0 Views

บทที่ 30 – ฉันยังต้องไปดันเจี้ยน (2)

 

ยูอิลฮานมีประสบการณ์กับการทำกับดักแห่งการทำลาย แต่ว่าเขาไม่เคยเข้าไปในดันเจี้ยนเลยทำให้เขาไม่สามารถจะซ่อนอากาศตกใจเอาไว้ได้หลังจากที่เห็นฉากเปลื่ยนไปในทันทีที่เอานิ้วสัมผัสน้ำวน

“หลักการของมันคืออะไรกันนะ?”
[คุณเพิ่งจะทำมันไปเองนะ!]

พื้นที่นี้มันสร้างขึ้นมาจากกับดักแห่งการทำลายจริงๆงั้นหรอ? การที่ก้อนโลหะอันเล็กๆมันสร้างพื้นที่ที่แยกออกมาได้ขนาดนี้และคงสภาพเอาไว้นี่มันน่าทึ่งจริงๆ

แม้ว่าเขาจะได้เห็นฉากการใช้งานของกับดักแห่งการทำลายมาจริงๆก็ตาม แต่ว่าการได้เห็นกับการได้สัมผัสจริงๆมันต่างกันมาก

เขารักในสิ่งที่เขาไม่รู้มากที่สุด ความไม่รู้นี้ได้ทำให้จิตวิญญาณการผจญภัยของเขาต้องลุกโชน! เขาตกอยู่ในสภาวะหลงไหลและมองไปรอบๆตัว

ในขณะที่เขามองไปรอบๆนี้เองเขาก็ได้เจอกับก้อนโลหะสิงเทาขนาดใหญ่ที่กลิ้งไปกับมุมหนึ่ง ด้วยเหตุผลบางอย่างอารมณ์ที่ตื่นเต้นของเขาได้เย็นลงในทันที

“ตามปกแล้วหากเป็นตัวเอกในนิยายคงจะตะโกนว่า ‘นี้มันโลหะที่ฉันกำลังหาเลย!’ เหมือนกับไอ้โง่และวิ่งเข้าไปหามันทันที แต่ว่าฉันรู้อยู่แล้วว่ามันคือมอนสเตอร์”
[เสียงคุณดูจะผิดหวังนะ]
“ใช่ ฉันรู้สึกแบบนั้นเพราะฉันเหมือนกับถูกสปอยโดยสัมผัสที่หกของฉันเอง”

เขาไม่รู้เลยว่าจะอธิบายมันออกมายังไงดี เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะโกรธหรือเสียใจ!

ในขณะที่บ่นแบบนี้ยูอิลฮานก็ยังหยิบเอาอาวุธออกมาจากกระเป๋าสะพาย เขาได้หยิบเอาอาวุธที่เหมาะสมกับการเผชิญหน้ากับก้อนโลหะมากว่าหอกที่ใช้การฟันและแทงเป็นหลักออกมา

สิ่งๆนั้นก็คืออาวุธที่มีด้านหนึ่งเป็นคมขวานและอีกด้านหนึ่งเป็นค้อนหนัก หรือก็คือขวานหัวค้อน มันเป็นอาวุธที่ทำขึ้นมาจากกระดูกของเสือดาวเงาโดยเริ่มขึ้นจากกด้ามจับไปจนถึงขวาน

[ขวานหัวค้อนศึก ‘หนัก’]
[ระดับ – แรร์]
[พลังโจมตี –
ค้อน: 1,250
ขวาน: 1,270]
[ออฟชั่น – เพิ่มน้ำหนักขึ้น 50% เมื่อโจมตี]
[ความทนทาน – 1,350/1,350]

นี่คือผลงานชิ้นเอกที่มีออฟชั่นอัลฟ่าโดยที่ไม่ต้องผ่านแม้แต่การหัตถกรรมานา ออฟชั่นที่ให้ผลเพิ่มน้ำหนักนี้ส่งผลเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการใช้ค้อนหรือขวานก็ตาม

ถึงแม้ว่าระดับมันจะอยู่แค่แร์ แต่ว่าจริงๆแล้วมันก็คือขั้นแรร์ที่อยู่เหนือไปกว่าขั้นแรร์ในโลกใบนี้ ด้วยความสามารถของยูอิลฮานขั้นแรร์ที่เขาทำออกมามันต้องต่างไปจากของคนปกติอยู่แล้ว

“ยังไงก็ตามฉันสามารถจะทำอาวุธโลหะที่ดีกว่านี้ได้เมื่อฉันเคลียร์ดันเจี้ยนนี้และออกไป ดังนั้นในตอนนั้นฉันคงต้องโยนเจ้านี่ทิ้งไป”

และที่เขาต้องทิ้งอาวุธนี้ไปแทนที่จะส่งต่อให้กับคนอื่นนี้มันก็เป็นเพราะว่าตัวยูอิลฮานไม่ได้มีความสามารถไปเป็นมิตรกับคนอื่นๆเลยทำให้เขาต้องโยนอาวุธดีๆแบบนี้ทิ้งไป

เมื่อคุณรู้สึกถึงความว่างเปล่าซักอย่าง ทุกๆสิ่งก็จะว่างเปล่าไป ยูอิลฮานได้วิ่งไปพร้อมกับเงื้อขวานหัวค้อนขึ้นสูงและตะโกนไปพร้อมกับฟาดขวานหัวค้อนลงไปบนก้อนโลหะด้วยความรู้สึกที่ว่าเปล่า

“ไปตายซะไป!”
[ไอ้คำว่า ‘ความรู้สึกที่ว่างเปล่า’ นี่มันอะไรกันนะ? นั่นมันเต็มกำลังของคุณเลยนะ]

ขวานได้มีพละกำลังของยูอิลฮษนลงไปอยู่ได้เจาะเข้าไปในก้อนโลหะด้วยการเสริมพลัง 10% จากการปกปิดตัวตนอีก ตัวของมันได้ตายก่อนที่จะได้รู้ถึงตัวของยูอิลฮานซะอีก

[ติดคริติคอล]
[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 137,928]
[คุณได้รับบันทึกหัวใจโลหะ เลเวล51]
[สกิลคริติคอลกลายเป็นเลเวล4]
[คุณได้ปลุกสกิลความเชี่ยวชาญอาวุธไร้คม เลเวลสูงสุด หากคุณมีวัตถุดิบในการวิวัฒนาการคุณจะสามารถวิวัฒนาการสกิลนี้ได้]

ยูอิลฮานได้หยุดลงพักหนึ่ง เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะตายไปในครั้งเดียว มันจบลงง่ายเกินไป ในตอนแรกเขาคิดว่าเขาจะต้องทุบมันจนกว่าจะเป็นผงซะอีกแต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย เพียงแค่ทีเดียวมันก็จบลงไปแล้ว

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาได้แกล้งทำเป็นว่าการจัดการมันในครั้งเดียวอยู่ในการคาดเดาของเขา

“การติดคริติคอลนี่มันดีจริงๆเลย!”
[ฉันคิดว่าต่อให้ไม่มีการคริติคอลเกิดขึ้นมันก็น่าจะตายในทันทีอยู่ดี แต่ว่านะคุณทำได้ดีมาก]

หลังจากได้ตรวจสอบว่าไม่มีศัตรูอยู่รอบๆแล้ว ยูอิลฮานก็เก็บขวานกลับมาและมองลงไปที่ร่างของก้อนโลหะ ในตอนแรกเขาคิดว่ามันจะเป็นแบบฟักท้องที่กลิ้งไปมาซะอีกแต่จริงๆคือมันทำมาจากก้อนโลหะจำนวนนับไม่ถ้วนที่มารวมเข้าด้วยกัน

ในบรรดากลุ่มก้อนโลหะนับไม่ถ้วนนี้ ก็มีก้อนโลหะอยู่ก้อนหนึ่งส่องแสงสีดำออกมาทำให้เขาพอจะเดาได้ว่านี่คือหัวใจของมัน

“เธอบอกให้ฉันเอาหัวใจมันมาอย่างเดียว…. แต่ว่าร่างกายของมันก็ดูเหมือนจะแข็งเหมือนกันนะ”
[ร่างกายของมันก็แค่ดีกว่าเหล็กนิดเดียวเอง แต่กับหัวใจของหัวใจโลหะแล้วมันคือโลหะที่อยู่คนละโลกเลย ไม่ใช่แค่ว่ามันเป็นส่วนที่แข็งที่สุดเท่านั้นแต่มันก็ยังเป็นตัวเก็บมานาทั้งหมดเอาไว้ด้วย นี่ก็ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้หัวใจมานาไม่มีหินพลังเวทย์อีกด้วย]
“นี้คือ…?”

ยูอิลฮานได้ทุบร่างกายของมันอีกครั้งและทำให้หัวใจปรากฏออกมา แสงที่ปรากฏออกมาได้แสดงให้เห็นว่ามันคือสิ่งที่เขาต้องการแน่นอน ยูอิลฮานได้หยิบมันขึ้นมาหลังจากสำรวจอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเอิลต้าก็อธิบายขึ้น

[หัวใจโลหะ เมื่อพวกมันรู้ถึงตัวศัตรู พวกมันจะส่งมานาเฉพาะตัวของพวกมันออกมาจาหัวใจโลหะเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งส่วนต่างๆของพวกมัน เดิมทีแล้วมันเป็นมอนสเตอร์ที่ทำให้แม้แต่คนที่มีคลาส 2 แล้วก็ยังล่าพวกมันได้ยากเลย ตามปกติพวกเขาเลยจะต้องให้คนหนึ่งดึงความสนใจจากด้านหน้าและให้อีกคนหนึ่งซุ่มโจมตีจากด้านหลัง]
“ขอบคุณนะอับดุล”

ตอนแรกเขาคิดว่าเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้มันอ่อนแอไปเองแต่แล้วคือมันมีเหตุผลอยู่ หัวใจโลหะนั้นแพ้ต่อการซุ่มโจมตี แต่ว่าการที่มันใช้พลังของมันได้หลังจากเห็นศัตรูนี่มันก็อ่อนแอจริงๆนั้นแหละ!?

ไม่ว่ายังไงการมีชีวิตอยู่ก็คือการที่คุณอาจจะถูกแทงข้างหลังได้ตลอดเวลา การหยิ่งยะโสขึ้นหลังจากที่ฆ่ามันไปเพียงคนเดียวก็อาจจะส่งเขาไปในนรกได้ แม้แต่ในนิยายตัวละครประกอบก็มักจะหายไปแบบนี้อีกด้วย เขาได้วิ่งต่อไปโดยไม่ลดความระวังตัวลงแม้แต่นิดเดียว

และแล้ววันๆหนึ่งก็ได้ผ่านไป

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 38 พละกำลัง +2 ความว่องไว +1 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

เขาเริ่มรู้สึกเบื่อกับการผจญภัยในดันเจี้ยนนี้ ทั้งจำนวนของหัวใจโลหะที่มีอยู่น้อยตั้งแต่แรก แถมพวกมันยังตายไปในครั้งเดียวโดยไม่มีการสวนกลับอะไรเลย เขาต้องเดินเป็นเวลากว่า 10 นาทีกว่าจะเจอพวกมันซักตัวหนึ่ง

และไม่นานนักเขาก็เจอพวกมันอีกตัว ยูอิลฮานได้ขว้างขวานของเขาออกไปและหัวใจโลหะก็ไม่ได้รู้ถึงตัวของยูอิลฮานเลยทำให้เขาได้ประสบความสำเร็จในการซุ่มโจมตีแยกพวกมันออกเป็นสองส่วนเสมอไป

อย่างที่เอิลต้าได้บอกเอาไว้หัวใจโลหะจะตายในทันทีที่เขาโจมตีไม่ว่าจะมีคริติคอลหรือไม่ก็ตาม เมื่อการต่อสู้ได้จบลงแบบนี้ เขาก็แค่ทำลายร่างกายของพวกมันอย่างหมดอารมณ์ หยิบเอาหัวใจออกมาและใส่ลงไปในกระเป๋าสะพาย และนี่ก็คือวงจรที่ไร้ซึ่งที่สุดสิ้นของเขากับดันเจี้ยนนี้

ยูอิลฮานได้พึมพัมขึ้นอย่างเหนื่อยใจ

“ดันเจี้ยนนี่มันเป็นที่ที่น่าเบื่อแบบนี้หมดเลยงั้นหรอ?”
[คุณก็แค่ผิดปกติ คุณยังเชี่ยวชาญอาวุธไร้คมจนถึงขั้นสูงสุดเลยนี่นา]
“ไม่ว่าใครก็ทำได้แน่หากพวกเขาฝึกหนักๆนะใช่ไหมล่ะ?”
[ใช่ ลองให้ฉันตีคุณซักหมื่นทีดีไหมล่ะ?]

ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงก็ตามดันเจี้ยนนี่มันก็ห่างไกลไปจากการผจญภัยที่เขาฝันถึง นี้มันก็แค่การทำงานเท่านั้นเอง

นอกไปจากนี้ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในดันเจี้ยนมันก็นานกว่าที่เขาคิด อาหารที่เขากินในตอนนี้ก็มีแต่เนื้อแห่งที่เขาซื้อมา

ถ้าเขารู้แบบนี้เขาก็น่าจะเอาเตาบาร์บีคิวมาซักอันดีกว่า

“ฉันอยากเจอลิต้า”
[ทำไมจู่ๆพูดแบบนั้นล่ะ… ถ้าหากว่าคุณอยากเจอลิต้างั้นคุณก็แค่ต้องรีบกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นสูงไม่ใช่หรอ? มันไม่มีใครจะขัดขวางในความรักของสิ่งมีชีวิตขั้นสูงหรอกน่า]

เอิลต้าประโยคน่าสงสัยออกมา แต่ว่ายูอิลฮานที่กำลังหิวอยู่ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้

“ริต้ามักจะทำกับข้าวให้ฉันเสมอ”
[คุณอยากจะเจอริต้าเพราะเหตุผลนี้เนี้ยนะ!?]
“อ่า อาหารที่เธอทำมันอร่อยมา”
[คุณแค่ต้องการอาหารอร่อยๆ!?]

และในขณะที่สำรวจดันเจี้ยนอยู่นี้ยูอิลฮานก็ได้รู้สึกถึงความเปลื่ยนไปในวันที่สอง

“เอิลต้าไม่ใช่ว่าเจ้านั่นมันตัวใหญ่กว่าเดิมนิดหรอ?”
[ใช่ มอนสเตอร์ก็ยังมีเอกลักษณ์พิเศษที่ต่างกันเหมือนกับมนุษย์เช่นกัน อย่างเจ้าตัวนั้นไง]
“แต่ถึงแบบนั้นมันไม่น้อยไปหน่อยหรอ?”

นี้เป็นคำพูดที่พวกเขาได้คุยกันหลังจากเข้ามาในถ้ำดันเจี้ยนขนาดมหีมาเป็นเวลานาน หัวใจโลหะที่เขาเจอมาจนถึงตอนนี้มันมีขนาดแค่ลูกบอลเท่านั้น แต่ว่าในตอนนี้มันมีขนาดเป็นเบาะขนาดใหญ่แล้ว

[แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังเป็นหัวใจโลหะเหมือน… ไม่สิ]

เอิลต้าที่กำลังพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจได้หุบปากลงทันทีและมองไปที่หัวใจโลหะขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางถ้ำ ยูอิลฮานได้รออยู่พักหนึ่งก่อนเธอจะตะโกนออกมา

[นั่นมันหัวใจโลหะยักษ์]
“ใครกันนะที่มันตั้งชื่ออะไรบ้าๆแบบนี้นะ ฉันว่าฉันน่าจะตั้งได้ดีกว่านี้อีกนะ”
[นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นนั้น มันไม่ได้ต่างกันแค่คำเรียกเท่านั้นนะ หัวใจโลหะยักษ์มันมีเลเวลที่สูงกว่าหัวใจโลหะถึง 20 เลเวล สิ่งที่แข็งแกร่งมันได้ปรากฏขึ้นมาอีกแล้วได้ยังไงกัน?]
“นั่นมันก็คือเลเวล 71 สินะ?”

เซนต์ในด้านการตัดสินเลเวลของยูอิลฮานได้พังลงไปนานแล้วหลังจากที่เขาได้เอาชนะเสือดาวยักษ์กับเสือดาวเงสมาได้ แต่ว่าด้วยความสามารถของตัวเขามันก็เป็นที่เข้าใจได้ที่ว่าทำไมเขาถึงได้มึนงงแบบนี้

เอิลต้าก็หยักหน้าขึ้นมาหลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง

[นี้มันคือความจริงใช่ไหม?]
“มันไม่เป็นไรหรอกต่อให้ฉันสู้ไม่ได้ฉันก็แค่หนี”

แม้ว่าเขาจะพูดไปแบบนั้นแต่ยูอิลฮานก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหนีเลย ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับช่วยเหลือก็ตามแต่เขาก็เคยฆ่าเสือดาวยักษ์ในตอนที่เลเวล 24 มาแล้ว แถมตัวเขาในตอนนี้ที่มีเลเวลอยู่ที่ 38 ดังนั้นความสามารถในด้านเลเวลอย่างเดียวของเขามันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนที่ถูกเสริมพลังจากจักรพรรดินีเลย

นอกไปจากนั้นในตอนนั้นเขาก็มีแค่หอกเหล็กอันเดียว แต่ตอนนี้เขามีอาวุธที่น่าทึ่งอยู่ในมือ

“ด้วยเจ้าสิ่งนี้มันก็อาจจะจบในครั้งเดียว”

สิ่งที่เขาได้หยิบออกมาจากกระเป๋าสะพายคือ pile bunker อาวุธที่มีขนาดแปลกๆจนไม่มีคนอื่นในโลกนี้นอกจากยูอิลฮานที่ใช้มันได้

แถมตอนนี้ pile bunker ก็ยังถูกรีโหลดไปอยู่ในขั้นที่ 3 แล้ว เมื่อยูอิงฮานได้วางอาวุธนี้ไว้บนไหล่ของเขา เอิลต้าก็ถอนหายใจออกมา

[ไม่ว่าเมื่อไหร่หากเป็นของที่มนุษย์คนนี้ทำมันจะกลายมาเป็นของที่ใช้ประโยชน์ได้เสมอเลยงั้นสินะ? น่าเศร้าจริงๆ]
“ฟู่ ไปกันเถอะ!”

pile bunker คืออาวุธที่เน้นทุกๆอย่างไปที่การโจมตีทั้งหมดโดยละทิ้งความจำเป็นอื่นของอาวุธทั้งหมดไป ทั้งการพกพา ความสามาร คลามลับ ความว่องไว

และเพราะแบบนี้มันจึงเป็นอาวุธที่เหมาะสมกับยูอิลฮานที่สุด

ยูอิลฮานได้พุ่งตจัวออกไป ไม่ว่ายูอิลฮานจะกระโดดโลดเต้นหมุนกลิ้งไปรอบๆถ้ำยังไงหัวใจโลหะยักษ์ก็ยังคงมีความสุขไปกับอิสระภาพของมันโดยไม่รู้ถึงตัวยูอิลฮานเลย

ในตอนนั้นเขาก็ก้าวออกไปยาวๆ 3 ก้ามและกระโดดขึ้นไปบนฟ้าในก้าวที่ 4 ร่างที่ลอยไปบนฟ้าของเขานี่ดูเหมือนช็อตการทำแต้มของไมเคิลจอร์แดนเปะๆ

[คุณควรจะเตรียมตัวเผื่อเอาไว้หากมันไม่ได้ตายในการโจมตีครั้งเดียวด้วยนะ]
“ฉันรู้น่า”

หลังจากตอบกลับไปแล้ว ยูอิลฮานก็หยิบเอา pile bunker ขึ้นมา

“ไปละนะ”

หลังจากที่ยูอิลฮษนพูดขึ้นกระสุนกระดูกของ pile bunker ก็ได้ถูกยิงออกไปทันที

กระสุนกระดูกได้พุ่งออกไปจากปากลำกล้องค่อยๆปลดตัวล็อคขั้นที่ 3 ขั้นที่ 2 และขั้นที่ 1 ออกไป พร้อมๆกันนั้นน้ำหนักจำนวนมหาศาลและแรงกระแทกก็ได้ลงไปจนถึงพื้นทำให้เกิดเป็นเสียงคล้ายๆเสียงระเบิดออกมา

กระสุนกระดูกที่มีความยาวกว่าสองเมตรได้เจาะทะลวงร่างของหัวใจโลหะตั้งแต่หัวไปจนถึงปลายสุดด้านล่างในทันที!


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <