0 Views

บทที่ 170 – ฉันคือยอดนักขุด (4)

 

“ส่วนง่ายๆนี่ยังไม่ถึงไหนเลย… หือ!?”
“เสียงน่าทึ่งนี่มาจากไหนกัน อะไรน่ะ!?”

สายตาของทั้งนักบวชกับพาลาดินต่างก็หันไปยังทิศทางหนึ่งพร้อมๆกัน ที่นั่นมีคนๆหนึ่งยืนอยู่แม้ว่าจะอยู่ในที่ที่เหมือนกันแต่ว่ามันก็ดูต่างออกไปมากๆ

“นั่นมัน.. อะไรน่ะ…?”
“หินกำลังถูกสลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง! หินพวกนี้ที่ต่อให้ใช้สกิลก็ยังทำลายได้ยาก…!”
“เงียบน่า!”

นี่คือยุคที่คนนับร้อยคนร่วมมือกันเพื่อขุดหินและคนนับสิบคนร่วมมือกันสลักหินเป็นเรื่องปกติธรรมา แต่แล้วกลับมีคนๆหนึ่งทำทุกๆอย่างที่พวกเขาต้องร่วมมือกันทำด้วยตัวคนเดียวราวกับเป็นการเยาะเย้ย

“โอ้ววววววววว!”

เครื่องมือขุดเจาะมรณะของยูอิลฮานที่ติดเข้ากับสกรูได้หมุนปั่นอย่างรุนแรง นี่คือสว่านที่ได้ขุดผ่านร่างของโกเลมเลเวล 270 มาแล้ว หรือให้พูดก็คือสำหรับหินนี่แล้วมันเฉยๆมา มันก็แค่ก้อนหินเท่านั้นเอง ต่อให้หินพวกนี้จะเก็บพลังศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ก็ไม่มีทางที่เขาจะแพ้

“ว้าว หินขนาดใหญ่แบบนี้…!”
“รอเดี๋ยวนะ นั่นไม่ใช่ประตูทางเข้ามหาวิหารงั้นหรอ!? เป็นไปได้ยังไงกัน เขากำลังสร้างประตูไปพร้อมๆกับที่ขุดหินออกมา!?”

ต่อหน้าการควบคุมที่แสนแม่นยำของยูอิลฮาน แผ่นหินยักษ์ที่ถูกตัดได้ถูกแกะสลักและประกอบขึ้นอย่างแม่นยำ ของพวกนี้สามารถจะนำมาใช้ตรงๆโดยไม่ตรงทำอะไรเพิ่มอีกก็ยังได้ด้วยซ้ำ ที่มันเป็นแบบนี้ไปได้เพราะเขาได้จดจำพิมพ์เขียวทั้งหมดที่นายูนาให้เขามาแล้วด้วย

[สกิลขุดได้เพิ่มเป็นเลเวล 51]

นอกไปจากการที่สกิลที่เขาได้รับมาเมื่อวานเลเวลพุ่งไปถึง 50 แล้ว มันก็ยังน่าทึ่งที่สกิลนี้ก็กำลังเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง แน่นอนว่าเหตุผลก็เพราะหินที่เขาขุดอยู่นี่มันมีพลังของเทพธิดาอยู่ ดังนั้นยูอิลฮานจึงได้กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญในสกิลการขุดโดยไม่ตั้งใจ

“น่าทึ่งมาก!”
“แค่ในนาทีเดียว เขาทำได้มากกว่าที่เราทุกคนทำกันทั้งสัปดาห์ซะอีก!”
“อย่ามัวแต่ตกใจ ไปทำงานกันได้แล้ว!!!”

ความเร็วในการขุดและขึ้นรูปหินของยูอิลฮานได้ยิ่งเร็วมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาเริ่มคุ้นชินกับงาน การได้เห็นเขาสับเปลื่ยนสกรูกระดูกกับทำลายส่วนที่อ่อนแอของหินจากการโจมตีที่คำนวนเอาไว้แล้วทำให้บางคนถึงขนาดมึนหัวไป

“มิเรย์นี่!”
“ทำไมฉันต้องทำด้วย… สายฟ้าฟาด”
“ใบมีดลม!”

คังมิเรย์กับยูมิลก็ยังได้มาช่วยงานอยากมากด้วย สายฟ้าของเธอจะทำลายเอาหินยักษ์ออกจากกันและยูมิลก็จะจัดการตัดมันให้เรียบร้อยด้วยการควบคุมใบมีดที่ละเอียดอ่อน หากไม่มียูอิลฮานแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็คงจะเป็นตัว MVP แน่นอน

“มิเรย์ ต่อไปก็นี่”
“ตอนนี้นายถึงกับสั่งฉันอย่างไร้อย่างอายแล้ว…!”
“แต่ว่าเธอก็บอกว่าเธออยากจะช่วยเขานี่นา?”
“ฉันไม่ได้หมายถึงงานแรงงานแบบนี้นะ! ที่ฉันพูดมันคนล่ะเรื่อง…”

“โอ้ววววว”
“มันทะลุแล้ว! ภูเขาเป็นรูไปซะแล้ว”
“โห รูปปั้น! ทำไมถึงแสดงฉากการลงมาของท่านหญิงเรย์ต้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะ?”

แน่นอนว่า พวกเขาไม่อาจจะก้าวข้ามยูอิลฮานที่ทำรูปปั้นจากการขุดเพียงครั้งเดียวได้เลย

3 วันหลังจากนั้นงานที่ยูอิลฮานถูกดึงให้ไปช่วยทำที่เหมืองก็ได้จบลงแล้ว

“เป็นชายที่น่าตกใจริงๆเลย”
“เขาถึงขนาดผูกขาดบัพของสตรีศักดิ์สิทธิ์… แล้วก็มีอุปกรณ์แปลกๆอีกด้วย…”
“ฉันได้ยินมาว่าชายคนนี้คือสุดยอดสถาปนิกจากโลก”
“สถาปนิกจากโลกเป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้กันถึงคนเลยไหมนะ!?”

ยูอิลฮานได้จัดการเก็บเอาวัสดุก่อสร้างลงไปในช่องเก็บของโดยไม่สนใจในการพยายามกระจายข่าวลือของเขาออกไปจากพวกนักบวชกับพาลาดิน จากนั้นเขาก็ได้ตะโกนไปทางนักบวชกับพาลาดินที่เอาแต่กระซิบกัน

“ในตอนนี้ เรากำลังจะไปที่สร้างวิหารใหม่ที่ซากปรักหักพังกันแล้ว! พวกนายต้องมากับฉันด้วย!”
“ครับ!”
“พวกเราจะตามคุณไป”

จากเวลาที่ผ่านไปได้ทำให้ยูอิลฮานได้การเป็นผู้ปกครองเหมืองหินแห่งนี้และทุกๆคนก็ได้ตามเขามาโดยไม่บ่นกลับมา นักขุดธรรมดาๆที่ไม่ได้เป็นแม้แต่นักบวชหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรได้รับความศรัทธาจากทุกๆคน

ความยิ่งใหญ่ของยูอิลฮานจะยิ่งโดดเด่นขึ้นมามากขึ้นอีกเมื่อเขาเริ่มการก่อสร้าง – แค่โบกมือกทำให้หน้าดินเรียบเนียน ดีดนิ้วอีกครั้งหินก็จัดการวางหินที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาวางไว้ นักบวชถึงขนาดอุทานกันออกมา

“เขาก็เป็นคนที่ได้พรจากเทพธิดาด้วยหรือป่าวนะ? ถ้าไม่งั้นเราก็จะอธิบายเรืองทั้งหมดนี่ได้ยังไงกัน!”
“เขาเป็นคนที่จะแต่งงานกับฉัน~!”
“ไม่ล่ะ!”

จริงๆแล้วการสร้างวิหารง่ายกว่าในตอนที่เขาสร้างพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าซะอีก เหตุผลก็เพราะว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำการหัตถกรรมมานาที่นี้

หินนี่ได้เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาอยู่แล้ว มันจะส่งผลต่อกันและกันเองทำให้มันยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีกเมื่อได้รวมกันจนเป็นวิหารจนจะเกิดคุณสมบัติพิเศษขึ้นมาได้ด้วยซ้ำไป นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของยูอิลฮาน แต่มันเป็นสิ่งที่จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดและลึกลับ

“เอ๋ บันทึกเทพ…”
[ฉันบอกแล้วว่าพวกนี้ไม่ได้มีตัวตจริงๆ ฉันขอพูดในฐานะของคนที่ได้รับพรเลย นี่มันเป็นเรื่องที่แท้จริงแน่นอน] (เลียร่า)
“อ่า ฉันก็เป็นคนที่ได้พรเหมือนกันนะ พรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กไง”
[ศาสนานะมีเนื่องจากว่าพวกมนุษย์ที่โง่เขลามักจะแข็งแกร่งขึ้นจากการที่เชื่อในเทพปลอมๆ] (สเปียร่า)

