0 Views

บทที่ 168 – ฉันคือยอดนักขุด (2)

 

[ตอนนี้หรอยูอิลฮาน…?] (เอิลต้า)
[ตอนนี้เลย] (เลียร่า)
“ใช่แล้ว ตอนนี้แหละ!”

ขณะที่เอิลต้ายังไม่มั่นใจ ยูอิลฮานกับเลียร่าก็ได้ยอมรับออกมาทั้งๆที่หมอบอยู่ในจุดสำคัญ ในตอนนี้เองได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น!

[ก๊าซซซซซซซซซซซซ]
“อ๊าาาากกกกกกกกกก!”

โกเลมได้คำรามออกมา แต่ว่าคนที่อยากจะร้องจริงๆแล้วเป็นยูอิลฮาน ผลของการระเบิดมันใหญ่เอามากๆทำให้ร่างกายของยูอิลฮานเด้งขึ้นจากแรงกระแทก! เขาทำได้แต่ใช้เอจิสกับเกราะของเขาลดพลังระเบิดลงและอดทนเอาไว้ แล้วก็ยัง…

“ให้ตายสิ เจ้านี่มันยังไม่ตาย! ถ้างั้นก็…”
[นายจะทำแบบนั้นจริงดิ? นายจะทำมันจริงหรอ?] (เลียร่า)
“ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว!”

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกมังกรแปดหางออกมาและเปิดใช้งานเพลิงม่วงเสริมด้วยเพลิงนิรันดร์กับเปิดใช้งานประกายเพลิงที่ถูกเสริมพลังด้วยโลหิตมังกร

[นายจะทำมันจริงๆงั้นหรอ?] (เลียร่า)
[นายจะตายเอานะ!] (เอิลต้า)
“ถ้าฉันตาย…ก็ช่วยทำลายไดฟ์ D ในโน๊ตบุ๊คของฉันด้วยนะ แล้วก็อย่าไปค้นอะไรล่ะ!”

อุณหภูมิของหอกยูอิลฮานได้เพิ่มขึ้นสูงมากๆทันที และยูอิลฮานได้แทงมันลงไปด้านล่าง

“โอ้วววว!”

ตูมมมมมมมมมม! มันได้เกิดการระเบิดที่ไม่มีอะไรเทียบขึ้นได้อีกครั้งหนึ่ง! ดินปืนเวทย์ที่ระเบิดไปแล้วครั้งแรกได้กระจายไปตามส่วนต่างๆของมันได้ระเบิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจากผลของประกายเพลิงและทำให้เกิดการระเบิดครั้งที่ 2

[ก๊าซซซซซซซซซซซ]

การระเบิดที่แท้จริงแค่เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น ดินปืนเวทย์ที่กระจายทั่วลึกในร่างกายของมันได้รับประกายเพลิงเสริมพลังงานการระเบิดขึ้นไปและทำให้ร่างกายของโกเลมหลอมละลายกลายมาเป็นบ่อลาวา ซึ่งที่ร่างโกเลมที่ละลายก็ยังละลายยูอิลฮานด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าความต้านทานในธาตุไฟของยูอิลฮานจะสูแค่ไหนมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทนผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปได้โดยไร้บาดแผล ในด้านความเจ็บปวดมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกะเพาะกำลังถูกละลาย เขาได้ฝืนหายใจเหมือนกับเป็นบ้าและทนเอาไว้ หลังจากได้ผ่านไปพักหนึ่งเขาก็รู้ว่ามันยังพอจะทนไว้ได้

“เฮ้ พอชินแล้วนี่มันก็อุ่นดีนะ…”
[นี่มันอะไรกัน?แม้แต่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงแบบฉันยังรู้สึกร้อนอยู่เลย!]
[อิลฮานรักษาสติไว้! นายห้ามหลับนะ] (เลียร่า)
[ฉันเข้าใจนะว่าเธอเป็นห่วงเขา แต่ว่าอย่าพูดเหมือนปักธงตายให้เขาสิ!] (เอิลต้า)

เขาต้องทนกับสภาพแบบนี้นานแค่ไหนกันนะ? ในตอนนี้เองอยู่ๆรอบๆตัวเขาก็เงียบลงไปราวกับทุกๆอย่างเป็นเรื่องโกหก เมื่อก่อนหน้านี้หูของเขายังเกือบจะหนวกไปจากเสียงคำรามของโกเลม เขายังเด้งไปมาในตัวมัน แล้วก็ทุกๆที่ต่างก็สั่นสะเทือนไปกันหมดอยู่เลย แต่แล้วในตอนนี้จู่ๆทุกๆอย่างกลับหายไป

หลังจากนั้นได้เกิดข้อความแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะขึ้นมาบนม่านตาของเขาทันที

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 488,910,776,003]
[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็น 162 พละกำลังเพิ่มขึ้น 2 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 2 พลังขีวิตเพิ่มขึ้น 2 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 2]
[คุณได้รับบันทึกโกเลมเครชน่าเลเวล 270]

“อั๊ก”

ในตอนนี้เองได้มีข้อมูลจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในหัวของยูอิลฮาน จริงๆแล้วมันก็คล้ายกันกับในตอนที่เขาได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก

ยูอิลฮานไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ แต่ว่าเจ้าโกเลมที่ชื่อเครชน่าได้มีบันทึกของซากปรักหักพังอยู่ในตัวจากการที่มันได้หลอมรวมทุกอย่างเข้ามาในร่างมันและด้วยการที่ยูอิลฮานเอาชนะมันได้ทำให้บันทึกทั้งหมดได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา!

นี่มันน่าจะเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษพวกนั้นตั้งใจเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน!

“ไอเวรพวกนี้นี่! นี่มันไม่ใช่กับดัก แต่ว่ามันเป็นความตั้งใจของพวกบรรพบุรุษอยู่แล้ว”
[ชู่ววว มีพวกโรคจิตแบบนี้อยู่ด้วยแหะ พวกนั้นจะรู้ตัวไหมนะว่ามนุษยชาตจะตายไปมากแค่ไหนเพราะความโรคจิตแบบนี้…?] (เลียร่า)

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่านักวิจัยวิศวกรรมเวทย์ตั้งใจอยากที่จะใช้โกเลมเลเวล 270 ทำลายอาณาจักร แต่ว่าปัญหามันมาจากโกเลมที่พวกเขาสร้างขึ้น

เครชน่า โลหะเวทย์นี่มีความสามารถในการที่จะดูดซับมานาอย่างไม่น่าเชื่อ มีความต้านทานต่อพลังและยังนับได้ว่าเป็นโลหะในระดับสูง แต่เหนือสิ่งอื่นใดหากว่ามันได้ผ่านกรรมวิธีที่พิเศษจะทำให้มันเป็ฯไปได้ที่จะดูดซับเอาบันทึกมาจากสิ่งอื่นๆและเก็บรักษาเอาไว้อย่างครบถ้วน

นี่เป็นเหตุผลทำให้บรรพบุรุษสร้างโกเลมนี่ขึ้นมา พวกเขาตั้งใจให้มันดูดเอาบันทึกไว้และเปิดโอกาสให้ผู้สืบทอดมาเอาชนะมันไปเพื่อรับบันทึกทั้งหมดที่มันเก็บเอาไว้!

… นี่แหละคือความตั้งใจแต่แรก แต่ว่าความสามารถในการดูดซับบันทึกของโกเลมเครชน่ามันอยู่เหนือไปกว่าจินตนาการของพวกนักวิจัย มันจะยอดเยี่ยมมากถ้ามันจบแค่ดูดซับเอาบันทึกเกี่ยวกับวิศวกรรมเวทย์ลงไป แต่ว่าในระหว่างที่มันกำลังรอคอยอยู่ในเงามืดมันก็ได้พัฒนาแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากการดูดซับเอาบันทึกอื่นทุกๆชนิดเข้ามาในตัว!

ในไม่ช้าสถานที่แห่งนี้ก็ถูกทิ้งเอาไว้เพียงลำพังเป็นเวลาหลายต่อหลายปีซึ่งขัดกับความตั้งใจของบรรพบุรุษและโกเลมนี่มันก็ได้แข็งแกร่งขึ้นจากการได้ดูดซับบันทึกเป็นเวลายาวนานซึ่งมันได้ทะลวงผ่านคลาส 4 และแตะไปจนถึงเลเวล 2701

และมันก็ได้ลุกยืนขึ้นมาเพื่อจัดการผู้บุกรุกตามีความตั้งใจเดิมจนเกิดเป็นฉากอย่างที่เห็น

หรือพูดก็คือนักวิจัยพวกนั้นอยากจะทำให้เจ้าโกเลมนี่เป็นตัวเก็บบันทึกทั้งหมดไว้ในตัวมัน แต่แล้วมันก็ได้จบลงด้วยการสร้างโกเลมที่ไร้ขีดจำกัดความแข็งแกร่งขึน นี่มันเป็นผลลัพธ์ที่เหนือกว่าคาดไว้มาก

“และนี่ก็คงเป็นกรรมของพวกนั้น”

ทูตสวรรค์ที่ได้ยินคำอธิบายสั้นๆของยูอิลฮานออกมาก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ พวกเธอไดตัดสินใจหยุดด้วยข้อสรุปที่ว่าผู้ทำหัตถกรรมมานาไม่ว่าจะรุ่นใหม่หรือเก่าต่างก็เป็นพวกโรคจิตทั้งนั้น

[แล้วนายจะออกไปยังไงล่ะอิลฮาน?] (เลียร่า)
“โอ้ ตอนนี้ทั้งหมดนี่ก็เป็นของฉันแล้ว!”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปในขณะที่ยังคงหลบลาวาที่ยังไม่เย็นอยู่ เขาได้เหวี่ยงหอกมังกรแปดหางออกมาเพื่อหาที่ยืนและมันก็ไม่ได้ยากนะที่เขาจะเก็บโกเลมไป แน่นอนว่าส่วนที่เก็บไปคือโลหะเวทย์

ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งพื้นที่ก็ว่างเปล่าไป ยูอิลฮานได้เก็บหอกกลับมาและทำลายทางออกของเขา

ด้านนอกร่องรอยของภูเขาหินที่ซึ่งดูเหมือนจะเกิดหายนะขึ้นได้มีกลุ่มๆหนึ่งรอคอยเขาอยู่

“พ่อ!”
“คุณอิลฮาน!”
“เท่จัง… นี่มันจะสมบูรณ์แบบเลยถ้ามีคำว่า END ขึ้นมาเป็นพื้นหลังด้วย~!”

อยากแรกฉันคงต้องไปเขกหน้าผากนายูนา – เขาได้ตัดสินใจขึ้นในขณะที่เดินข้าไปหาพวกเธอ

แล้วก็ยังมีเรื่องอื่นที่เขาได้ตัดสินใจแล้วด้วย

เขาจะไม่มาสนใจในทิศทางของลานปลาสนับจากวันนี้แล้ว!

*****

“ฉันขอโทษจริงๆนะ! ฉันคิดที่จะตอบแทนสำหรับสร้อยคอนี่ แต่ว่าการที่มันมาจบลงด้วยเหตุการณ์แบบนี้…!”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันได้ค่าประสบการณ์แล้วก็โลหะเวทย์มาเหมือนกัน”

องค์หญิงไม่อาจจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาได้เลย ยูอิลฮานก็ไม่ได้พูดถึงความจริงที่ว่าโกเลมเปิดใช้งานเลย อีกฝ่ายกำลังถ่อมตัวรู้สึกผิดดังนั้นมันก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องช่วยยกภาระออกไปจากเธอนี่

ถึงยังไงเขาก็แสดงความคุณออกมาด้วยการบอกว่าเขาก็ได้รับวัสดุเกี่ยวกับวิศวะกรรมเวทย์มามากมาย

“โอ แล้วก็ฉันจะไม่ไปงานเลี้ยงแล้วนะ ฉันอยากจะรีบกลับน่ะ”
“แต่ว่านายลำบากมามากเลยนะ ทำไมนายไม่พักสักวัน..”
“ถ้าเธอต้องการแบบนั้นถ้างั้นก็ช่วยเอาอาหารที่จะมีในงานเลี้ยงมาให้ฉันล่ะกัน”

ยูอิลฮานได้พูดออกขึ้นพร้อมกับหยิบเอากล่องใส่อาหารออกมา

“ฉันไม่ได้เกลียดอาหารแต่ไม่ชอบคนมากๆ”
“ใส่มัน.. ในนี้? อาหาร?”
“ถ้าเป็นไปได้ก็ห่อไว้ก่อนแล้วค่อยใส่เข้าไปในนี้”

องค์หญิงไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยและเธอก็ได้รับกล่องมาด้วยสีหน้าแปลกๆ จากนั้นเธอก็หันไปมองางคังมิเรย์ให้เธอมาด้วย คังมิเรย์ก็รูถึงเรื่องนี้แล้วก็พูดออกมาด้วย

“พวกเราจะรอให้เธอไปเยี่ยมที่โลกนะ ดังนั้นขอตัวล่ะ”
“คนทรยศ!”

องค์หญิงได้เดินอยู่บนห้องโถงทางเดินขณะที่กระทืบเท้า ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นและถามคังมิเรย์ขึ้น

“ยังไงฉันก็ขอยืมอ่างอาบน้ำหน่อยนะ ตัวฉันสกปรกมากเลย”
“ได้เลย ทางนี้”
“ผมก็อยากจะอาบน้ำกับพ่อด้วย”
“ถ้างั้นฉัด้วย กับคุณยูอิลฮาน~… แอ๊ก!”

ความพยายามของนายูนาที่จะตามเขาไปได้ไร้ค่าทันที ต้องขอบคุณในคังมิเรย์ที่ทำให้ยูอิลฮานกับยูมิลสามารถจะเพลิดเพลินได้กับอ่างอาบน้ำที่หรูหราสะดวกสบาย

แน่นอนว่าที่พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าก็มีห้องน้ำหรูหราเหมือนกัน แต่ว่ามันก็สู้ไม่ได้เลยเมื่อนำมาเทียบกับปราสาทแห่งนี้ ยูอิลฮานได้เดินเข้าไปในห้องน้ำกับยูมิลพร้อมทั้งยืดร่างกายไปขณะที่พยายามจะหาจุดที่จะเรียนรู้จากอุตสหกรรมห้องน้ำของปราสาท

“พ่อ ตัวนั้นมันไม่น่ากลัวเลยหรอ?”

ระหว่างยูมิลกำลังถูหลังให้กับยูอิลฮานด้วยผ้าเช็ดตัว ยูมิลก็ได้ถามขึ้นมา ยูอิลฮานคิดว่ายูมิลน่าจะหมายถึงการต่อสู้ในก่อนหน้านี้

หืม น่ากลัว มันดูเหมือนว่ายูมิลจะรู้สึกกลัวเมื่อได้เจอขนาดมโหฬารของโกเลมสินะ มันไม่ต้องสงสัยเลยในเมื่อโกเลมนี่มันทั้งมีขนาดที่ใหญ่แล้วก็พละกำลังที่มหาศาล

ถ้าหากว่าเขาไม่ได้มีดินปืนเวทย์หรือเครื่องมือขุดมรณะ ยูอิลฮานก็คงจะต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้กว่าจะเอาชนะมันได้ ถึงแม้อย่างนั้นเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะแพ้มัน

นี่มันเป็นเรื่องปกติแล้วสำหรับยูมิลที่ยังเด็กแล้วก็ยังอ่อนแออยู่ที่เขาจะกลัว บางทียูอิลฮานอาจจะเป็นพ่อที่แย่ที่ลืมไปว่ามิลพึ่งจะอายุ 3 ขวบเองเท่านั้น

“ลูกไต้องห่วงเรื่องเจ้าตัวใหญ่นั่นหรอก พ่อชนะมันมาได้ง่ายๆเลยไมใช่หรอ?”
“ได้ง่ายๆเลย?”

เสียงของยูมิลได้จริงจังขึ้นมาทำให้ยูอิลฮานตั้งใจครุ่นคิดขึ้นด้วย แน่นอนว่าข้อสรุปมันก็เหมือนกัน

“ใช่แล้ว ง่ายๆเลยล่ะ”

ยูอิลฮานได้เตรียมตัวเอาไว้สู้กับศัตรูขนาดใหญ่ไว้เยอะมาก แล้วแถมเเจ้ายักษ์นี่ก็บังเอิญตรงกับเกณฑ์พวกนั้นด้วย มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะได้รับชัยชนะมา

แล้วก็ถึงเขาจะต้องใจในตอนที่มันโจมตีโดยที่เขาไม่ได้คิดเอาไว้ แต่ไม่ว่ายังไงพวกเขาทุกคนที่ถูกโจมตีก็ได้โต้กลับศัตรูไป ถ้าสกิลการขุดของเขาไม่ได้เพิ่มเลเวลขึ้นมาตรงจังหวะมันก็คงไม่ได้ง่ายแบบนี้แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้กับมันตรงๆก็ยังเป็นเรื่องง่ายอยู่ดี

“แล้วถ้างั้นอะไรที่ยากล่ะพ่อ?”
“สิ่งมีชีวิตชั้นสูง”

ยูอิลฮานได้ตอบกลับมาทันที

“ถ้าเป็นพวกคนอื่นๆพ่อก็รู้สึกว่าพอก้ยังจะเผชิญหน้ากับพวกนั้นได้ด้วยเทคนิค อาร์ติแฟค หรือไม่ก็ปัญญาของพ่อ แต่ว่าพ่อยังคิดวิธีที่จะจัดการกับพวกสิ่งมีชีวิตชั้นศูงไม่ได้เลย พ่อรู้สึกว่าพ่อน่าจะทำมันได้ในตอนที่พ่ออยู่ในคลาส 4 แต่ว่าสำหรับตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ว่าพ่อจะซ่อนตัวเข้าไปโจมตียังไงแต่มันก็จะไร้ควาหมายถ้าพ่อเจาะหนังพวกนั้นไม่ได้”
“แบบนี้งั้นหรอ แต่ยังไงพ่อก็แข็งแกร่ง มาตราฐานของพ่อแตกต่างไปจากคนอื่นๆ”

ยูมิลได้หยักหน้าออกมาแต่ว่าน้ำเสียงของเขากำลังสั่นราวกับอายเล็กน้อย ยูอิลฮานก็รู้สึกได้ถึงแรงกดที่มากขึ้นบนหลังเขา

“ผมอยากจะช่วยพ่อ แต่ว่าผมเสียใจที่ผมทำอะไรไม่ได้เลย”
“มิลช่วยพ่อได้เยอะแล้ว”
“ไม่ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด”

แค่สู้ด้วยกันความสามารถของเขาก็เพิ่มมาขึ้นแล้ว แล้วเขาก็ยังได้สกิลโลหิตมังกรมาเสริมด้วย ดังนั้นยูมิลเลยมีส่วนช่วยมากแล้ว ยังไงก็ตามยูมิลดูจะไม่พอใจกับแค่นั้น สมกับที่เป็นมังกร

“ผมอยากจะเก่งกว่านี้ ผมอยากจะสู้ให้มากขึ้นแล้วก็กินให้มากขึ้น”
“อื้ม”
“แล้วผมก็จะเป็นมังกรที่เหมาะสมกับพ่อเอง”
“อื้้ม ลูกจะได้เป็นแบบนั้นแน่”

จริงๆแล้วในตอนนี้ยูมิลก็แกร่งมากแล้ว แต่ยูอิลฮานคิดว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไรที่จะมีแรงผลักดันให้กับเขาอีก แล้วก็ยังมี…

“ในตอนนี้พ่อได้ความรู้เรื่องวิศวกรรมเวทย์มาแล้ว พ่อจะทำของขวัญให้ลูกเองมิล ยังไงก็ตามพ่อจะให้ลูกต่อเมื่อพ่อได้เห็นลูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“จริงนะครับ!?”

รางวัลที่เหมาะสมจะช่วยให้มิลสมหวัง! ยูอิลฮานรู้สึกได้เลยว่ามานาในตัวของยูมิลประทุขึ้นมา เขาได้รู้สึกดีขึ้นเนื่องจากว่าเขาได้ก้าวหน้าในฐานะพ่อแล้ว

[ฉันก็อยากจะอาบน้ำกับมิลด้วยน้า~~!] (นายูนา)
[… มานี่เลย นั่งลงซะ] (คังมิเรย์)
[ฮิค!] (นายูนา)

ในตอนนี้เองได้มีเสียงเบาๆดังออกมา มันดูเหมือนว่าจะคนข้างนอกจะคิดว่าเสียงมาไม่ถึงห้องน้ำ แต่ว่าประสาทสะผัสของยูอิลฮานได้เหนือไปกว่าคลาส 3 แล้ว มิลก็เช่นกัน พ่อกับลูกของเขาได้มองกันเองแล้วหัวเราะออกมา

เมื่อทั้งสองคนได้ออกมาจากห้องอาบน้ำ องค์หญิงก็ได้คอยอยู่ด้านนอกแล้ว สีหน้าที่แสดงถึงความสำเร็จของเธอมันน่าประทับใจทีเดียว

“นี่ ฉันได้เอาอาหารมาอย่างล่ะอัน! นี่สำหรับคุณยูอิลฮานเท่านั้น!”
“ยอดเยี่ยมมาก”

ยูอิลฮานได้เก็บกล่องจากเธอคืนมา ยังไงก็ตามองค์หญิงก็ได้ยื่นอัญมณีที่เปล่งแสงสีม่วงออกมา

“นี่คือ?”
“นี่เป็นไอเทมที่ฉันได้เจอในตอนแรกที่เราได้เข้าไปในซากปรักหักพังวิศวกรรมเวทย์ จากมันสามารถสัมผัสมานาได้อยู่ แต่ว่าเราก็ทำอะไรอื่นไม่ได้เลยดังนั้นฉันก็เลยเอามาให้นาย”

ยูอิลฮานได้รับเอาอัญมณีมา เขายังได้ตรวจดูข้อมูลมันด้วย แต่ว่าในตอนนี้เขาก็ได้ข้อสรุปคล้ายๆกันกับองค์หญิง นี่คือไอเทมที่ผ่านการจัดการมาแล้วครั้งหนึ่งและสำหรับตอนนี้เขายังไม่เข้าใจวิธีใช้การมันได้ บางทีเขาอาจจะเข้าใจหลังจากได้หลังจากทำให้ความรู้เรื่องวิศวกรรมเวทย์ที่อยู่ในหัวตอนนี้เป็นของเขาจริงๆแล้ว

“จักรวรรดิเราอยากที่จะเป็นพันธมิตรกับนายในอนาคต ฉันอยากจะให้นายจำเรื่องนี้เอาไว้”
“…เข้าใจแล้ว”

เขาก็พอเดาได้อยู่แล้ว แต่มันดูเหมือนว่าเธอจะยังรู้สึกผิดอยู่

มันไม่น่าแปลกใจเลยในเมื่อแม้ว่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสำหรับยูอิลฮานแล้วมันจะเป็นเรื่องที่มักจะเกิดขึ้นในทุกๆวันของเขา แต่ว่าสำหรับองค์หญิงแล้วนี่คือหายนะที่มักจะเกิดขึ้นในเวลาหลายร้อยปีต่อครั้งหนึ่ง มันจึงเป็นธรรมดาที่เธอคิดว่ายูอิลฮานจะมีความประทับใจครั้งแรกต่อจักรวรรดิที่ค่อนข้างแย

“มันไม่เป็นไรจริงๆ ถ้าจะมีอะไรก็คงฉันได้กำไรมาในเมื่อฉันเพิ่มเลเวลขึ้นด้วย”
“ถึงแบบนั้น…”
“ถ้างั้นเอาแบบนี้ล่ะกัน อัญมณีนี่เป็นของชดเชยให้ฉัน โอ้แล้วก็เมื่อไหร่ที่เธอเข้าไปพบซากปรักหักพังใหม่ๆก็ระวังเอาไว้ด้วยนะ มันดูเหมือนว่าพวกอาณาจักรเวทมนตร์ส่วนใหญ่จะโรคจิตมากทีเดียว”
“ค่ะ ท่าน”

[พูดเหมือนเขาไม่โรคจิตล่ะ…]
[ชู่วว]

แม้ว่าพวกเขาจะได้เจอกับอะไรที่แตกต่างไปอย่างมากจากที่คิดไว้แต่ยูอิลฮาน ยูมิล นายูนาและคังมิเรย์ก็ได้กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย พวกเขาได้ผลจากการเก็บเกี่ยวครั้งนี้มามากกว่าที่พวกเขาคิดไว้ซะอีก

และในวันต่อมา เขาก็ได้ตั้งเป้าจะไปเบร์ย่าหลังจากที่ซ่อมอุปกรณ์เสร็จแล้ว

ได้เวลาไปค้นหาแหล่งโลหะใหม่ๆกับหินศักดิ์สิทธิ์กันแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel