0 Views

บทที่ 29 – ฉันยังต้องไปดันเจี้ยน (1)

 

วันเวลาได้ผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เขาอยากจะเอา pile bunker ไปลองเร็วๆ แต่ว่าเขาก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ นอกไปจากกับดักแห่งการทำลายแล้วเขาก็ยังมีอุปกรณ์ป้องกันหรืออาวุธเสริมหรือสิ่งของที่ช่วยในการล่าให้ปลอดภัยขึ้นอีกมามาย

ในท้ายที่สุดแล้วเขาต้องอยู่ทำงานในที่ทำงานของเขามากกว่าเดือนหนึ่งซะอีก

[กับดักแห่งการทำลาย ‘พิถีพิถัน’ ‘ใต้ดิน’ ได้เสร็จสิ้น]
[หัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 24 คุณสามารถจะสร้างอาร์ติแฟคได้ดีขึ้นโดยที่ใช้มานาน้อยลง]

เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วในตอนนี้ตัวเขาเองยังไม่รู้เลย ยูอิลฮานได้แต่สับสนกับขั้นตอการหัตถกรรมมานาที่เสร็จลงไปในชั่วพริบตาเดียวเมือเทียบกับครั้งแรกที่เขาทำ

[มะ มันมีออฟชั่นทั้งสองอย่างอีกแล้ว]
[พวกเราจะเป็นต้องปรับเปลื่ยนโครงสร้างของกับดัก ไม่งั้นมันจะจบลงที่พลังมากเกินไปแน่ๆ]

ไม่ว่าทูตสวรรค์จะตื่นตระหนกยังไงก็ตาม ยูอิลฮานก็ทำแค่ส่งกับดักแห่งการทำลายไปเงียบๆและหันไปถามกับเอิลต้า”

“ตอนนี้ฉันต้องทำอีกกี่อัน?”
[ตามแผนคือ… คุณจะต้องทำมากกว่า 11 อันซะอีก แต่ว่าเพราะความสามารถของคุณดูเหมือนว่าจำนวนมันจะลดลงไปแล้ว]
“มันเป็นอย่างที่ทูตสวรรค์พูดสินะ?”
[ถูกแล้ว มันเป็นเพราะว่าพลังมันมากเกินไป]

พลังมันล้นเกินไป มันจะรั่วไหลออกมาเพราะการเหนือกว่าขีดจำกัด

[กับดักแห่งการทำลายของคุณมันมีความพิเศษมากเกินไป ไม่ใช่แค่ว่ามันจะมีขนาดใหญ่เท่านั้นแต่มันยังส่งผลกระทบถึงกับดักแห่งการทำลายที่กระจายอยู่บนโลกอีกด้วย]
“เธอจะบอกว่าการที่มันมากเกินไปทำให้มันแย่สินะ?”
[ถ้าหากว่ากับดักแห่งการทำลายได้เรียกมอนสเตอร์มากขึ้นจากระยะที่กว้างขึ้น ถ้างั้นมันก็จะไปทับซ้อนกับกับดักแห่งการทำลายอันอื่น แล้วทีนี้ถ้าหากว่าไม่มีมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่ใกล้กับดักแห่งการทำลายที่ปล่อยพลังเวทย์ออกมาแล้วล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น?]
“….มันจะดึงมนุษย์ให้ไปติดกับแทนมอนสเตอร์งั้นหรอ?”
[โชคดีที่มันไม่ใช่แบบนั้น]

เอิลต้าได้ปฏิเสธในความคิดที่น่าหวาดกลัวของยูอิลฮานและพูดขึ้นมา

[มานาที่รั่วไหลออกมาจากกับดักแห่งการทำลายและมานาจากบันทึกแห่งอคาชิคจะผสมกันจนเกิดเป็นมอนสเตอร์ตัวใหม่ขึ้น]
“ช่วยพูดให้ฉันเข้าใจง่ายๆที”
[ง่ายๆเลยก็คือมันจะเกิดเป็นบอสมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งจนกลืนกินกับดักแห่งการทำลายได้ปรากฏตัวขึ้นมา]
“เยี่ยม ตรงมาก”
[… ฉันรู้สึกว่าคุณกำลังจะพยายามสอนฉันนะ]
“เธอคิดไปเอง”

อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าการที่พลังล้นมันน่ากลัวแค่ไหน

ในตอนนี้เขายังไม่อยากจะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์คลาส 3 ไปอีกซักพักหนึ่ง ขนาดการต่อสู้กับเสือดาวสีดำที่มีพลังพิเศษในการปกปิดตัวตนและมันเพิ่งจะเกิดมาไม่นานเขายังต้องประสบกับความยากลำบากเลย… แค่คิดถึงมันเขาก็หวาดกลัวแล้ว

[นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจะต้องแก้ไขพิกัดการวางกับดักแห่งการทำลายเพื่อไม่ให้พลังมันล้นไงล่ะ มันดูเหมือนว่าการทำเพิ่มอีกแค่ 8 เป็นก็น่าจะพอแล้ว]
[ฮ่าา จริง มันเกิดปัญหาขึ้นเพียงเพราะสิ่งที่คาดเดาไม่ได้มันเกิดขึ้นมาบนโลก เอิลต้าจัดการดูแลคนๆนี้ให้ดีด้วย]

นี่เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบ่อยระหว่างเพื่อนร่วมงานงั้นหรอ? ในตอนที่ยูอิลฮานคิดแบบนี้เอิลต้าก็ได้ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา ในมือของเธอได้มีแสงมารวมตัวกันกลายเป็นดาบ

ยังไงก็ตามเสียงของเธอที่ดังออกมาก็คมกริบและเย็นชายิ่งกว่าดาบ

[ทำภารกิจของนายไปเถอะชุยต้า แค่ภารกิจของนาย]
[..โอเค เข้าใจแล้ว]

เมื่อได้เห็นทูตสวรรค์ก้าวเท้าถอยหลังไปด้วยใบหน้าที่แข็งทื่อแล้วยูอิลฮานก็ตระหนักได้ว่าในตอนนี้เอิลต้ากำลังโกรธ ทูตสวรรค์คนอื่นๆก็ดูเหมือนว่าจะรู้ตัวแล้วเหมือนกันได้บ่นชุยต้าและปลอบเอิลต้า ภาพที่เห็นนี้มันค่อนข้างจะน่าขำ ยูอิลฮานคิดว่าสิ่งที่ทูตสวรรค์ทำกันมันก็ไม่ได้ต่างไปจากสิ่งที่มนุษย์ทำเลย

หลังจากที่วุ่นวายอยู่พักหนึ่งทูตสวรรค์ก็จากไปพร้อมกับกับดักแห่งการทำลาย เอิลต้าที่มองดูแบบนั้นก็ทำเพียงแค่ลบดาบแสงออกไปหลังจากที่ตัวตนของทูตสวรรค์ได้หายไปอย่างสมบูรณ์และลดร่างของเธอกลับมา จากนั้นเธอก็พูดกับยูอิลฮานที่ยืนนิ่งอยู่

[การที่พวกเราเป็นแบบนี้ทั้งๆที่เราน่าจะก้าวข้ามด้านอารมณ์ไปแล้วนี่มัน…. คุณน่าทึ่งจริงๆยูอิลฮาน]
“โอ้วว? ทำไมต้องโยนขี้มาให้ฉันล่ะเนี้ย!?”
[มันยังไม่ชัดอีกหรอ ทูตสวรรค์นคนนั้นกำลังอิจฉาคุณอยู่]

เขาก็ยังคิดไปในทางเดียวกันกับคำพูดของเธอ แต่ยังไงก็ตามยูอิลฮานแค่ยิ้มขึ้นนิดๆในขณะที่หยิบค้อนขึ้นมา

“มันเป็นเกียรตินะ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ได้มีแผนที่จะไปยุ่งกับพวกเขาหลังจากได้รางวัลมาอยู่แล้ว”
[พวกเรากำลังเลือกรางวัลกันอยู่ในตอนนี้ และก็ในหมู่พวกนั้น]
“ในหมู่พวกนั้น?”
[มีสองอย่างที่ฉันจะบอกคุณก่อน]
“อะไรนนะ? มันคืออะไรหรอ?”

ดวงตาของยูอิลฮานได้ส่องประกายออกมา เอิลต้าที่มองเห็นแบบนี้ได้คิดขึ้นว่ามันดูน่ารักมากแต่ว่าไม่นานนักเธอก็ส่ายหัวไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัว

[อย่างแรกคือข้อมูล]

เมื่อเขาได้ยินแบบนี้การแสดงของยูอิลฮานได้เริ่มห่อเหี่ยวไป

“ฉันจะไม่เอาอะไรนอกเหนือไปจากไอเทม”
[ถ้าคุณได้ฟังคุณจะต้องเปลื่ยนความคิดแน่ๆ]

ความมั่นใจของเอิลต้านี้ได้ทำให้เขาต้องผิดหวังหนักเข้าไปอีก ยังไงก็ตามคำพูดต่อมาของเธอได้ทำให้เขาเปลื่ยนความคิดไปจริงๆ

[มันคือข้อมูลของดำแห่นงดันเจี้ยนที่คุณจะสามารถได้รับแร่โลหะใหม่ๆที่ปรากฏตัวบนโลกได้]
“บอกฉันมา!”
[ฉันกะไว้แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้]

เขาต้องทรมานกับหอกเหล็กมานานแค่ไหนแล้วล่ะ? เขาต้องฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยหอกเหล็กที่ธรรมดาๆแบบนี้เลยนะ เขาทรมานมามากพอแล้ว ใช่แล้ว ในตอนนี้มันถึงเวลาที่ควรพอได้แล้ว

[อย่างที่สองคือกระเป๋า]

เอิลต้าได้หยิบเอาไอเทมออกมาจากช่องเก็บของเวทย์ของเธอทำให้ยูอิลฮานตื่นเต้นขึ้นมา ของที่เธอเอาออกมาก็คือกระเป๋าหนังสีดำที่ไม่ได้ใหญ่เลยสักนิด

“…เธออยากจะให้ฉันใส่เจ้านี่เดินไปรอบๆนะหรอ? มันเป็นแฟชั่น?”
[มันคือไอเทมที่มีเวทย์บนพื้นที่อยู่ คุณสามารถจะใส่ไอเทมอย่าง pile bunkers ได้เป็นพันชิ้นเลยล่ะ]

กระเป๋าสะพายนี้มันมีขนาดเล็กมากๆ มันดูไม่เหมือนว่าจะใส่ของแบบนั้นได้พอเลยต่อให้มีนยืดได้มากแค่ไหนก็ตามดังนั้นยูอิลฮานจึงถามกลับไปอย่างระมัดระวัง

“ฉันคิดว่าในตอนฉันใส่ของไปมันจะพังเอานะสิ…?”
[ฉันจะให้ของรางวัลชดเชยแน่ถ้าหากมันพัง ลองดูสิ]

เขาได้เริ่มทดสอบ
มันใส่เข้าไปได้
จากนั้นเขาก็ยังลองใส่เซ็ตฉมวกนักล่าเสือดาวลงไปด้วยเช่นกัน
มันใส่เข้าไปได้

ถ้าหากมันเป็นแบบนี้ต่อให้เป็นช้างเขาก็ยังใส่ไปได้

“โอ้ววววววววววว!”
[หยุดเถอะนะ คุณดูเหมือนพวกบ้านนอกเลย]
“เอิลต้า ฉันรักเธอ!”
[ฉะ ฉันไม่อยากจะได้ความรักราคาถูกแบบนี้!]

แน่นอนว่ายูอิลฮานไม่ได้สนใจในคำพูดของเอิลต้าอีกแล้ว เขาได้เริ่มเอาของทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ยัดลงไปที่ละอย่างทันที ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็สงบลงเมื่อของทั้งหมดในห้องนี้ถูกยัดลงไปในกระเป๋าทั้งหมด

เอิลต้าได้มองดูภาพนี้อย่างพอใจก่อนที่เธอจะเตือนเขาเมื่อคิดบางอย่างออก

[คิดสามารถจะเอาไอเทมออกมาจากกระเป๋าได้เพียงแค่คิด ยังไงก็ตามใช้มันระวังด้วย ไม่ว่ามันจะมีเวทย์พื้นที่อยู่แต่มันก็ยังมีขีดจำกัดแถมมันก็ไม่ได้มีเวทย์ลดน้ำหนักด้วยนะ]

เมื่อเขาได้ยินแบบนี้ เขาก็รู้สึกว่ามันก็หนักกว่าตอนไม่มีอะไรเช่นกัน แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามด้วยร่างกายของเขาในตอนนี้มันไม่ได้เป็นภาระอะไรเลยต่อให้เขาขนน้ำหนักมากกว่า 1 ตัน

เมื่อเขาได้คิดแบบนี้ได้มีความคิดแปลกๆแวบขึ้นในหัวยูอิลฮษน

“เฮ้ ฉันคิดว่าฉันใช้มันเป็นอาวุธได้! ฉันก็แค่เหวี่ยงมันไปรอบๆหลังจากเก็บของซักสิบตันไว้ข้างใน”
[มันคงจะมีแค่คุณเท่านั้นแหละที่คิดแบบนี้ได้]

ในตอนนี้เขามีกระเป๋าที่สามารถจะใส่ของไว้แล้วโดยไม่ต้องกังวลอีก ยูอิลอานได้ออกมาจากห้องทำงานทั้งๆแบบนี้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ลืมเอากับดักแห่งการทำลายที่ทำมาแล้วไปด้วย เพราะแบบนี้เขาก็สามารถจะทำการหัตถกรรมมานาได้เลยโดยที่ไม่ต้องกลับไปที่ห้องทำงานเมื่อทูตสวรรค์มาถึง

ประวัติศาสตร์ของโลกไม่ได้หยุดลงไปเลยนับตั้งแต่ที่เกิดหายนะครั้งใหย่ ที่โลกยังเป็นแบบนี้อยู่ก็ยังเป็นเพราะดันเจี้ยนยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งานอีรกด้วย

แม้ว่าในหลายๆประเทศจะอยู่ตัวแล้วแต่ว่ายังคงมีการคุกคามจากมอนสเตอร์อยู่ทำให้รัฐบาลได้แนะนำให้อบ่างน้อยต้องได้รับคลาสที่ 1 ในต่างโลกก่อนถึงค่อยกลับมา

“ถนนก็ยังคงว่างเปล่า”
[คุณคิดถึงในวันที่คุณถูกทิ้งงั้นหรอ?]
“นิดหน่อยนะ”

ยูอิลฮานได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

“ยังไงก็ตามในตอนนี้มันต่างออกไป ในตอนนี้ทุกๆอย่างกำลังเปลื่ยนแปลงไป”

ตอนนี้มันต่างไปจากตอนที่เขานั่งรอการกลับมาของมนุษยชาติอย่างกังวล ในตอนนี้เวลาได้กลับมาไหลตามปกติและยังมีคนแบบจักรพรรดินีที่ยังอยู่บนโลกต่อสู้กับมอนสเตอร์อยู่ แถมยังมีคนที่ไปได้รับความแข็งแกร่งจากต่างโลกอยู่อีก ทั้งหมดนี้เขารู้ดี เขาไม่ได้รู้สึกเหงาอีกแล้ว และในตอนนั้นเอง

[นี้มันอาจจะกระทันหันไปหน่อยนะ]

ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังวิ่งเข้าไปใกล้เนินเขาที่ไร้ชื่ออยู่เอิลต้าก็พูดขึ้นมา

[คุณรู้ไหมว่ามอนสเตอร์ที่ไม่ได้มีอยู่บนโลกปรากฏได้ยังไง?]
“ไม่ใช่ว่าเธอบอกว่าพวกมันจะปรากฏขึ้นหากว่าความเข้มข้นของมานาได้มาถึงระดับหนึ่งงั้นหรอ”
[นั่นมันคือความต้องการขั้นพื้นฐานสุดเท่านั้น]

เอิลต้าได้เริ่มต้นด้วยการถามออกมาต่อ

[อะไรที่มันปรากฏขึ้นบนถุงข้าวที่ถูกทิ้งล่ะ]
“มอดข้าว”
[แล้วอะไรมันจะโผล่ออกมาในห้องที่สกปรกไร้ซึ่งการทำความสะอาดล่ะ]
“แมลงสาป”
[มันก็แบบนั้นแหละ]
“ฉันเข้าใจแล้วนะแต่ว่าเธอนี่มันยกตัวอย่างได้แย่จริงๆ”

เธออาจจะต้องการบอกเขาว่ามอนสเตอร์เหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของพวกมัน แต่ทำไมเธอไม่บอกเขามาตรงๆเลยเล่า?

ยูอิลฮานได้ถามเธอขึ้นในขณะที่กระโดดขึ้นไปตามหินและต้นไม้โดยไม่สนใจทางเดินดีๆเลย

“แต่ว่าทำไมจู่ๆเธอมาพูดเรื่องนี้ล่ะ? มันยังไม่มีมอนสเตอร์สายพันธ์ใหม่ปรากฏบนโลกเลยนี่”
[ไม่ พวกมันปรากฏตัวขึ้นแล้ว]
“หือ? เธอพูดว่าไงนะ?”
[หือ?]

เอิลต้าได้เอียงหัวและพูดออกมา

[มอนสเตอร์ทั้งหมดไม่ได้กำเนิดขึ้นมาจาก ‘สิ่งมีชีวิต’ เท่านั้น … สำหรับคุณที่ต้องการจะได้รับโลหะใหม่แล้วคุณจะต้องฆ่ามอนสเตอร์ที่อยู่ภายในดันเจี้ยนที่คุณเข้าไปและสกัดมันจากหัวใจพวกมัน]
“หือ? เธอพูดว่าไงนะ?”
[คุณได้ยินถูกแล้ว]

แม้ว่าเขาจะทำเป็นไม่ได้ยินแต่ว่านั่นมันก็ไม่ได้ผลกับเอิลต้า ให้ตายสิ ฉันควรจะรู้ตั้งแต่ที่เธอพูดว่าฉันสามารถจะ ‘ได้รับ’ โลหะใหม่โดยที่ไม่พูดถึงการขุดแล้ว

หลังจากที่ยูอิลฮานได้อุทานอกมาเขาก็หยุดเดินไป ตอนนี้ตัวเขาได้มาถึงกลางภูเขาและถึงหน้าทางเข้าดันเจี้ยนที่เอิลต้าบอกแล้ว

ตำแหน่งทางเข้าของดันเจี้ยนคือนำวนสีเทาเบลอๆที่อยู่หน้าถ้ำและเมื่อเขามาเห็นดันเจี้ยนนี้ก็มีข้อความว่า [จำกัดการเข้าเลเวลต่ำกว่า 50] ปรากฏขึ้นมา แน่นอนว่ายูอิลฮานเข้าไปได้เนื่องจากว่าเลเวลของเขายังอยู่ที่ 36

“เฮ้”
[คุณคิดคุณกำลังอยู่กับใครล่ะ?]
“ทูตสวรรค์ไร้ยางอายไง”
[ฉันคือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่สร้างและใช้งานกับดักแห่งการทำลาย]

เมื่อเอิลต้าได้ตะโกนโม้ออกมาข้อความจำกัดการเข้าเลเวลต่ำกว่า 50 ก็ได้หายไปจากสายตาของเขา

[ฉันสามารถจะใช้มาตรการแบบนี้ได้เนื่องจากว่าฉันรู้ถึงความสามารถทั้งหมดของคุณ]
“เธอนี่มีประโยชน์จนน่าทึ่งเลย…..”
[ช่วยจำไว้ด้วยว่าฉันมีประโยชน์กับคุณ!]

ยูอิลฮานได้ก้าวเข้าไปในดันเจี้ยนพร้อมๆกับนางฟ้าที่มีประโยชน์อย่างน่าทึ่งเอิงต้า

ในตอนนี้คือช่วงเวลาที่ผู้ถูกทิ้งไว้ได้เจอกับมอนสเตอร์จากต่างโลกเป็นครั้งแรกในชีวิต

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <