0 Views

บทที่ 32 – ฉันยังต้องไปดันเจี้ยน (4)

 

กับดักแห่งการทำลายเกือบจะถึง 30 อันที่ถูกทำขึ้นโดยยูอิลฮานได้ถูกติดตั้งเอาไว้ทั่วโลกและเปลื่ยนแปลงคุณสมบัติของกับดักแห่งการทำลายอันเก่าของเทพเจ้าให้เข้ากับคุณสมบัติของโลกมากขึ้นจนสามารถจะล่อมอนสเตอร์ได้

เมื่อดันเจี้ยนนับพัน นับหมื่น นับแสนได้เริ่มทำงานขึ้นไม่ว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นจะอยู่มานานกี่ปีและวิวัฒนามาจนพิเศษแค่ไหนบนโลกพวกมันก็ไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป

เพราะแบบนี้เองทำให้มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวตามเมืองและในชุมชนของมนุษย์ได้เริ่มหายไป โลกในตอนนี้ได้เริ่มมีเสถียรภาพมากขี้น

[หลายๆประเทศในทวีเอเชียอย่างเกาหลี ญี่ปุ่นและจีนกำลังมีเสถียรภาพ]
[ในข่าวอื่นๆก็ยังมีรายงานว่ามีข้อจำกัดต่างๆในการรับเควสที่ต่างโลกอีกด้วย สิ่งมีชีวิตขั้นสูงที่ถูกกล่าวถึงในโลกอื่นก็ดูเหมือนจะ….]

ชาวโลกจะเกิดปัญหาแน่ถ้าหากไปทำแต่เควสอยู่ในต่างโลกในเมื่อมอนสเตอร์บนโลกได้เข้าไปติดกับในดันเจี้ยนแล้วและตอนนี้แม้แต่มอนสเตอร์ใหม่ๆที่ไม่เคยมีอยู่บนโลกก็ได้เริ่มปรากฏออกมาแล้ว สิ่งมีชีวิตขั้นสูงจึงได้เริ่มจำกัดการรับภารกิจเอาไว้เพื่อให้ชาวโลกกลับมาที่โลกของตัวเอง

วิธีนี้มันได้ผลเป็นอย่างมาก ตอนนี้จำนวนคนที่กลับมาได้เพิ่มมากขึ้น

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องน่ารำคาญแน่ๆ”

ยูอิลฮานได้ปิดทีวีลงไปและบ่นออกมา กระทั่งในตอนนี้เขาก็ยังได้ยินเสียงดังวุ่นวายจากด้านนอกได้เลยด้วยซ้ำไป เสียงนี่ไม่ใช่เสียงเล็กๆที่เกิดจากการลาดตระเวนของทหาร แต่เสียงนี้เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตของมนุษย์

“ฉันเดาว่าพอกับแม่ของฉันก็น่าจะกลับมาได้แล้วนะ”

[ก็อาจจะ]

เอิลต้าได้ตอบกลับมาส่งๆเหมือนไม่ได้สนใจเลย ที่เธอเป็นแบบนี้เพราะว่าตัวเธอกำลังจดจ่ออยู่กับอุปกรณ์ที่เขาเพิ่งจะทำเสร็จขึ้นมา

[มันมีออฟชั่นติดมาไหม?]
“อ่า อาจจะนะ ฉันกำลังจะหลับไปแล้ว ฉันยืนยันมันไม่ได้แต่ฉันคิดว่าข้อความมันยาวทีเดียวนะ”

เหตุผลของการที่เขาหันไปดูทีวีก็เพื่อจะรวบรวมข้อมูลใหม่ๆเพื่อกลบความง่วงนอนของเขา เอิลต้าก็ไม่ใช่คนที่จะช่วยคุยเป็นเพื่อนเขาแก้ง่วงแน่นอน

ทำไมเขาถึงเหนื่อยแบบนี้งั้นหรอ? ง่ายมาก นี่มันเป็นเพราะว่าตัวเขายังไม่ได้นอนเลยนับตั้งแต่ที่ออกมาจากดันเจี้ยน

ตอนนี้การสร้างกับดักแห่งการทำลายก็ได้จบลงไปแล้ว เพื่อที่จะฉลองเขาได้มุ่งมั่นกับการนำเอาหัวใจโลหะกับหัวใจโลหะยักษ์มาตีเหล็ก เพราะแบบนี้เองทำให้เขาไม่สามารถจะพักได้เนื่องจากว่าอาการคึกอยากจะทำสิ่งนี้

ไม่สิ พูดตามตรงก็คือตอนนี้การสร้างกับดักแห่งการทำลายก็เสร็จไปแล้วทำให้เขาไม่รู้เลยว่าทูตสวรรค์จะเอาเครื่องมือจากเขาไปเมื่อไหร่ดังนั้นเขาจะต้องรีบแบบนี้

ยังไงก็ตามผลที่ได้ก็คือเขาทำงานชิ้นนี้ของเขาได้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่ทูตสวรรค์จะเอาเครื่องมือไปจากเขา

“ถ้าหากฉันมีหินพลังเวทย์มันก็น่าจะดีกว่านี้อีก”

[หัวใจพวกนี้คือมานาในรูปแบบที่ถูกควบแน่นแล้ว หัวใจโลหะก็นับรวมอยู่ด้วย โลหะที่ได้รับมาจากตัวมอนสเตอร์จะถูกเรียกว่าแก่นโลหะ อุปกรณ์ที่ทำขึ้นด้วยแก่นโลหะนี้จะทำให้ใช้มานาจากหัตถกรรมมานาน้อยลง]

“ถ้างั้นออฟชั่นมันก็จะติดง่ายขึ้นด้วยใช่ไหม?”

[คุณเข้าใจถูกแล้ว คุณควรจะขอบคุณฉันนะที่ฉันบอกข้อมูลนี้กับคุณก่อนที่โลหะพวกนี้จะถูกคนอื่นผูกขาดไป]
“อ๊าา ก็แค่ส่งรางวัลที่เหลือให้ฉันก็พอแล้ว”

ยูอิลฮานได้บ่นกลับไปและตรวจสอบในสิ่งที่เขาได้ทำขึ้นมา

อย่างแรกเลยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างอุปกรณ์ป้องกัน เขาได้สร้างเกราะเต็มรูปแบบขึ้นทั่วทั้งตัวจากหมวกไปจนถึงรองเท้า เขาได้ใช้หัวใจโลหะยักษ์ไปจนแทบจะหมดกับสิ่งๆนี้

โลหะพวกนี้สมแล้วที่อยู่ในระดับสูง มันทั้งแข็งมากและหลอมละลายได้ยาก ยังไงก็ตามยูอิลฮานที่ได้มีประสบการณ์ในการจัดการฮาคาเนี่ยมที่อยู่เหนือกว่าหัวใจโลหะยักษ์ไปหลายระดับมาแล้วจึงไม่ได้เผชิญกับปัญหาใดๆเลย หัวใจโลหะไม่มีทางจะต้านทานการร่วมมือที่สมบูรณ์แบบของยูอิลฮานกับเพลิงนิรันดร์ได้ มันได้ถูกละลายและผ่านกระบวนการแปรรูปไปในทันที

ต่อมาสิ่งที่เขาทำก็คืออาวุธ หอกเหล็กที่ต้องทรมานมามากจนถึงตอนนี้ก็ควรจะได้พักแล้ว เขาได้ใช้หัวใจโลหะยักษ์สำหรับทำเป็นหัวหอก เขาได้ลงทุนใช้หัวใจโลหะอย่างไม่ใส่ใจและทำหอกทั้งอันขึ้นจากโลหะ แต่แม้ว่าเขาจะทำแบบนั้นก็ตามเขาก็ยังสร้างดาบใหญ่และค้อนศึกขึ้นอีกด้วย

จริงๆแล้วเขาก็อยากจะทำอาวุธทุกชนิดที่เขาใช้ด้วยซ้ำไปแต่ว่าด้วยหัวใจโลหะที่มีจำนวนจำกัดทำให้เขาได้แต่หยุดตัวเองเอาไว้

เขายังสร้างกระสุนของ pile bunker ขึ้นมาใหม่อีกด้วย เขาได้ทำกระสุนขึ้นจากกระดูกของมอนสเตอร์แหลมคมที่เขามีอยู่เต็มห้องทำงานและยังเคลือบกระดูกนั้นด้วยโลหะอีกชั้นทำให้พลังในการทะลวงของมันเพิ่มขึ้น และด้วยการที่เขาได้ใช้กระดูกทั้งหมดที่เขามีทำให้เขาสร้างกระสุนได้เกือบ 100 อัน

เขาทำกระสุนขึ้นใหม่ แล้วเขาไม่ได้ทำอะไรกับตัว pile bunker เลยงั้นหรอ? ไม่เลย แม้ว่าเขาจะไม่ได้แยกส่วนของมันทั้งหมดแต่ว่าเขาก็ได้ปรับแต่งภายในของมันด้วยโลหะที่ได้มาใหม่นี้ อาวุธที่น่ากลัวของเขาได้ถูกเสริมไปอีกระดับแล้ว

นอกจากนี้เขาก็ยังอยากจะทำเซ็ตเครื่องมือช่างขึ้นมาใหม่เพื่อแทนที่ทั่งเหล็กกับค้อนในปัจจุบันอีกด้วยซ้ำไปแต่ว่าเอิลต้าได้หยุดเขาเอาไว้ทำให้เขายังไม่ได้ทำแบบนั้น เขาก็พอจะเดาเหตุผลที่เธอหยุดเขาได้ด้วยเช่นกัน

“ยังไงก็เถอะในตอนนี้ฉันทำงานของฉันหมดแล้วสินะ? ฉันไม่ได้พลาดอะไรไปหรอกใช่ไหม?”
[คุณนี่มันเป็นมนุษย์ที่ดื้อรั้นจริงๆ]
“ถ้าเธอพูดแบบนั้นแสดงว่าทุกๆอย่างเสร็จแล้ว อ่า ฉันก็น่าจะไปอาบน้ำนอนได้แล้ว”
[คุณจะไม่ตรวจสอบดูข้อมูลของที่คุณทำขึ้นหน่อยหรอ?]
“ฉันค่อยทำแบบนั้นตอนตื่นขึ้นมา สำหรับตอนนี้ฉันไม่คิดว่ามันจะมีอะไรเข้าหัวฉันได้อีกแล้ว รางวัลก็เหมือนกัน”

ยูอิลฮานได้วางค้อนที่เขาถือมามากกว่า 24 ชม. ลงไปบนทั่งและค่อยๆเช็ดค้อนและทั่ง เนื่องจากว่าเขาได้อยู่กับเครื่องมือนี้มามากกว่าเดือนทำให้เขารู้สึกผิดหวังมากที่จะต้องแยกจากมัน

“รอฉันก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะพาพวกนายกับมาแน่นอน”
[คุณไม่จำเป็นต้องพูดลาเหมือนกับตัวเอกลาคนรักก็ได้นะ]
“เธอรู้จักฉันดีไปแล้ว”
[ฉันก็บอกแล้วไงว่าคุณอ่านออกง่ายเกินไป]

ยูอิลฮานได้ทิ้งตัวลงไปแนบกับทั่งและค้อนก่อนจะยืนขึ้นมา เขาได้วางของทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคตไปในกระเป๋าสะพายหมดแล้ว

ยังไงก็ตามในตอนที่เขากำลังรวบรวมเอาอุปกรณ์เก่าๆรวมไปถึงหอกด้วยเขาก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเพลิงนิรันดร์ลุกขึ้น

“หืมม?”

ยูอิลฮานได้ยกเกราะหนังขึ้นมาเหมือนกับจะบอกว่า ‘นี่หรอ’ เพลิงนิรันดร์ก็ได้เปล่งไฟออกมานอกจากเตาจนดูเหมือนมันกำลังแลบลิ้นออกมา

“นายอยากจะกินเจ้านี่สินะ?”

เพลิงได้ลุกขึ้น ยูอิลฮานถามเอิลต้าต่อทันที

“ฉันจะให้อาหารมันได้ไหม?”
[เพลิงนิรันดร์ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ…. แต่ว่าการให้อาหารมันก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้เพลิงนิรันดร์ก็ยังมีค่าประสบการณ์และบันทึกเกี่ยวกับอุปกรณ์เหมือนกัน อย่างน้อยมันก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรแน่]

ในเมื่อยูอิลฮานไม่มีคนรู้จักดังนั้นเขาก็ไม่มีทางจะส่งผ่านของพวกนี้ไปให้คนอื่นอยู่แล้ว ยูอิลฮานได้โยนเกราะหนังเข้าไปในเตาไฟทันที

เพลิงนิรันดร์ได้เผาขึ้นเหมือนกับเปิดปากและกลืนเกราะหนังลงไป จากนั้นมันก็เริ่มสั่นเหมือนกับกำลังตื่นเต้น ยูอิลฮานได้โยนอาวุธที่ทำจากกระดูกมอนสเตอร์และของที่เขาไม่ได้ใช้แล้วเขาไปในเพลิงนิรันดร์ต่อทันที และในท้ายที่สุดเขาก็ยังโยนหอกเหล็กเข้าไปในนั้นอย่างไม่ลังเลใจซักนิด

เพลิงนิรันดร์ได้กลืนกินทุกๆอย่างและเผาไหม้ทุกสิ่งในนั้นจนเกลี้ยง ตอนนั้นเองเพลิงที่เผาไหม้อยู่ก็ได้ลุกเป็นสีน้ำเงินครู่หนึ่ง

“อะไรล่ะนั่น เลเวลมันเพิ่มงั้นหรอ?”
[ประมาณนะ ฉันเคยบอกแล้วนี่ว่าเพลิงนิรันดร์จะเผาไหม้ไปชั่วนิรันดร์และพัฒนาขึ้นไป แต่ว่าการที่มันพัฒนาไปในขั้นต่อไปแล้วนี่….]

ยูอิลฮานก็สงสัยมากเช่นกันว่ามันพัฒนาไปมากแค่ไหนแต่ว่าตัวเขาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะมาทดสอบได้แล้ว

ยูอิลฮานได้โบกมือของเขาสองครั้บทำให้เพลิงนิรันดร์ได้ส่ายไปมาด้วยความยินดี จากั้นเขาก็ออกมาจากที่ทำงานและมุ่งหน้าไปที่บ้านท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยเสียงดังวุ่นวาย

เขาไม่ได้เจอพ่อกับแม่ที่บ้าน ทำไมท่านยังไม่กลับนะ? เขาได้แต่ระงับความกังวลเอาไว้และเข้าไปอาบน้ำ

เขาได้เช็ดตัวและมองดูร่างกายตัวเองผ่านกระจกด้วยความคิดว่า ‘ไม่ใช่ว่าฉันหล่อขึ้นหรอ?’ และจากนั้นก็กระโดดไปนอนบนเตียงหลับไป

พอเขาตื่นขึ้นมาอีกทีบ้านของเขาก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมแล้ว หลังจากนั้นยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที

[ยินดีด้วยนะทั้งสองคนกลับมาอย่างปลอดภัย]

เอิลต้าดูเหมือนว่าจะรู้ถึงสิ่งที่เขาคิดเหมือนกัน เขาได้ยิ้มขึ้นและไปใส่เสื้อ เมื่อเขาได้ลงมาที่ห้องนั่งเล่นพ่อของเขาก็กินอาหารอยู่

“พ่อจะรีบไปไหนหรอครับ?”
“ตอนนี้พ่อต้องไปทำงาน”
“ทำงาน!?”

ตอนนี้มันมีเสถียรภาพพอที่จะทำงานตามปกติแล้ว! แล้วนี่ก็ยังดึกอยู่ด้วยนะ! เมื่อได้ยินเสียงที่ดูตกใจของยูอิลฮานทำให้พ่อพูดออกมาอย่างขมขื่น

“ข้อจำกัดของธุรกรรมทางการเงินมันเพิ่งจะหายไปนี่เอง บริษัทปลายแถวต่างก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังและก็หากพ่อไม่ยอมไปทำงาน พ่อก็จะถูกสังคมถึงไปข้างหลังไปด้วยแน่”

การสนทนาของครอบครับตามปกติได้หายไปและสังคมปกติก็หายไปแล้ว หัวใจตัวยูอิลฮานก็ยังพังทลายลง

“พ่อได้ยินมาด้วยนะว่าผู้ช่วยคิมในแผนกของเราได้ตัดสินใจที่จะลาออกและไปเป็นนักล่าเพราะเขามีพรสวรรค์ในการใช้มานา ลูกพ่อ พ่อต้องขอโทษด้วยนะที่พ่อให้ดีเอ็นเอที่ไม่ดีกับลูกไป แต่ว่าลูกต้องพยายามตั้งใจเรียนการใช้มานาและกลายเป็นนักล่าให้ได้นะ”
“แล้วคุณได้ไปถึงขั้นไหนแล้วค่ะ?”
“ฉันเพิ่งจะมาถึงคลาส 1 เอง มอนสเตอร์พวกนั้นน่ากลัวเกินไป”

ยูอิลฮานได้รู้สึกว่าเขาจะต้องร้องไห้แน่ๆหากเขาสามารถรู้สึกถึงความเศร้าจริงๆที่พ่อเขารู้สึกได้ ในตอนนี้มีแค่อย่างเดียวที่เขาจะทำให้พ่อเขาได้

“นี่ครับพ่อ”

ยูอิลฮานได้ส่งเสื้อเกราะชั้นในที่เขาทำมาใช้เองให้กับพ่อเขา

เกราะนี้ทำขึ้นมาจากหัวใจของหัวใจโลหะยักษ์ซึ่งแข็งยิ่งกว่าโลหะใดๆบนโลกตอนนี้ แถมมันก็ยังผ่านการจัดการโดยช่างเหล็กที่ฝึกมาเป็นร้อยปีอย่างยูอิลฮานอีกด้วย ถ้าหากว่ามีคนมาตรวจสอบในคุณสมบัติของมัน คนๆนั้นก็จะต้องยอมเสียสละทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อที่จะซื้อเกราะนี้มาให้ได้แน่นอน

“นี่มันคืออะไรนะ? อะไรน้าาาาา!”

พ่อของยูอิลฮานก็ยังมีสติปัญญาที่มากพอจะตัดสินในคุณค่าของเกราะนี้ผ่านข้อมูลที่แสดงออกมาทำให้เขาได้ถามยูอิลฮานอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเพิ่งจะรับเกราะแบบนี้มา

“ลูกไปมีไอเทมที่มีค่าแบบนี้ได้ยังไงกัน? พ่อใช้ชีวิตอยู่ในต่างโลกถึง 10 ปี แต่พ่อก็ไม่เคยได้เห็นไอเทมแบบนี้เลยนะ”
“ผมแค่โชคดีเองนะ”
“ลูกเอามันไปใช้เถอะ พ่อรับของที่มีค่าแบบนี้เอาไว้ไม่ได้”
“ผมยังมีอีกอันหนึ่ง แล้วก็นะผมจะให้แม่อีกอันด้วยเหมือนกัน”
“อ๊าาาาาาาาาาาาาา”

ถึงแม้ว่าเขาจะให้เกราะส่วนในให้พ่อไปก็ตาม แต่ว่าส่วนนั้นมันก็แค่ส่วนที่เขาเอาไว้ใส่ภายใต้เสื้อผ้าเพื่อที่จะเอาไว้ป้องกันตัวเผื่อฉุกเฉินเท่านั้นเอง ยูอิลฮานยังคงมีชุดเกราะเต็มรูปแบบที่เอาไว้ใช้ในยตอนต่อสู้อยู่ ใช่แล้วเกราะจริงๆที่เอาไว้ใช้ในตอนต่อสู้

“ขอบใจนะลูกพ่อ ถ้าหากว่าลูกมีของแบบนี้ถึง 3 อัน ลูกก็คงอยู่ห่างไปจากระดับที่พ่อต้องกังวลไปนานแล้วสินะ ดี ดีมากเลยลูกพ่อ”
“ตอนพ่อไปข้างนอกก็ใส่มันเอาไว้นะ ถ้าหากว่าพ่อใส่มันเอาไว้อยู่ต่อให้พ่อโดนการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของมอนสเตอร์คลาส 2 พ่อก็จะไม่บาดเจ็บ”
“โอเค ขอบใจนะลูกพ่อ”

ในขณะที่ยูยงฮานกำลังรู้สึกภูมิใจกับตัวลูกชายของเขา แม่ของยูอิลฮานก็ได้เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับจานในมือแต่ละข้าง บนจานมีของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่ และดูเหมือนแม่เขาก็จะสังเกตุเห็นเขาทำให้เธออธิบายออกมา

“แม่ได้ส่วนผสมมาจากการทำภารกิจนะ รีบๆนั่งลงกินได้แล้วลูกแม่ ลูกยังไม่ได้กินอะไรมาเลยใช่ไหมล่ะ?”

ความยากของภารกิจแม่บ้านนั่นต่างไปอย่างสิ้นเชิง เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะพูดออกไป แต่เนื่องจากความจริงที่ว่าเขายังไม่ได้กินอะไรมาเลยทำให้เขานั่งลงไปเงียบๆและกินอาหารอย่างเชื่อฟัง ความกังวลที่อยู่ในหัวใจของเขาได้หายไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อได้กินอาหารฝีมือของแม่เขา

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าอาหารของภรรยาฉันอร่อยที่สุดแล้ว”
“คุณกินไปเถอะน่าแล้วก็ใช้โอกาสที่สัญญาณเตือนของมอนสเตอร์ยังไม่ดับลงนี้ไปทำงานไป”

ยูอิลฮานได้กินอาหารของเขาต่อไปโดยไม่สนใจในการหยอกล้อของพ่อแม่เขา

“แม่ได้ยินมาว่าสถาบันการศีกษาต่างๆก็เปิดกลับขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ แล้วลูกยังจะไปมหาลัยอีกไหม?”

ยังไงก็ตามหลังจากที่กินอาหารเสร็จและพ่อของเขาออกไปทำงานแล้ว จู่ๆแม่ของเขาก็หันมาหาเขาและถามคำถามนี้ขึ้นจนทำให้ยูอิลฮานตกอยู่ในความคิด

มหาลัยงั้นหรอ มีหลายครั้งที่เขาทำสิ่งผิดพลาดไป

“ไม่ล่ะ”

ยังไงก็ตาม ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำแบบนั้น

ความปรารถนานับพันปีของเขาได้ถูกแก้ไขไปแล้ว ตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาจะต้องก้าวไปข้างหน้าแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องมองไปข้างหลัง

“ผมไม่คิดว่าที่นั่นจะมีสิ่งที่ผมต้องการอยู่อีกแล้ว”
“โอเค แม่เข้าใจนะ ทำตามที่ลูกต้องการเถอะ”

แม่ของเขาที่รู้ถึงความสามารถของเขาได้กีกว่าพ่อของเขา เธอได้หยักหน้าให้กับการตัดสินใจของเขาอย่างสดชื่น ยูอิลฮานก็ยังตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วเขาก็ส่งเกราะป้องกันที่ทำขึ้นมาจากหัวใจของหัวใจโลหะยักษ์ไปให้กัลบแม่เขา ยังไงก็ตามแม่เขาดูจะสนใจในกระเป๋าสะพายที่เขาหยิบเอาเกราะออกมามากกว่าที่จะไปสนใจตัวเกราะซะอีก

“นั่นมันคือไอเทมที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ช็อปปิ้งเลย”
“ผมไม่ให้นะ”

แม่ของเขาคิดจะไปปล้นซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือยังไงกันนะ? ยูอิลฮานพูดขัดสายตาเหยี่ยวของแม่เขาที่มองมาที่กระเป๋าสะพายและตัดสินใจที่จะออกไปจากบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในตอนนี้เมื่อเขาได้ตัดสินใจที่จะออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่และสร้างความมั่นคงให้กับพ่อและแม่ของเขา

ก้าวแรกที่เขาจะต้องทำนับจากนี้ก็คือการเลื่อนขั้นไปสู่คลาส 2

“ก่อนอื่น ฉันก็คงจะต้องใส่เกราะแล้วไปที่ทำงานของฉันสินะ?”
[ในที่สุดเราก็จะได้ตรวจสอบออฟชั่นของมันซักที ฉันค่อนข้างจะสงสัยออฟชั่นของมันจริงๆ]

คำพูดนี้ของเอิลต้าได้แสดงให้เห็นเลยว่าเธอสนใจในความสามารถการตีเหล็กของยูอิลฮานมากยิ่งกว่าความสามารถในการต่อสู้ของเขาซะอีก

ยูอิลฮานได้หยิบเอาเกราะออกมาจากกระเป๋าสะพายในขณะที่ยิ้มให้กับเอิลต้าที่กำลังรอชมอย่างน่ารัก ในตอนนั้นเองชื่อไอเท็มได้ปรากฏขึ้นมาให้เขาเห็น

[ชุดเกราะทมิฬ ‘แข็ง’ ‘สั่น’ ‘ซ่อนเร้น’ ]

“เฮ้”

ยูอิลฮานได้ถามเอิลต้าเบาๆ

“มันมีการที่ออฟชั่นปรากฏออกมาสามอันด้วยหรอ?”
[ใช่แล้ว]

เอิลต้าได้ตอบขึ้นมา จากนั้นเธอก็ถอนหายใจและเสริมขึ้นอีก

[ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปน่ะ]

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <