัมผัสทั้งหมดในร่างของเขาได้พันกันจนมั่ว ใช่แล้วผู้ป่วยอัมพาตก็น่าจะรู้สึกคล้ายๆแบบนี้สินะ

[คุฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า]

ในเวลาต่อมาเคียวของยมทูตก็ได้เหวี่ยงเข้ามาอย่างไร้ปราณี พลังของเกราะของเขามันเป็นพิเศษและสามารถจะป้องกันการโ๗มตีได้มาก แต่ว่ามันก็ไม่สามารถจะป้องกันผลพ่วงอื่นๆได้และมันก็อาจจะจบลงด้วยการถูกทำลาย

[ตาย!]

การโจมตีของยมทูตได้พุ่งเข้ามาที่หลังของเขา ความเจ็บปวดของกระดูกที่ถูกบดขยี้ไปและคำสาปใหม่ที่รุนแรงกว่าอันเดิมได้กระจายไปทั่วร่างของเขาทำให้เขาได้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสติที่กำลังจะหายไป

และการโจมตีต่อไปก็กำลังจะตามมาทำให้จิตใต้สำนึกของเขาบอกให้เขาขยับตัว และเขาก็ทำสำเร็จ

[เจ้ามันดื้อด้าน!]
“ฮี๊”

เสียงแปลกๆนี่ทที่ดูไม่ออกมาเป็นเสียงตะโกนหรือคร่ำครวญได้ดังออกมา แม้แต่ยูอิลฮานยังรู้สึกว่านี่มันตลกมากๆ เขาคิดว่าตัวเขาเองที่คิดแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว

‘ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็อาจจะตายจริงๆ’

มันไม่ใช่แบบในตอนอื่นๆที่้เขาคิดว่าเขาสามารถจะแยกตัวออกไปได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา แต่ยังไงก็ตามในตอนนี้มันไม่ใช่คำสาปใหม่ที่อยู่บนหลังของเขามันอันตรายมาก

การมองเห็นของเขาได้มีดลงไป พละกำลังของเขาไม่มีอีกแล้วและจิตใจของเขามันก็ถูกเมินไปแล้ว ร่างกายของเขาได้เต็มไปด้วยความไร้พลัง เขาสามารถจะยืนได้ด้วยขาของเขาอยู่แต่ว่าเขาก็รู้สึกว่าเขาก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้

นายคิดว่าฉันจะตายหรอ? ยูอิลฮานได้คิดกับตัวเองอย่างหนัก นายคิดว่าฉันจะตาย?

นี้มันเป็นช่วงเวลา 2 เดือนหลังจากหายนะครั้งใหญ่ที่เขาได้ใช้ชีวิตบนโลกเองนะ

เขาไม่ได้ทนมาถึง 1000 ปีอย่างโดดเดี่ยวเพียงแค่เพื่อจะมามีชีวิตแค่ 2 เดือน เขายังมีอีกหลายๆสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จอยู่เลยนะ เขายังมีหลายๆสิ่งที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์กับมันเลยนะ มันยังมีสิ่งที่เขาอยากจะทำ มันยังมีสิ่งที่เขาอยากจะเรียน มันยังมีสิ่งที่เขาอยากจะเห็น มันมีอีกมากกก

ฉันอยากจะเห็นลิต้า
ฉันจะตายแบบนี้ไม่ได้

[ข้าจะเอาชีวิต บันทึกของเจ้า ข้าจะเอาทุกๆอย่างของเจ้า]

ยมทูตได้พูดขึ้นมาอย่างพึงพอใจด้วยความรู้สึกที่มั่นใจในชัยชนะ ถึงแม้ว่ามันจะถูกยูอิลฮานเหนือกว่ามาตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ก็ตาม แต่ในตอนนี้มันได้สังเกตเห็นขีดจำกัดของยูอิลฮานแล้ว มันได้เปลื่ยนไปทันที

ไอ้เจ้าน่าตลกนี่ มันอยากจะหัวเราะมานานแล้วสินะ แต่ก็น่าผิดหวังที่มันไม่มีทางจะเห็นได้

“ใครจะตาย?”

ในตอนนี้เองเขาได้พูดขึ้นอย่างสงสัย เจตนารมณ์ของมนุษย์มันเป็นสิ่งที่น่าสงสัยมากๆ แม้ว่าเขาจะเป็นคนทำมันเขาก็ยังพูดออกไป

“แกคิดว่าฉันจะตายเพื่อแกหรอ?”

ยูอิลฮานได้ขยับร่างของเขาหลบเคียวที่เหวี่ยงเข้ามาเอาชีวิตเขาไป ในตอนนี้เองที่ตัวเขาที่ยังไม่ได้แม้แต่ คลาส 2 ได้ทำลายพลังของคำสาปผ่านพลังจิตใจของตัวเองเพียงลำพัง

ยังไงก็ตามเพราะแบบนี้การเคลื่อนไหลของเขาจึงหยุดลง การเคลื่อนไหลของเขาทำให้เขามีเวลาเพิ่มอีก 3 วินาทีก่อนที่ยมทูตจะเอาชีวิตของเขาไป

และในตอนนี้เองก็ได้มีคนมาถึงภายในเวลา 3 วินาทีนี้

“ย่าห์! ได้โปรดช่วยชีวิตคนๆนั้น!”

บทร่ายเวทย์ที่น่าขำสำหรับยูอิลฮานได้ดังขึ้นมา

ยังไงก็ตามบทร่ายเวทย์ที่น่าขำนี้ได้กำจัดคำสาปทั้งสองอย่างในร่างยูอิลฮาน ฟื้นพละกำลังของเขาเล็กน้อยและทำให้จิตใจของเขามั่นคงมากพอจะหลบการโจมตีต่อมา

[อี้!]
[ยูอิลฮาน]
[โว้ว ทำไมถึงได้มีมอนสเตอร์บ้าๆแบบนี้อยู่ในดันเจี้ยน!?]

“อ่า เวรเอ้ย อ๊าาาาาาา!!!!!!”
[ก๊าซซซซซซซซซ]

อัศวินศักดิ์สิทธิ์คังฮาจินที่มีหน้าที่รับผิดชขอบในพลังชีวิตของทีมและเป็นคนที่ดูไม่ค่อยจะมีอะไรจนกระทั่งตอนนี้ได้พุ่งเข้าไปปะทะกับยมทูต

เดิมทีแล้วมันจะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นแม้แต่นิดแน่นอนแต่ว่าด้วยอาชีพอัศวินศักดิ์สิทธิ์และพรที่แข็งแกร่งเหนือโลกของนายูนาทำให้ความเสียหายบวกกันมากพอจะดันมอนสเตอร์นี้ออกไป

[กี้ ก๊าาาา]

[เยี่ยมมากที่นายยังรอดอยู่ ยูอิลฮาน]
[เขาไม่ใช่มนุษย์แล้ว เขาได้ทำให้มอนสเตอร์นั่นตกอยู่ในสภาพนี่เพียงลำพัง เขาไม่ใช่มนุษย์?!]

เอิลต้าได้พูดออกมาอย่างยินดีและทูตสวรรค์เฟย์ต้าได้กลายเป็นตกตะลึง

ยูอิลฮานได้มองไปที่คนพวกนี้ขณะที่ยิ้มขึ้นก่อนที่จะพบบางสิ่งที่ขอบสายตา หลังจากที่มองไปที่มันเขารู้ได้ทันทีว่าแผนของเอิลต้าคืออะไร

จากเขาก็ถามคังฮาจินที่มองยมทูตอยู่สั้นๆ

“นายยื้อไว้ได้นานแค่ไหน?”
“ด้วยตัวฉันหรอ!?”

คังฮาจินได้ตะโกนอย่างตกใจ เขาได้ยินมาว่ามันจะเป็นการร่วมมือกัน แต่ว่าเมื่อเขาเข้ามามันกลับเปลื่ยนไป ยังไงก็ตามเมื่อมองไปที่สายตาจริงจังของยูอิลฮาน เขาทำได้แต่ตอบไปตามตรงด้วยท่าทางที่จะร้องไห้

“ปะ ประมาณ 30 วินาทีมั้ง?”

แค่ 30 วินาทีจะเปลื่ยนอะไรได้มั้ง? คังฮาจินไม่รู้เลย

ยังไงก็ตามยูอิลฮานทำได้

“นั่นมันมากเลย”

ภายใต้หมวกและหน้ากากที่แตกหักครึ่ง มุมปากของยูอิลฮานได้ฉีกยิ้มออกมา ในขณะที่คังฮาจินยังตั้งตัวไม่ได้ยูอิลฮานก็ดีดตัวเริ่มวิ่งไปแล้ว

เขาได้เริ่มวิ่งไปในทางโทรลล์ทั้งสามที่กำลังเดินอยู่ในขอบสายตาเขา

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