ตลอดกระบวนการก่อสร้างทั้งหมดนี้นักบวชต่างก็คอยอยู่ใกล้ๆและอัดพลังศักดิ์สิทธิ์ลงไปในวิหารด้วยตัวพวกเขาเอง วิหารได้ดูดซึมพลังลงไปและส่องแสงสีชมพูหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ยูอิลฮานรู้แปลกๆขณะที่เขาสัมผัสวิหารระหว่างการก่อสร้าง วิหารมันค่อยๆแข็งแกร่งมากขึ้นราวกับกำลังพัฒนาเติบโตขึ้นมาเหมือนกับสิ่งมีชีวิตจริง

นี่มัหานเป็นพลังที่แปลกมา พลังที่รู้จักกันว่าคือพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพปลอมๆ – มันมีความรู้สึกแปลกๆอยู่ลางๆที่เข้าไม่อาจจะเข้าใจได้ แต่ว่าตอนนี้จิตใจเขาลอยออกไปแล้ว

“คุณอิลฮาน ถ้านายเหนื่อยก็ไปพักกับฉันซักหน่อยก็ได้น้า~~!”
“ฉันไม่ไดเหนื่อยหรอก แล้วก็ถ้าฉันเหนื่อยขออยู่คนเดียวดีกว่า”
“หืม ดูเหมือนนายจะไม่ได้เป็นอะไรนะ”
“เธอรู้ว่าฉันเหนื่อยไม่เหนื่อยได้จากคำพูดเนี้ยนะ!?”

การสร้างมหาวิหารขึ้นอีกครั้งเดิมทีแล้วถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีถึงจะเร็วที่สุดแล้ว แต่แล้วตอนนี้ความคืบหน้ามันเร็วกว่าเดิมอย่างน้อยก็ 30 เท่าแล้ว

แม้ว่าคนของศาสนจักรเรย์ต้าก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับในพลังของยูอิลฮาน ซึ่งแตกต่างไปจากตอนแรกที่เขาสงสัยในการคัดเลือกคนของนายูนา แต่แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนเลยว่าคนอื่นจะคิดกับเขายังไง!

“เยี่ยมเลย ตอนนี้มันก็ใกล้จะเสร็จแล้ว”
[บางทีมันอาจจะเพราะว่านายได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กก็ได้ วิหารที่นายทำถึงได้ให้ความรู้สึกพิเศษจางๆออกมา ดูนั่นสิ มันนานแล้วนะที่ฉันไม่ได้เห็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์แบบนี้] (เลียร่า)
[เธอไม่เข้าใจงั้นหรอเลียร่า? นี่มันไม่ใช่เพราะเทพแห่งช่างตีเหล็ก ยูอิลฮานได้คุ้นชินไปกับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งความงามแล้ว เขาได้ใช้พลังจากหินที่เก็บเอาพลังศักดิ์สิทธิ์เอาไว้เหมือนกับการใช้มานาจากตัวเขาเองไปแล้ว] (สเปียร่า)
“ฉันก็ไม่มั่นใจเรื่องนี้หรอกนะ… แต่ว่าถ้าเป็นไปได้ ฉันก็รู้สึกไม่อยากจะทำให้มันเสร็จจนกว่าที่ฉันจะชินกับพลังนี้ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าหากฉันชินกับพลังนี้แล้วฉันจะดึงพลังจากหินศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้จนถึงขีดสุดของมัน”

ในตอนแรกยูอิลฮานได้ยอมรับในคำขอของนายูนาแค่เพื่อที่จะเอาหินศักดิ์สิทธิ์มาใช้ แต่ว่าระหว่างทำงานนี้ขณะที่เขาได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์มาจนแทบจะไร้ขีดจำกัดจากการก่อสร้างนี้ทำให้ตัวเขาเองเข้าใจในพลังของเทพได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและรู้สึกว่าเขาได้รับรางวัลมาอย่างมากมายแล้ว

แม้ว่าระหว่างเขาทำการขุดหินเขาจะรู้สึกถึงมันได้เล็กน้อย แต่ว่าในระหว่างการก่อสร้างมันทำให้เขารู้สึกถึงมันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว เทพเหล่านี้ไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกบันทึกแห่งอคาชิคสร้างขึ้นมาจากแค่ความปรารถนาในการหาที่พึ่งของมนุษย์นับไม่ถ้วนเท่านั้น เขารู้สึกเหมือนกับมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอิสระสามารถทำความเข้าใจจับต้องได้

[อย่าคิดว่ามันยากยูอิลฮาน นายก็แค่ต้องยอมรับในสิ่งที่อยู่ตรงหน้านาย] (เอิลต้า)
“ปัญหาคือฉันมองไม่เห็นพวกนั้นไงล่ะ”

ถ้าเขาเข้าใจคว้ามันได้… เขารู้สึกเหมือนกับเขาจะก้าวหน้าขึ้นอีกนิด… แต่ว่าสำหรับในตอนนี้มันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจะเอื้อมไปถึงเนื่องจากเขาไม่รู้ว่าวิธีและสิ่งที่จะ ‘ไขว่คว้ามา’

ระหว่างความคิดของเขากำลังคิดลึกไปถึงวิธีที่คาดไม่ถึงในที่ที่คาดไม่ถึง การก่อสร้างมหาวิหารที่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นก็ได้เสร็จสิ้นลงในวันที่ 9 ของการก่อสร้าง

“คุณอิลฮาน นายต้องเอารูปปั้นมาที่นี่”
“ฟู่”

รูปปั้นเทพธิดาที่ยูอิลฮานได้ใช้ทั้งแรงกายและแรงใจสลักขึ้นมาด้วยเครื่องมือขุดเจาะมรณะ – ระหว่างที่เขาวางรูปปั้นที่ดูคล้ายนายูนาลงไปในตรงกลางของวิหาร ทั้งพื้นที่แห่งนี้ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีชมพูสว่างทันที

นี่คือสัญญาณที่แสดงว่าในที่สุดทุกอย่างก็สำเร็จกลายเป็นวิหารที่เต็มไปด้วยพลังของเทพธิดาแล้ว! นักบวชกับพาลาดินที่เฝ้าคอยอย่างใจจดใจจ่อได้เริ่มสวดภาวนาและเพิ่มพลังศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองทันที และตัวตนที่อยู่สูงที่สุดอย่างนายูนาก็ไม่เว้นเช่นกัน

“ท่านหญิงเทพธิดา ได้โปรดมอบพลังของท่านมาเพื่ไม่ให้ที่นี่พังลงไปอีกในอนาคตด้วยเถอะน้า~!”

ในตอนนี้เองแสงขนาดใหญ่ได้พุ่งสาดกระจายออกมา! ระหว่างนี้ทุกๆคนต่างมองไปที่สตรีศักดิ์สิทธิ์ นายูนาก็ได้ยิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสา ในทันทีหลังจากนั้นข้อความสีชมพูได้สลักปรากฏขึ้นในม่านตาของทุกๆคน

[มหาวิหารเทพธิดาแห่งความงามเรย์ต้าได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว คุณจะได้รับบันทึกของเทพแห่งความงามตามการมีส่วนร่วม]

“ว้าว นี่มันดูเหมือนฉันจะสวยขึ้นอีกแล้ง”

สมแล้วกับที่เป็นนายูนาที่ใส่ใจในความสวยงามของตัวเองและยอมรับในความสวยของเธอ ยูอิลฮานได้ส่งเสียงฮึ่มออกมา แต่เขาก็ยังแอบหันไปถามเลียร่าเบาๆ

“หน้าของฉันดีขึ้นสักนิดป่ะ?”
[หน้าของนายมันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว] (เลียร่า)
[นายถามคนผิดแล้วยูอิลฮาน แล้วก็การเปลื่ยนแปลงมันไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีหรอกนะ!] (เอิลต้า)

ขณะที่ความรู้สึกของยูอิลฮานกำลังลดลงไป คนอื่นๆก็ยังเริ่มตอบสนองกับข้อความที่ปรากฏขึ้นมา เนื่องจากว่าพวกเขาเหล่านี้ทุกคนต่างก็อุทิศชีวิตให้กับชื่อเรย์ต้าทำให้พวกเขาได้รับความสุขและความิยนดีมากจนยูอิลฮานเทียบไม่ติด

“โอ้พระเจ้า เราทำการสร้างวิหารขึ้นใหมได้สำเร็จแล้ว”
“เทพธิดาตอบรับคำอธิษฐานของเราแล้ว ทั้งหมดนี่เพราะ…”
“สถาปนิกยูอิลฮาน”
“ยูอิลฮาน!”

แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้แรงใจของเขาเริ่มเอียงมาในทางที่แตกต่าง พวกเราควรจะเรียกแต่ชื่อเทพธิดา แต่มันดูเหมือนว่าเสน่ห์ของยูอิลฮานที่แสดงออกมาจะมีผลมากถึงขนาดทำให้เขาถูกยกย่องเช่นกัน! เทพธิดาก็น่าจะรู้สึกเศร้ากับเรื่องนี้นะ

“มาทำรูปปั้นสัมฤทธิ์ให้เขากัน!”
“พวกเราต้องแต่งตั้งเขาเป็นนักบวชอาวุโส มาบันทึกให้วันนี้เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับการสร้างวิหารขึ้นอีกครั้งกัน…!”
“ในเมื่อวิหารถูกสร้างเสร็จแล้วมานี้มาอธิษฐานให้เทพธิดา… หืม?”

และพวกเขาก็รู้ตัว

ชายที่ยืนอยู่กับพวกเขาจนกระทั่งถึงเมื่อกี้นี้ได้หายไปแล้ว

*****

หลังจากได้รับหินศักดิ์สิทธิ์ยูอิลฮานก็จะมุ่งตรงกลับสู่โลกทันที หินศักดิ์สิทธิ์ที่ยูอิลฮานได้มาเป็นระดับสูงจริงๆอย่างที่นายูนาได้โม้ไว้ หินนี่มีทั้งขนาดใหญ่มากๆแถมยังส่องประกายออกมา แถมเมื่อนายูนาได้อธิษฐานขอพรอีกทำให้มันเริ่มส่องแสงสีชมพูจางๆออกมาต่อเนื่อง

“พระสันตปาปาอยากจะเจอนายน้า~~!”
“ไม่ล่ะ พูดตรงๆเลยคือฉันไม่อยากจะไปเกี่ยวกับเรื่องศาสนจักร คนพวกนี้ใช้อารมณ์มากกันเกินไป”

แน่นอนว่าคนที่แย่ที่สุดเลยก็คือนายูนาข้างหน้าเขา เธอได้เข้ามาหาเขาโดยไม่มีมิเรย์แล้วก็ยิ้มสดใสออกมาพร้อมให้ยูมิลนั่งบนตักของเธอ

“ถึงแม้ว่าพูดมากแต่ฉันก็เป็นคนตรงๆนะ ฉันคิดว่าการได้มีชีวิตขณะที่ปล่อยจิตใจของนายออกมาโดยไม่ปกปิดมันเอาไว้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมจริงๆเลย”

จากนั้นเธอก็พูดคำพูดที่ตรึงใจออกมาเหมือนไม่มีอะไร ยูอิลฮานได้ถอนหายใจและหยักไหล่ขึ้นมา

“เธอจะใช้ชีวิตยังไงก็ได้ตามที่เธอต้องการ”
“เฮะเฮะ ฉันก็ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นแล้ว ฉันได้เลือกคนที่ฉันอยากจะซื่อสัตย์ต่อหน้าเขาแล้ว”

เธอได้ประกาศออกมา

“ตอนนี้ฉันก้กำลังจะแสดงทุกๆอย่างออกมาให้นายเหมือนกันคุณอิลฮาน โดยไม่ซ่อนอะไรอีกเลย”
“อ่า งั้นหรอ?”

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมา เขาคิดว่าบางทีเขาอาจจะเชื่อใจในคำพูดของเธอได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจในตอนที่เจอกันครั้งแรกและเขาก็หัวเราะตัวเองที่เผลอไปคิดแบบนั้น

เพราะอะไรซักอย่างแค่คำพูดของเธอมันก็ทำให้เขารำคาญ แต่ว่าเขาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ในเมื่อเขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่คิดอะไรมากเกินไป กลับกันเขา…

“คนที่เธอจะเผชิญหน้าด้วยเขาจะเหนื่อยเอาดังนั้นก็ช่วยห้ามตัวเองไว้ด้วย”
“โอ้ ตรงจังเลยนะ!”
“แล้วก็ไปกินอาหารเที่ยงกันก่อนเดินทางเถอะ ฉันเบื่อแล้วในเมื่อลูกน้องฉันไปที่ดาเรย์กันหมด”
“เย้!”
“เย้!”

นายูนาได้กอดยูมิลอย่างดีใจ ยูอิลฮานก็ตกใจกับตัวเองที่เขาชวยเธอกินอาหารกลางวัน แต่ว่าเขาก็ยังคิดว่ามันคงไม่เป็นไรถ้าเขารักษาระยะห่างเอาไว้ได้ ทั้งหมดนี่ก็เพราะการมาที่เบร์ย่า

เพราะแบบนี้หลังจากผ่านไปสองสามวันความสัมพันธ์ของยูอิลฮานกับนายูนาก็ได้ดีขึ้นเล็กน้อย และไม่นานนักก็มีการประกาศหนึ่งในกังนัมบนโลก

[กำลังค้นหาทหารรับจ้างไปช่วยแก้วิกฤติในโลกฟิทัวโร่]

สายลมแห่งยุคทหารรับจ้างของโลกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel