0 Views

บทที่ 163 – ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (5)

 

ต้องขอบคุรการสอบสวนพิเศษจากโอโรจิทำให้ตัวการที่อยู่เบื้องหลังเหตุการนี้ได้ถูกเผยออกมาแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังคือประเทศ ‘เทสเนอร์’ จากโลก ‘มิชต้า’ ซึ่งได้มีประสบการณ์กับมหาภัยครั้งที่ 3 และประชาชนจากเนเธอร์แลนด์เป็นคนที่เปิดประตูมิติให้คนพวกนี้ข้ามมา

เนเธอร์แลนด์ไม่ได้มีคนที่แข็งแกร่งที่ถูกพูดถึงเลยทำให้ไม่มีใครให้ความสนใจ มันเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่อาจมามีส่วนร่วมในการซื้อขายอาวุธชั้นสูงกับแวนการ์ดในครั้งที่สองได้

แต่แล้วอยู่ๆก็มีหัวหน้ากลุ่มจากเนเธอร์แลนด์ที่มีเลเวลแตะถึง 85 และเปิดประตูมิติขึ้นมาก่อนที่จะวางแผนจะขโมยไอเทมทั้งหมดในการประมูลของแวนการ์ดด้วยการยืมมือราชาแห่งประเทศทหารรับจ้าง เทสเนอร์ เงื่อนไขของพวกเขาคือแบ่งของที่ได้ 8 ต่อ 2

พวกคนจากเนเธอร์แลนด์อาจจะคิดว่าหากประชาชนในประเทศยังเพิ่มเลเวลกันในความเร็วแบบนี้ก็คงจะไม่เห็นอนาคตอีกต่อไป นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาคิดที่จะทำแบบนี้

นอกไปจากนี้คนที่มาช่วยพวกเขาก็ยังเป็นราชาแห่งประเทศทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ทุกรูปแบบแถมยังมีโจรคลาส 4 มาร่วมด้วย พวกเขาก็คงจะคิดว่านี่มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะพลาดแบบนี้

แน่นอนว่าคนทั้งหมดนั่นก็ถูกยูอิลฮานจัดการสังหารหมู่ไป และแผนของพวกเขาก็ได้ล้มเหลวลงไป

“ฉันเข้าใจว่าทำไมว่าทำไมคนอื่นถึงต้องขึ้นการขายอาวุธชั้นสูงของแวนการ์ดไม่เท่าเทียบและไม่ยุติธรรม จนคนพวกนั้นต้องไม่ชอบใจ แต่ว่าริงๆแล้วความไม่ยุติธรรมนะฉันเลือกทำมันเอง ทำเพื่อเสริมพลังให้คนที่เก่งอยู่แล้วเก่งขึ้นไปอีก”
[ก็ใช่] (เลียร่า)
“ฉันเข้าใจว่าทำไมพวกนั้นถึงได้ร้อนใจ แล้วฉันก็ยังเข้าใจได้ด้วยว่าพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งให้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ในฐานะมนุษย์แล้วนี่มันคือเรื่องปกติ”

ไม่ว่าจะมนุษย์คนไหนพวกเขาต่างก็เลือกที่จะดิ้นรนเอาตัวรอดมากกว่าที่จะอยู่เฉยๆฝากความหวังไว้กับคนอื่น เขาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

ยังไงก็ตามเขาก็คิดวาคนพวกนั้นก็จะต้องรับผลจากการกระทำของตัวเองด้วยเช่นกัน

[การที่นายคิดแบบนี้บางครั้งมันก็ทำให้ฉันกลับนะ นายนี่เท่เป็นบ้าเลย!] (เลียร่า)
[เลียร่าเธอนี่จบแล้ว เทพแห่งความรักเอายาพิษมาเทใส่สมองเธอหรือยังไงกันนะ] (สเปียร่า)
[ตอนนี้ความคิดของยูอิลฮานได้เป็นเหมือนกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงไปแล้ว ฉันไม่รู้เลยว่าจะยินดีหรือว่าต้องเศร้ากับเรื่องนี้กันแน่] (เอิลต้า)

