0 Views

บทที่ 17 – ทำมันซะ (4)

การแกะสลักลงไปบนอาร์ติแฟคที่ได้ถูกขึ้นรูปมาด้วยฮาคาเนี่ยมและใส่โลหะเหลวเอล ฮาซาลงไปมันเปนขั้นตอนที่ยากและน่าเบื่อมากกว่าที่เขาคิดซะอีก นี่มันเป็นเพราะว่าแค่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวมันจะทำให้ทั้งหมดพังลงไปหมด

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ได้ปรับแรงแขนของเขาได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งเขาได้ฝึกฝนเรื่องแบบนี้มาหลายปีแล้วและเริ่มทำงานต่อไป เขาไม่ได้คิดเรื่องความล้มเหลวและทุ่มเททั้งชีวิตให้ไปกับอาร์ติแฟคนี้โดยไม่หยุดพัก

ภาพลักษณ์ของยูอิลฮานที่กำลังทำงานด้วยการเคลื่อนไหวมืออย่างซ้อนนี้ซึ่งไม่ได้มีจุดไหนที่มากเกินไปหรือขาดเกินไปเลยนี้ มันน่าให้ความเคารพอย่างแท้จริง มันดูบริสุทธิ์ยิ่งกว่าทุกๆสิ่งและสวยงามมากๆ

ลิต้าอาจจะเห็นด้านนี้ของยูอิลฮานมาเป็น 1000 ปี เธอคนเดียวต้องมานั่งเฝ้ามองดูภาพลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำนี้ทำงานประเภทใดประเภทหนึ่งอย่างต่อเนื่องจนในท้ายที่สุดเขาก็ได้เกินขีดจำกัดของตัวเองไป

[อ่า ฉันคิดว่าฉันเข้าใจมันนิดหน่อยแล้วนะ]

เอิลต้าได้เข้าใจเพียงเล็กน้อยแล้วว่าทำไมลิต้าที่ปฏิบัติตัวอย่างชนชั้นสูงแม้แต่ในหมู่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงถึงได้มาตกหลุมรักสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแบบนี้ที่ดูจะไม่มีอะไรพิเศษเลย แต่เธอก็เข้าใจเพียงแค่นิดเดียว

ในตอนนั้นเองยูอิลฮานก็วางเครื่องมือของเขาลง เสียงโลหะเล็กๆนี้ได้ดึงเอิลต้ากลับสู่ความเป็นจริงในขณะที่ข้อความสองท่อนก็ปรากฏบนม่านตาของยูอิลฮาน

[คุณได้ปลุกสกิลช่างตีเหล็ก เลเวลสูงสุด]

[คุณได้รับฉายา ‘ผู้สร้างแห่งตำนาน’ ประสิทธิภาพของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพิ่มขึ้น 20%]

ประโยคนี้ซึ่งได้ปรากฏออกมามันเหมือนกับการประกาศว่ามันไม่มีระดับอะไรที่สูงกว่านี้ให้เขาไล่ตามแล้วเหมือนกับการชำแหละ และฉายานั่นก็ยังจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับยูอิลฮานในอนาคต

เพียงแค่สิ่งเหล่านี้ยูอิลฮานก็คิดว่าการจับค้อนของเขาในความนี้ก็คุ้มค่าแล้ว เขาได้ทำสำเร็จ

เขาได้หันหน้าไปพูดกับเอิลต้าในขณะที่วางกับดักแห่งการทำลายลงไปอย่างระมัดระวัง

“ฉันทำเสร็จแล้ว”

[…อะไรนะ!? คุณหมายถึงอะไรที่สุดแล้ว?]

“ฉันหมายถึงอะไรที่เสร็จแล้วงั้นหรอ?….ก็ดูเอาสิ แล้วนี่มันผ่านไปห้าชั่วโมงแล้วหรอ?”

ยูอิลฮานได้สูญเสียความรู้สึกด้านเวลาไปในตอนที่เขาทำงานดังนั้นเขาจึงได้มารู้อีกทีในตอนที่มองไปบนนาฬิกา

หลังจากที่เธอรู้ว่าเขาไม่ได้พูดผิดไป เอิลต้าก็หน้าแดงขึ้น นี้มันหมายความว่าเธอเฝ้าดูเขาทำงานมาตลอดเป็นเวลา 5 ชั่วโมง

[ถึงแม้มันจะเป็น 5 ชั่วโมง แต่นี้มันก็เร็วเกินไป คุณได้ทำตามแบบพิมพ์เขียวสมบูรณ์แน่นะ]

[อย่ามาทำเหมือนเธอเป็นแม่ฉนนะ แล้วก็ไปดูเอาเองสิ]

มันสมบูรณ์แบบ เธอยืนยันได้ มันถึงจุดที่เธอต้องตกตะลึงแล้ว

ใครกันจะเชื่อกันล่ะว่านี่คือสิ่งที่ทำขึ้นโดยมนุษย์? เธอทำได้แต่ตกตะลึง

ยังไงก็ตามเอิลต้าก็เหมือนกับลิต้าที่จะไม่มีทางไปยกย่องใครตรงๆ

[อะแฮ่ม ฉันคิดว่ามันก็นับว่าผ่านนะ ยังไงก็ตามมันยังมีขั้นตอนหัตถกรรมมานาด้วยเฟซินอมกับหินพลังเวทย์อยู่]

“ฉันก็กำลังรออยู่”

[นะ นั่นก็จริง ทูตสวรรค์ที่จะช่วยคุณพวกเธอยังไม่มา]

ยูอิลฮานก็ยังมองดูอาร์ติแฟคระดับสูงที่เขาก็ยังไม่เข้าใจมันแม้ว่าเขาจะสร้างมันขึ้นมาจนเสร็จแล้วก็ตาม

เมื่อเขามองไปที่เอิลต้าด้วยสายตาเป็นประกาย เธอก็ได้ไอแอ้งๆออกมาและพยายามลืมภาพของยูอิลฮานที่ทำงานไป จากนั้นเธอก็พูดต่อมา

[รอเดี๋ยวนะ ฉันจะเรียกเพื่อนร่วมงานฉันเดี๋ยวนี้แหละ]

“แล้วลิต้าล่ะ”

[เธอไม่ได้มา]

หลังจากที่เอิลต้าได้ปฏิเสธคำถามของยูอิลฮานอย่างไร้เยื่อใยไปแล้ว เธอก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้น เธอได้ทำให้วงแหวนสีเหลืองสว่างปรากฏขึ้นมาบนหัวของเธอ

“นั่นมันหลอดไฟฟลูออไรท์ที่มีอยู่ในตอนฉันเด็กๆนี่!”

[มันคือวงแหวนทูตสวรรค์ต่างหากเล่า!]

หลังจากเถียงแล้วเอิลต้าก็ไม่ได้พูดอะไรมาอีก เธอได้ส่งข้อความไปหาทูตสวรรค์ผู้ร่วมงานของเธอที่เตรียมพร้อมรออยู่บนสวรรค์

วงแหวนทูตสวรรค์คือสัญลักษณ์ที่ทรงพลังที่เหลือกว่าขอบเขตของพื้นที่และเวลา มันคือเป็นพลังพิเศษที่ทำให้ทูตสวรรค์สามารถถ่ายถอดอารมณ์ ความรู้สึกและความตั้งใจไปให้เพื่อนร่วมงานที่มีวงแหวนทูตสวรรค์เหมือนกันได้

ไม่นานนักได้มีคนสี่ห้าคนที่เปล่งแสงออกมาเหมือนกับเอิลต้าปรากฏตัวขึ้นในที่ทำงานของยูอิลฮาน พวกเขามีทั้งชายและหญิง แต่ว่าพวกเขาต่างก็สวยและหล่อกันเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

[เอิลต้านี่มันเรื่องจริงหรอ?]

[ลองดูด้วยตาตัวเองสิเฟรสต้า หลักฐานอยู่นั่นแล้ว]

[ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยกับการที่มนุษย์ได้สร้างกับดักแห่งการทำลายขึ้นมาได้]

[แต่ว่ามันไม่ได้มีกลิ่นที่มาจากสวรรค์จริงๆ มันเป็นของที่สร้างขึ้นมาด้วยพลังของมนุษย์บนโลกอย่างแน่นอน]

เอิลต้าได้ปรบมือและเรียกทูตสวรรค์ที่กำลังแสดงความไม่เชื่อ กลัว อุทาน

[มันไม่ได้มีเวลามากนัก พวกเราจะต้องทำหน้าที่ของเราในทันที!]

[นั่นก็จริง]

[ใช่ ถูกแล้ว]

[จิตใจของหัตถกรรมมานาจะไปได้ราบรื่นไหมนะ?]

ทูตสวรรค์ได้เริ่มรวมตัวกันในขณะที่พวกเขาต่างก็วางมือลงไปบนไหล่ หัว และหลัง ของยูอิลฮาน

ในตอนนี้แรงกดดันจำนวนมหาศาลได้ตกลงมาบนจิตใจของเรา

[เริ่มเลยมนุษย์]

[เราจะนำทางเจตจำนงเอง คุณแค่ต้องตั้งมั่นจิตใจว่าคุณอยากจะให้กับดักแห่งการทำลายเสร็จสิ้น]

[ยูอิลฮานนี่มันก็เหมือนกับในตอนที่คุณทำหัตถกรรมมานาครั้งแรกนั่นแหละ คุณจะต้องตั้งสมาธิกับหินพลังเวทย์และเฟซินอมภายในมือข้างหนึ่งและกับดับแห่งการทำลายในมืออีกข้าง ส่วนที่เหลือพวกเราจะทำเอง]

นี่คือสิ่งมีชีวิตขั้นสูงงั้นหรอ? ถึงแม้ว่าจะมีเพียงแค่มือของพวกเขาที่สัมผัสกัน แต่ด้วยวิญญาณ จิตใจที่สูงและมานาชั้นสูงได้ทำให้ยูอิลฮานที่เป็นเพียงมนุษย์ชั้นต่ำถูกกดลงไป

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความเป็นศัตรูกับยูอิลฮานเลยก็ตาม แต่ว่าแค่การเผชิญหน้ากับพวกเขา ยูอิลฮานก็ได้รับความเสียหายโดยอัตโนมัติแล้ว นี่คือกำแพงมิติที่ไม่สามารถจะก้าวข้ามไปได้ระหว่างพวกเขากับยูอิลฮาน

แต่ว่าถ้าหากว่าเป็นคนธรรมดาแล้วล่ะก็เขาก็คงจะหมดสติลงไปในทันที ที่เขาสามารถจะทนได้ด้วยจิตใจที่ไม่ถูกกร่อนไปเพราะการมีชีวิตอยู่เป็นพันปี

มันไม่ใช่แค่พลังการต่อสู้และเทคนิคเท่านั้นที่เขาได้ขัดเกลามาตลอดพันปี ความตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ้ในชีวิตของเขาและเชื่อมั่นที่จะก้าวต่อไปนี่คือหัวใจที่เหมือนกับเหล็กที่ยึดมันเขามาตลอดหลายปีจนนับไม่ถ้วนนี้แหละที่ทำให้ตัวเขาสามารถจะยืนหยัดรักษาสติเอาไว้ได้

“ฟู่….”

เขาได้ค่อยๆสู้หายใจออกมาเพื่อที่จะสงบอารมณ์ตัวเองและยืนให้มั่นคง

เขาได้ถือหินพลังเวทย์กับเฟซินอมไว้ในมือขวาและถือกับดักแห่งการทำลายไว้ในมือซ้าย เขาได้เมินทูตสวรรค์ทั้งหมดที่กำลังคุยกันอยู่และปิดตาลงเงียยบๆ

จากนั้นเขาก็เริ่มจินตนาการ ฉากทั้งหมดได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

เขากำลังปรารถนา ปรารถนาถึงการเกิดของดันเจี้ยนซึ่งสามารถจะกักขังสัตว์ทั้งหมดที่วิวัฒนาการมาหลังจากได้รับพละกำลังและเหตุผล

[….ตั้งสมาธิหน่อย]

[ฮ่าห์ มีมนุษย์ที่น่าสนใจแบบนี้ปรากฏออกมาได้ยังไงกันนะ? ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหากับ 1000 ปี….]

[ฉันบอกให้ตั้งสมาธิไงอะฮาต้า]

ทูตสวรรค์ก็ยังปล่อยมานาและความตั้งใจออกมาในเวลาเดียวกัน ถ้าหากว่าพวกเธอได้ใช้พลังลงไปตรงๆแล้วล่ะก็มันก็จะออกผลมาเหมือนกับการใช้พลังจากสวรรค์ ดังนั้นพลังทั้งหมดและความตั้งใจของพวกเธอจึงแสดงออกมาผ่านทางยูอิลฮาน

ในหมู่พวกเธอก็มีคนทีคิดว่า ‘กับดักแห่งการทำลายบางทีก็อาจจะสำเร็จต่อให้ไม่มีเราหรือป่าวนะ?’ อยู่พักหนึ่งเมื่อพวกเธอได้มองเห็นความแข็งแกร่งทางจิตใจของยูอิลฮาน แต่ว่าหลังจากรู้ตัวแล้วว่านี้มันเป็นการโยนความภูมิใจของสิ่งมีชีวิตระดับสูงทิ้งไป พวกเธอจึงลบความคิดนี้ออกไปจากหัวทันที

เจตจำนงของยูอิลฮานและเจตจำนนของทูตสวรรค์ได้เชื่อมต่อกัน เริ่มการเปลื่ยนแปลงของกับดักแห่งการทำลาย มานาที่ทรงพลังได้ใช้พลังเวทย์ที่สลักอยู่บนกับดักแห่งความตายและพลังของเฟซินอมได้ถูกถ่ายโอนเข้าไปในนั้น ห้องทำงานนี้ได้เต็มไปด้วยแสงสว่าง

[มากกว่านี้]

[อีกแค่นิดนึง]

[โอ้ มนุษย์…..]

ไม่นานหลังจากนั้นหัตถกรรมมานาก็ได้เสร็จลง เฟซินอมและหินพลังเวทย์ในมือขวาของเขาได้หายไปแล้วราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่และกลับกันกับดักแห่งการทำลายได้ส่งแสงสีแดงจางๆที่ให้กลิ่นอายไม่ธรรมดาออกมา

อาร์ติแฟคที่สมบูรณ์แบบได้เกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ

[กับดักแห่งการทำลาย ‘พิถีพิถัน’ ‘ผืนดิน’ได้เสร็จสิ้น]

[หัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 7 คุณภาพของอาร์ติแฟตที่สร้างจะเพิ่มขึ้น]

ยูอิลฮานก็ยังเปิดตาขึ้นมาอย่างระมัดระวังหลังจากได้เห็นข้อความพวกนี้

ในตอนนี้เขาก็คิดว่าน้ำหนักในมือของเขาได้หายไป เขาก็มองเห็นกับดักแห่งการทำลายลอยอยู่บนฝ่ามือเขา วงแหวนโลหะนับสิบที่หุ้มลูกบาศก์อยู่ได้หมุนวนไปมาจนเมื่อมองดูแล้วมันน่าอัศจรรย์ใจอย่างแท้จริง

[แม้แต่ฉันก็ยังเตรียมพร้อมสำหรับความล้มเหลวไว้มากกว่า 10 ครั้งเลยนะ]

[การที่พวกเราทำมันเสร็จในทันทีนี่มัน….]

ทูตสวรรค์ต่างๆก็แสดงความตกใจออกมา แม้แต่ยูอิลฮานก็ยังรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ความพยายามของเขาได้แสดงผลออกมา แต่ว่าเขาก็ยังรักษาระยะห่างจากทูตสวรรค์อย่างระมัดระวังอยู่

“ก่อนอื่นเลยช่วยปล่อยฉันก่อนสิ การมีอยู่ของพวกคุณมันสร้างภาระกับฉันมากเกินไป”

[จริงด้วย พวกเราลืมไปเลยว่าคุณคือสิ่งมีชีวิตระดับต่ำ]

[โอเค เอาล่ะมนุษย์… ไม่สิ ฉันคิดว่ามันจะเป็นการหยาบคายหากทำกับคุณเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ]

[เขาชื่อยูอิลฮาน]

[ยูอิลฮานขอบคุณมาก ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเลแต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง ทักษะของคุณมันเป็นพิเศษอย่างแท้จริง ถ้ามันเป็นไปได้ฉันก็ยังอยากจจะอยู่ดูคุณในตอนการทำกระบวนการขึ้นรูปเหมือนกัน]

[แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะได้ผลดีไหม]

ในตอนนั้นเองทูตสวรรค์ตนนึงได้แทรกขึ้นมา

[พวกเราจำเป็นต้องทดสอบมัน]

[นั่นมันเหมาะสมมาก]

[ยูิลฮาน พวกเราควรจะไปด้วยกัน บางทีมันจะเป็นการช่วยให้คุณทำหัตถกรรมมานาได้ดีขึ้นถ้าหากคุณได้เห็นกระบวนการการสร้างดันเจี้ยน]

เมื่องานได้เสร็จลงไปแล้วทูตสวรรค์ก็ได้เริ่มคุยกันเสียงดังอีกครั้ง แต่ว่าในครั้งนี้การพูดคุยก็ต่างออกไป ในคราวนี้พวกทูตสวรรค์ต่างก็มองเขาในแง่ดีและยอมรับในความสามารถของเขาแม้ว่าเขาจะเป็นมนุษย์ก็ตามที

[ฉันก็คิดเหมือนกันเลย ยูอิลฮานคุณไม่สนใจจะไปดูฉากการทำงานของกับดักแห่งการทำลายหรอ?]

“ไม่ต้องพูดย้ำเรื่องนี่หรอก ไปกันเลยดีกว่า”

เขายินดีจะต้อนรับข้อมูลและการกระตุ้นใหม่ๆเสมออยู่แล้ว ทำไมเขาจะต้องปฏิเสธเรื่องนี้ด้วยเล่า

ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังเช็ดหน้าของเขา ทูตสวรรค์ก็ได้เริ่มยืนยันว่ากับดักแห่งการทำลายคือของจริง ยังไงก็ตามตอนนั้นเองทูตสวรรค์ก็ตะโกนออกมา

[โว้ว นี่มันมีออฟชั่นอัลฟ่ากับออฟชั่นบต้าด้วย!]

[อะไรนะ?]

[มันเป็นเรื่องจริง… พิถีพิถัน ผืนดิน]

ยูอิลฮานได้หูผึ่งขึ้นมาในขณะที่เช็ดเหงื่อออกไป เอิลต้าที่สังเกตุเห็นแบบนั้นก็อธิบายออกมา

[พวกเราเรียกคุณสมบัติพิเศษเสริมที่มีติดมากับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากช่างตีเหล็กและหัตถกรรมมานาว่า ‘ออฟชั่น’ นะ มันจะปรากฏออกมาสุ่มๆตามโชค คุณภาพของวัสดุและความสามารถของผู้สร้าง ตามปกติแล้วมันจะมีสองแบบคืออัลฟ่ากับเบต้า แต่ว่าการที่มันปรากฏขึ้นมาทั้งสองอย่างพร้อมๆกันมันเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่เลยล่ะ คุณพอใจกับมันไหม?]

“เธอก็รู้ทุกอย่างใช่ไหม?”

[ใช่ ฉันรู้ทุกอย่าง]

หลังจากยืนยันในตัวของกับดักแห่งการทำลายแล้วยูอิลฮานก็ออกไปข้างนอกพร้อมกับทูตสวรรค์ เนื่องจากเขาบินไม่ได้จึงต้องมีทูตสวรรค์สองตรหิ้วแขนของเขาบินไป แต่พูดตามตรงแม้ว่ามันจะไม่เท่เอามากๆยูอิลฮานก็ยังสนุกไปกับมันแค่เพราะการที่เขาได้บินบนท้องฟ้า

ถนนต่างก็เงียบสงัด มีเสียงร้องคำรามของมอนสเตอร์ดังออกมา เสียงการยิงปืนของทหารและเสียงเฮลิคอปเตอร์บินอยู่ เขาได้รู้สึกได้เลยว่านี่มันเหมือนกับฉากในหนังฟอร์มยักษ์จริงๆ

[เฮ้ เราจะไม่ร่ายเวทย์พรางตัวให้เขาหน่อยหรอ เขาเป็นมนุษย์นะไม่ใช่ทูตสวรรค์]

[ไม่จำเป็นหรอก มนุษย์คนอื่นๆไม่มีทางพบเขาเว้นเสียแต่ว่าเขาจะเข้าไปโจมตีก่อน]

[อะไรนะ? ไม่มีทางน่า….]

มันเป็นไปแล้ว

[พวกนั่นไม่เห็นเขาจริงๆนะ?]

[เป็นคนที่ถูกทิ้งเอาไว้อย่างที่คิดเลย….!]

ทูตสวรรค์พวกนี้ได้มองมาที่ยูอิลฮานเมื่อรู้ได้ถึงความน่าทึ่งของร่างกายของเขาอย่างตกใจและยูอิลฮานก็ไม่ชอบมันเลย เขาได้ตัดสินใจว่าเมื่อทำภารกิจอะไรแบบนี้เสร็จเขาจะไม่มาข้องเกี่ยวกับพวกทูตสวรรค์ที่มองดูเขาเหมือนกับลิงในสวนสัตว์อีกต่อไป

สถานที่ที่พวกเราได้มาถึงก็คือด้านบนของเนินเขา

ด้านหน้าของยูอิลฮานที่กดำลังมองดูวิธีการใช้งานของอาร์ติแฟค เอิลต้าก็กำลังถือกับดักแห่งการทำลายอยู่ เธอได้สูดหายใจสั้นๆก่อนจะโยนมันออกไป

“เฮ้!”

[ดูซะ ยูอิลฮาน]

ในตอนที่กับดักแห่งการทำลายกำลังตกลงไปวงแหวนโลหะที่หมุนอยู่รอบนอกอยู่ๆก็ขยายขนาดขึ้น

วงแหวนโลหะที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 เซ็นติเมตรได้ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 1 เมตร 3 เมตร 8 เมตร และไม่มีท่าทีจะหยุดลงซักทีก่อนที่มันจะจางลงไปจนถึงจุดที่มองไม่เห็นเหมือนกับมันกระจายหายไปในอากาศ

ไม่ มัน ‘กระจาย’ ไปจริงๆ? ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังสงสัยในตอนนั้นวงแหวนอันที่สองและอันที่สามก็ได้เริ่มขยายขนาดแหละกระจายไปตามลำดับ ทูตสวรรค์ที่มองเห็นฉากนี้ได้หยักหน้าอย่างพึงพอใจ

[มันราบรื่นมาจนกระทั่งตอนนี้]

“….”

นั่นมันหมายความว่าขั้นตอนจนกระทั่งถึงตอนนี้ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความล้มเหลว การที่วงแหวนกระจายไปแบบนั้นเป็นความตั้งใจแต่แรกงั้นสินะ ในขณะนั้นเองที่ยูอิลฮานกำลังตั้งสมาธิ

โลกได้สั่นสะเทือน

มอนสเตอร์ได้เริ่มเข้ามาร่วมกันที่เนินเขา

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <