0 Views

บทที่ 1 – อยู่อย่างอ้างว้าง (1)

หลังจากที่ได้หลับเท่าที่ต้องการแล้วเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาและตรงไปที่ห้องครัวเพื่อกินอาหารเช้าที่ถูกเตริมเอาไว้โดยนางฟ้าวางเรียงอยู่บนโต๊ะ ตัวนางฟ้าเองไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วแต่ว่าเขาก็ไม่ได้ตกใจอะไรนะเพราะว่าเธอได้บอกกับเขาแล้วว่าการที่เขาได้พบกับเธอมันเป็นเรื่องที่แปลกมากแล้วและคนจะไม่บ่อยนักที่เขาจะได้เจอกันกับเธออีกในอนาคต

“อร่อยจัง”

ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นอยู่เพียงลำพังแล้วทำให้เขาค่อนข้างจะอ่อนไหวกับเรื่องขี้ปะติ่วเอามากๆยิ่งไปกว่านั้นคำพูดที่ดูไม่มีอะไรอย่างคำว่าอร่อยจังนี้ก็ทำให้เขาต้องเศร้าขึ้นมา แต่ว่าพูดตามตรงมันอร่อยกว่าอาหารที่แม่ของเขาทำจริงๆ อาหารมีนี้มีโภชนาการที่สมดุลแถมมันยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วยดังนั้นมันจึงเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบ

“แล้วก็หากเธอมีเงินเยอะๆ ถ้างั้นเธอจะต้องเป็นภรรยาคนที่หนึ่ง”

ใครกันที่จะแต่งงานกับนางฟ้า? ก็ต้องเป็นเทวดาคนอื่นๆอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ในตอนที่ความคิดเล็กๆน้อยๆแบบนี้เขาก็ยังได้คิดเรื่องล้างจากอีกด้วย แต่ว่าเมื่อเขากินเสร็จจานก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย มันดูเหมือนว่าการล้างจานให้ดีจะเป็นบริการด้วยเช่นกันยูอิฮาลได้อาบน้ำและแต่งตัวในขณะที่กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองถูกนางฟ้าล่อลวงและในตอนที่เขากำลังใส่ถุงเท้าเตรียมไปมหาลัยเขาก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเขาไม่จำเป็นต้องไปที่นั้นและทำให้หยุดลง

“อืมม ถ้างั้น”

ตอนนี้ทำอะไรดีล่ะ

คำตอบก็ได้รับการเปิดเผยในไม่นาน ไม่ใช่ว่านางฟ้าได้บอกให้เขาฝึกร่างกายหรอกหรอ? แม้ว่าเซลล์อายุจะไม่ทำงาน แต่ส่วนอื่นๆของร่างกายยังคงทำงานตามปกติทำให้ถ้าหากเขาฝึกมันก็จะแสดงผลออกมาผ่านร่างกายของเขาเอง

พูดตามตรงแล้วเขาไม่ได้ชอบการขยับร่างกายเลยซักนิด เขาไม่มีพรสวรรค์ในด้านและไม่เคยมีความสุขจำดีๆเกี่ยวกับกีฬาสักนิด ย้อนไปในตอนมัธยมต้นเขาได้ทำทำไม้วิ่งผลัดพลัดหลุดมือลอยไปโดนวิกผมของคุณคือสอนพละแทนที่จะได้ส่งให้เพื่อน มีแค่นี้แหละที่เป็นสิ่งที่ดี… ความทรงจำที่ดี

ยังไงก็ตามการใช้ข้ออ้างนี้มันก็ดูจะเหมือนเด็กเล็กที่หนีการฝึกเกินไปกับสถานการณ์ที่จริงจังแบบนี้

มอนสเตอร์จะไม่ปรากฏตัวออกมาในเวลาแค่ 10 ปีงั้นสินะ? ฉันจะไม่มีทางฝึกมานาได้เหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆ ดังนั้นฉันจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเพิ่มพลังของฉันให้ได้

‘ไปโรมยิมดีกว่า เอ๋…’

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วยูอิลฮานได้ลุกขึ้นยืนและถอนหายใจออกมา เขาได้ตัดสินใจที่จะฝึกร่างกายแล้วดังนั้นมันก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องศึกษาวิธีฝึกที่มีประสิทธิภาพที่สุดก่อน

หลังจากที่ต้องใช้เวลากว่าครึ่งวันในการศึกษาหาวิธีฝึกกล้ามเนื้อแล้วเขาก็ได้ลงไปกินอาหารกลางวันเขาก็ออกไปจากบ้านเพื่อไปยิม

ยูอิลฮานได้มาที่ยิมอย่างนี้เป็นเวลาถึง 3 ปีโดยที่ไม่ปริปากบ่นแม้แต่นิด

[คุณเป็นคนหนุ่มสมัยใหม่จริงหรือป่าวเนี้ย ทำไมคุณถึงทำอะไรซ้ำๆแบบนี้ทุกวันได้ถึงสามปีกัน?]

ในจุดนี้นางฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้นมาถามเขา

“ถึงฉันจะไม่อยากทำแต่ฉันก็ต้องทำนี่”

[ใช่แล้ว]

“นั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันทำไง มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับการเรียนในมัธยมปลายสามปีหรอกน่า”

[…..]

นางฟ้าได้มองยูอิลฮานเหมือนกับว่าเธอกำลังมองสัตว์ประหลาด

อย่างที่นางฟ้าได้บอกเอาไว้ตัวเขาไม่ได้แก่ลงไปเลย แต่ว่าหลังจากที่ยูอิลฮานได้กินอาหารที่ดีและออกกำลังการอย่างมากเกินไปทำให้ตัวเขาในตอนนี้ดูเหมือนกับพวกเทรนเนอร์รักสุขภาพในทีวี เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้วเพราะว่าเขาไม่ได้เรียนเลยซักนิดและเอาเวลาไปฝึกร่างกายทั้งวัน

[คุณไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ คุณมีเทคนิคที่หลบสายตาของเทพเจ้าได้ด้วยนะ]

“อย่าพูดให้มันเป็นความผิดของฉันสิ”

และเขาก็ได้ไปโรงยิมอีกเป็นเวลา 2 ปี ระยะเวลาที่นางฟ้าได้บอกกับเขา 10 ปี ในตอนนี้ได้เหลือแค่ 5 ปีแล้ว ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยและเบื่อกับการต้องออกกำลังกายทุกๆวันแล้ว

“ฉันจะต้องเรียนศิลปะการต่อสู้กับวิธีการใช้อาวุธไหม?”

[แม้ว่าจะไม่มีคนสอนนายเลยนะหรอ?]

แม้ว่าเธอจะบอกกับเขาว่าจะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่ว่าเธอก็มาแสดงตัวกับเขาบ่อยมากขึ้นและเธอก็คุ้นชินกับเขาจนไม่ได้พูดสุภาพอีกต่อไปแล้ว ถ้าหากว่าไม่คิดถึงปีกบนหลังของเธอ เธอก็คงจะดูเป็นแค่พี่สาวคนสวยเท่านั้นเอง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับท่าทีของเธอ

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมนะแต่ว่าเน็ตกับไฟฟ้ามันยังใช้งานได้ ฉันก็เลยจะเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านเน็ตยูทูปอะไรพวกนี้เอานะ”

[อืม ก็เพราะเวลาถูกหยุดไว้ไง]

“เธอก็ยังจะใช้ข้ออ้างอีกนี้ใช่ไหม?”

[ใช่สิ]

ยูอิลฮานได้หยุดจ้องนางฟ้าและถอนหายใจออกมา

“ถ้าเธอจะแนะนำซักอย่างนึงเธอจะแนะนำอะไร?”

[ยิวยิตสูกับหอกนะ อืม ฉันไม่คิคว่ามันจะมีบันทึกเรื่องการฝึกหอกมากนะ ดังนั้นนายก็คงจะต้องฝึกพื้นฐานไปจนตาย]

“ฉันบอกว่าแค่อย่างเดียวไง”

[มันไม่ใช่ว่านายมีเวลา 5 ปีหรอ? มันก็แค่ฝึกพื้นฐานของทั้งสองอย่างเอง]

แล้วก็อะไรล่ะนั่น ยิวยิตสูเป็นศิลปะป้องกันตัวอย่างแรกที่ฉันต้องฝึกเลยหรอ!? แต่แล้วยูอิลฮานที่กำลังเตรียมจะบ่นกับนางฟ้าได้เปลื่ยนความคิดของเขาไปในทันทีที่ได้เห็นใบหน้าที่จริงจังของเธอ มันไม่ใช่ว่าเธอจะล้อเลียบนเขา เธอได้ให้คำแนะนำเขาด้วยศิลปะการต่อสู้ที่สามารถช่วยเขาได้จริงๆในสถานการณ์ที่โลกกำลังจะเผชิญ

ถ้างั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถ้าหากเป็นคำแนะนำของนางฟ้าแล้วเขาก็มีแต่ต้องทำตาม ยูอิลฮานได้กระซิบกับตัวเองภายในใจและยืดเส้นยืดสาย การเคลื่อนไหวร่างกายของเขาเบามากซึ่งเขารู้สึกถึงการเปลื่ยนแปลงนี้ได้ตลอดเวลา

ในตอนแรกๆเขารู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยวจริงๆแต่ว่าพอเขาได้ใช้ชีวิตมาซักพักเขาก็เริ่มจะชินกับมัน ความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์นี้มันจะน่าทึ่งไปแล้ว

นอกจากกินอาหารและนอนแล้วเขาก็ยังมีสิ่งที่จะต้องทำอีกทุกๆวัน นอกไปจากนี้เขาก็ยังมีนางฟ้ามาคุยด้วยเป็นครั้งคราว เว้นเสียแต่ในตอนที่เขาคิดถึงแม่ที่ทำให้เขาต้องรู้สึกเศร้า

‘ฉันจะต้องอดทนอีก 5 ปี แค่ 5 ปีเท่านั้น ฉันจะต้องอดทนจนกว่าจะถึงตอนนี้’

ด้วยความคิดแบบนี้ทำให้เขานั่งลงอยู่ตรงหน้าจอคอม เขาคิดว่าการเรียนรู้ยิวยิตสูกับวิชาหอกมันเป็นเรื่องยากที่จะเรียนผ่านวิดีโอ แต่ว่าเขามีเวลาถึง 5 ปี เขาก็แค่คิดว่ามันเป็นไปได้สำหรับเขาที่จะทำมันถ้าหากเป็นแค่ในขั้นพื้นฐาน

2 ปีแรกเขาได้เต็มไปด้วยการทดลองและความผิดพลาด เขาได้ฝึกมันมาตลอดแต่ว่าเขาไม่ได้มีใครมาสู้กับเขาเลย คู่ฝึกยิวยิตสูมันเป็นเหมือนกับแฟนที่เห็นเพียงแค่ภายในจอเท่านั้น

ในทางกลับกันแล้วสิ่งที่พัฒนาขึ้นกลับเป็นวิชาหาอก ยูอิลฮานได้ใช้ไม้ยาวแทนที่จะเเป็นหอกมาฝึกแทง ฟาด เหวี่ยงและป้องกันซ้ำๆ แต่ว่าเมื่อมันผ่านไป 1 ปี 2 ปี เขาก็ได้ตรัสรู้ถึงอะไรบางอย่าง

‘ในท้ายที่สุดแล้วศิลปะการต่อสู้ก็เหมือนกับการเรียน’

แม้แต่สิ่งที่ทำไม่ได้มันก็จะทำได้ในเมื่อเขาทำซ้ำๆมากมาย สิ่งนี้ทำให้ความเชื่อของเขาได้สูงขึ้น มันก็เหมือนกับการเรียน การฝึกร่างกายของเขา และในตอนนี้การฝึกวิชาหอกมันก็เหมือนๆกัน

ถ้างั้นมันไม่ใช่ว่ายิวยิตสูก็จะเป็นเหมือนกันหรอกหรอ? ยูอิลฮานที่แทบจะเอื้อมไปถึงชายขอบความสำเร็จของศิลปะการต่อสู้ได้เขาได้เริ่มที่จะหาหนังสือและวิดีโออย่างกระตือร้นขึ้นและทำการฝึกซึมซับยิวยิตสูและวิชาหอก

ในเมื่อเขาได้ตัดสินใจที่จะทำแล้วมันก็ได้มีความก้าวหน้าขึ้น เทคนิคยิวยิตสูเป็นเทคนิคที่ใช้สำหรับฆ่าศัตรูโดยที่ไม่สนในกฏเกณใดๆเลย ในขณะนั้นเขาก็ค้นคว้าศิลปะการต่อสู้อื่นๆในหนังสือกับวิดีโออีกด้วย เขาได้พยายามอย่างมากในการจะเรียนรู้มันด้วยร่างกายของเขา ยูอิลฮานได้เริ่มรู้สึกว่าจับทริคอะไรบางอย่างได้อย่างช้าๆ ช้ามากๆ

เทคนิคหอกก็เหมือนกัน เขาได้เริ่มที่จะคิดถึงการขยับร่างกายมากกว่าการแค่แทงหอกกับเหวี่ยงหอกแล้ว

การเคลื่อนไหวก่อนการโจมตี หลังการโจมตี การเคลื่อนไหวเพื่อเสริมพลังโจมตี เขาาได้พัฒนาขึ้นไปทีละขั้นและสายตาของเขาก็ได้พัฒนาขึ้นไปด้วย นี้เป็นการพัฒนาในเชิงบวกที่เกิดขึ้นในขณะที่เรียนรู้ยิวยิตสู

กล้ามเนื้อของยูอิลฮานที่ตามเดิมพัฒนาอยู่อย่างเดียวได้ปรับให้เหมาะสมกับรูปแบบการต่อสู้มากยิ่งขึ้นเพราะการฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ต่อเนื่องของเขา ในจุดนั้นก็ได้ผ่านไปแล้ว 8 ปีนับตั้งแต่ที่เขาถูกทิ้งไว้ นางฟ้าก็ยังต้องตกใจเมื่อเห็นเขา

[นายคงไม่ได้กินยาอะไรแปลกๆไปหรอกนะ?]

“เธอกำลังพยายามจะพูดอะไรกัน?”

[เป็นมนุษย์ที่น่าทึ่งอะไรแบบนี้ หรือว่ามนุษย์ทุกคนเป็นแบบนายอะ]

“ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถอะ”

ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือยูอิลฮานไม่มีคู่ต่อสู้ หากเขาได้ต่อสู้กับคนอื่นเขาก็จะได้รู้ว่าเทคนิคของเขาได้ผลยังไง ผิดพลาดอะไรและควรแก้ไขอะไร เขาจำเป็นจะต้องฝึกกับกระสอบทรายไปอีกนานแค่ไหนกันนะ?

ในปีที่ 9 ที่เขาถูกทิ้งเอาไว้และยังเป็นเวลา 4 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ยูอิลฮานก็ได้คิดขึ้นแบบนั้น นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดขึ้นเพราะว่าเขาได้มั่นใจในเทคนิคของเขามากยิ่งขึ้น การต่อสู้กับคนอื่นๆนี้ถ้าหากเป็นตัวเขาเมื่อ 9 ปีที่แล้วเขาก็คงจะต้องกลัวหัวหดจนต้องวิ่งหนีไปไม่ก็เรียกตำรวจไปแล้ว

[นายรู้อะไรไหม]

นางฟ้าได้ชี้มาที่ตัวเองในตอนที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ยูอิลฮานได้ถามออกมาอย่างสงสัย

“เธอต้องการให้ฉันอัดเธอหรอพี่สาวนางฟ้า?”

[แม้ว่าฉันจะมีรูปร่างแบบนี้ แต่ฉันก็เป็นทูตของพระเจ้าและเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูงเลยนะ ฉันแข็งแกร่งเกินกว่านายที่จะคิดได้เลยล่ะ]

“เธอเป็นยิวยิตสูด้วยใช่ไหมนะ?”

ยิวยิตสูเป็นเทคนิคการต่อสู้ที่สยดสยองไร้ความปราณีคู่ต่อสู้อย่างแท้จริง มันเป็นเทคนิคการต่อสู้ที่ไม่ได้เอาไว้วัดความสามารถของคู่ต่อสู้แต่เป็นการฆ่าคู่ต่อสู้ แน่นอนว่าเขาได้ฝึกมันแค่ 4 ปี แต่ว่ายูอิลฮานก็รู้ถึงความอันตรายของมันถ้าหากเขาได้ใช้มันกับมนุษย์

[ฟุฟุ เป็นฉันเองนะที่บอกให้นายฝึกมันนะ ไม่ต้องห่วงน่าเข้ามาเลย]

“มันไม่เป็นไรจริงๆนะ เธอจะไม่พูดแบบอื่นทีหลังแน่นนะ?”

[แน่นอนสิ]

นางฟ้าได้ทุบอกขนาดใหญ่ที่ไร้ประโยชน์ของเธอและยืนยันกับตัวเขา ยูอิลฮานได้มองไปที่เธอและหลังจากนั้นก็ตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน เขาได้เข้าไปหานางฟ้าด้วยสายตาที่กว้างขึ้น

“กินกำปั้มของความไม่พอใจทั้ง 9 ปีของฉันไปซ้าาาาา ตายยยยยยยยยยย!”

[เฮ้อ]

และเขาก็ถูกกระทืบอย่างน่าสมเพช นางฟ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญยิวยิตสู

[นายรู้อะไรปะ? นายเป็นคนที่สามารถจะมาเป็นคู่ต่อสู้ได้ตามที่ต้องการเลยนะ นี้เป็นการเซอร์วิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เกิดมาเป็นนางฟ้าเลยล่ะ]

“ไม่….!”

หลังจากที่ถูดอัดจนบอบช้ำไปทั้งตัวยูอิลฮานได้ปฏิเสธอย่างสุดใจ แต่ว่าโชคร้ายที่เขาไม่มิสิทธิที่จะปฏิเสธอะไรได้แล้ว นี้มันเป็นเพราะว่านางฟ้าต้องการจะช่วยเขาให้รอดจากหายนะครั้งยิ่งใหญ่จริงๆหลังจากที่ได้เห็นเข้าฝึกมาอย่างจริงจังถึง 9 ปี

จากมุมมองของยูอิลฮานแล้วมันไม่ได้น่ายินดีนัก แต่แม้ว่าเขาจะอยากหนีไปให้พ้นๆแต่เขาก็ไม่สามารถจะหนีไปจากนางฟ้าได้

การต่อสู้กับนางฟ้าได้ทำให้เทคนิคของเขาพัฒนาอย่างต่อเนื่องจริงๆ เขาไม่อยากจะยอมรับมันแต่ว่าการพัฒนาของเขามันชัดเจนเกิดไป เขาอยากจะหยุดความเจ็บปวดเอาไว้และเอาคืนผู้หญิงคนนี้ไม่ว่าอะไรก็ตาม นับตั้งแต่นี้ปนี้คือเป้าหมายในการขยับร่างกายของเขา

นางฟ้ารู้สึกภูมิใจในขณะที่ยูอิลฮานเจ็บปวด เทคนิคยิวยิตสูและวิชาหาของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

จนกระทั่งสัญญา 10 ปีได้มาถึง

ยูอิลฮานได้อาบน้ำล้างตัวและมองไปที่ตัวเองผ่านกระจก ร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากจนถึงจุดที่สามารถจะสู้กับหมาป่าได้แล้วเนื่องจากการฝึกร่างกายมาเป็น 10 ปี แต่ว่าใบหน้าของเขาก็ยังดูเป็นเด็กมหาลัยใหม่ๆเหมือน 10 ปีก่อนอยู่แต่มันก็ยังมีความแตกแยกแปลกๆอยู่

“มันก็คงจะดีนะถ้าฉันสูงอีกสักนิด”

[ไม่ใช่ว่านายจะไม่เติบโตเลยหลังเกิดหายนะครั้งยิ่งใหญ่ซะหน่อยนี่? ใบหน้าของนายแค่ดูน่าหมดหวังนิดหน่อยนะแต่ว่านะร่างกายของนายนะดีขึ้นมากเลยนะแล้วถ้าหากนายสูงอีกซะนิด…. อืมม มันก็ไม่น่าจะแย่เลย]

“ใบหน้าของฉันมันทำไมกันห๊ะ!?”

เขาได้มองไปที่กระจก ตาของเขามันไม่ได้ใหญ่เลยซักนิด คิ้วไม่หนา จมูกมูกที่ไม่ได้ดูโด่งเลย ริมฝีปากที่มีนิดเดียวและยิ่งไปกว่านั้นก็คือผิวที่ซีด หืมม เขาไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลยใบหน้าของของเขานี่ดูไร้ซึ่งชีวิตชีวา แต่ว่าใบหน้าของตัวเขาเองก็มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครบนโลกอีกแล้ว

[นายในตอนนี้คงสามารถจะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับต่ำได้โดยไม่น่าจะยากแล้วล่ะ ถ้าหากว่านายเลเวลอัพได้อย่างรื่นไหลอีกไม่นานนายก็คงจะใช้มานาได้เองแหละ]

นางฟ้าได้พูดออกมา เธอรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่เธอจะต้องกล่าวลาแล้ว แต่ยูอิลฮานก็ได้ถามกลับมาเนื่องจากว่ามีสิ่งที่เขาต้องการถามอยู่

“แล้วฉันจะฆ่ามอนสเตอร์ได้ยังไงล่ะ? ฉันคิดว่าเธอบอกว่าหากไม่มีมานาก็ฆ่ามอนสเตอร์ไม่ได้นี่”

[นั่นมันมอนสเตอร์ระดับสูงนูน มอนสเตอร์ระดับต่ำก็ยังสามารถใช้ปืน มีด หอก ฆ่าได้ง่ายๆอยู่]

“เธอหลอกฉันนางฟ้าาาาาาาาาาาา!!!”

[ฟุฟุ ฉันไม่ได้หลอกนะ นายก็แค่ไม่ถามให้ละเอียดเอง]

นางฟ้าได้ยืดหน้าอกขึ้นมาอย่างภูมิใจและเผยความจริงออกมา ผู้หญิงคนนี่มันอะไรเนี้ย

ความโกรธของเขากำลังเดือดขึ้นแล้ว แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปเขาก็สงบลง ยังไงในท้ายที่สุดแล้วการหลอกลวงนี้ก็เพื่อให้เขาพัฒนาตัวให้แข็งแกร่งขึ้น เธอได้พยายามที่จะให้เขาเติมเต็มช่องว่างของการที่ใช้มานาไม่ได้ ในตอนที่เขาได้คิดแบบนี้ เขาก็ไม่สามารถจะโกรธได้

“ชีวิตมหาลัยตามปกติมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วใช่ไหม”

[แน่นอนสิ กิจกรรมตามปกติของสังคมส่วนใหญ่จะกลายเป็นอัมพาตไปแล้ว แล้วก็ในระหว่างช่วงเวลานั้นความสามารถในการต่อสู้นั้นเป็นที่ต้องการกว่าความสามารถในด้านวิชาการ]

“ฟู่วว….”

[ในตอนแรกฉันคิดว่าท้องฟ้ามันก็น่าจะพังทลายลงมา แต่ว่าเนื่องจากว่าความพยายามอย่างมากของนาย ฉันก็คงไม่ต้องห่วงอะไรมากหรอกมั้ง นายพยายามอย่างหนักมาจนถึงกระทั่งตอนนี้ ในอนาคตนายก็คงจะทำได้ดีเอง]

มันได้ถึงเวลาแล้ว ในตอนนี้เป็นเวลาเดียวกันกับเมื่อใน 10 ปีที่แล้ว แน่นอนว่ายูอิลฮานไม่สามารถจะบอกเวลาได้แต่ว่านางฟ้าได้บอกกับเขา

ยูอิลฮานได้กลับไปอยู่ในที่ๆเดิมด้วยความตั้งใจของเขานั่นก็คือลานกว้างในเขตของมหาลัย นี่เป็นภาพที่เขาไม่ได้เห็นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้วแต่มันก็ยังคงไม่เปลื่ยนไป

“ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างจนมาถึงตอนนี้นะพี่สาวนางฟ้า”

[ว้าว]

นี่มันเป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้พูดคำว่าขอบคุณออกมาจากปาก นางฟ้าก็ดูท่าจะไม่เคยคิดเลยว่าตัวเธอจะได้รับคำขอบคุณออกมาและผงะไปเล็กน้อย แต่ว่าในท้ายที่สุดแล้วเธอก็หัวเราะขึ้นและมาอยู่ข้างๆเขา

[มันค่อนข้างสนุกเลยล่ะในเวลา 10 ปีนี้ ขอบคุณเหมือนกัน]

“ฉันจะได้เจอเธออีกปะ?”

[อืมม มันก็ขึ้นอยู่กับนายนะ]

นางฟ้าได้อยู่พูดอยู่พักนึงและจากนั้นเธอก็ลังเลเล็กน้อยก็จะเสริมขึ้นมาอีกประโยค

[ฉันชื่อว่าลิต้า]

“ลิต้า”

ยูอิลฮานได้พึมพัมชื่อของเธอออกมาราวกับว่าเขาไม่ต้องการจะลืมมัน นางฟ้าลิต้าได้มองดูเขาอย่างพึงพอใจก่อนจะกระพือปีกอีกครั้ง

[ฉันจะต้องไปแล้ว เดี๋ยวเวลาบนโลกก็จะกลับมาเป็นปกติและคนอื่นๆก็คงกลับมาแล้ว]

“เดินทางปลอดภัยพี่สาวลิต้า”

ทั้งสองคนได้กล่าวคำอำลากัน ลิต้าได้บินออกไปอย่างช้าๆและยูอิลฮาลก็พยายามที่จะผ่านพ้นอารมณ์ที่ผิดหวังจากการจากลากับลิต้าไป เขาได้ปิดตาลงเพื่อรอคอยการกลับมาของทุกๆคนอย่างตื่นเต้น

แต่แล้วกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

“….”

ยูอิลฮานได้เปิดตาของเขาขึ้น เขายังเห็นลิต้ากำลังทำท่าตกตะลึงอยู่บนท้องฟ้าอีกด้วย

“…มีอะไรจะอธิบายไหม?”

ยูอิลฮานได้พูดออกมาอย่างเย็นชา ลิต้าได้ค่อยๆลงมาที่พื้นอย่างช้าๆและหัวเราะออกมาอย่างน่ารักจากนั้นก็พูดออกมา

[ฉันคิดว่ามันมีข้อผิดพลาด]

“เฮ้ นี่เธอจะบ้าหรอ XXXXX”

[บางทีอาจจะเป็นเพราะการหยุดเวลาไม่ก็อะไรสักอย่างนี่แหละ มันดูเหมือนว่าเวลามันจะถูกบิดเบือนนิดหน่อยนะ เอาเถอะ มันก็คงจะไม่มากนักหรอกนายก็แค่ต้องทดอีกซะ 10 ปีไม่ก็ 20 ปี….]

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

นี้มันกลับมาเป็นช่วงเวลาที่เหี้ยอีกครั้งแล้ว! ยูอิลฮานได้แต่ละบาดอารมณ์กับพื้นอย่างเบื้องน่าเขาอย่างจนใจ นี่มันเป็นเพราะว่าหากเขาไปละบายอารมณ์กับนางฟ้าก็คงจะมีแต่การที่เขาถูกอัดกลับมาแทน

เพราะแบบนั้นยูอิลฮานก็ได้สงบลงหลังจากที่เศษหญ้าเต็มไปทั้งตัวของเขา เขาได้พึมพัมออกมาในขณะที่มองไปบนท้องฟ้าอย่างไม่พอใจ

“เยี่ยม มันก็แค่ 10 ปี ไม่ก็ 20 ปีเท่านั้นเอง ฉันจะรอให้ดู”

มนุษย์เป็นสัตว์แห่งการปรับตัว เขาทำได้ดีมาจนกระทั่งตอนนี้แล้วทำไมเขาจะทำมันไม่ได้ในอนาคต ทัศนคติในแง่บวกนี้ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของเขเช่นกัน

ยังไงก็ตามแม้ว่ามันจะผ่านไป 10 ปี 20 ปี มนุษยชาติก็ยังคงไม่กลับมา จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไป 50 ปี ยูอิลฮานก็เลิกที่จะนับเวลาไปแล้ว