0 Views

บทที่ 166 – ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (8)

 

ระหว่างที่โกเลมยังไม่ได้รู้ถึงตัวยูอิลฮานที่ปกปิดตัวตนอยู่และมันได้คำรามออกมา เลียร่าก็ถามเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

[อิลฮาน นี่มันดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เล็กๆเลยนะ นายกำลังคิดจะทำอะไรล่ะ?] (เลียร่า)
“ฉันก็กำลังคิดอยู่”

ถึงแม้ว่าในตอนนี้มันเอาแต่คำรามออกมา แต่ว่าอีกไม่นานมันจะต้องทำอะไรซักอย่างแน่ มันมีความเป็นไปได้สูงที่จะเล็งเป้าไปที่ผู้บุกรุกจอมเวทย์ที่เออร์ม่า แอน อิลต้าพามาที่นี่ก่อนหน้านี้

‘นี่มันหมายความว่าเจ้านี่มันจะอารวาดไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปถึงที่เมืองหลวงที่ที่จอมเวทย์คลาส 4 พักอยู’

ถ้าเป็นแบบนี้มันได้เกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ขึ้นแน่ การพยายามจะเข้าไปในซากปรักหักพังทำให้อาณาจักรทั้งอาณาจักรพังทลาย

แนวป้องกันของที่นี่น่าจะดีกว่าที่ฟีราต้า แต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไรได้ ยูอิลฮานได้หยิบเอาไพท์บังเกอร์ออกมาก่อนแล้วหันไปถามกับทูตสวรรค์

“นี่มันเป็นครั้งแรกที่ฉันเจอกับโกเลม ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ? ตามนิยายเจ้าพวกนี้มันจะมีของอย่างแกนกลางอยู่ดี แล้วก็ถ้าจะหยุดโกเลมก็ต้องทำลายแกนกลางมันหรือไม่ก็เอาออกมานะ”
[ฟังนะ เจ้าหัวใจโลหะที่นายเคยล่านะมันมีแกนกลางแน่ แต่ยังไงก็ตาม…] (เอิลต้า)
[โกเลมเป็นสิ่งมีชีวิตเวทย์ นอกไปจากนี้มันยังเป็นอาร์ติแฟคมีชีวิตที่เป็นจุดสูงสุดของเทคโนโลยีวิศวกรรมเวทย์ที่ดึงเอาพลังมาไว้ในวัตถุหนึ่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้วของคิดดูนะ ถ้านายเป็นคนสร้างมันขึ้นมา นายจะทำจุดอ่อนเอาไว้ให้มันถูกทำลายงั้นหรอ?]
“ไม่แน่นอน”
[นายแค่ต้องทำลายมันไปซะ จะมัวลังเลอะไรอีก?] (สเปียร่า)

เอิลต้ากับสเปียร่าได้บอกแนวทางแกเขา ส่วนสเปียร่าได้ให้คำตอบที่ตรงจุดมาทันที ยูอิลฮานได้แต่หัวเราะออกมา

“งั้นฉันก็แค่ทุบให้มันพังเป็นชิ้นๆสินะ… เจ้าสิ่งที่สูงกว่า 100 เมตรแล้วก็ยังทำจากโลหะเงินที่แม้แต่ฉันที่ได้พรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กยังวิเคราะห์ไม่ได้เลยเนี้ยนะ?”
[ใช่แล้ว แต่แค่แยกมันครึ่งหนึ่งหรืออะไรแบบนี้ก็พอแล้ว] (สเปียร่า)
“นี่มันเริ่มดูน่าสนใจแล้ว”

หน้ายูอิลฮานได้มืดมนลงเมื่อเขาคิดได้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้วิธีที่ลำบากที่สุด ถ้าหากว่ามันจะมีอะไรที่ดีอยู่มันกคงเป็นว่าเขายังอยู่ในการปกปิดตัวตนแล้วก็ยังสามารถใช้การโจมตีทีเผลอสร้างความเสียหายที่รุนแรงเป็นพิเศษขึ้นได้อยู่

ยังไงก็ตามเพียงแค่เมื่อตอนที่เขากำลังเตรียมไพท์บังเกอร์ เขาก็นึกอะไรได้

“เดี๋ยวนะ เจ้านี่มันนับเป็น ‘สิ่งมีชีวิต’ ด้วย?”
[ถ้ามันเป็นอาร์ติแฟคมีชีวิตมันก็นับเป็นสิ่งมีชีวิต ถ้างั้นผู้สร้างก็คงไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นพระเจ้าแล้ว] (เลียร่า)

ให้ตายสิ ความได้เปรียบของเขาในฐานะยมทูตได้หายไปแล้ว! แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีบัฟของนายูนาที่เติมเต็มช่องว่างนั้นเอาไว้อยู่

เอาเหอะนะมันก็ไม่ได้แย่อะไรในเมื่อเขาได้รับการโจมตีที่เต็มไปด้วยพลังของเทพแห่งความงามมาแทน…. ยูอิลฮานได้บ่นออกมาในขณะที่ตรวจดูข้อมูลลของไพท์บังเกอร์ในมือของเขา

“โชคดีนะที่ฉันได้ปรับแต่งออฟชั่นมันให้ช่วยเสริมในการต่อสู้จากการช่วยของปีศาจสั่นสะเทือน”

[แท่นขว้างหินของเดวิด]
[ระดับ – มหากาพย์(อีปิค)]
[พลังโจมตี –
ขั้นที่ 1: 2,100
ขั้นที่ 2: 3,200
ขั้นที่ 3: 4,500
ขั้นที่ 4: 5,800
ขั้นที่ 6: 9,600 (กลืนกินขีดจำกัดความทนทาน 1.000)
ขั้นที่ 7: 12,500 (กลืนกินขีดจำกัดความทนทาน 10,000)]
[ความทนทาน – 15,780/15,780]
[ออฟชั่น –
1.เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีขนาดใหญ่กว่าผู้ใช้สองเท่าพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น 40%
2.เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีขนาดใหญ่กว่าผู้ใช้ 10 เท่าพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 30%
3.เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีขนาดใหญ่กว่าผู้ใข้ 100 เท่าพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 50%
4.ความเสียหายพลังธาตุไฟที่พุ่งเป็นเส้นตรงเพิ่มขึ้น 50%
5.เป็นไปได้ที่จะเพิ่มขีดจำกัดความทนทานด้วยการกลืนกินหินพลังเวทย์]
[ผลงานชิ้นเอกที่ถูกทำขึ้นโดยช่างที่ดีที่สุด มันได้ถูกออกแบบขึ้นจากประกายความเข้าใจและความพิถีพิถัน ถูกใช้แรงผลักดันสองชนิดเป็นตัวขับเคลื่อน มันเต็มไปด้วยความปรารถนาจากผู้สร้างที่ต้องการจะทำให้พวกที่สูงกว่าเขาต้องคุกเข่าให้กับเขาและมันจะยิ่งพัฒนาขึ้นไปเมื่อได้จัดการศัตรูขนาดยักษ์
ผลงานชิ้นเอกที่ทำขึ้นมาจากจิตใจที่ต้องการจะกู้คืนความทนทานของอาวุธจากประสบการณ์ที่ได้ใช้อาวุธสุดแกร่งที่ใช้แล้วทิ้ง ยังไงก็ตามการดึงรีโหลดขั้นของมันเป็นเรื่องที่ยากอย่างมาก และมันอาจจะล้มเหลวได้ต่อให้ดึงพลังของผู้ใช้ออกมาทั้งชีวิตเพื่อรีโหลดมันก็ตามที]

เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องมาแสดงไพ่ตายออกมาที่นี่ แล้วก็เจ้ามอนสเตอร์นี่ที่เขาต้องเจอมันเลวร้ายยิ่งกว่าปีศาจสั่นสะเทือนซะอีก

[ก๊าซซซซซซซซซซซซ!]
[อิลฮาน ดูเหมือนมันจะขยับแล้วนะ! มันกำลังสั่น!] (เลียร่า)

ในตอนนี้เขาต้องโจมตีแล้ว ถ้าหากเขาไม่ได้เริ่มด้วยการโจมตีที่รุนแรงมากๆแล้ว พวกเขาก็จะเสียโอกาสในการเอาชนะมันที่นี่ไป

ยังไงก็ตามยูอิลฮานรู้สึกขัดแย้งในตัวเองอยู่ นั่นก็เพราะไพท์บังเกอร์ในตอนนี้ได้ถูกรีโหลดไว้ในขั้นที่ 6 เขาคิดว่าขั้นที่ 6 มันมากพอแล้วที่จะฆ่าปีศาจสั่นสะเทือนและการที่จะฟื้นคืนความทนทาน 10,000 มันทำให้เขาตองใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 กว่า 100 ก้อนเลยทีเดียว

“ไม่ว่าฉันจะคิดยังไง แต่มันดูเหมือนว่าขั้นที่ 6 ก็ยังดูจะไม่พอ…”

เขาอยากจะให้มันสูงมากขึ้นไปอีก แม้ว่ามันจะสูงเฉียดฟ้าไปแล้ว แต่ว่าก็น่าเสียดายที่มันสูงแค่ราวๆ 120 เมตร เพราะแบบนี้ทำให้ออฟชันที่ 3 ที่ตัวใหญ่กว่า 100 เท่าไม่ติดเพราะความสูงของมัน

“ฉันอยากจะเกิดเป็นคนแคระสูงแค่ 120 จริงๆเลย”
[แม้แต่คนแคระก็ตัวใหญ่กว่า 120 อีก ใจเย็นนะยูอิลฮาน] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาต้องทำดาเมจครั้งใหญ่จากการโจมตีทีเผลอ แต่ว่าพลังของขั้นที่ 6 มันไม่น่าจะพอ แถมการใช้หินพลังเวทย์ฟื้นฟูความทนทานขึ้นมาก็ไม่ได้มากอะไร ในตอนนี้เขาจะต้องกล้าใช้การโจมตีในขั้นที่ 7

[ก๊าซซซซซซซซซซซ]

ในอีกด้านหนึ่งเจ้ายักษ์มันได้เริ่มขยับอย่างช้าๆหลังจากคำรามอีกครั้งหนึ่ง กลุ่มขององค์หญิงได้ตั้งแนวป้องกันแล้วก็เริ่มร่ายเวทย์โจมตีแล้วดูจะหวาดกลัวกลัวกับการเริ่มของเจ้ายักษ์ที่อยู่เหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดไปแล้ว

“ในซักวันมนุษยชาติจะได้รับคำเตือนถึงลางร้าย… อ๊าาาก แม่จ๋า!”
[ฉัน…. อยากจะพูดแบบนั้นด้วยจัง!] (เลียร่า)
“อ๊าาาาาาาก! คุณย่า”

ยูอิลฮานได้พูดไร้สาระออกมา แต่ว่าสองมือของเขาก็กำลังยุ่งกับการรีโหลดให้ไพท์บังเกอร์มาอยู่ในขั้นที่เจ็ด

เขาได้ใช้พลังเหนือมนุษย์ใช้พลังทั้งหมดของเขาออกมา! ด้วยขั้นที่ 7 โครงสร้างของหนังยางยักษ์ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นซับซ้อนขึนอีก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใช้แต่กำลังแต่ยังมีเทคนิคอีกด้วย ทั้งหมดนี่ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก

“อ๊ากกกกกกกกกกกกก! ท่านย่าทวดดดดดดดดดดด!”
[อย่าร้องอะไรแปลกๆสิ!](เอิลต้า)
[เขากำลังพูดถึงย่าทวดแล้ว…] (เลียร่า)

“กรี๊ดดด!”
“นี่มันตัวใหย่มาก!”
“องค์หญิงนี่มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาแต่เป็นเธ”
“ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธความรับผิดชอบของฉันหรอกนะ แต่ว่าเธอมาพูดแบบนี้ท้งๆที่เราทุกคนทั้งหมดกำลังจะตายกันจริงดิ!? เธอนี่มัน!”

ทั้งกลุ่มยิ่งตกใจกันมากขึ้นไปอีกเมื่อความเร็วของโกเลมได้เพิ่มขึ้น

ยูอิลฮานได้พยายามรีโหลดขั้นที่ 7 อย่างสุดพลังก่อนที่มันจะสายเกินไป เขาได้ใช้พลังเหนือมนุษย์จนถึงขีดสุดจนทำให้กล้ามเนื้อของเขาฉีกพังจนหมดแต่ว่ามันก็ถูกฟื้นคืนมาด้วบการฟื้นฟูเหนือมนุษย์

ในตอนนี้เขาไม่มีสมาธิจะไปอ่านข้อความที่บอกว่าสกิลเพิ่มเลเวลขึ้นแล้ว สมาธิทั้งหมดของยูอิลฮานได้อยู่ที่กระสุนกระดูกที่ค่อยๆถูกดันเข้าไปทีละนิด

“ฮ่าาาาาาาห์ ท่านย่าทวดทวดทวด”

ในตอนนี้เองเสียงรีโหลดเสร็จก็ดังขึ้น! เมื่อเขารู้แล้วว่าเขาทำสำเร็จ ยูอิลฮานได้กางปีกสร้างคลื่นกระแทกที่หลังพุ่งไปด้านหน้าทันที คนอื่นๆในตอนนี้ต่างก็วุ่นวายกันไปแล้ว

“เจ้ายักษ์นั่นกำลังมาแล้ว! ยักษ์ไททัน!!!”
“ช่างหัวเรื่องความสำเร็จของเทคโนโลยัไปเลย บรรพบุรุษต้องการที่จะทำลายอาณาจักรต่างหากเล่า!”
“โอ้ พวกเราจบแล้ว อาณาจักรเราจบแล้ว”

แม้แต่คังมิเรย์ที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดขณะที่ได้บัฟจากนายูนาก็ยังจบลงแค่การโจมตีนิ้วเท้าเดียวของมันเท่านั้น จริงๆแล้วพลังของเธอน่าทึ่งมากๆแล้ว แต่ว่าศัตรูในคราวนี้แกร่งเกินไป

[ก๊าาาาาาซซซซซซซซซ!]

ไททันยักษ์นี่ได้ผงะไปครู่หนึ่งก่อนที่จะยกขาก้าวขึ้นไปข้างหน้า….

“โอ้ววววว!”

….แต่มันทำไม่สำเร็จเพราะยูอิลฮานได้บินไปบนหัวของมันและปักไพท์บังเกอร์ลงไปบนหัวมันแล้ว!

ในตอนนี้เองเพลิงนิรันดร์ได้กระตุ้นดินปืนเวทย์ที่อยู่ภายในกระสุนทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นมาและในเวลาเดียวกันกระสุนก็พุ่งออกไปพร้อมถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิง หนังยางยักษ์ที่ถูกถึงอยู่ในขั้นที่ 7 ได้คลายตัวลงและดีดเพิ่มแรงกระแทกดันขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

[กรรรรรรรรรรรรร!]
[ติดคริติคอล!]

เสียงมันดูเหมือนกับฟ้าจะพังทลายลงมาได้ดังออกมา แค่เสียงระเบิดจากเพลิงนิรันดร์ก็ดังมากๆอยู่แล้ว แต่เมื่อรวมเสียงหนังยางยักษ์ที่ดีดออกมาเข้าไปชนกับหัวของมันด้วยยิ่งดังขึ้นไปอีก!

แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นกระแทกในคราวนี้ก็ยังมหาศาลมากด้วยเช่นกัน มันได้ทำให้ทุกๆคนในพื้นที่เสียสมดุลไปชั่วขณะ

“นั่นพ่อนี่!”
“โอ้ โกเลมนั่น…”

ผลของการแลกความทนทานสูงสุด 10,000 ของไพท์บังเกอร์ไปได้เป็นไปตามคาดไว้ มันได้เกิดการทำลายล้างขึ้นมา หัวของโกเลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 3 เมตรได้ถูกทำลายหายไปในทันทีและกระสุนมันยังพุ่งเป็นเส้นตรงต่อไปปักขึ้นเข้าไปในร่างของตัวโกเลม ที่ยิ่งไปกว่านั้นเลยก็คือที่ปลายที่มันพุ่งลงไปก็ยังลุกไหม้อยู่ดังนั้นมันจึงทำให้โกเลมได้รับความเสียหายต่ออย่างต่อเนื่อง

[ก๊าซซซซซซซซซซซซ! กรรรรรรรรร!]

โกเลมได้คำรามออกมาอย่างไม่อาจจะทรงตัวได้ ในเมื่อมันเป็นอาร์ติแฟคมีชีวิตมันรู้สึกเจ็บได้ยังไงกันนะ? แม้ว่าจะไม่ชัดเจนนะ แต่มันก็ชัดเจนมากว่ามันมีปฏิกิริยากับการเสียชิ้นส่วนของร่างกายไป

“ฟู่ว… อั๊ก!?”

ระหว่างยูอิลฮานกำลังเอาไพท์บังเกอร์เก็บกลับลงไปในกระเป๋า ชิ้นส่วนโลหะที่ได้กระกายกันออกมาหลังจากเกิดการระเบิดมันได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะพุ่งเข้าไปใส่ไหล่ของโกเลมในที่ที่ตัวเขากำลังยืนอยู่

เขาได้กางปีกขึ้นใช้คลื่นกระแทกผลักตัวหลบออกไปในทันที

“อย่าบอกฉันนะว่ามันพยายามจะมารวมตัวเองกลับมาอีกครั้งน่ะ?”
[ถึงแม้ว่าแค่คิดมันจะน่ากลัวแล้ว แต่ว่าน่าจะใช่ มันดูเหมือนนายจะเดาถูก] (เลียร่า)
[การคาดเดาของยูอิลฮานนายทึ่งไปเลยนะเนี้ย] (เอิลต้า)
[ฉันไม่รู้หรอกนะว่าใครเป็นคนสร้างมัน แต่ดูเหมือนว่าคนๆนั้นจะได้เรียนรู้เรื่องวิศวกรรมเวทย์มาอย่างดีเลยล่ะ ยินดีด้วยนะอิลฮาน มันดูเหมือนว่าสิ่งที่นายจะได้เจอมันจะน่าทึ่งเอามากๆ!](สเปียร่า)
“นั่นมันทำให้ฉันดีใจจนจะร้องไห้เลยให้ตายสิ!”

ในบางคราวแบบครั้งนี้ทูตสวรรค์ที่น่าด่าก็มาร่วมมือกันแบบนี้! ยูอิลฮานที่อยากจะร้องไห้เต็มทีได้ตะโกนขึ้นมา

“มิล”
“อ่า ครับ”
“ทำลายเจ้าพวกเศษพวกนี้ซะ!”
“เข้าใจแล้ว”

ยูมิลที่ไม่อายจะทำอะไรต่อหน้าโกเลมยักษ์ในที่สุดแล้วก็ได้รับหน้าที่ หลังจากที่เขาได้รับบัพจากนายูนา เขาก็ได้ใช้เวทย์ลมจัดการเป่าเศษชิ้นส่วนที่พยายามจะบินกลับไปหาร่างของโกเลม

คังมิเรย์ก็ยังรู้หน้าที่ของเธอแล้วด้วย แม่ว่าการเข้าไปใกล้โกเลมมันจะน่ากลัว แต่ว่าเมื่อเทียบกับยูอิลฮานที่อยู่บนตัวมันแล้ว เธอนับว่าของเธอสบายกว่ามาก

ดวงตาของเธอได้ส่องประกายออกมา มือทั้งสองข้างของเธอได้เต็มไปด้วยสายฟ้า เธอจะละลายแล้วก็เผาเศษชิ้นส่วนไม่ให้โกเลมได้ฟื้นตัวได้

“ฮ่าห์!”
“เฮ้ ช่วยพวกเขาจัดการเศษนั่นด้วย! อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็ทำได้ใช่ไหม?”
“แต่ว่าถ้าโกเลมมันก้าวมาอีกซักก้าวเดียว เราจะ…”
“ทำไปซะ!”
“เข้าใจแล้ว!”

คำสั่งจากองค์หญิงมีค่ามากกว่าชีวิตของพวกเขา! จอมเวทย์ทั้งหมดต่างก็ได้เริ่มร่ายเวทย์และอัศวินได้พุ่งออกไปด้านหน้า หากวพกเขาไม่ทำลายเสษชิ้นส่วนทุกๆชิ้นของโกเลมหรือไม่ก็ตามไป พวกเขาก็จะไม่มีวันได้รับความสงบสุขคืนมาอีก

“ฟู่ อย่างน้อยในตอนนี้ตัวกวนก็น้อยลง”

ยูอิลฮานได้รู้สึกว่าจำนวนของชิ้นส่วนโกเลมที่ลอยมาทางเขาได้ลดลงไปเพราะคนอื่นช่วยและถอนหายใจยาวออกมา

ในที่สุดแล้วเขาก็จะเริ่มขั้นต่อไปได้ทันที

“เครื่องมือมรณะ!”
[นี่มันเป็นชื่อที่น่าอายดีนะ] (เอิลต้า)

เมื่อยูอิลฮานได้หยิบเอาอาวุธอีกชิ้นออกมาจากช่องเก็บของ เอิลต้าได้พูดแทรกขึ้นมาห้วนๆ ยังไงก็ตามนี่มันไม่ใช่ชื่อที่ยูอิลฮานตั้งแต่มันมาจากบันทึกนภา (แก้ไขจากบันทึกแห่งอคาชิคนะครับ) ดังนั้นจึงทำอะไรไม่ได้ เขาได้ส่งเสียงฮึ่มออกมาและใส่อาวุธลงไป

นี่คืออาวุธที่ประกอบด้วยสองส่วนโดยที่ส่วนแรกเป็นที่จับที่หนายาวและมีใบมีดสองใบตัดกันเเหมือนกับกากบาทที่ดูแล้วจะเหมือนกับใบมีดกากบาท (ภาพนะครับ http://static.weloveshopping.com/shop/–pictures–/139063.jpg)

[เครื่องมือสายลมมรณะที่ทรงพลังและเปล่งประกาย]
[ระดับ – ตำนาน]
[พลังโจมตี – 5,200]
[ความทนทาน – 9,700/9,700]
[ออฟชั่น –
1.ด้วยการกลืนกินมานากับความทนทานเป็นไปได้ที่จะหมุนปั่นใบมีดอย่างต่อเนื่อง พลังโจมตีและพลังในการทะลวงจะเพิ่ม 40% เมื่อทำการหมุนปั่น
2.พลังโจมตีเกี่ยวกับธาตุไฟเพิ่มขึ้น 40%
3.พลังในการหมุนปั่นเพิ่มขึ้น 60%]
[อาวุธที่จะสร้างพลังการหมุนอย่างมหาศาลขึ้นจากการใช้มานากับหนังยางยักษ์ มันจะกลืนกินความทนทานไปอย่างต่อเนื่อง แต่กจะสร้างพลังโจมตีที่มหาศาลแลกคืนมาเช่นกัน ยังไงก็ตามความจริงแล้วนี่คือเครื่องมือที่ไว้ใช้ทำให้อาวุธอื่นทรงพลังขึ้น]

ถ้่าหากมีคนอื่นมาเห็นพวกเขาก็คงจะคิดว่านี่เป็นแค่ประแจไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้นซึ่งยูอิลฮานก็ไม่ปฏิเสธเลย

แล้วก็บังเอิญที่ว่าตรงนี้มี ‘เกลียวกระดูก’ ให้เจาะอยู่พอดีด้วย ยูอิลฮานได้มองลงไปทันที

ในร่างกายของโกเลมมีเกรียวกระดูกที่ฝังอยู่ในร่างกายของโกเลมอยู่ซึ่งมันดูจะหมุนเกลียวนั่นได้ง่ายๆด้วยเครื่องมือในมือเขา

[นายมันอัจฉริยะ] (เลียร่า)
“ไม่ ฉันไม่ใช่อัจฉริยะ”

ยูอิลฮานได้แทงเครื่องมือมรณะลงไปด้วยพลังทั้งหมดของเขา เสียงแคร๊กได้ดังออกมาพร้อมกับเกรียวกระดูกในร่างของโกเลมได้ผลสานเข้ากับเครื่องมือมรณะอย่างพอดี

[กะ ก๊าาาาาาาาาาาาาาา!]

บางทีมันอาจจะรู้สึกได้ถึงวิกฤติหายนะทำให้มันเริ่มดิ้นรนพร้อมคำรามออกมาเหมือนคนบ้า ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้เชี่ยวชาญการยืนบนหลังมอนสเตอร์ที่อารวาดมานานแล้ว

“ฉันคือ… ยูอิลฮานยอดนักขุด!!!”
[นายไม่ใช่นักขุด(ทอง)!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เมินคำพูดแปลกๆนั่นไปและจับเครื่องมือมรณะในมือแน่นพร้อมทั้งใส่มานาลงไป มานาทั้งหมดที่มีรวมไปถึงส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจากการกินคุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์ลงไป

[ก๊า ก๊าซซซซซซซซซซซ!]

เมื่อเครื่องมือมรณะเริ่มหมุนพร้อมกับเสียงสะท้อนออกมา เกลียวกระดูกที่เชื่อมต่อกันอยู่ก็ได้เริ่มหมุนเช่นกัน เนื่องจากว่ายูอิลฮานได้ทำเกลียวใบมีดไว้บนเกลียวกระดูกด้วยในตอนที่เขาทำไพท์บังเกอร์ทำให้เมื่อมันเริ่มขยับร่างกายของโกเลมก็เริ่มที่จะถูกแยกออก

“โอ้วววววววววววว!”

ร่างกายของโกเลมที่หนายิ่งกว่ากระดูกของสิ่งมีชีวิตใดๆที่เขาเคยเผชิญหน้ามาตลอด แต่แล้วในตอนนี้ไม่เพียงแต่เกลียวกระดูกจะฝังลึกลงไปเท่านั้นแต่มันยังทำให้พื้นที่รอบๆอ่อนลงจากการปล่อยไฟออกมาอีกด้วย เกลียวกระดูกที่เต็มไปด้วยไฟได้หมุนด้วยความเร็วสูงมากๆทำให้มันทะลวงลงไปในตัวโกเลมด้วยความเร็วที่สูงขึ้นตลอดเวลา

[ก๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!]
“สว่านของฉันคือสิ่งที่จะทะลวงไปให้ถึงสวรรค์เลย!”

ยูอิลฮานได้คิดขึ้นในขณะที่บดขยีร่างของโกเลมเลเวลกว่า 250

คุณค่าของไอเทมนี้ที่เขาสร้างขึ้นมาก็แค่เพื่อที่จะพูดในประโยคนี้เท่านั้นเอง


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel