0 Views

บทที่ 193 – สรรสร้าง (2)

 

พอยูมิลตั้งสติกลับมาได้ เขาก็มาอยู่ในโลกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนซะแล้ว

“หืม?”

เขาได้แต่มองไปรอบๆอย่างสงสัย ท้องฟ้าทั้งหมดเป็นสีแดงและผืนดินก็เพล่งแสงสีเลือดออกมา นี่มันแปลกมาก นี่เป็นสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ที่เขาไม่คุ้นชิน แค่อยู่ที่นี่ก็ทำให้เขาไม่สบายใจแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังรู้ปลอดภัยแบบแปลกๆ

“คุณย่า? พี่สาว?”

เขาได้เรียกหาคนที่เมื่อตะกี้ยังอยู่กับเขาและกระจายมานาออกไปค้นหา แต่ก็ไรประโยชน์ในตอนนี้ที่โลกที่กว้างนี้เขาไม่อาจจะสัมผัสได้ดึงมานาของใครเลย

พวกยูมิลได้ไปทำลายวงเวทย์ด้วยกันแล้วก็กลับมาที่โลกพร้อมกันแน่นอน แล้วก็ตอนที่พวกเขากำลังเข้าไปในคฤหาสน์ ยูมิลก็รู้สึกมึนหัวกอนที่จะดูเหมือนถูกแรงกดดันที่ไม่อาจจะบรรยายออกมาได้โจมตีที่เขาและทำให้เขาหมดสติไป

แล้วพอเขาตื่นขึ้นมาเขาก็อยู่ที่นี่แล้ว เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“พ่อ…”

ในสถานการณ์ที่เขาไม่รู้อะไรเลยนี้ทำให้เขานึกถึงพ่อของเขา นี่มันไม่ใช่ว่าเขานึกถึงเฉยๆเพราะเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงร่องรอยของยูอิลฮานที่มีอยู่ในหลายๆส่วนของโลกนี้ แน่นอนว่าก็แค่ร่องรอยเท่านั้น แต่ในตอนนี้แค่นี้ก็พอแล้ว

“แสดงว่าพ่อเคยมาที่นี่”

พอเขาได้ข้อสรุปแล้วยูมิลก็ใจเย็นมากขึ้นกว่าเดิม แค่ความจริงที่ว่ายูอิลฮานเคยมาที่นี่มาก่อน เขาก็สัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อระหว่างเขากับยูอิลฮานแล้ว

ยูอิลฮานได้ห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้และคิดขึ้นมา หากว่าเป็นพ่อเขาจะทำยังไงในสถานการณ์นี้กันนะ?

“รู้แล้วๆ พ่อจะฆ่าทุกๆอย่างที่มองเห็น!”

 

นี่คือสิ่งที่เขาเห็นมาจากยูอิลฮานตลอดการเจริญเติบโตของเขา และนี่ก็ยังเป็นข้อสรุปเดียวที่ชัดเจนจนเขาไปถึง! นี่คือเรื่องจริงอย่างมากเพราะในตอนนี้บนโลกยูอิลฮานก็กำลังทำสิ่งเดียวกันอยู่ด้วย

อย่างแรกเลยยูมิลได้หยิบเอาเนื้อมังกรที่ยูอิลฮานย่างเอาไว้ให้มากิน และเลเวลของเขาในตอนนี้อยู่ที่ 192 ตอนนี้เขาอยู่ไม่ไกลจากการวิวัฒนาการไปเป็นมังกรที่แท้จริงแล้ว

“…เยี่ยมล่ะ”

พอเขาอิ่ม ยูมิลก็ยืดกล้ามเนื้อและกระจายสัมผัสออกไปอีกครั้งหนึ่ง ในคราวนี้เขาไม่ได้หาคนอื่นอีกแล้ว แต่เขากำลังพยายามจะหาศัตรูที่อ่อนแอที่สุดเพื่อจัดการ

ยังไงก็ตามผลที่ได้มีแต่ทำให้ยูมิลจะบ้า สัมผัสที่เขาสัมผัสได้มีแต่ออร่าของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยทั้งในโลกของเขาหรือโลกอื่นก็ตาม!

“ว้าว แข็งแกร่งมาก เลเวล 250 253 261 274 280… หืม”

ด้วยเลเวลปัจจุบันของยูมิลสำหรับเลเวล 250 มันคือเกือบจะสองเท่าของเลเวลเขาแต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย บางทีหากเขาเป็นมังกรที่แท้จริงหลังจากผ่านคลาส 4 มาสิ่งต่างๆก็อาจจะเปลื่ยนไปก็ได้… แต่ว่าจากการที่เขาได้มาในโลกที่เต็มไปด้วยตัวประหลาดพวกนี้ทำให้เขาได้แต่สับสน

“…โอเค”

ยังไงก็ตามความสิ้นหวังของเขาไม่ได้อยู่นานนัก ศัตรูที่แข็งแกร่งจำนวนมากมันก็หมายความว่าหากเขาจัดการพวกมันได้เลเวลของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกันและจากการที่ยูมิลได้มีประสบการณ์ต่อสู้กับมอนสเตอร์แบบไม่หยุดยั้งมาสองสามปีจนเขาพัฒนาขึ้นมาทำให้ยูมิลรู้ดีว่าความลำบากใจแบบนี้จะหายไปหากเขาอดทนผ่านมันไปได้

“ถ้างั้นก็ไปจัดการเจ้านั่นก่อ…น?”

ในตอนที่กำลังจะไปจัดการตัวที่เลเวลน้อยที่สุดก่อนนี้เอง เขาได้ค้นพบกับตัวตนใหม่ที่ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสไม่ได้

“หือ?”

ก่อนหน้านี้ตัวตนของมอนสเตอร์ที่เขาสัมผัสได้ก็คือพวกมอนสเตอร์ประหลาดที่มีเลเวลน้อยที่สุดอยู่ที่ 250 แต่แล้วในตอนนี้เขากลับสัมผัสได้ถึงตัวตนที่มีเลเวลเพียงแค่หนึ่งหรือไม่ก็มากสุดที่เลเวล 2 และพวกที่มีเลเวลเพียงแค่นี้ได้รวมตัวกันอยู่ในจุดเดียว

มนุษย์ ยูอิลฮานรู้สึกได้เองโดยสัญชาตญาณ มนุษย์ที่อ่อนแอและยังเด็ก ได้ยังไงกัน? เขาก็ไม่รู้เรื่องนี้แต่ว่าเขาจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ มอนสเตอร์ที่น่ากลัวพวกนี้ก็สัมผัสได้ถึงตัวตนพวกนั้นและกำลังเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ยังไงก็ตามโชคดีที่มีแค่จุดเดียวเท่านั้น

“ฮ่าห์!”

หลังจากรู้แบบนี้แล้วยูมิลได้ออกตัวทันที เวทย์ลมที่ไม่จำเป็นต้องร่ายของเขาได้ทำให้ร่างกายของเขาเบากว่าเดิม

ในเวลานี้เองเขาก็ได้ยินเสียงจากสายลมที่อยู่ไม่ไกลออกไป

“ฮึก ฮือออ”
“ผมกลัว ผมกลัว”
“แม่จ๋า พ่อจ๋า…!”

หนึ่งในพื้นฐานการซ่อนตัวในสถานที่ที่ไม่รู้จักก็คือการเงียบ แต่ว่าเด็กมนุษย์หน้าโง่เหล่านี้ต่างก็ร้องออกมาสุดเสียงราวกับว่าการทำแบบนี้จะทำให้มีคนมาช่วย และก็เป็นอย่างที่ยูมิลคิดเอาไว้พวกมอนสเตอร์ได้เร่งความเร็วในการเข้าไปหาเป้าหมายมากขึ้น

“เฮ้อออ”

ยูมิลได้เดาะลิ้นออกมาเหมือนอย่างที่พ่อเขาชอบทำตอนที่เจอคนแบบนี้ และเขาก็ยังคิดว่าสถานการณ์แบบนี้สามารถถูกเขานำไปใช้ประโยชน์ได้

ตอนนี้การซ่อนเร้นของยูมิลก็ยังไปแตะถึงระดับเชี่ยวชาญแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าจะใช้กับพวกมอนสเตอร์เลเวลสูงได้ไหม แต่หากว่ามีคนมาดึงดูดความสนใจให้โอกาสล้มเหลวก็น่าจะลดลง

‘การโจมตีที่รุนแรงแล้วก็ แล้วก็การโจมตีที่ซ่อนในการโจมตีอีกทีหนึ่ง ถ้าฉันทำได้ฉันฆ่ามันได้แน่’

เมื่อคิดได้แบบนี้ยูมิลได้หยิบเอาคุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์ขึ้นมาจากกระเป๋าของเขาและกัดลงไป อารหารมังกรของยูอิลฮาน คุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์และด้วยสกิลประเภทการทำอาหารที่มีอยู่ในตัวยูมิลตั้งแต่เกิดทำให้พลังโดดรวมของเขาเพิ่มขึ้นจากการกินคุกกี้เพียงชิ้นเดีวถึง 20%

“ฟู่ ฉันทำได้ มันเป็นไปได้…!”

พลังที่แข็งแกร่งได้มารวมตัวกันที่หมัดเขา ออร่าลมที่ถูกเสริมพลังจากคลาส 3 รวมไปถึงสกิลการต่อสู้ระยะประชิดที่เขาได้รับสืบทอดจากยูอิลฮานและฝึกฝนมา ยังมีสกิลพลังเหนือมนุษย์ที่เขาสืบทอดมาด้วย พลังทั้งหมดนี้เขาได้ใช้มันในทีเดียว

ไม่นานนักยูมิลก็เจอกับมนุษย์ เด็กชาวมนุษย์ได้มารวมตัวกันอยู่ในจุดหนึ่งตามการคาดการณ์ของเขา เด็กพวกนี้ดูๆไปแล้วอายุยังไม่ถึง 4 ขวบเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเด็กพวกนี้จะอายุไม่ต่างไปจากยูมิลมากนัก แต่ในด้านพลังนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ผมกลัว!”
“แม่จ๋า แม่อยู่ไหน!”
[ก๊าซซซซซซซซซ!]

มอนสเตอร์ได้หันมาสนใจเด็กคนนั้นแทนที่จะเป็นแม่ที่พวกเขาเรียกหา เป็นมอนสเตอร์ที่น่ากลัวตัวสูงกว่า 20 เมตรและยังมีไฟท่วมทั้งร่าง

ยูมิลไม่เข้าใจในโครงสร้างร่างกายของมอนสเตอร์ตัวนี้เลยแม้ว่าจะมองดูตรงๆ แต่ว่าเขาก็ยังมั่นใจว่ามันยังไม่ใช่ศัตรูที่เขาจะเอาชนะไม่ได้เลย การต่อสู้แบบซึ่งๆหน้าเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าถาเขาใช้การโจมตีทีเผลอสร้างข้อได้เปรียบมันก็พอไหว

คุณสมบัติธาตุตั้งแต่เกิดของยูมิลคือธาตุลม ธาตุลมนั้นคมยิ่งกว่าดาบเล่มใดๆและในเวลาเดียวกันก็แข็งยิ่งกว่าโล่ใดๆเช่นกัน เขาได้ใช้ลมมาคลุมร่างตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกไฟทำบาดเจ็บ และรวมพลังทำลายทั้งหมดไปที่หมัดของเขา

‘คมขึ้นอีก คมกว่านี้ คมขึ้นซะ’

ยูมิลได้พึมพัมกล่อมตัวเองขึ้นมาและกระโดดออกไปพร้อมพลังนี้

แม้ว่าเขาจะกระโดดสูงหลายกิโลเมตรแบบยูอิลฮานไม่ได้ แต่ด้วยออร่าลมที่อยู่ใต้เท้าของเขาเป็นตัวเร่งทำให้ความเร็วของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าความเร็วของยูอิลฮานเลย นี่คือผลจากการฝึกเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุดตามพ่อของเขา

[ก๊าซซซซซซซซซ]
“ย๊ากกกกกกกกก”
“มอนสเตอร์ ผมกลัวมอนสเตอร์ อ๊ากกกกก!”

เด็กได้เริ่มร้องออกมา และมอนสเตอร์ก็เจอเด็กพวกนี้แล้ว พวกมันได้เข้ามาโจมตีเด็กๆอย่างอารมณ์ดีทันที

แต่ในตอนนี้เองหมัดของยูอิลฮานก็ได้ทะลวงผ่านเปลวไฟที่คลุมร่างของมันเอาไว้และต่อยเข้าที่กลางหัวของมัน!

[ติดคริติคอล!]
[ก๊าซซซซซซ!]

มอนสเตอร์ได้ร้องออกมาแล้ว ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่เห็นว่านี่เป็นการคุกคามใดๆ เขาได้เริ่มขยับตัวต่ออีกครั้ง จังหวะที่แรงผลักยังคงอยู่นี้เขาได้ทำการเตะเข้าที่คอของมันทันที!

แน่นอนว่าที่ทำแบบนี้ได้ก็เพราะยูมิลมีการควบคุมพลังเวทย์ลมที่น่าทึ่ง ความสามารถในการควบคุมลมของยูมิลได้เกินกว่าระดับของคลาส 3 ตามปกติไปนานแล้ว

[ก๊าซซซซซ!]
“ฮึ่ม!”

มอนสเตอร์ได้รับการโจมตีติดคริติคอลของยูมิลไปถึงสองครั้งติดโดยที่ตอบโตไม่ได้ มันได้แต่คำรามออกมาและหันไปหายูมิล แม้ว่ามันจะอยากกินเด็กที่ร้องน่ารำคาญ แต่ว่าความเจ็บปวดมันมากเกินกว่าที่จะเมินยูมิลแล้ว!

“นี่มันยังไม่พอ!”

ยังไงก็ตามไฟของมันไม่ได้ทำร้ายยูมิลเลย ยูมิลได้เกิดขึ้นมาจากเพลิงที่ยูอิลฮานได้ใส่ลงไปแล้ว เขามีความต้านทานต่อไปที่สูงตั้งแต่เกิดแล้ว บวกกับมีเวทย์ลมอยู่ด้วยทำให้ความทนทานต่อไฟของเขาสูงอย่างมาก

“ว้าวดูนั่น!”
“ฮีโร่ล่ะ”
“ฮีโร่!”

เด็กๆได้แสดงความเห็นกันออกมาจนลืมที่จะร้องไห้ไปแล้ว พวกเขาได้ตะโกนออกมาด้วยตาเป็นประกาย ยูมิลคิดว่าเด็กพวกนี้ไม่ได้ฉลาดเลยสักนิดและปรับมานาในร่างให้มากยิ่งขึ้น

[ก๊าซซซซซซ!]
“เอาค่าประสบการณ์มา!”

มอนสเตอร์ประหลาดที่มีบาดแผลร้ายแรงอยู่ที่หัวกับคอได้พุ่งเข้าใส่ยูอิลฮานแล้ว

ปีกศาจพวกนี้พึ่งพาในคุณสมบัติในร่างกายของมันมากกว่าความสามารถทางกายภาพทำให้ยูมิลที่มีความสามารถในการต้านทานไฟนี้สามารถต่อสู้กับมันได้โดยที่ไม่ยากมากนัก เด็กๆพวกนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะวิ่งหนีเลย พวกเขานั่งจ้องการต่อสู้นี้ด้วยตาเป็นประกาย

[ก๊าซซซซซซซซซซซ+]

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ในที่สุดแล้วหมัดของยูมิลก็ได้บดขยี้หัวของมอนสเตอร์ตัวนี้

[ก๊าา…]

มอนสเตอร์ไม่อาจจะคำรามคำสุดท้ายออกมาได้และล้มลงไป ในตอนนี้ข้อความจำนวนมากได้ไหลขึ้นมาที่ม่านตาของยูมิล

[คุณได้รับประสบการณ์ 37??91?782?4]
[คุณได้รับการบันทึกเลเวล 25? อิ??ฟ??????.]

“ฟู่”

ยูมิลได้ถอนหายใจออกมาและลงไปยืนบนพื้นราวกับเขาจะล้มลงแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ยากกว่าที่เขาคิดเอาไว้ มันง่ายที่จะสร้างความดเสียหายให้กับมอนสเตอร์ที่มีพลังชีวิตต่ำมากเมื่อเทียบกับเลเวลของมัน แต่ว่าถึงแบบนั้นมันก็ยังมีมานาที่มากมายมาทดแทนทำให้ทุกๆการโจมตีของมันอันตรายอย่างมา

“อ่า ยากจริงๆ”

แล้วก็เจ็บด้วย ยูมิลไม่ใช่พระเจ้า ยูมิลไม่อาจจะควบคุมลมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอดเวลาได้ทำให้เขาโดนเผาทั่วทั้งตัวและในจุดที่เขาถูกหมัดของมอนสเตอร์เข้าก็มีกระดูกโผล่ออกมาเกือบให้เห็น

แม้ว่าเขาจะฟื้นฟูตัวเองด้วยการฟื้นฟูของเลือดมังกรอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ดูเหมือนว่ายังจะต้องใช้เวลาอีกหน่อยกว่าที่จะฟื้นตัวได้สมบูรณ์ แน่นอนว่าราคาที่จ่ายไปนี้มันถูกมากๆกับการที่เอาชนะมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าเขามากกว่า 60 ซะอีก

“ฮีโร่ชนะล่ะ!”
“ฮีโร่! “ฮีโร่!”

เด็กๆได้เข้ามาลุมล้อมยูมิลแล้ว ยังไงก็ตามยูมิลไม่ได้สนใจเด็กพวกนี้ เขาได้มองไปที่มอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งฆ่าแล้วยิ้มออกมา เมื่อเห็นยูมิลเงียบๆเด็กๆก็ยังหยุดชะงักไป

“ฮีโร่…?”

จากนั้นยูมิลก็เริ่มลงมือ เขาได้เริ่มฉีกเนื้อของมอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งจะฆ่าและกัดงไป

“กรี๊ดดดดด!”
“กรี๊ดดด! กรี๊ดดดดด!”
“ฮีโร่กำลังกินมอนสเตอร์แล้ว! นี่มันสกปรก!”

ยูมิลที่มีสกิลต้านทานมีระดับสูงและต้านทานคำสาประดับสูงได้กินเนื้อต่อไปทั้งๆที่ฝืนทนความเจ็บปวด เมื่อเด็กๆคนแบบนี้ก็ได้ก้าวถอยหลังไป แต่แล้วก็มีเสียงท้องร้องดังขึ้นมา

“ผมหิว”
“ฉันก็หิว”
“อูววววว”

ยูมิลได้หยุดกินเนื้อและหันมามองเด็กๆ เขาลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะเลือกย่างส่วนที่มีพิษน้อยที่สุดและถามขึ้น

“อยากกินไหม? แต่ว่าถ้าพวกนายจะกินก็ต้องฟังฉันนะ”

เด็กเหล่านี้หิวมากกว่าจะปฏิเสธได้ ด้วยสิ่งล่อใจนี้ทำให้พวกเขายอมรับเนื้อมา แต่เรื่องที่น่าสนใจจริงๆเลยก็คือเด็กพวกนี้ไม่ได้ตายแม้ว่าจะกินเนื้อพิษที่เต็มไปด้วยคำสาปลงไป

ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะว่าการเปลื่ยนแปลงที่เกิดจากการมาในนรกนี้หรือว่าอะไรก็ตาม แต่สำหรับยูมิลแล้วเขาไม่คิดแบบนั้น เขาคิดแค่ว่าในเมื่อเขากินเนื้อนี่ได้ เด็กคนอื่นๆก็กินได้

เมื่อเห็นเด็กๆกำลังกินเนื้อมอนเตอร์ที่ได้ไป ยูมิลก็ยิ้มออกมา

ในเมื่อเด็กๆกินเนื้อไปแล้วก็ไม่อาจจะปฏิเสธเขาได้อีกต่อไป ไม่ว่าเด็กพวกนี้จะเด็กยังไง หรือไม่ว่าพวกนี้จะเป็นทารกที่ยังเดินไม่ได้ก็ไม่สำคัญแล้ว

ในตอนนี้เด็กทั้งหมดได้เป็นลูกน้องของเขาแล้ว แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าจะใช้เด็กพวกนี้ยังไง แต่ว่าการทำให้สิ่งไร้ประโยชน์มีประโยชน์ขึ้้นมาก็คือความถนัดของพ่อเขา เขาเชื่อว่าเขาก็จะต้องทำได้เหือมกันในฐานะของลูกหลานตระกูลยู

กองทัพนรกของมังกรได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว