0 Views

บทที่ 33 – การล้นทะลักของพลัง (1)

[ชุดเกราะทมิฬ ‘แข็ง’ ‘สั่นสะท้าน’ ‘ซ่อนเร้น’]
[ระดับ – ตำนาน]
[ป้องกัน – 4,800]
[ออฟชั่น –
เพิ่มพลังป้องกัน 40%
เพิ่มพลังโจมตี 30% เมื่อโจมตีในตอนที่ศัตรูคาดไม่ถึง]
[ความทนทาน 2,550/2,550]
[ผลงานชิ้นเอกของช่างระดับสูงสุดที่สร้างมันขึ้นมาด้วยหัวใจโลหะยักษ์กับหัวใจโลหะ มันเป็นผลงานชิ้นเอกทั้งไม่ว่าจะในด้านพลังป้องกัน รูปลักษ์ และส่วนช่วยในการโจมตี]

นี่เป็นครั้งแรกที่ยูอิลฮานได้สร้างไอเทมขึ้นด้วยทักษะของตัวเองจนมีระดับตำนาน นี้เป็นระดับที่สูงกว่ายูนีค

แม้ว่าออฟชั่น 3 อย่างจะน่าทึ่งมากพอแล้ว แต่ผลของออฟชั่นทั้ง 3 อย่างก็ยังให้ผลที่มากจนน่าทึ่ง ลืมพลังป้องกันของเกราะหนังอันเก่าไปได้เลยหากนำมาเทียบกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีออฟชั่นเพิ่มพลังการโจมตีอีกด้วย

และเนื่องจากตัวยูอิลฮานเป็นผู้ใช้หอกที่พร่ามัวทำให้พลังในการโจมตีตอนที่เขาปกปิดตัวตนอยู่เพิ่มขึ้น 10% อีกด้วย ยิ่งหากโจมตีในตอนที่ศัตรูคาดไม่ถึงอีกมันจะทำให้การโจมตีของเขาถูกเพิ่มไปถึง 40% แล้วหากเขาใช้หอกอีกล่ะ? มันจะเพิ่มไปถึง 50%

[ในความคิดของฉันนะ]

เมื่อได้เห็นความสามารถที่มากจนเกินไปนี้ต่อหน้าต่อตาทำให้เอิลต้าเปิดปากออกมา

[ออฟชั่นอัลฟ่า ‘สั่นสะท้าน’ จะต้องเป็นตัวเพิ่มผลให้กับออฟชั่นอีกสองอย่าง]
“ถ้างั้นมันก็คือออฟชั่นที่จะเพิ่มผลลัพธ์ของออฟชั่นอันอื่นๆสินะ แถมมันยังเป็นไปได้อีกด้วยที่จะทำให้มีออฟชั่นสามอย่างสินะ?”
[ฉันไม่รู้ จริงๆแล้วฉันก็ยังไม่เข้าใจเลย นี่มันเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ฉันได้เห็นออฟชั่นถึงสามอย่างในไอเทมชิ้นเดียว นอกจากนี้เกราะนี่มันยังไม่ได้ทำการหัตถกรรมมานาเลยด้วยซ้ำไป!]

นี้คือความจริง แม้ว่าการสร้างไอเทมด้วยหัวใจโลหะมันทำให้เกิดออฟชั่นขึ้นง่าย แต่ว่าการที่มีออฟชั่นติดมากับไอเทมมากขนาดนี้มันก็ทำให้เอิลต้าตกใจมาก

[หรือว่ามันเป็นเพราะฉายา ‘ผู้สร้างแห่งตำนาน’ ที่ทำได้ทำให้สิ่งเป็นไปไม่ได้ถูกก้าวข้ามขีดจำกัดจนมันเป็นไปได้กันนะ? ยังไงก็ตามต่อให้ฉันจะพูดแบบนี้ฉันก็ยังไม่มั่นใจกับตัวเองเลย ประวัติศาสตร์ใหม่จะต้องถูกคุณสร้างขึ้นแน่นอน]
“บ้าอะไรล่ะนั่น มันฟังดูน่ากลัวจังเลยนะ ฉันอยากจะมีชีวิตที่ยืนยาว ชีวิตที่ยาวนานนะ”
[ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น…. กลับกันเลยยูอิลฮานนายพอจะมีความคิดที่จะขายอุปกรณ์ที่คุณสร้างขึ้นมาให้คนอื่นไหม?]
“อืมม ก็มีนิดหน่อย”

เขาได้มีความคิดที่จะขายออกไปอยู่เช่นกัน

[ไม่ ห้ามเลยเด็ดขาด การขายไอเท็มที่มีออฟชั่น 3 อย่างไปให้คนอื่นๆมันจะเป็นการเปิดเผยความสามารถขงคุณออกมา นี่มันอันตรายเกินไป เข้าใจนะ?]

แล้วถ้าฉันสร้างอันที่มันมีออฟชั่น 4 อย่างล่ะ? ยูอิลฮานอยากจะล้อเล่นแบบนี้ออกไปแต่ว่าท่าทางของเอิลต้ามันจริงจังเกินกว่าที่เขาจะทำแบบนั้นได้ เขาได้แต่หยักหน้าเงียบๆ

ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกประทับใจที่เอิลต้าเปิดใจจนถึงขนาดให้คำแนะนำกับเขาอย่างจริงจัง

[สามออฟชั่น… อ่าาา ดูเหมือนว่าวันนี้ฉันจะต้องสร้างคำใหม่ขึ้นมาซะแล้ว]
“คำใหม่?”
[…ฉันจะขอยืนยันว่าออฟชั่นอย่างที่สามจะต้องถูกเรียกว่าออฟชั่นแกมม่า]

เขาได้มองไปเล็กน้อย ชื่อนี่มันไม่ได้มีความน่าตกใจอะไรเลยสักนิด เขาได้พยายามอย่างมากที่จะไม่ตอบโต้คำของเอิลต้าและเปิดประตูห้องทำงานของเขา

เมื่อเขาเปิดเข้ามามันก็เป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้เลย ฉากในห้องทำงานของเขาได้เปลื่ยนไปอย่างสมบูรณ์

[…คุณจะไม่ตกใจหน่อยหรอ?]
“โอ้ เสียใจด้วยนะ ฉันแสร้งทำเป็นตกใจไม่เก่งนะ หรือว่าฉันควรฝึกมันด้วยไหม?”
[ชั่งมัน!]

แน่นอนว่าไอเทมที่เขาได้ยืมมาอย่างค้อน ทั่ง และเครื่องมือต่างๆได้หายไปแล้ว แต่ยังไงก็ตามได้มีบางอย่างเข้ามาแทนที่มันคือเครื่องมีที่ทำมาจากโลหะสีดำที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

แม้แต่เตาไฟที่เพลิงนิรันดร์ลุกอยู่ก็ยังถูกเปลื่ยนเป็นใหญ่และซับซ้อนมากขึ้น

[สวรรค์ได้ทึ่งกับความสามารถและผลงานที่คุณทำออกมามากทำให้สวรรค์ได้ตัดสินใจที่จะมอบร่างวัลให้สมกับสิ่งที่คุณได้ทำ ไม่สิ ผลงานของคุณมันเกินกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้ซะอีก นี่คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับแล้ว เครื่องมือในห้องทำงานตอนนี้ทั้งหมดถูกทำขึ้นมาจากโลหะที่จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อโลกได้วิวัฒนาการขึ้นไปอีกถึงสองระดับ แม้ว่ามันจะเทียบกับเครื่องมือที่ยืมมาจากสวรรค์ไม่ได้ แต่ต่อให้คุณได้ฮาคาเนี่ยมมา คุณก็สามารถจะใช้เครื่องมือพวกนี้จัดการฮาคาเนี่ยมได้เช่นกัน]
“ขอบคุณนะ”

ยูอิลฮานรู้สึกพอใจมากกับการได้รับค้อนและทั่งอันใหม่มา เพราะว่าถ้าหากว่าเขาไม่มีอุปกรณ์ที่ดีเขาก็คงไม่มีทางจะทำผลงานชิ้นเอกอะไรแบบนี้ได้แน่นอน

เมื่อเห็นเขาชอบแบบนี้เอิลต้าก็ยิ้มออกมาและพูดขึ้น

[ฉันก็ต้องขอบคุณที่คุณทำงานของคุณอย่างสุดความสามารถจนภารกิจเสร็จสมบูรณ์เหมือนกัน]

[ภารกิจจากสรรค์ 002 สร้างกับดักแห่งการทำลาย ภารกิจสำเร็จ]
[สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 5]
[เนื่องจากว่าความสำเร็จของเควสของคุณได้เกินขีดจำกัดไปทั้งหมดทำให้คุณได้รับรางวัลเพิ่มเติม]

ในตอนนี้เองเขาก็ได้ยินข่าวดีขึ้นมา

[รางวัลยังไม่ได้หมดแค่นี้]

สเตตัสสำหรับสี่เลเวล การปรับอุปกรณ์ใหม่ในห้องทำงาน ของมูลของดันเจี้ยนโลหะ กระเป๋าสะพายที่ทำหน้าที่เป็นช่องเก็บของ แค่ขอพวกนี้ยูอิลฮานก็รู้สึกพอใจแล้ว

เมื่อเขาได้มองไปทางเอิลต้าด้วยสายตาเป็นประกาย เธอก็ได้แสดงใบหน้าจริงจังและหยิบเอาไอเทมออกมาจากช่องเก็บของของเธอ

[บันทึกสกิลความต้านทานพิษระดับสูง]

“ไม่มีทางน่า!?”

เขาก็เคยคิดเอาไว้ว่าเขาจะได้เห็นสกิลในรูปแบบของหนังสือเหมือนกับในเกมเช่นกัน หนังสือสกิลที่จะได้รับสกิลมาจากการแค่อ่านมัน

ใช่แล้ว เขาไม่ได้ตกใจที่ได้รางวัลเป็นสกิล แต่ที่เขาต้องใจเพราะว่าสกิลที่เขาได้มามันน่าทึ่งมาก

“ไม่ใช่ว่าสกิลนี้มันเรียนได้ยากมากๆหรอ!?”

เขานั้นมีความต้องการที่จะได้ความต้านทานพิษเหมือนกัน แต่ว่าการต้านทานระดับสูงนี่มัน! เมื่อได้เห็นยูอิลฮานอุทานออกมาอย่างตกใจนี้ทำให้เอิลต้าขำออกมาและพูดขึ้น

[คุณก็รู้ใช่ไหมล่ะว่ามันมีค่ามากแค่ไหน? ไม่ใช่แค่นั้นนะ การจะเรียนความต้านทานพิษระดับต่ำก็ยากมากแล้ว และยิ่งการจะวิวัฒนาการมันจนเป็นการต้านทานพิษระดับสูงมันก็ยากมากๆเลยล่ะ ความยากในการที่จะได้รับความต้านทานพิษระดับต้ำก็คือระดับ A ส่วนการจะฝึกมันก็มีความยากในระดับ S]

[ตอนแรกพวกเราก็คิดไว้ว่าจะให้ความต้านทานพิษระดับต่ำกับคุณ แต่ว่าด้วยความสามารถของคุณที่มันเหนือกว่าที่เราคิดไว้ทำให้เขาเพิ่มขึ้นกลายเป็นความต้านพิษระดับกลาง แต่ว่าเนื่องจากคุณก็ยังประสบความสำเร็จในการใช้ฮาคาเนียมในปริมาณที่น้อยมากๆทำให้ท้ายที่สุดเลยกลายมาเป็นความต้านทานพิษระดับสูงนี่แหละ]
“ขอบคุณนะ….!”
[ถ้าหากว่าคุณมีความต้านทานพิษระดับสูงแล้ว คุณก็สามารถจะเมินเฉยต่อพิษของมอนสเตอร์คลาส 4 ได้เลยด้วย ช่วยรู้ถึงคุณค่าของมันด้วยนะ]
“ตอนนี้ฉันก็เคี้ยวเนื้อโทรลล์ได้โดยไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว!”
[….ใช่แล้ว อืมม เอาเถอะนั่นก็ไม่ได้ผิดอะไร]

ดูเหมือนว่าเอิลต้าจะซึมไปเล็กน้อยแต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเลยซักนิด เขาได้หยิบเอาหนังสือมาและปิดตาอย่างตื่นเต้นทันที การคาดเดาของเขาก็ถูกต้องทำให้มีข้อความว่า [คุณจะดูดซับแก่นแท้ของบันทึกไหม?] ปรากฏขึ้นมา

เมื่อเขาได้แสดงการยืนยันออกไปโดยไม่ลังเลหนังสือเล่มนี้ก็ได้ส่องแสงออกมาก่อนที่น้ำหนักจะค่อยๆหายไปจากมือเขา

จากนั้น

[คุณได้เรียนรู้สกิลต้านทานพิษระดับสูง]

เมื่อเขาเปิดตามาหนังสือบนมือเขาก็หายไปแล้ว แต่ว่าได้เกิดการเปลื่ยนแปลงเกิดขึ้นบนร่างกายเขาอย่างชัดเจนแทน ในตอนนี้เขามีความมั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไรแล้วต่อให้กินเนื้อพิษจากมอนสเตอร์ ตอนนี้เขาจะไม่ถูกล้อด้วยคำว่า [ถ้าคุณมีความต้านทานพิษ] อีกต่อไปแล้ว!

แม้ว่าจะมีคนเดียวที่ทำแบบนั้นคือเอิลต้าก็ตามที แต่ว่าตอนนี้เขาก็มีการต้านทานพิษระดับสูงแล้วทำให้เขารู้สึกดีใจมากๆ

“เอิลต้าฉันรักเธอ”
[อ่า ฉันก็กะไว้แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้]

เอิลต้าได้ปล่อยผ่านคำสารภาพของเขาไปเหมือนกับไม่มีค่าอะไรและพูดต่อออกมา

[ถ้างั้นฉันจะให้รางวัลอันสุดท้ายแล้วนะ]

ความจริงนี่เธออยากจะทำให้ยูอิลฮานตกใจ แต่ว่าเขาไม่ได้รู้สึกตกใจหรืออะไรเลยทำให้เอิลต้าต้องเดาะลิ้นออกมา

[รางวัลอย่างสุดท้ายก็ยังเป็นข้อมูล]
“เยี่ยม ถ้างั้นก็ไปกันเลย”

ยูอิลฮานได้หยักหน้าอย่างยินดีเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนี้ ตอนแรกเอิลต้าก็สับสนมากเพราะเธอยังไม่ได้พูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับดันเจี้ยนซักคำแต่ยูอิลฮานในตอนนี้ได้ตรวจสอบของในกระเป๋าสะพายแล้ว

“มันคือข้อมูลของดันเจี้ยนโทรลล์ใช่ไหมล่ะ? แล้วมันอยู่ไหนงั้นหรอ?”
[ฉันเกลียดคุณจริงๆ…]

เอิลต้าได้กัดฟันมองยูอิลฮานที่สามารถจะเดาสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างดี ยังไงก็ตามเขาพูดถูกเธอเถียงอะไรเขาไม่ได้เลย

ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วเธอก็แค่ต้องบอกที่ตั้งให้กับเขาไป นี้มันเป็นเพราะสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

[ดันเจี้ยนโทรลล์อยู่ในอเมริกา]
“อเมริกา!”

การสวนกลับด้วยสถานที่ตั้งของดันเจี้ยนมันได้ผลอย่างมาก ใบหน้าของยูอิลฮานได้เปลื่ยนเป็นสีดำทันที

ยูอิลฮานได้มองดูยูอิลฮานที่สติหลุดไป ยูอิลฮานก็มองเธอกลับมาด้วยสายตาที่บอกว่า ‘ฉันจะต้องไปอเมริกาจริงๆ?’ แต่ว่าเธอก็ได้แต่ยิ้มและหยักหน้าอย่างเมตตา เขาเกลียดรอยยิ้มนี้ของเธอ

[พวกเราต้องไปที่แอริโซนาในอเมริกา ดีล่ะ ถ้างั้นก็รีบหน่อย]
“เดี๋ยวก่อนสิเอิลต้า”
[อะไรหรอ?]

ยูอิลฮานได้ยิ้มแห้งๆและตอบเอิลต้าที่ดูจะสับสนจริงๆไป

“ฉันไม่มีพาสปอร์ตอะ”
[…..]

ยูอิลฮานได้ไปเที่ยวรอบโลกมาในเวลาหลายร้อยปีของเขาและเขาก็ยังเคยไปแอริโซนามาก่อน แต่ว่าเขากลับไม่มีพาสปอร์ต ถึงว่าหากจะเป็นเรื่องที่ถูกที่เขาบอกว่าเขาไม่มีพาสปอร์ต แต่ว่าเอิลต้าก็ยังกระพริบตาไปมาหลายครั้งกับสถานการณ์ที่เธอไม่เคยคาดคิดเอาไว้

[งั้นไปทำพาสปอร์ตแล้วก็การเดินทางไปอเมริกาต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าวัน โอ้พระเจ้า จะเกิดอะไรขึ้นกันล่ะถ้าหากว่าดันเจี้ยนโทรลล์ได้ถูกจัดการไปก่อนแล้วในระหว่างนั้น? คุณก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอให้ดันเจี้ยนโทรลล์แห่งอื่นปรากฏขึ้นมาหรือไม่ก็รอให้โทรลล์ที่นั่นเกิดมาใหม่]
“ไม่เป็นไร”

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็มั่นใจเอามากๆด้วยเหตุผลบางอย่าง

“ถึงแม้ว่าฉันจะผ่านประตูไปตอนนี้ฉันก็มั่นใจมากๆเลยว่าฉันจะผ่านเข้าไปได้โดยไม่มีใครรู้แน่นอน!”
[นี้มันบ้าไปแล้วนะ! นี่คือการบุกรุก! นี่มันผิดกฏหมาย!]

ยูอิลฮานไม่ได้สนใจคำของเอิลต้าสักนิดเลย ในบางครั้งมนุษย์ก็จะต้องมีช่วงเวลาที่จะต้องสละสิ่งเล็กๆอย่างจิตสำนึกหรือศีลธรรมของพวกเขาเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน

และนี่มันคือช่วงเวลานั้นของยูอิลฮาน

[ไม่ว่าคุณจะอ้างมันยังไงก็ตามแต่นี่มันก็ยังเป็นอาชญากรรม!]

ตอนนี้คือเวลาที่แผนลักลอบเข้าเมืองของยูอิลฮานได้เริ่มขึ้น

“ผมจะต้องไปซักสองสามวัน”

เนื่องจากว่าเขาไม่สามารถจะพูดออกไปตรงๆได้ว่าเขาจะลักลอบเข้าอเมริกา ทำให้ยูอิลฮานได้บอกแบบนี้ออกไปกับแม่ของเขา แม้ว่าแม่ของเขาจะตกใจเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้หยุดเขาไว้

ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าเขาได้ตัดสินใจที่จะออกมาจากมหาลัยและบางทีก็อาจจะเป็นเพราะว่าแม่ของเขาได้รู้ว่าเขากำลังไรอยู่ด้วย

“อ่า ไปเที่ยวก็ระวังตัวด้วยนะลูก อย่าลืมกินข้าวนะ”
“ไม่ต้องห่วงครับแม่”

เขาไม่สามารถจะพูดออกมาได้ว่า ‘ผมสามารถจะกินอะไรก็ตามบนท้องถนนได้เพราะผมมีสกิลต้านทานพิษ’ เขายิ่งพูดไม่ได้เลยว่าเขากำลังจะไปลองลิ้มรสของโทรลล์!

ยูอิลฮานก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างการใส่เกราะกลางถนน เขาใส่เพียงแค่เกราะด้านในเหมือนกับตัวที่เขาให้พ่อกับแม่เท่านั้นเอง จากนั้นเขาก็ใส่แจ็คเก็ตหนังคลุมเอาไว้ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือหน้ากากกระโหลกหมาป่าโลกันณ์ของเขา

[ต่อให้คุณไม่ได้ทำแบบนี้คนอื่นๆก็ไม่รู้ถึงตัวตนของคุณอยู่ดี ใส่เกราะไปเถอะน่า]
“เธอไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไง”

ยูอิลฮานได้ออกมาจากบ้านด้วยชุดที่เหมือนวัยรุ่นธรรมดาและมุ่งหน้าตรงสู่สนามบิน

แม้ว่าสายการบินจะเปิดขึ้นมาแล้วหลังจากโลกได้มีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ไม่เพียงแต่มันมีราคามากๆเท่านั้นมันยังต้องมีสิทธิพิเศษระดับสูงอีกด้วยถึงจะขึ้นเครื่องได้ นี่มันเป็นเพราะว่าเครื่องบินรบไม่สามารถจะบรรทุกคนได้มาก แถมการใช้เครื่องบินตามปกติจะเกิดอันตรายขึ้นจากมอนสเตอร์ได้ คนที่จะขึ้นได้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้พลังที่เข้าร่วมกับรัฐบาล

ยูอิลฮานที่อ่านดูบทความพวกนี้จากอินเตอร์เน็ตก็ได้บ่นออกมา

“นี่มันก็คือเหยื่อที่รัฐบาลวางเอาไว้แล้วพวกเขาก็จะไปติดงั้นหรอ?”
[ยูอิลฮาน ช่วยจำเอาไว้ด้วยว่าบางสิ่งที่คุณคิดว่ามันไร้ค่ามันก็อาจจะมีค่ามากๆสำหรับคนอื่นๆ คุณจะต้องเจ็บปวดมากแน่ๆถ้าหากว่าคุณยังติดสินตามมาตราฐานของตัวเองอยู่แบบนี้]
“ว้าว เอิลต้าพูดถูกเลย….”

การจะไปแอริโซน่าจะต้องลงจากเครื่องกลางทาง ทำให้ยูอิลฮานต้องตัดสินใจขึ้นเที่ยวบินที่จะบินไปลอสแอนเจลิสที่เร็วที่สุดแทน ตัวเขาได้หลบขึ้นไปบนเครื่องบินได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรเลย

“น่าทึ่งมาก ระบบการตรวจจับสมัยใหม่มันไม่ได้ผลอะไรกับสกิลการปกปิดตัวตนของฉันเลยสักนิด!”
[ต่อให้เป็นเวทย์สมัยใหม่ก็อาจจะยังตรวจไม่พบเลย…..]

การลับลอบเข้าเมืองของเขาได้เป็นไปอย่างราบรื่น จริงๆแล้วมันราบรื่นเอามากๆเลย

ใช่แล้ว จนกระทั่งเขาได้มาถึงลอสแอนเจลิส

“มอนสเตอร์”
“กองทัพมอนสเตอร์ กองทัพมอนสเตอร์มันกำลังทำลายเมืองอยู่!”

เมื่อเขาได้มาถึงสนามบินฝั่งลอสแอนเจลิสเขาก็ได้ยินสิ่งที่แย่เอามากๆ และเพราะแบบนี้ทำให้เที่ยวบินหลายสายล่าช้าไป

ยูอิลฮานได้พึมพัมเงียบๆขึ้นทันทีหลังจากเขามองดูคนวิ่งกันวุ่นวายเหมือนกับในหนังซอมบี้ที่เขาเคยดู

“เอิลต้าคำพูดต่อไปของเธอคือ ‘ฉันคิดว่ามันมีบางอย่างผิดพลาด'”
[ฉันคิดว่ามันมีบางอย่างผิ…. เฮ้!?]

ถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะพูดแบบนั้นเขาก็ไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิเอิลต้า ในเมื่อทุกๆอย่างที่มันเกิดขึ้นนี้่ต่างอยู่ในการคำนวณของเขาแล้ว มนุษยชาตไม่เคยที่จะพ้นจากปัญหาไปได้แน่นอน

ไม่ว่าทูตสวรรค์จะมีพลังมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่มีทางจะไปตรัสรู้ได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว พวกเขาได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อมนุษย์ไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์จะต้องทำก็คือทำให้สิ่งที่พวกเขาพอทำได้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

ยูอิลฮานได้ใส่เกราะของเขาและถือหอกขึ้นมา

ในตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาจะต้องเอาชนะการ ‘ล้นทะลัก’ ของพลังเป็นครั้งแรกบนโลกแล้ว

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <