0 Views

บทที่ 24 – อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (6)

 

[…ไม่ใช่ว่าคุณโทรมาหาฉันเร็วไปหน่อยหรอ?]

เสียงของคังมิเรย์ได้ดังออกมาอย่างตกใจ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นแต่ยูอิลฮานรู้สึกเหมือนกับตัวเองโดนดูถูก เขาได้ตอบกลับไปอย่างขมขื่น

“เธอได้ดูทีวีแล้วใช่ไหม?”
[… อ่า คุณหมายถึงดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นกลางเมืองนะหรอ?]
“มันไม่ใช่ดันเจี้ยน มันเป็นมอนสเตอร์ และมันก็ยังเป็นมอนสเตอร์ที่มีแข็งแกร่งแถมมีความสามารถในการปกปิดตัวตน”
[…งั้นหรอ]

มันไม่จำเป็นจะต้องมีคำอธิบายอะไรมากกว่านี้อีกแล้วสำหรับคังมิเรย์ เพียงแค่นี้เธอก็เข้าใจในสถานการณ์และตกไปอยู่ในความคิดแล้ว
เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาสามารถจะรู้ความคิดของเธอได้ ยูอิลฮานได้รอคำตอบของเธอในขณะที่อยากจะวางสายให้เร็วที่สุดและกลับไปที่ห้องทำงานของเขา และไม่นนานนักเขาก็ได้รับคำตอบ

[ฉันเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ดูเหมือนมันจะอันตรายเอามากๆ]
“ฉันมีแผนที่จะไปฆ่ามัน แน่นอนว่าฉันไม่ได้มีความต้องการที่จะบังคับเธอให้มาช่วย”

แม้ว่าเขาจะอยากพาตัวเธอไปด้วยแม้ว่าต้องลากเธอไปก็ตาม แต่ว่ามันก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถไปบังคับให้คนอื่นช่วยเขาฆ่ามอนสเตอร์ที่ถูกคาดการณ์ว่าอยู่ในคลาส 3 ได้ ถ้าหากว่าเธอปฏิเสธ เขาก็แค่ต้องไปเพียงลำพัง แต่ยังไงก็ตามคังมิเรยย์ได้ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

[ฉันก็ไม่ได้มีแผนจะไปไหนอยู่แล้ว แถมฉันก็มีส่วนผิดด้วยที่ไม่เอะใจแต่แรกว่ายังมีมอนสเตอร์อยู่ที่นั่น แต่ยังไงก็ตามฉันจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อน ในสถานการณ์แบบนี้ฉันจะติดต่อไปหารัฐบาลกับทางกองทัพ]
“ฉันก็ต้องเตรียมตัวเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวซักพักฉันจะโทรไปหาเธอนะ”
[เข้าใจแล้ว]

เธอน่าทึ่งถึงขนาดที่พูดเรื่องการติดต่อหารัฐบาลกับทางกองทัพเหมือนเปิดประตูบ้านเลยงั้นหรอ? ถึงแม้ว่าเขาอยากจะถามออกไป แต่ว่ามันก็ไม่มีทางที่เขาจะได้คำตอบอยู่แล้ว เขาก็แค่รู้สึกพอใจที่คนที่เขาขอให้ช่วยนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด

หลังจากยูอิลฮานวางสายไปแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปที่ทำงานทันที เพลิงนิรันดร์ยังคงลุกไหม้อยู่ในเตจาไฟและโลหะต่างๆรวมไปถึงฮาคาเนี่ยมก็ยังถูกเก็บไปในที่ของมัน จริงๆแล้วยูอิลฮานไม่ต้องกังวลอะไรเลยเพราะที่ทำงานนี้ของเขาได้ถูกป้องกันไปด้วยเวทย์ของทูตสวรรค์

จริงๆแล้วสิ่งที่เขากังวลก็คือวัตถุดิบที่เขาได้มาจากร่างของเสือดาวยักษ์ กระดูกและหนังจำนวน 1 ใน 4 ของเสือดาว เนื่องจากของพวกนี้ได้ผ่านกระบวนการพื้นฐานและหลังจากที่เขากลับมาล่าเหยื่อด้วยความช่วยเหลือจากเอิลต้าทำให้เขาสามารถนำมันมาใช้ได้ในทันที

“เยี่ยม ฉันควรจะเริ่มจากอะไรก่อนดี?”
[คุณวางแผนจะสร้างอะไรล่ะ? ของพวกนี้มันไม่พอที่จะเอามาสร้างเครื่องป้องกันและต่อให้คุณสร้างอาวุธมันก็เป็ฯไปไม่ได้ที่จะเหลือกว่าหอกเหล็กกล้าของคุณ]

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้หนังทั้งหมดได้เนื่องจากว่ามันมีรูอยู่ในที่ต่างๆ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่ยูอิลฮานคิดจะทำนับจากนี้ ไม่ว่าเอิลต้าจะอยากรู้สักแค่ไหนเขาก็เริ่มทำงานโดยไม่ได้สนใจเธอเลย

ก่อนอื่นเลยเขาได้เลือกกระดูกชิ้นที่หนาที่สุดออกใส เขายังขัดผิวของมันเล็กน้อยเพื่อทำให้มันแหลมขึ้น

[…ฉันถามว่าคุณกำลังจะทำอะไร]

เอิลต้าที่โกรธง่ายมากๆเนื่องจากความภาคภูมิใจที่สูงส่งของเธอได้พูดขึ้นบนหัวของยูอิลฮาน เธอดูน่ารักจริงๆทำให้ยูอิลฮานยิ้มขึ้นมาและตอบเธอกลับไป

“เสาไง”
[เสา?]

เอิลต้าได้กระพริบตางงๆกับคำตอบที่เธอคาดไม่ถึง กระดูกมี่ถูกตัดมานี่ก็ดูเหมือนเสาแน่นอน มันสูงเกิน 2 เมตรไปได้ง่ายๆเลยแถมมันก็หนามากเมื่อเทียบกับร่างกายของคน มันเป็นขนาดที่เทียบได้กับมอนสเตอร์เสือดาวเลย

ยังไงก็ตามเขาทำเสานี่ทำไม? ในหัวของเธอได้เต็มไปด้วยคำถาม

“ที่ฉันไม่พูดอะไรออกไปก็เพราะว่าฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา รออีกเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง”

ถ้าว่าคนทำสิ่งๆหนึ่งได้แล้วถ้างั้นหากเขาทำสิ่งเดิมๆมันก็จะใช้เวลาน้อยลงไปเป็นปกติ นี้มันเป็นเพราะคนๆนั้นได้เจอกับเคล็ดรับและจำในประสบการณ์สิ่งนั้นหลังจากได้ทดลองและเจอกับความติดขัดด้วยตัวเองแล้ว

และจ้าวแห่งแรงงานยูอิลฮานก็ได้มีเทคนิคในด้านนี้สูงสุดทำให้เวลาที่เขาใช้ทำสิ่งเดิมๆได้ลดลงไปกว่าครึ่ง

[ไม่เห็นจะเข้าใจเลย]
“มันก็แค่หาเคล็ดลับในการสร้างมันเท่านั้นเอง ทั้งหมดก็แค่เคล็ดลับเอง”
[คุณก็เอาแต่พูดกับคำว่าเคล็ดลับอย่างเดียวเลยไม่ใช่เลยหรือไง!?]
“ใช่สิ!”

เสาต้นที่หนึ่ง ต้นที่สอง ต้นที่สี่… และในพริบตาเดียวจำนวนของเสาก็ได้เพิ่มขึ้นไปและจบลงในต้นที่หก เสาทั้งหมดที่สร้างขึ้นต่างก็แหลมคมและมีรูอยู่ด้านสุด

[หืมม ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว]
“ยังไงหรอ?”
[คุณกำลังวางแผนที่จะทำสร้อยคอยักษ์ด้วยการเชื่อมต่อมันทั้งหมดเข้าด้วยกันใช่ไหม?]
“กลับไปเรียนก่อนไป”

เมื่อการสร้างเสาได้หยุดลงที่ต้นที่หก สิ่งที่ยูอิลฮานจะทำต่อไปนั้นมันก็ชัดเจนมากๆในสายตาของเอิลต้า

[นี้มันคือหอกสินะ]
“นั่นก็ไม่ใช่”

และยูอิลฮานก็ยังปฏิเสธเธอเหมือนเคย ยูอิลฮานได้หยิบเอากระดูกแหลมคนอันใหม่ขึ้นมาและเริ่มทำงานของเขาต่อทันที เอิลต้าที่เห็นแบบนี้เธอเชื่อว่าเขาจะต้องทำหอกแน่นอน

ยังไงก็ตามเมื่องานที่เขาทำอยู่ได้ดำเนินต่อไปเอิลต้าก็ยังเปลื่ยนท่าทางไป มันเป็นหลังจากที่เธอได้เห็นยูอิลฮานทำตะขอขึ้นที่ปลายสุดของใบมีด

[… ถ้างั้นมันก็ไม่ใช่หอกแต่เป็นฉมวกใช่ไหม?]
“ใช่แล้ว”

ภายในเทคนิคหอกมีวิธีการใช้หอกที่ถูกเรียกว่าการขว้างหอกอยู่ ในการขว้างหอกนี้ก็สามารถนำมาปรับเปลื่ยนใช้เป็นการขว้างอะไรได้มากมาย

สิ่งที่ยูอิลฮานทำในตอนนี้คือฉมวกที่เอาไว้ขว้างออกไปล่าเหยื่อ แทงเข้าไปในตัวเหยือและลากมันมา พลังการทะลวงของมันมีมากอย่างชัดเจนและที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันยังสามารถดึงเหยื่อที่ถูกแทงกลับมาได้อีกด้วย

เขาได้ทำฉมวกขึ้นมาทั้งหมด 6 อันเหมือนกับเสา แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ลืมเจาะรูเอาไว้อีกด้วย

เรื่องทั้งหมดนี้เขาได้ใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำพวกมันได้เร็วแบบนี้ แต่กับเอิงต้าที่เคยเห็นเขาทำกับดักแห่งการทำลายมาแล้วนี่มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องตกใจเลย

[ตอนนี้คุณก็วางแผนจะทำเชือกต่อสินะ?]
“ปิ้งป่อง!”

ฉมวกกับเสา ถ้างั้นสิ่งที่เหลืออยู่ก็แค่เชือกที่จะเชื่อมทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกันนั่นเอง! ยูอิลฮานได้หันไปจ้องทางหนังของเสือดาวยักษ์

มันไม่ใช่แค่เชือกธรรมดา เขากำลังจะทำเชือกที่จะไม่ขาดง่ายๆแม้ว่าจะเจอกับมอนสเตอร์คลาส 3 ก็ตาม

[คุณนี่โหดร้ายจริงๆเลย ใช้กระดูกและหนังของแม่ในการฆ่าลูกของมัน….]
“ฉันจะได้ดึงความสนใจมันได้ไง ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องดี”

เขาได้ใช้มีดตัดหนังออกมาเท่าๆกันเพื่อทำเป็นเส้นและบิดมันเข้าด้วยกันหลายๆเส้นจนเป็นเชือกที่แข็งแรงทนทาน

แม้ว่ามันจะต้องใช้หนังไปจำนวนมากแต่ว่าด้วยคำชำนาญของเขามันก็เป็นไปได้อย่างน่าทึ่งในการทำเชือกทั้งหกเส้นที่แข็งแรงและยาวในเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง เชือกทั้งหกเส้นนี้ต่างก็ยาวหลายสิบเมตร

“เอาล่ะถ้างั้นก็”
[คุณยังจะทำอะไรอีก!?]

ในจุดๆนี้เอิลต้าก็ตกตะลึงไปกับความสามารถของเขาแล้วแต่ว่ายูอิลฮานก็ยังไม่ได้หยุดลงไปแค่นี้ เขาได้หยิบเอาหินพลังเวทย์ของเสือดาวยักษ์ที่เขาเพิ่งจะได้ขึ้นมาไม่นานนี้และยืนอยู่หน้าฉมวกที่เขาทำขึ้น

เอิลต้าได้ตกตะลึงไปทันที เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยูอิลฮานถึงได้ใช้วัตถุดิบทุกๆอย่างที่เขามีไปในการสร้างอาวุธเพียงชิ้นเดียว

[คุณไม่รู้สึกว่ามันเปลืองไปหรอ!?]
“ฉันจะไปรู้สึกแบบน้นได้ยังไง?”

ยังไงก็ตามยูอิลฮานคิดต่างไปจากเอิลต้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“สิ่งเดียวที่ฉันเห็นค่ามากที่สุดก็คือชีวิตของฉัน”

จากนั้นเขาก็เริ่มทำหัตถกรรมมานาทันที

สิ่งที่เขาต้องการก็คือการเสริมพลังโดยรวมทั้งหมด ความคงทนของเสาที่จะไม่ถูกดึงออกไปง่ายๆ เชือกที่แข็งแรงไม่ถูกฉีกขาด ฉมวกที่แหลมคมซึ่งจะเกาะติดกับเหยื่ออย่างแน่นหนา

ต้องขอบคุณการยกระดับขึ้นของสกิลหัตถกรรมมานาที่ได้มาจากการสร้างกับดักแห่งการทำลายกับทูตสวรรค์ทำให้ตอนนี้เลเวลของหัตถกรรมมานาของเขาได้มาถึงเลเวล 11 แล้ว เสาทั้ง 6 ฉมวกทั้ง 6 และเชือกทั้ง 6 ได้ถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันพร้อมส่องแสงออกมา

[ฉมวกนักล่าเสือดาว ‘รุนแรง’ ‘โหดเหี้ยม’ ได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว]
[สกิลหัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 12]

ยิ่งไปกว่านั้นเวลาในการทำหัตถกรรมมานาก็ยังลดลงด้วย มันใช้เวลาไม่ถึง 20 วินาทีเลยนับตั้งแต่ที่เขาเริ่ม หินพลังเวทย์ที่ยูอิลฮานถืออยู่ได้หายไปและฉมวก เสา และเยือกได้รวมกันเป็นอาร์ติแฟคหนึ่งเดียวกัน ในเวลาเดียวกันนั้นเอิลต้าก็บ่นออกมา

[โปรดจำให้ขึ้นใจด้วยว่าหัตถกรรมมานาไม่ใช่สกิลที่จะสำเร็จตลอดนะ โอเคไหม?]
“โอ้ ออฟชั่นอัลฟ่า เบต้าอีกแล้ว”
[แล้วก็จำไว้ด้วยว่าออฟชั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะติดมาตลอด]

ยูอิลฮานได้ยืนยันในสเตตัสของฉมวกที่ทำเสร็จแล้วโดยไม่สนใจเอิลต้าสักนิด

[ฉมวกนักล่าเสือดาว ‘รุนแรง’ ‘โหดเหี้ยม’]
[ระดับ – ยูนีค]
[พลังโจมตี – 1,050]
[ออฟชั่น – โอกาสคริติคอลและดาเมจคริติคอลเพิ่มขึ้น 20% , พลังการล่ามเพิ่มขึ้น 20%]
[ความทนทาน – 960/960]
[ฉมวกนักล่าที่ทำขึ้นมาจากกระดูกและหนังของเสือดาวยักษ์ เนื่องจากว่ามันได้ถูกทำขึ้นมาเป็นพิเศษทำให้มันเต็มไปด้วยความแข็งแรงและประสิทธิภาพอย่างน่าตกใจ]

“บันทึกอคาชิคนี่รู้ทุกอย่างจริงๆเลย”
[แถมระดับของออฟชั่นมันก็ยังสูงมากเลยด้วย….]

แน่นอนว่าออฟชั่นก็มีลำดับชั้นของตัวมันเองเช่นเดียวกัน แม้ว่ามันจะเป็นการยากที่จะแยกแยะมันจากความแตกต่างของชื่อแต่ว่าถ้าหากมองจากประสิทธิภาพของอาร์ติแฟคมันก็จะเห็นได้ชัดเจนเอง

เมื่อพิจารณาจากออฟชั่นตามปกติมักจะส่งผลเพิ่มแค่ 5% หรือไม่ก็ 10% นั่นมันจึงทำให้ ‘รุนแรง’ ‘โหดเหี้ยม’ นี้เป็นออฟชั่นที่มีระดับสูงอย่างแน่นอน

“มันออกมาดีกว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ย นี้มันก็น่าจะพอแล้ว”
[แต่ว่าความจริงที่ว่ามันอยู่ใต้การคำนวณของคุณก็ยังไม่ได้เปลื่ยนไปเลย]
“เคล็ดลับการเอาชนะก็คือการวางแผนเผื่อในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนี่นา”

เขาได้ตอบกลับเอิลต้ามาอย่างไม่ใส่ใจและผูกจมวกเอาไว้กับหลังของเขา จากนั้นก็ออกมาจาห้องทำงานและมุ่งหน้าไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะอีกครั้ง นี่มันเป็นเพราะว่าการกำหนดเวลาเริ่มโจมตีกับจักรพรรดินีเป็นสิ่งที่จำเป็น

[คุณพร้อมไหม? ตอนนี้ฉันกำลังจะมุ่งหน้าไปที่นั่น]

มันราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าคนโทรมาคือยูอิลฮานทำให้เธอถามออกมาทันที ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

“อย่าพึ่งเข้าไป มันเป็นความสามารถในการปกปิดตัวตน เธอจะถูกมันซุ่มโจมตีเอานะ”

ถึงแม้ว่ามันน่าจะเกิดมาตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน แต่หากตัดสินจากทีวีที่เขาเพิ่งจะดูในไม่กี่วันก่อนดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ไปจากที่เดิมแน่นอน และเหตุผลที่มันทำแบบนั้นเขาก็พอจะรู้เหมือนกัน มันกำลังของพวกเขาอยู่ที่นั่น เพื่อที่จะแก้แค้นให้กับคนที่ฆ่าแม่ของมันไป

แต่ถึงแบบนั้นใครก็ตามที่เข้าไปในพื้นที่นั้นก็จะต้องถูกฆ่าทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคังมิเรย์ที่เป็นคนร่วมมือกับยูอิลฮานที่ฆ่าแม่ของมันไปก็ยิ่งต้องระวัง แถมเธอก็ยังไม่ได้มีอาชีพที่เกี่ยวกับการต่อสู้ระยะประชิดอีกด้วย

[ถึงแม้ว่าพวกเราจะเตรียมแผนไว้แล้ว… แต่คุณก็ยังมีแผนอื่นอีกใช่ไหม?]
“ใช่”

เขาได้ยิ้มขึ้นหลังจากยืนยันในสิ่งที่อยู่บนหลัง ห้องทำงานของเขาอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกลมาก แม้แต่ใช้มาตราฐานความเร็วของคนปกติ เขาก็น่าจะไปถึงเร็วกว่าคังมิเรย์

“อีกเดี๋ยวมันจะใช้การปกปิดตัวตนไม่ได้แล้ว รอจนกว่าจะถึงตอนนั้นล่ะกัน”
[…งั้นฉันจะเชื่อใจคุณและปล่อยให้เป็นหน้าที่คุณล่ะกัน]

แม้ว่าเขาจะไม่เขาใจว่าทำไมเธอถึงได้มาเชื่อใจเขาถึงแม้ว่าจะผ่านการต่อสู้ด้วยกันมาแค่ครั้งสองครั้งก็ตามแต่ยูอิลฮานก็รู้สึกดีที่ได้รู้ว่าเธอยอมรับตัวเขา เขาไม่เคยมีความทรงจำของการถูกยอมรับจากใครเลยในตอนก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้น

การติดต่อกับคนอื่นก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะเศร้าใจเอามากๆที่เขาเพิ่งจะมารู้ตัวเอาในตอนนี้ แต่ว่าเขาก็อดทนเอาไว้เพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาร้องไห้

“ตามใจเธอล่ะกัน”

เขาได้ตอบไปสั้นๆและวางสายไป เมื่อเขาได้ก้าวท้าวออกไปจากตู้โทรศัพท์ตัวเขาก็หายไปทันที นี่เป็นเพราะตัวเขาในตอนนี้ได้วิ่งด้วยความเร็วที่เร็วมากๆ เกราะที่เขาใส่อยู่ และแม้แต่เสาหนักๆกับฉมวกก็ไม่สามารถจะฉุดรั้งให้เขาช้าลงไปเลย

ในตอนนี้มันถึงเวลาแห่งการล่าแล้ว

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <