0 Views

บทที่ 40 – ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (3)

“นี่สินะคงป็นเหตุผลที่ทำให้คนหลายคนไม่สามารถเลเวลมากไปกว่า 50 ได้ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่”

[ประมาณนั้นแหละ]

นี่เป็นบทสนาทนาแรกที่ยูอิลฮานกับเอิลต้าได้พูดขึ้นมาหลังจากได้เห็นข้อความว่า ‘ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวด้วยการโจมตีโดยไม่ตั้งตัว’

ไม่สิ ไม่จริงเลยซักนิด มันจะเป็นไปได้ยังไงที่คนเลเวลน้อยกว่า 50 จะไปฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ได้ในทันที?

มันก็ควรไร้เหตุผลให้มีขีดจำกัดหน่อยสิ นี้มันไม่ได้ต่างไปจากการที่ให้เด็กประถมไปทำข้อสอบของนักศีกษามหาวิทยาลัยเลย

แต่ถึงแบบนั้นเจ้าสิ่งนี้ก็กระตุ้นตัวยูอิลฮานได้เป็นอย่างดี

[คุณจะไปทำมันสำเร็จไปยังไงกัน?]

“ไม่หรอก ฉันพอจะคิดวิธีได้อยู่”

อย่างแรกเลยก็คือภารกิจนี้ต้องทำตามเกณฑ์โจมตีศัตรูในตอนที่ไม่ได้ตั้งตัว พลังของโจมตีของยูอิลฮานก็จะเพิ่มขึ้น 40% เพราะผลของสกิลปกปิดตัวตนแบบติดตัว เพราะเกราะของเขา และเพราะคลาสของเขา แถมบังเอิญว่าในตอนนี้เขาก็ยังมี pile bunker ที่มีพลังทำลายมหาศาลมาด้วย

พลังทำลายของ pile bunker ไม่ใช่ว่าเขาเห็นมันมาหลายครั้งแล้วงั้นหรอ? ถ้าหากว่าเขาพยายามมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

“แต่สำหรับในตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้ แถมมันก็ยังเป็นไปไม่ได้อีกด้วยที่ฉันจะยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง ดังนั้นในตอนนี้มีแค่อย่างเดียวที่ฉันทำได้”

[แล้วนั่นคือ?]

“แล้วเธอคิดว่าอะไรล่ะ?”

เอิลต้าได้คิดครู่หนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานนักเธอก็ตอบออกมา

[หัตถกรรมมานาใช่ไหม?]

ถูกต้อง ยูอิลฮานได้วางแผนที่จะทำการหัตถกรรมมานากับ pile bunker และเกราะเต็มตัวของเขา แค่นี้มันก็อาจจะยังไม่พอดังนั้นเขาก็เลยได้วางแผนที่จะปรับแต่ง pile bunker เป็นพิเศษอีกด้วย

สำหรับขั้นจอนการปรับแต่งเขาจำเป็นต้องได้หินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 3 มาก่อน

“ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ฉันก็น่าจะยอมแพ้การวิวัฒนาการสกิลพักผ่อนเอาไว้ก่อน”

[คุณเพิ่งจะทำตามเงื่อนไขได้ครบแต่แล้วมันกลับเป็นแบบนี้]

เอิลต้าดูจะผิดหวังมากยิ่งกว่าตัวยูอิลฮานซะอีก เขาได้แต่ยิ้มเงียบๆ

“มันช่วยไม่ได้นี่ ถึงเธอจะบอกว่ามันเป็นสกิลพักผ่อนที่พัฒนาขึ้นแต่ว่ามันก็ไม่ใช่สกิลเอาไว้ต่อสู้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นถ้าหากว่าฉันเลื่อนขั้นไปคลาส 2 ได้เสร็จมันก็น่าจะดีกว่า ส่วนหินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 3 ฉันค่อยไปหามาหลังจากนั้นก็ได้”

[คุณพูดถูก นั้นมันสมเหตุสมผลจริงๆแหละ ฉันก็แค่รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยนะ]

เดิมที่หัตถกรรมมานาสามารถจะทำขึ้นได้โดยไม่มีหินพลังเวทย์ แต่มันเป็นเพราะตัวยูอิลฮานไม่สามารถจะใช้มานาได้ทำให้เขาจำเป็นต้องใช้หินพลังเวทย์ช่วย แต่ยังไงก็ตามการใช้หินพลังเวทย์ในการทำหัตถกรรมมานาก็จะส่งผลมากกว่าการทำหัตถกรรมมานาด้วยมานาตามปกติอย่างมาก

เพียงแค่หินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 1 กับหินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 2 ก็ต่างกันมากแล้ว ถ้าอย่างนั้นหากเป็นหินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 3 จะน่าทึ่งขนาดไหนกัน?

เพื่อที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จแล้วยูอิลฮานได้ยอมที่จะเลื่อนการวิวัฒนาการสกิลออกไปโดยไม่ลังเลใจ

“เอาล่ะถ้างั้น”

[เอ๋ คุณจะเริ่มเลยงั้นหรอ?]

“ฉันจะไปกินข้าวก่อนอะ ฉันหิว”

[ฉันรู้… ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้!]

ยูอิลฮานได้เริ่มกระบวนการทำอาหารของเขาทันที ไม่นานนักกลิ่นหอมของอาหารก็ได้ลอยออกมา

“ฉันชำนาญในสกิลการทำอาหารประมาณนึงแล้วสินะ?”

[นี้มันคือการโกง!]

สกิลคือสิ่งที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง สกิลการทำอาหารได้เพิ่มมากขึ้นในตอนที่เขาได้ใช้เนื้อมอนสเตอร?มาประกอบอาหาร ยิ่งเมื่อสกิลพัฒนาไปเท่าไหร่เส้นทางการทำอาหารที่ถูกต้องและอร่อยของยูอิลฮานก็จะถูกเปิดขึ้นมาเองอัตโนมัติ

แน่นอนว่าหากเขายังย่างเนื้อโทรลล์ต่อไปแบบนี้อีกไม่นานการพัฒนาของสกิลก็จะหยุดลง แต่ความฝันของยูอิลฮานมันยิ่งใหญ่กว่านี้มาก เขาต้องการที่จะลิ้มลองอาหารของมอนสเตอร์ทุกชนิด เป้าหมายสุดท้ายของเขาก็คือสเต็คมังกร

“หลังจากกินเสร็จฉันควรจะไปเริ่มงานเลยดีไหมนะ? … ถ้าหากว่าฉันเจอมอนสเตอร์คลาส 3 ในดันเจี้ยนนี้มันก็น่าจะง่ายขึ้นนะ”

[ถึงฉันจะไม่มั่นใจนัก แต่ฉันก็คิดว่าน่าจะมีอยู่]

“บังเอิญจริงๆเลย”

ด้วยขนาดวังวนในทางเข้า พื้นที่ที่กว้างใหญ่ภายใน ยูอิลฮานได้มั่นใจเลยว่ามันจะไม่มีทางที่จะไม่มีมอนสเตอร์คลาส 3 อย่างแน่นอน

“นักเขียนชาวรัสเซียที่ฉันเคารพรักเคยกว่าวไว้ว่า ถ้าหากว่าปืนปรากฏขึ้นในบทแรกมันจะต้องมีแรมโบ้ปรากฏขึ้นมาในบทที่ 3 แน่นอน”

[ฉันไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ]

ยูอิลฮานได้กินอาหารไปและพูดสิ่งไร้สาระออกมา เอิลต้าได้มองมาที่เขาด้วยสายตาหน่ายใจทันที

ในตอนนั้นเองที่เอิลต้าได้เงยหน้าขึ้นมาเธอได้ขำขึ้นทันที

[ดูเหมือนว่าแรมโบ้จะมาแล้วล่ะ]

“แรมโบ้? มอนสเตอร์คลาส 3 โผล่มาแล้วหรอ?”

[คิดให้ดีสิ ย้อนกลับไปนึกถึงปืนในบทแรกของการเดินทางของคุณนะ]

ตอนนี้ภาพของหนุ่มสาวชาวเกาหลีที่คุยกันเรื่องแกรนด์แคนยอนก็ได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาทันที ยูอิลฮานได้ใบหน้ามืดมนลงไป

“เหี้ย!”

[พวกเขามานูนแล้ว]

ในทันทีที่เอิลต้าได้พูดแบบนี้แมลงป่องขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นมาเองจากสุดขอบฟ้า ยูอิลฮานจำขึ้นได้ทันทีว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อนเมื่อไม่นานมานี้

“ทำไมแมลงป่องทะเลทรายถึงได้ปรากฏตัวบนที่ราบสูงอีกแล้วล่ะเนี้ย!”

[ไปช่วยคนพวกนั้นได้แล้ว]

ในก้ามซ้ายของแมงป่องทะเลทรายร่างยักษ์กว่า 4 เมตรได้จับหญิงสาวชุดนักบวชนายูนาเอาไว้อยู่ การที่เธอยังไม่ตัวขาดครึ่งมันเป็นเพราะตัวเธอได้ร่ายสกิลป้องกันไว้กับร่างของเธอ

[เพราะแบบนี้ไงฉันถึงได้บอกให้ระวัง!]

“กรี๊ดดดด! ช่วยฉันด้วย! นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปฉันจะเริ่มกินผักแล้ว ขอร้องล่ะช่วยฉันเถอะ!”

“เวรเอ้ย”

ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ได้ร้องออกมาอยู่ถัดไปจากหญิงสาวที่ถูกก้ามแม่งป่องจับเอาไว้อยู่ และข้างหลังสุดก็คือชาวหนุ่มในชุดเกราะกำลังวิ่งไล่ตามแมงป่องมา เขาเป็นแฟนของเธอจริงๆ

ขนาดพวกเขามีทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์อยู่ด้วยแต่แล้วพวกมันมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ได้ยังไงกัน!? ยูอิลฮานอยากจะไม่สนใจพวกนี้เลยจริงๆ แต่ว่าในเมื่อเขาเห็นสถานการณ์นี้แล้วมันดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะอยู่ในอันตรายมากๆ ความจริงคือเวทย์ป้องกันของเธอมันยังรับมือก้ามแมงป่องได้ยู แต่ว่ายูอิลฮานที่ไม่รู้เรื่องเวทย์เลยทำให้เขาไม่รู้เรื่องนี้

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นและเก็บเครื่องมือทำอาหารของเขาเก็บลงไป

“ทำไมพวกนั้นถึงได้มาลำบากแบบนี้กับเจ้าพวกมอนสเตอร์อ่อนแอด้วยล่ะ?”

[ไม่ว่าใครที่ถูกซุ่มโจมตีต่างก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ถึงแม้อย่างนั้นคุณก็คงไม่มีทางรู้ได้ไปตลอดชีวิตแน่นอน]

“ฉันสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังในคำพูดของเธอนา… ฮ่าห์”

หลังจากบ่นตอบเอิลตจ้าออกไปยูอิลฮานก็ได้ตั้งท่าและขว้างตะแกรงโลหะที่เขาใช้ย่างเนื้อโทรลล์ออกไป เอิลต้าได้หวาดกลัวกับฉากๆนี้

[นี่คุณคิดจะโยนตะแกรงโลหะออกไปโจมตีมันทั้งแบบนี้เนี้ยนะ!?]

“ไม่ต้องห่วงน่า นั่นมันคือหัวใจโลหะเลยนะ”

[…นี่คุณกำลังจะบอกว่าคุณได้ใช้โลหะที่มีค่าแบบนั้นมาทำตะแกรงงั้นหรอ?]

“ใช่แล้ว การเอาตะแกรงโลหะฆ่ามอนสเตอร์มันเป็นความใฝ่ฝันของฉันเลยนะ

ตะแกรงโลหะที่ยูอิลฮานได้ขว้างออกไปได้รับผลจากสกิลยิงขั้นสูงสุดทำให้มันทะลวงผ่านอากาศออกไปอย่างแหลมคมเหมือนกับกระสุนก่อนที่จะเจาะทะลุเข้าไปในก้ามของแมงป่อง

การที่ตะแกรงโลหะได้แทงเข้าไปในก้ามแข็งๆเหมือนกับเต้าหู้นี่มันเป็นฉากที่ไม่เคยมีใครคิดฝันมาก่อน

[กีซซซซซซซซซซซ]

การที่ก้ามมันถูกเจาะมันเจ็บขนาดนี้เลยงั้นหรอ? แมงป่องทะเลทรายยักษ์ไม่สามารถจะทนกับความเจ็บปวดนี้ได้ทำให้มันได้ปล่อยให้หญิงสาวที่ถูกก้ามหนีบเอาไว้อยู่หลุดไปทันที

ในตอนนี้เองยูอิลฮานก็ได้ตระหนักถึงบางอย่าง แม้ว่าเขาจะทำการโจมตีครั้งแรกออกไปแล้วแต่แมงป่องก็ยังไม่เจอเขาเลย มันดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะการโจมตีของเขามันเร็วเกินไปและอยู่ในที่ที่ตรวจหาได้ยากจึงทำให้สกิลปกปิดตัวตนติดตัวของเขายังไม่ได้หายไป

ยูอิลฮานได้กระโดดขึ้นไปด้วยความคิดว่าเขาน่าจะทำการทดลองมากกว่านี้ในทีหลัง แมงป่องก็ยังคงวิ่งคลั่งไปอยู่รอบๆและผู้หญิงคนนั้นก็กำลังตกลงมาจากบนท้องฟ้าอย่างไร้การป้องกัน เธอจะต้องบาดเจ็บมากยิ่งขึ้นแน่

“กรี๊ดดดด! หือ?”

ยูอิลฮานได้เข้ามมาถึงตัวหญิงสาวก่อนและจับแขนข้างหนึ่งของเธอเอาไว้ก่อนจะโยนเธอออกไปโดยที่เธอยังไม่เลยด้วยซ้ำว่าแขนเธอถูกคว้าเอาไว้ แน่นอนว่าเป้าหมายที่เขาโยนไปคือชายที่กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ฮิ้!!!!”
“หือ?”

เนื่องจากว่าจู่ๆผู้หญิงคนนี้ลอยมาทำให้ผู้ชายตั้งตัวรับเธอเอาไว้ไม่ทัน ในขณะที่ทั้งสองคนนี้ได้กลิ้งลงไปกับพื้นจากการปะทะกัน ยูอิลฮานก็กระโดดสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าและหยิบเอาหอกยมทูตทมิฬขึ้นมาก่อนที่จะเหวี่ยงใส่หัวของแมงป่อง

[ติดคริติคอล!]
[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 668,938]
[คุณได้รับบันทึกแมงป่องทะเลทรายยักษ์เลเวล 78]
[สกิลการโจมตีคริติคอลได้กลายเป็นเลเวล 9]

หลังจากได้ยืนยันถึงเลเวลของแมงป่องและยูอิลฮานได้บ่นขึ้นอย่างตกตะลึง

“หือ? ทำไมเลเวลมันสูงจังเลยล่ะ?”

[สัมผัสของคุณใช่ได้เลยนะ แต่ไม่ใช่ว่าคุณบอกว่ามันเป็นศัตรูที่อ่อนแอหรอ?]

“ใช่แล้ว”

มันเป็นแบบนั้นจริงๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะการฝึกเป็นพันปีของเขาทำให้เขาสามารถจะแยกแยะได้ว่าศัตรูตัวไหนแข็งยังไงด้วยการใช้สัมผัส

เขาจะสามารถรู้สึกได้เลยว่า ‘ดูเหมือนฉันสู้ได้’ หรือไม่ก็ ‘ง่ายมาก’ จะยกเว้นก็แต่ว่ามันเป็นศัตรูที่อ่อนแอมากๆหรือไม่ก็แข็งแกร่งเกินไป

ด้วยมาตราฐานของตัวเข้าแล้วแมงป่องทะเลทรายยักษ์เป็นศัตรูที่เขารู้สึกได้ว่ามันเผชิญหน้าได้ง่ายมาก มันเป็นการง่ายที่เขาจะห่ามัน แต่ยังไงก็ตามเลเวลของมันสูงทีเดียวดังนั้นมันจึงทำให้เขาสับสน

ยังไงก็ตามไม่นานนักคำถามนี้ก็ได้ถูกเอิลต้าเฉลยออกมา

[ศัตรูของุณมันอ่อนแอจริงๆนั้นแหละยูอิลฮาน มันใช้พิษของมันเป็นอาวุธแต่ว่าตัวคุณดันไปมีการต้านทานพิษระดับสูงไงล่ะ]

“โอ้ แบบนี้สินะ”

มันก็เหมือนกับในตอนที่เขาสู้กับเสือดาวเงาในก่อนหน้านี้ ตัวเสือดาวมันมีพลังพิเศษในการปกปิดตัวตนและเพราะแบบนั้นความสามารถส่วนที่เหลือของมันก็เลยอ่อนแอ

เหตุผลที่ทำไมยูอิลฮานฆ่ามันได้ก็เพราะแบบนี้นี่เอง

แมงป่องตัวนี้ก็ไม่ได้ต่างไปเลย พลังหลักๆของมันได้อยู่ที่การใช้พิษทำให้ในด้านอื่นๆของมันอ่อนแอ แต่แล้วพิษของมันกลับใช้งานกับยูอิลฮานไม่ได้ เขาก็เลยล่ามันได้ง่ายๆ

หลังจากที่ได้รู้คำตอบนี้แล้วยูอิลฮานก็ได้เริ่มชำแหละตัวมันด้วยความยินดี แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ลืมไปเก็บตะแกรงโลหะกลับมา

“รสชาติของแมงป่องทะเลทรายตามปกติก็ยอดเยี่ยมแล้วนะ แล้วถ้างั้นเจ้าตัวนี้มันจะเป็นยังไงกันนะ?”

[คุณกำลังวางแผนจะย่างมันที่นี่อีกแล้ว!]

ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังชำแหละอยู่อย่างนี้เอง นายูนากับพวกของเธอคังฮาจินก็ลุกขึ้นมาได้แล้ว

ในตอนที่ยูอิลฮานได้จัดการฆ่าแมงป่องทะเลทรายไปตัวตนของเขาก็ถูกเผยออกมาแล้วและยิ่งในตอนนี้เขาก็กำลังทำการชำแหละแมงป่องยักษ์อยู่อีกด้วย ทำให้พวกเธอมองเห็นยูอิลฮษนได้อย่างชัดเจน

“อ่า คนๆนั้นนี่”

[ใช่แล้ว เด็กคนนั้นนั่นแหละ]

เมื่อนายูนาได้พูดออกมา ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ของเธอเฟย์ต้าก็ได้พูดขึ้น หลังจากที่ได้ยินแบบนี้คังฮาจินก็ได้ถามขึ้นอย่างสงสัย

“อะไรนะ?”

“พี่จำไม่ได้หรอ? คนๆนั้นเป็นคนที่จัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดใน LA ไง”

“อ่า เกราะนั่น! แต่ว่าเขาได้ใส่หน้ากากแทนหมวกนี่”

“นี้มันก็เท่เหมือนกันเลยยยย! อย่างที่คิดเลยเขาคืออัศวินทมิฬแห่ง LA!”

“พรืดดด!”

ยูอิลฮานได้ไอออกมาเนื่องจากเขาไม่สามารถจะทนกับชื่อแบบนั้นได้ ในขณะที่เขากำลังทำการชำแหละอยู่อย่างละเอียดอ่อนนี้ เขาก็ได้ถามออกไปถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับคนพวกนี้ก็ตาม

“อะไร? แห่ง LA อะไร?”

“เขาพูดภาษาเกาหลีจริงๆ เหมือนกับที่เฟย์ต้าบอกเลย”

นายูนาได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส ในตอนนี้เขาก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขากำลังคุยกันด้วยภาษาเกาหลี! มันดูเหมือนว่าทูตสวรรค์เฟย์ต้าจะบอกพวกเขาแล้วว่ายูอิลฮานคือคนเกาหลี

เมื่อได้เห็นเอิลต้ากัดฟันของเธอแน่นมันก็ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เฟย์ต้าจะต้องได้รับโทษของเธอแน่ๆ

“อัศวินทมิฬแห่งLA! คนที่กำลังเป็นกระแสในเฟสบุ๊คไง”

“อะไรล่ะนั่น…?”

ยูอิลฮานได้พึมพัมขึ้นอย่างตกตะลึง มันไม่มีทางที่การกระทำของเขาใน LA จะกระจายไปทั่วในเฟสบุ๊คสิ แต่เมื่อเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่เชื่อถือของยูอิลฮานทำให้นายูนาได้ยื่นโทรศัพท์ของเธอมาให้เขาดู ภาพตัวเขาที่ใส่เกราะใส่เหวี่ยงดาบไปทั่วได้โผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน

“มีการพูดถึงว่าคุณคืออัศวินทมิฬจากอเมริกา”

“บางคนก็ยังบอกว่าคุณเป็นเอฟบีไอ”

ถ้าหากว่ามันเป็นอย่างนี้ต่อไปก็อาจจะมีการพูดถึงว่าเขาเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมแน่ เอิลต้าได้กัดฟันแน่นยิ่งขึ้นในขณะที่ยูอิลฮานตกตะลึง

[ฉันบอกแล้วไงว่าการมาดูอะไรแบบนี้มันเสียเวลาชีวิต ของแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีเลยนอกจากการหลอกลวงโกหก!]

“เธอนี่มีบาดแผลอะไรกับอินเทอร์เน็ตหรอถึงได้เกลียดชังมันขนาดนี้….”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับคำพูดของเอิลต้าและหันหน้าไปมองหนุ่มหล่อกับสาวสวยที่มองดูเขาอยู่

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