0 Views

บทที่ 22 – อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (4)

 

[โลกมาถึงระดับนี้ที่มีมอนสเตอร์คลาส 3 โผล่มาแล้วได้ยังไงกันนะ?]

“ก็ไปถามพระเจ้าเอาสิ”

หลังจากที่ยูอิลฮานได้กลับมาบ้านอาบน้ำและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ของเขาเอิลต้าที่ไม่ได้พูดมานานก็เริ่มคุยเรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไปนานมานี้ ยูอิลฮานได้ตอบไปส่งๆพร้อมกับไปนอนและตื่นไปที่ห้องทำงาน

[ไม่ว่าฉันจะคิดกับตัวเองมากยังไง ฉันก็สรุปไม่ได้ซักทีเลย]

“ต่อให้เธอถามฉัน เธอก็ไม่ได้ข้อสรุปอยู่ดีแหละ ฉันบอกให้เธอไปถามพระเจ้าเอาไง”

ยูอิลฮานที่ได้จัดการสร้างกับดักแห่งการทำลายชิ้นที่ 5 แล้วได้ตอบเอิลต้าไปในขณะที่ตรวจสอบว่ากระบวนการสลักถูกต้องสมบูรณ์แล้ว แน่นอนว่าของพวกนี้ทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นยังไม่ได้ผ่านกระบวนการหัตถกรรมมานา

[คุณยังมาใจเย็นได้ยังไงกัน นี่มันเป็นเรื่องของโลกคุณนะ คุณรู้ไหมว่ามันมีปัญหาใหญ่แค่ไหนที่มอนสเตอร์คลาส 3 ปรากฏตัออกมา ทั้งๆที่ทหารที่เป็นแนวหน้าในการป้องกันยังไม่ได้คลาสที่ 1 เลยด้วยซ้ำ?]

นี้เป็นปัญหาที่ใหญ่จริงๆ ในปัจจุบันนี้มนุษยชาติกำลังได้รับความแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากรางวัลเควสที่ได้รับจากต่างโลก แต่ถึงแบบนั้นสมดุลพลังก็ยังคงเอนเอียงไปทางด้านมอนสเตอร์อยู่ดี

แต่ว่ามันจะมีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้สมดุลมันมาข้างมนุษย์ล่ะ? เอิลต้าก็ยังทำอะไรแบบนี้ไม่ได้เลย

“มันไม่ใช่ว่าฉันใจเย็น ฉันก็แค่รู้สึกว่าต่อให้ฉันกังวลอะไรไปมันก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี ฉันก็แค่ต้องทำในสิ่งที่ฉันทำได้”

จากนั้นยูอิลฮานก็ถามต่อเมื่อเขาได้ทำการตรวจเช็คผลงานเสร็จและหยิบฮาคาเนี่ยมชิ้นใหม่ขึ้นมา

“แล้วพวกต่างประเทศล่ะ?”

[ตามที่นางฟ้าคนอื่นๆรายงานมาก็ไม่มีอะไรนะ มอนสเตอร์ที่มีร่องรอยที่จะพัฒนาไปสู่คลาส 3 มีแค่ในเกาหลีเท่านั้นเอง]

“ถ้างั้นนั่นมันไม่ใช่เพราะว่ากับดักแห่งการทำลายหรอ?”

คำพูดนี้ของยูอิลฮานได้ทำให้เอิลต้าเงียบลงไป นี่มันก็เพราะว่าเธอก็ยังคิดว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากว่ากับดักแห่งการทำลายได้ถูกใช้งานแค่ในเกาหลี

กับดักแห่งการทำลายเสริมพลังให้กับมอนสเตอร์ตรงๆงั้นหรอ? แน่นอนว่าเรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่ายังไงก็ตามมันก็เป็นตัวกระตุ้นได้เหมือนกัน

มันจะไม่แปลกเลยสำหรับกับดักแห่งการทำลายล้างจะเป็นภัยคุกคามสำหรับมอนสเตอร์ทุกๆตัวและกระตุ้นให้มอนสเตอร์พวกนั่นบ้าคลั่ง

[แต่ว่ามอนสเตอร์ที่ถูกขังในดันเจี้ยนเท่านั้นที่จะมีโอกาสตระหนักถึงเรื่องนี้ เพราะแบบนั้นการวิวัฒนาการของมอนสเตอร์มันก็ควรที่จะเกิดขึ้นในดันเจี้ยนสิ]

“หืมมม”

[ในดันเจี้ยนอาจจะมีหลายสาเหตุที่ทำให้สายพันธ์ที่อันตรายเกิดขึ้นเพราะการผสมพันธ์ที่ข้ามสายพันธ์ และอีกอย่างก็คือยังมีการบันทึกเรื่องของมอนสเตอร์ที่วิวัฒนาการจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวอื่นและวิวัฒนาการเช่นกัน แต่ว่ามันเป็นไปได้น้อย….]

“ดันเจี้ยนนั่นมันแหล่งซ่องสุมกำลังชัดๆ”

ยูอิลฮารนได้ตะโกนออกไปอย่างตกตะลึง เขาตกใจจริงๆ แค่การขังพวกมันเอาไว้ในดันเจี้ยนมันไม่ได้หมายความว่ามอนสเตอร์จะนอนรอให้มนุษย์มาหาเฉยๆ+

[ยังไงก็ตามการขังพวกมันเอาไว้ พวกมันก็จะไม่มีทางวิวัฒนาการขึ้นจากการกินมนุษย์แต่เป็นการกินมอนสเตอร์ด้วยกันแทน สำหรับสถานการณ์ปกติแล้วการที่มันจะต้องสู้กันเองมีน้อยมากยกเว้นจะเป็นในกรณีที่พิเศษจริงๆ ดังนั้นการขังพวกมันไว้ในดันเจี้ยนก็ทำให้พวกมันมีจำนวนลดลงเช่นกัน]

“งั้นดันเจี้ยนก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ในหลายๆทางสินะ….”

[คุณรู้แบบนั้นก็ดีแล้ว…. แล้วนี่มันก็ยังแสดงถึงว่าคุณที่สร้างดันเจี้ยนขึ้นมาก็น่าทึ่งมากเช่นกัน]

“เอ๋ ถ้างั้นเราก็ได้ข้อสรุปแล้วคือฉันจำเป็นต้องทำกับดักแห่งการทำลายให้เร็วที่สุด”

เอิลต้าได้ยกย่องยูอิลฮานแต่เขากลับไปสนใจเลย เขาได้ตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้นและเอาฮาคาคาเนี่ยมใส่ลงไปในเตาไฟ

เพลิงนิรันดร์ที่ใช้ในการเผาฮาคาเนี่ยมได้เพิ่มอุณหภูมิขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับฮาคาเนี่ยมและยูอิลฮานที่ได้ในผลที่ต้องการในเวลาไม่กี่วินาทีก็เริ่มเอาค้อนทุบลงไปที่ฮาคาเนี่ยมราวกับว่าเขาลืมเรื่องที่เขาต้องกังวลทั้งหมดไปแล้ว

เอิลต้าได้ถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นยูอิลฮานกำลังทำงาน เธอได้ส่ายหัวออกมาเมื่อมองดูยูอิลฮานกำลังทำงานทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้น ยูอิลฮานที่กำลังทำงานมีเสน่ห์มากพอที่จะดึงดูดให้คนมองไปโดยหลงลืมวันเวลาได้เลย

[นายรู้สึกยังไงมั้งล่ะกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้?]

“มันสนุกมาก”

เขาได้ค้นพบในเคล็ดลับการสร้างกับดักแห่งการทำลายหลังจากทำมันขึ้นมาหลายครั้งดังนั้นกับการขึ้นรูปในตอนนี้มันใช้เวลาเหลือแค่หนึ่งในห้าเมื่อเทียบกับในตอนที่เขาทำครั้งแรก ยูอิลฮานได้ตอบโต้ไปในขณะที่เอาอาร์ติแฟคที่สร้างขึ้นมาโดยไม่ผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว

“เหตุผลที่ฉันทำอะไรแบบนี้ก็คือมันได้เจอกับสิ่งใหม่ๆไง แต่ไม่ว่ายังไงเมื่อมันเสร็จแล้วมันก็ไร้ความหมาย เจ้ากับดักแห่งการทำลายนี่มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ?”

[……งั้นสินะ]

เอิลต้าได้เตือนกับตัวเองว่ายูอิลฮานนั้นอ่อนต่อข้อมูลใหม่ๆและสิ่งกระตุ้นใหม่ๆ มันไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจ แต่ว่าเมื่อเธอคิดถึงเหตุผลที่ทำไมเขาถึงมีบุคลิกเป็นแบบนี้มันทำให้เธอรู้สึกสงสารเขา

เธอตรงใจกับความจริงที่เธอรู้ถึงมัน ตัวเธอที่เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็รู้สึกเห็นใจยูอิลฮาน

ยังไงก็ตามเอิลต้าก็ไม่ได้เกลียดความรู้สึกนี้ เธอได้พูดออกไปด้วยความตั้งใจที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

[จงแข็งแกร่งขึ้นซะยูอิลฮษน ถ้านายแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้นายก็จะได้เจอกับประสบการณ์ใหม่ๆไม่สิ้นสุดแน่นอน]

“ใช่ ฉันก็คิดจะทำแบบนั้นเหมือนกัน”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไรในขณะที่ยังทำงานของเขาตอ เอิลต้ารู้สึกไม่พอใจกับคำตอบที่ไม่คิดอะไรนี้ของเขา แต่เธอก็ตกใจกับความมุ่งมั่นในจิตใจจากคำพูดของเจ่

เมื่อเขาทำกับดักแห่งการทำลายล้างนี้ได้ 8 อัน ทูตสวรรคต์ที่ได้ฟื้นมานาแล้ว เขาก็ได้เริ่มทำการหัตถกรรมมานาด้วยความช่วยเหนือจากทูตสวรรค์ทันที ในครั้งนี้ กับดักแห่งการทำลายล้าง ‘กว้างขวาง’ ‘สรวงสรรค์’ ได้เสร็จสมบูรณ์ และเลเวลหัตถกรรมมานาของยูอิลฮานก็ได้เพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 11

[มีออฟชั่นติดมาโดยที่ไม่ล้มเหลวเลย ระดับการตีเหล็กของเขาอยู่ระดับไหนกันนะ?]

[บางทีอาจจะเพราะว่าได้เห็นการทำงานของกับดักแห่งการทำลายทำให้ความสามารถของเขาดีขึ้นไปอีกก็ได้]

[พวกเราจะไปติดตั้งเจ้าสิ่งนี้ด้วยตัวเราเอง ฉันอยากจะขอให้คุณทำส่วนที่เหลืออีก]

การทำหัตถกรรมมานาได้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเหล่าทูตสวรรค์ที่มาเหมือนสายลมและจากไปเหมือนสายลทพร้อมกับกับดักแห่งการทำลายแล้วยูอิลฮานที่มองหลังพวกเขาอยู่ก็พึมพัมเงียบๆ

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าจะเป็นที่ไหน แต่ฉันก็หวังว่าจะไม่มีมอนสเตอร์ที่อันตรายปรากฏออกมานะ”

การใช้งานกับดักแห่งการทำลายมันไม่จำเป็นจะต้องใช้ทูตสวรรค์ทั้งหมดทำให้เอิลต้ายังไม่ได้จากยูอิลฮานไป และเธอก็รู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ยูอิลฮานพูด

[แค่เพราะการที่มอนสเตอร์คลาส 3 ปรากฏตัวออกมาจากการกระตุ้นของกับดักแห่งการทำลายนั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นความผิดของคุณนะ ตัวคุณในปัจจุบันนี้ได้ทำสิ่งที่สำคัญและสร้างเสถียรภาพให้กับโลกอยู่นะ ดังนั้น…..]

“ฉันรู้น่า ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”

[….]

เอิลต้าได้หมดคำพูดทันทีและยูอิลฮานก็ได้วางค้อนลงก่อนจะยืดเส้นยืดสาย

“ฉันเหนื่อยล่ะ ขอไปนอนซักเดี๋ยวนะ”

[ไม่ว่ายังไงฉันก็จะอยู่กับคุณเพื่อให้คุณชินกับมานา]

“ใช่ ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

หลังจากได้กลับมาบ้านยูอิลฮานก็อาบน้ำ เขาได้สระผมและเมื่อเขากำลังจะถูสบู่เขาก็รู้สึกตัว

“…รู้สึกเหมือนฉันจะสูงขึ้นนิดนึงแหะ?”

[คุณเพิ่งจะมารู้ตัวเอาตอนนี้เนี้ยนะ?]

จากสิ่งที่เอิลต้าพูดทำให้เขารีบมองกระจกทันที เมื่อเขารู้เนื่องนี้แล้วเขาก็เห็นมันได้อย่างชัดเจน

โดยรวมแล้วเขาโตขึ้น เขาได้ตัวสูงขึ้น ไหล่กว้างขึ้นและขาขาของเขาก็ยาวขึ้นนิดหน่อย

[คุณจะโตมากขึ้นหากคุณเลเวลอัพและได้เลื่อนคลาสดังนั้นมันแย่มากเลยนะที่คุณมาตกใจเอาตอนนี้]

“แล้วเธอไม่คิดว่าหน้าฉันหล่อขึ้นนิดหน่อยหรอ?”

[อืมม มันไม่น่าจะมีอะไรเปลื่ยนนะถ้าใช้มาตราฐานของมนุษย์]

สำหรับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอย่างเอิลต้าใบหน้าของยูอิลฮานไม่ได้มีร่องรอยของลักษณะเด่นอะไรเลย สิ่งที่ทำให้เธอสนใจตัวเขาไม่ได้มาจากข้างนอกแต่เป็นข้างใน

แน่นอนว่าเธอก็ไม่ได้พูดออกไป เธอไม่สนใจในเก็กท่าหน้ากระจกแบบโป๊ๆของเขานี้ แม้แต่เธอยังคิดว่าเขาแสดงท่าทางเกินไปด้วยซ้ำ

จากนั้นยูอิลฮานก็ได้ไปหลับสบายตลอดทั้งคือ

เหตุผลที่เขาสามารถจะรักษาความมีชีวิตชีวาของเขาได้ตลอดมันก็แน่นอนว่ามันเป็นเพราะเขาสามารถจะหาสิ่งที่ทำได้อย่างไม่สิ้นสุด แต่ว่าการนอนก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขเช่นกัน

เวลาในการนอนของเขามันไม่ได้สั้นหรือยาวเกินไปนี้ทำให้เขามีพลังในการใช้ชีวิตในวันใหม่ ถึงแม้ว่าบางครั้ง ‘วันใหม่’ ของเขามันจะเป็นสองหรือสามวันเพราะการหมกหมุ่นไปกับการฝึกและทำงานก็ตามที

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานจึงมีความชำนาญในการนอนมากกว่าวิชาหอกหรือการตีเหล็กซักอีก ถ้าหากว่าให้เลือกคนที่สามารถจะนอนได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพที่สุดแล้วล่ะก็เขาจะต้องเป็นอันดับหนึ่งในจักรวาลนี้อย่างแน่นอน

และบางทีอาจจะเพราะแบบนี้ทำให้หลังจากที่เขาได้ตื่นมาในตอนเช้าหลังจากที่หลบสนิทได้มีข้อความปรากฏขึ้นมาในม่านตาของเขา

[คุณได้ปลุกพลังพักผ่อน เลเวลสูงสุด ประสิทธิภาพของทุกๆการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการพักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากคุณมีวัตถุดิบสำหรับวิวัฒนาการ คุณอาจจะพัฒนาสกิลไปสู่ขั้นต่อไปได้]

“ว้าว!”

ในขณะที่ทีบผ้าห่มออกไปเขาก็ตะโกนออกมา เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีสกิลนี้อยู่จริงๆ

เมื่อนั้นเอิลต้าที่หลับอยู่บนหัวของเขาก็ตื่นขึ้นมาและเจอกับสถานการณ์นี้ทำให้เธออ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

[สกิลพักผ่อน? คุณไปเรียนทักษะที่มีความยากในการได้รับระดับ SSS นี้มาได้ยังไงกัน!?]

“ระดับ SSS? นี้มันยากยิ่งกว่าการเรียนกระสุนวงจักรอีกนี่!”

[คุณเรียนรู้มันได้ยังไงกัน? แม้แต่ฉันก็ยังไม่ได้เรียนรู้สกิลนี้เลยนะ! นอกไปจากนี้ฉันได้ยินมาว่าการเพิ่มเลเวลของมันยากยิ่งกว่าการได้รับมาอีก….]ฃ

ยูอิลฮานได้ตอบไปอย่างซื่อตรง

“ฉันได้ค้นคว้าการนอนหลับที่สบายที่สุดในตอนกลางคืนมาหลายศตวรรษนะ”

[มันต้องมีเหตุผลที่ฉันไม่ได้มันมา…]

“เตียงคือวิทยาศาสตร์!”

[เงียบน่า!]

ในตอนนั้นเองยูอิลฮานก็ตอกกลับไปเรื่องของสกิลนี้

“แล้วสกิลนี่มันทำไรได้ล่ะ?”

[แน่นอนสิว่ามันคือการหลับและพักผ่อนที่ดีไง]

“ถ้าแค่แบบนั้นมันก็ไม่มีทางที่เธอจะต้องตกใจนี่”

เอิลต้าได้ใช้เย็นขึ้นเมื่อได้ยินในสิ่งที่ยูอิลฮานชี้บอกออกมา ยูอิลฮานมีความรอบรู้แบบนี้บางทีอาจจะเป็นเพราะการอ่านหลังสือมามากมายและความสามารถในการอ่านมันหมายความว่าเขาจะเข้าใจสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น และเธอก็ไม่มีความตั้งใจจะเก็บอะไรไว้แต่แรกแล้ว

[เอาล่ะ มันคงถึงเวลาที่ฉันจะอธิบายเรื่องวิวัฒนาการสกิลแล้วสินะ]

“โอ้ อย่างที่คิดเลย”

การตื่นขึ้นของสกิลหรือให้พูดอีกอย่างก็คือแค่ว่าบันทึกแห่งอคาชิคเพิ่งจะรู้ถึงตัวตนของสิ่งนั้นๆ แต่สกิลการพักผ่อนมันมีอยู่ในตัวยูอิลฮานตั้งแต่แรกและมีเลเวลสูงสุดแล้ว

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่มีความทรงจำที่ได้ผลอะไรจากสกิลนี้เลย นอกจากนี้เขาก็ยังตื่นขึ้นจากการนอนหลับแบบนี้ทุกๆวัน หรือให้พูดก็คือความสามารถของสกิลนอนหลับมันน้อยเอามากๆ

แต่ว่าหากว่าผลความสามารถของมันจบแค่นี้มันก็ไม่มีทางเลยที่เอิลต้าจะตกตะลึงไปกับเรื่องแบบบนี้ในเมื่อเธอมักจะพูดถึงตัวตนขั้นสูงอยู่แล้ว

[วิวัฒนาการสกิลเป็นการที่จะทำให้ได้รับส่วนเสริมของสกิลมา และมันเป็นประเภทความสำเร็จ คล้ายๆกับการเลื่อนคลาสนั่นแหละ]

พูดง่ายๆก็คือ ‘วิวัฒนาการสกิล’ นั่นจะปรากฏขึ้นมาก็ต่อเมื่อสกิลถูกฝึกจนถึงขีดจำกัด

[มันอาจจะเรียกได้ว่ามันคือแนวทางจากบันทึกอคาชิคที่นำเสนอแนวทางใหม่ๆที่อยู่สูงขึ้นนั่นเอง]

“เอาล่ะช่วยพูดง่ายๆอย่างที่เธอทำมาตลอดได้ไหม?”

[สกิลจะกลายเป็นทรงพลังมากขึ้นนั่นแหละ]

“เยี่ยม ดีมาก”

สกิลที่มีเงื่อนไขสามารถวิวัฒนาการที่ยูอิลฮานมีอยู่ก็คือ การต่อสู้ระยะประชิด ความชำนาญหอก ปกปิด และท้ายที่สุดพักผ่อน

การชำแหละและการตีเหล็กต่างก็อยู่ในเลเวลสูงสุดเหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองอย่างนี้ไม่มีขั้นที่สูงกว่าแล้ว หรือให้พูดก็คือยูอิลฮานได้อยู่ในจุดสูงสุดแล้วนั่นเอง

[ลืมเรื่องทักษะปกปิดด้วยล่ะเนื่องจากว่าคุณยังไม่เคยใช้มันแบบสกิลใช้งานเลยไปได้เลย และขอยกเว้นสกิลการต่อสู้ระยะประชิดกับความชำนาญหอกออกไปด้วยเนื่องจากว่าความต้องการในการวิวัฒนาการมันยังยากเกินไปสำหรับเลเวลในปัจจุบันของคุณ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่เคยพูดเลยวิวัฒนาการสกิลมาจนกระทั่งถึงตอนนี้]

“เอะ ถ้างั้นหมายความว่าสกิลพักผ่อนยากนิดหน่อยสินะ”

ยูอิลฮานพูดถูก สิ่งจำเป็นในการวิวัฒนาการสกิลพักผ่อนนั้นมีความยากที่แตกต่างไปจากสกิลอื่นๆ

[ทำไมคุณไม่ดูเอาเองล่ะ? คุณก็รู้วิธีใช้หน้าต่างสเตตัสนี่ ใช่ไหมล่ะ? คุณแค่ต้องคิดว่าคุณอยากจะรู้ถึงวัตถุดับการวิวัฒนาการสกิลของสกิลพักผ่อนแค่นั้น]

เมื่อเขาได้ทำตามที่เอิลต้าบอกมาอย่างเชื่อฟัง สิ่งที่จำเป็นสำหรับการวิวัฒนาการสกิลก็ได้ปรากฏออกมาให้เห็น

[หัวใจของมอนสเตอร์คลาส 2 ที่กำลังหลับไหล 0/500]
[เลือดโทรล 0/500 ลิตร]
[หลับสบาย 0/100 ชั่วโมง]
[หินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 3 0/1]

นี่คือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ถึงแม้ว่าจะระดมกำลังคนทั้งหมดบนโลกทั้ง 7.4 ล้านคนก็ตามที

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <
/