หลังจากจบการประมูลลงไปโอโรจิได้ใช้เวลาในการดึงข้อมูลออกมาไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำไป เนเธอร์แลนด์คงจะไม่มีวันคาดคิดเลยว่ายูอิลฮานจะรู้ตัวการแล้ว และเพราะแบบนี้ทำให้เขาไม่ได้รีบอะไร

ช้าๆแต่ชัวร์ นี่เป็นเทคนิคที่จะทำให้ไม่มีความล้มเหลว ดังนั้นอย่างแรกเลยคือเขาจะต้องจัดการเรื่องการประมูลให้เสร็จหมดก่อน

“การที่เราได้ดาบนี่มามันก็… แวนการ์ด ฉันจะจำชื่อนี้ไว้ ฉันจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจที่ขายมันให้ฉัน ครั้งหน้าฉันจะเอาของขวัญมาให้นะ”
“ฉันมาเอาไอเทมฉันคืน เวร…”
“ส่งสร้อยคอของฉันมา! สร้อยคอของฉัน! อ่า มิเรย์สวัสดี!”
“ฉันจะตรวจดูไอเทมที่มีมูลค่า 350 เหรียญ”
“เข้มงวดจัง!”

ขณะที่เขาแลกเปลื่ยนไอเทมกับเหรียญเขาก็ไม่ได้สนเลยสักนิดว่าคนที่ได้ไอเทมไปจะรู้สึกดีใจหรือสิ้นหวังยังไง การแลกเปลื่ยนได้เสร็จลงไปอย่างรวดเร็วจากการช่วยของคังมิเรย์กับเอริเซีย

“เสร็จแล้ว!”
“ว้าว เยอะจังเลย”

คังมิเรย์ได้ตะลึงงันเมื่อได้เห็นไอเทมเหลืออยู่ในการครอบครองของยูอิลฮานหลังจบการประมูล

“นี่มันน่าทึ่งมาก คุณอิลฮานน่าทึ่งจริงๆ”
“นี่มันก็จริง ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะได้อะไรมากแบบนี้”

ด้วยการประมูลครั้งเดียวเขาได้รับหินพลังเวทย์คลาส 4 เกือบๆจะสี่ร้อยก้อน แถมยังได้รับวัสดุโลหะที่เขาจะเอามาใช้ได้ในอนาคตอีกด้วย

แม้ว่าเขาจะคิดเอาไว้แล้วว่ามันจะเป็นประมาณนี้แต่ของที่ได้ก็ยังมากไปอยู่ดี

“หินพลังเวทย์เยอะขนาดนี้…”
“นายท่านจะทำอะไรต่อไปคะ?”
“อยากแรกเลยฉันจะต้องเปลื่ยนอาร์ติแฟคทั้งหมดก่อนเลย”

ก่อนหน้านี้ยูอิลฮานจำเป็นต้องถนอมเก็บหินพลังเวทย์คลาส 4 เอาไว้ แต่ว่าในเมื่อตอนนี้เขามีมากขนาดนี้แล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้แบบประหยัดอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาวุธ เกราะ หรือกระทั่งเครื่องประดับเขาก็จะใช้หินพลังเวทย์คลาส 4 ไปให้หมด

ยูอิลฮานได้การันตีว่าจะทำอุปกรณ์ระดับยูนีคกับตำนานออกมาได้ด้วยหินพลังเวทย์กับวัสดุในคลาส 3 แต่ว่าด้วยหินพลังเวทย์คลาส 4 จำนวนมากขนาดนี้ เขาก็มั่นใจว่าเขาจะต้องทำให้อุปกรณ์ทุกๆอนของเขานับจากนี้เป็นระดับตำนานให้หมด

หินพลังเวทย์พวกนี้ซึ่งมันชัดเจนว่าจะต้องมีเหลืออีกมากแน่…. ใช่แล้ว ยูอิลฮานได้หันไปพููดกับคังมิเรย์ที่แสดงสีหน้าออกมามากกว่าเขาอีกเมื่อมองดูกำไรที่ได้มา

“เธอได้ช่วยฉันเอาไว้มากในคราวนี้ ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงไม่ได้ขายไอเทมได้ดีขนาดนี้หรือก็ไม่ได้กำไรขนาดนี้ ขอบคุณมากๆนะ”
“ไม่เลย! อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ไงทั้งหมดนี่ก็เพราะนายที่ทำให้ความวุ่นวายเงียบลงไปมากและคนก็ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น…. ทั้งหมดที่ฉันทำก็แค่เสนอความเห็นเท่านั้นเอง”

คำตอบของคังมิเรย์เธอประหม่ามากๆ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอตัวจะลอยแล้ว แต่ว่าเธอก็ฝืนตัวเอาเอาไว้ให้คิดว่านี่มันน่าพึงพอใจจากการทำงานแบบ 120% ของเธอ

แต่คำพูดต่อมาของยูอิลฮานก็ได้ทำให้เธอต้องใจเต้นแรง

“ไม่หรอก มันเยี่ยมมากที่เรื่องน่ารำคาญต่างๆมันลดลงไปก็เพราะเธอ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ฉันก็จะทำเครื่องประดับอันใหม่ให้กับเธอ เธออยากจะได้แบบไหนล่ะ?”
“ว่าไงนะ!?”

เครื่องประดับที่ยูอิลฮานทำให้? คังมิเรย์ได้มองลงมาที่นิ้วของเธอและเงยหน้ากลับขึ้นมาทันที ที่แก้มของเธอก็ยังแดงเปล่งขึ้นมาทันที

“มะ ไม่เป็นไรจริงๆนะ! นายให้อะไรฉันมามากแล้ว ถ้าหากฉันได้อะไรอีก ฉันก็คงจะไม่อาจจะเงยหน้าได้อีก…”
“จริงด้วย”

ขณะที่คังมิเรย์กำลังโบกมือปฏิเสธวุ่นวาย อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาจับมือของคังมิเรย์เอาไว้จากด้านหลัง

“กรี๊ด”
“หืม”

เพียงเมื่อคังมิเรย์กับยูอิลฮานกระพริบตาอย่างตกใจ ผู้ที่ซุ่มเข้ามาก็ได้ยกมือของเขาคังมิเรย์ขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้น

“แหวนก็ดีนี่ แหวนที่เหมาะกับนิ้วที่ขาวเรียวสวยของมิเรย์”
“โอ้ แน่นอนว่าได้ นิ้วเธอก็สวยแหละ… หืม? เธอสองคนรู้จักกันด้วยหรอ?”
“…องค์หญิง”

ในที่สุดคังมิเรย์ก็ได้รู้ตัวว่าใครเป็นคนที่แอบเข้ามา เธอได้ถอนหายใจออกมาและผลักมือของเธอออกไป

“นายคงจะเคยเจอก่อนหน้านี้แล้วแต่ให้ฉันแนะนำเธออีกครั้งล่ะกัน นี่คือองค์หญิงที่หนึ่งแห่งจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เพลลาเดียในโลกที่ฉันถูกส่งไปน่ะ”
“ฉันเออร์ม่า แอน อิลลาต้า นับจากนี้มาเป็นเพื่อนกันนะ! แล้วก็เชิญเรียกฉันด้วยชื่อได้เลย”

เธอได้พูดออกมาด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วในขณะที่กางมือของเธอไปทางยูอิลฮาน ยูอิลฮานก็ยังตอบกลับไปด้วยภาษาอังกฤษเช่นกัน

“ฉันยูอิลฮาน ฉันไม่ได้มีความสนใจที่จะเป็นเพื่อนกับเธอเลยสักนิดดังนั้นช่วยเรียกฉันด้วยชื่อด้วยเท่านั้นนะ”
“นายนี่มันคือศัตรูที่แข็งแกร่ง!? นายเหมือนกับมิเรย์มากขนาดนี้เลยงั้นหรอ? เดี่๋ยวนะ ที่ทั้งสองคนสนิทกันก็เพราะนายเป็นแบบนี้งั้นหรอ?”
“องค์หญิงช่วยออกไปที”

เออร์ม่า แอน อิลลาต้าดูเป็นหญิงสาวงามสง่าที่มีผมสีบลอนด์ดูเธอจะไม่เคยต้องลำบากสักครั้งในชีวิตนี้ นอกจากนี้ดวงตากลมโตสองข้างของเธอก็ดูบริสุทธิ แต่ว่าถ้าพูดตรงๆก็ดูจะงี่เง่ามา

เมื่อได้เห็นคนแบบเธอตะโกน ‘กรี๊ด กรี๊ด’ ทั้งๆที่พยายามจะเกราะคังมิเรย์ ยูอิลฮานก็อดไม่ได้ที่เขาจะคิดว่าเธอค่อนข้างจะคล้ายกันกับนายูนา ทำไมคังมิเรย์ถึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงแบบนี้กันนะ

ตอนนี้เองที่เขากำลังคิดแบบนี้อยู่องค์หญิงคนนี้ก็ได้ยิงคำถามใส่เขา

“คนที่ฆ่าคนข้างนอกคือนายใช่ป่ะคุณยูอิลฮาน? ถึงฉันจะดูเป็นแบบนี้แต่ฉันก็เชี่ยวชาญในเการในการอ่านร่องรอยเวทย์พอตัวเลยนะ!”
“ฉันก็ไมได้คิดจะซ่อนอยู่แล้ว บนโลกนี้ก็มีแต่ฉันเท่านั้นที่ทำเรื่องแบบนั้นได้ดังนั้นฉันก็ไม่ได้คิดจะซ่อนอะไรอยู่แล้ว เธอมาที่นี่เพื่อที่จะถามฉันรื่องนั้นน่ะหรอ?”
“ไม่ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก…. แต่ว่าทำไมจู่ๆหน้านายถึงได้เซ็งแบบนั้นล่ะ?”

คุยกับเธอมันไม่น่าพอใจขนาดนั้นเลย? องค์หญิงคนนี้ได้แต่ตกใจอยู่ข้างในใจ แต่ว่าเหตุผลที่จู่ๆทำไมยูอิลฮานถึงได้ทำหน้าเซ็งขึ้นมาจริงๆแล้วก็เพราะว่าเขาเห็นนายูนาที่กำลังจะวิ่งมาทางนี้ด้วยรอยยิ้มสดใส

หน้าอกของเธอได้กระเพื่อมไปตามแรงการเคลื่อนไหวของเธอทำให้ยูอิลฮานทำใจได้ยาก แต่ที่ทำให้เขารู้สึกลำบากใจยิ่งกว่าอีกคือการมีอยู่ของเธอ

‘มันไม่มีอะไรจะน่ากลัวไปกว่าการที่มีนายูนาสองคนอยู่ในที่เดียวกันแล้ว’

เธอไล่ตามเขามาตลอดทุกๆวันโดยที่เอาแต่พูดว่ามันไม่ยุติธรรมที่เขาเอาแต่อยู่กับมิเรย์ ยูอิลฮานไม่ชอบเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูด ความต้องการที่ลึกลับของเธอ รวมไปถึงความไร้เดียงสาด้วย

ดังนั้นยูอิลฮานได้ตัดสินใจจะไปจากที่นี่ในทันที

“ฉันขอตัวก่อนนะ ฉันมีเรื่องที่จะต้องไปดูหน่อยนะ เอริเซียอีกเดี๋ยวฉันจะกลับมานะดังนั้นช่วยจัดการทำความสะอาดส่วนที่เหลือด้วย โอ้คุณมิเรย์ รอก่อนนะเดี๋ยวฉันจะทำแหวนให้”
“อะ อะไรนะ!? วะ แหวน? ไม่ ฉะ…!”

ขณะที่คังมิเรย์ตื่นตระหนกจนพูดแทบไม่ออกอยู่ ยูอิลฮานก็กางปีกเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายของเขาแล้ว

“โอ้เท่จัง นี่มัน…”
“ฮ่าห์”

ทันทีที่เออร์ม่า แอน อิลลาตาได้กระพริบตาอย่างตกใจเพราะได้เห็นปีกของยูอิลฮาน ยูอิลฮานก็ได้กระโดดหายไปในทันที เขาได้ใช้การกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายกิโลเมตรในพริบตาเดียว

“ว้าว!”

นายูนาที่มาถึงช้าไปได้ล้อเล่นออกมาตามปกติของเธอ

“เขาวิ่งหนีไปก็เพราะอายที่จะเจอฉันสินะ”
“…นี่เป็นการมองในแง่ดีของเธอสินะ”

คังมิเรย์ที่ในที่สุดก็ได้ใจเย็นลงจากการที่ยูอิลฮานจากไปก็ได้ผลักองค์หญิงออกไปเบาๆและดึงเสื้อของเธอดีๆ ยังไงก็ตามสีหน้าของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความพอใจเล็กๆ

“เธอต้องขอบคุณฉันน้า”

องค์หญิงที่ไม่เคยได้เห็นสีหน้าแบบนี้ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน คังมิเรย์ได้ส่งเสียงฮึ่มกลับมาพร้อมตอบกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ถ้าไม่ใช่แหวนสำหรับนิ้วนางก็ไม่มีความหมายอะไร”
“โอ้? เธอคิดไปไกลถึงขนาดนั้นเลยหรอ?”
“อ่า!”

หน้าของคังมิเรยืได้แดงขึ้นมาทันทีเหมือนกับภูเขาไฟปะทุ เธอได้รับผลกระทบอย่างจัง

“ทั้งสองคนคุยอะไรกันอยู่อะ?”

นายูนาได้ถามออกมาอย่างอารมณ์ดี คังมิเรย์ได้เลือกที่จะเงียบ ส่วนองค์หญิงได้ผิวปากออกมา และเอริเซียที่มองดูตลอดเวลาก็ได้ส่งเสียงขึ้นจมูกขึ้น

ในมุมมองของเอริเซียแล้วไม่ใช่แค่คังมิเรย์ แต่ว่าทั้งสามคนนี้ไม่มีใครที่คู่ควรกับยูอิลฮานเลย

ไม่สิ มันตั้งแต่แรกแล้วที่มันดูน่าตลกมากที่คังมิเรย์คิดกับยูอิลฮานแบบคนรักกัน ความแข็งแกร่งของทั้งสองคนแตกต่างกันอย่างมากและเธอก็ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าทำไมมนุษย์ถึงได้เอาวัฒนธรรมที่ว่าสังคมทุกๆคนอยู่ในระดับเดียวกัน

แล้วสำหรับเอริเซียล่ะ? หลังจากที่เธอได้พ่ายแพ้ไปอย่างสิ้นเชิงทั้งในด้านพลังต่อสู้ หรือแผนการ ยูอิลฮานก็ได้เป็นเป้าหมายที่เธอให้ความเคารพนับถือและบูชา เธอจะทำตามเขาไม่ว่าเขาจะสั่งให้เธอทำอะไรและเขาก็จะให้รางวัลกับเธอหากเธอทำได้ดี

ดังนั้นเธอจึงทำในสิ่งที่เขาสั่งอย่างสุดความสามารถของเธอ

“ฉันกำลังทำความสะอาดที่นี่แล้ว คุณกำลังจะไปทำอะไรกันต่อ?” (เอริเซีย)
“ฉันคงต้องรอ ฉันมีเรื่องปรึกษาคุณอิลฮานหน่อยนะ ระหว่างรอเดี๋ยวฉันช่วยเธอเองเอริเซีย” (มิเรย์)

ทั้งสองคนต่างก็เป็นคนที่รู้งานและเริ่มทำงานกันทันที นายูนากับองค์หญิงที่ถูกเมินกได้มองกันและกันก่อนที่จะเงียบไป แม้ว่าพวกเธอจะรู้จักกันแล้วผ่านคังมิเรย์ แต่พวกเธอก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก

แต่แล้วในเวลานี้เององค์หญิงก็ได้ตะโกนออกมาเมื่อเธอนึกขึ้นได้ถึงบางอย่าง

“โอ้จริงด้วย ฉันมีเรื่องต้องคุยกันเขา! เรื่องวิศวกรรมเวทย์”
“ทำไมเธอเพิ่งจะมาพูดเอาตอนนี้ล่ะ!”

คังมิเรย์ที่กำลังเผาเอกสารที่อยู่บนโต๊ะด้วยสายฟ้าของเธอได้หันหน้ามาตะโกนขึ้น เส้นสายฟ้าได้เล็ดลอดออกมาทำให้องค์หญิงต้องสะดุ้ง

“นั่นมันล้อเล่นน่ะมิเรย์ งั้น… ฉันจะรอเขาด้วย” (เออร์ม่า)
“ฉันก็มาคุยกับอิลฮานเหมือนกัน งั้นฉันจะรอด้วยคน” (ยูนา)
“ถ้างั้นระหว่างรอก็ช่วยกันทำงานด้วย ตรงนี้มีที่ให้ทำความสะอาดอีกเยอะเลย” (เอริเซีย)

เอริเซียได้ประกาศออกมา องค์หญิงกับนายูนาที่เกลียดการใช้แรงงานต่างก็ก้าวถอยทันที แต่ว่าเอริเซียก็จับคอพวกเธอยกขึ้นมาในเวลาไม่นานด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าเดิม

เธอคือหมาป่า และเธอก็จะไม่มีวันปล่อยเหยื่อที่เธอเพิ่งจะจับได้ไป

“ช่วยแสดงความเคารพกับคำพูดของตัวเองด้วย ดังนั้นทำงานซะ”
“ค่ะคุณผู้หญิง”
“ค่าาาา”

ระหว่างหมาป่ากำลังใช้งานองค์หญิงกับนักบวชศักดิ์สิทธิ์ ยูอิลฮานก็ได้กำลังบินตรงไปเนเธอร์แลนด์ ต่อให้ไปนิวยอร์กเขายังใช้เวลาแค่ 17 นาที ดังนั้นกับแค่เนเธอร์แลนด์จึงใช้เวลาสั้นกว่ากันอีก

[นายจะไปทำอะไรล่ะ? ฆ่าพวกเขาทุกคนงั้นหรอ?] (เอิลต้า)
“กลุ่มพันธมิตรน่ะหรอ? อ่า”

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาทั้งๆที่ส่ายหัว

“ถึงฉันจะโกรธที่พวกนั้นโจมตีพื้นที่ประมูล แต่ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันมันต่างกับทีฟีราต้ามาก ต่อให้ฉันฆ่าพวกนั้นทั้งหมดไปก็จะมีแต่พวกคนบริสุทธิ์ที่ใช้ชีวิตในเนเธอร์แลนด์จะต้องลำบากเพราะขาดเกราะป้องกัน”
[งั้นแล้วนายกำลังจะไปทำอะไร?] (เลียร่า)
“ไปขโมย”
[…ขโมย?] (เลียร่า)

ไม่นานนักยูอิลฮานก็ได้มาถึงจุดหมายของเขา ประตูมิติที่หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรแห่งเนเธอร์แลนด์ได้แอบเปิดขึ้นมาอย่างลับๆและพาชาวเทสเนอร์แห่งมิชต้ามา!”

ที่แห่งนี้ได้ถูกคุ้มกันอย่างเข้มงวดจากคนในกลุ่มพันธมติร แต่ว่าไม่ว่าจะมีคนอยู่มากแค่ไหนก็ไม่มีทางที่คนพวกนี้จะจับยูอิลฮานที่ตั้งใจซ่อนตัวได้ เขาได้ยิ้มขึ้นมากับตัวเอง

“ยูอิลฮานออกเดินทาง”
[ทำงี้นายไม่เหนื่อยหน่อยหรอ!?] (เอิลต้า)

เขาได้เข้าไปในประตูมิติทันที ทิวทัศน์ข้างหน้าของยูอิลฮานได้เปลื่ยนไปทันที

ท้องฟ้าที่นี่มีสีเป็นขี้เถ้าหม่นที่แตกต่างไปจากโลก มันมีฝนตกอยู่ปละปลายดังนั้นเขาจึงรู้ได้เลยทันทีว่าเขาได้มาถึงที่ต่างโลกแล้ว

ในเวลานี้เองเสียงที่ไม่ใช่เสียงของคนบนโลกได้หลั่งไหลเข้ามาในหูของเขาท่ามกลางสายฝน

“เมื่อไหร่ท่านจักรพรรดิจะกลับมานะ?”
“ท่านแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าท่านได้อาวุธแบบนั้นมาอยู่ในมือ… ท่านจะต้องยิ่งใหญ่แน่”
“เฮ้ หยุดพูดน่า”

แค่หน้าประตูมิติก็มีคนเฝ้าอยู่จำนวนมากแล้ว แต่นี่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อราชาของพวกเขาได้ผ่านประตูมิตินี้ไป

“คุ้มกันเข้มงวดมาก”
[ดูเหมือนว่ามันจะถูกทำเป็นความลับสินะ] (เอิลต้า)

เป็นโชคดีของการ์ดที่ไม่มีใครเลยที่มองเห็นยูอิลฮาน เขาได้โบกมือให้พวกการ์ดก่อนที่จะเดินออกมา

ที่ที่ประตูมิติตั้งอยู่กคือภายในปราสาทยักษ์ที่ทำขึ้นเพื่อทำสงคราม ปราสาทนี้เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของประเทศทหารรับจ้างที่ราชาจัดการดูแลเรื่องการปกครองเพียงเล็กน้องเท่านั้น

“และมันก็ยังมีที่เก็บสมบัติลับด้วยเหมือนกัน”
[นายรู้ได้ยังไงล่ะ?] (เลียร่า)
“โอโรจิที่น่าภูมิใจของเราเป็นคนรู้น่ะ”
[กรรรร เรื่องเล็กน้อย] (โอโรจิ)

ยูอิลฮานได้ค้นหาเส้นทางไปที่เก็บสมบัติอย่างรวดเร็ว และเข้าไปข้างในหลังจากจัดการพังประตูนหน้าไป แม้ว่าเขาจะทำเสียงดังขึ้นมาแต่ว่าก็ไม่ต้องกังวลเลย การปกปิดตัวตนของเขาจะไม่มีวันหายไปเว้นแต่ว่าเขาจะโจมตีคนอื่นและฆ่าคนๆนั้นไม่ตาย

“ว้าว”

ที่เก็บสมบัติได้เต็มไปด้วยโลหะล้ำค่าที่เปล่งประกาย ไม่ใช่แค่นั้นมันยังมีโลหะล้ำค่าที่มีเพียงแต่ในโลกนี้อีกด้วย

“นี่คงเป็นประเทศของโจรไม่ใช่ทหารรับจ้างหรอกมั้ง?”
[เอาเถอะ ทั้งสองอย่างนั่นก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอกน่า โอ้ สร้อยคอนั่นสวยดีแหะ] (เอิลต้า)
[อิลฮานฉันอยากได้แหวนคริสตัลตรงนั่นนนน!] (เลียร่า)
“ได้ ได้”

ด้วยจำนวนมากขนาดนี้หากพวกเขาเลือกซื้อขายกันดีๆก็น่าจะได้ระดับยูนีคได้ไม่ยาก แม้แต่ระดับตำนานก็ยังไม่ยากจนเกินไปเลย เอาเถอะนะความโลภของมนุษย์มักจะนำหายนะมาหาตัวเองเสมอ

ยังไงก็ตามมันก็เป็นเรื่องดีเพราะมันไดทำให้ยูอิลฮานได้รับกำไรที่มากมาย เขาได้จัดการย้ายของทุกๆอย่างในห้องเก็บสมบัติเข้าไปในช่องเก็บของของเขา ด้วยฟังก์ชั่นการเก็บของระยะไกลกับสกิลการปกปิดตัวตนนี้มันคือการจับคือสกิลแห่งโจรโดยแท้

“เยี่ยม เสร็จหมดแล้ว”
[ฉันคิดว่าฉันคงต้องไปหายเวทย์ซ่อนตัวกับการเก็บของระยะไกลมาใช้แล้วสิ] (เลียร่า)

สิ่งสำคัญที่มากพอๆกับการลอบเข้ามาและจัดการให้รวดเร็วก็คือการถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว ยูอิลฮานได้จัดการปล้นทรัพย์ที่นี่ทั้งหมดไปได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งต่างไปจากพวกที่บุกการประมูลโดยสิ้นเชิง เขาได้ออกไปจากที่นี่ทั้งๆที่ยังปกปิดตัวตนอยู่จนกระทั่งมาถีงประตูมิติ

“เอาล่ะถ้างั้นก็”

เมื่อตรวจสอบแล้วว่านักรบที่เฝ้าอยู่ด้านนอกประตูมิติโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในนปราสาท ยูอิลฮานก็ก้าวเท้าเข้าไปในประตูมิติครึ่งตัวก่อนที่จะโยนหัวของราชาเทสเนอร์ที่อยู่ในช่องเก็บของของเขาออกมา

หัวได้ลอยไปไกลเลยทีเดียวจนมันชนเข้ากับกำแพงปราสาทเสียงดัง ‘โพ๊ะ’ จนทำให้คนอื่นๆรู้ได้ทันทีว่านั่นคือหัวของใคร

“นะ นั่นท่านจักรพรรดิ…”
“ท่านจักรพรรดิตายแล้ว!?”
“อะไรกัน… ใครกันที่ฆ่าเขาได้ทั้งๆที่เขาอยู่ในคลาส 4…”
“ไม่ นี่จะต้องเป็นของปลอม มันเป็นของปลอม!”

นับจากนี้แหละจะเป็นของจริง ยูอิลฮานได้กระโดดเข้าไปในมิติพร้อมทั้งคิดขึ้นโดยไม่ลังเลใดๆ

คนส่วนหนึ่งจะต้องไปที่เนเธอร์แลนด์ด้วยความโกรธแน่ และในตอนนั้นยูอิลฮานก็จะได้ตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อตามการกระทำที่กลุ่มพันธมิตรจะตอบสนอง

เขาอาจจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าบางคนก็ได้ แต่ถาเป็นไปได้มันจะดีกว่าถ้าจะนองเลือดให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ในตอนนี้ที่แกะดำมันโผล่ออกมาแล้ว เขาก็คงจะต้องจัดการมันออกไปให้หมด! ยูอิลฮานคิดว่านี่เป็นวิธีที่่ดีที่สุดแล้ว

“โอ้ เอาล่ะถ้างั้นฉันก็น่าจะจัดการยึดอาวุธที่ผลิตจำนวนมากที่จัดให้เนเธอร์แลนด์ก่อนหรือป่าวนะ?”
[ตอนนี้ฉันแยกไม่ออกแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนชั่ว] (เอิลต้า)

ผู้คนจากเทสเนอร์ได้ตอบสนองรุนแรงกว่าที่ยูอิลฮานคิดเอาไว้ กองกำลังทั้งหมดที่ดูแลประตูมิติรวมไปถึงทหารทั้งหมดในปราสาทที่บุกเข้ามาที่โลก!

ชาวเนเธอร์แลนด์ต่างก็ตื่นตระหนกและกลุ่มพันธมิตรก็ยิ่งตระหนกยิ่งกว่าอีก พวกเขาไม่รู้เลยว่าทำไมคนพวกนี้ถึงได้มีปฏิกิริยาที่รุนแรงแบบนี้ แถมยังไม่มีใครอธิบายอะไรด้วย เพราะแบบนี้ทุกๆคนต่างก็ถูกดึงเข้าไปในความวุ่นวาย

หลังจากผ่านไป 11 ชั่วโมงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเนเธอร์แลนด์็ได้สงบลง

การกระทำของเนเธอร์แลนด์ กลุ่มพันธมิตร รวมไปถึงเทสเนอร์ได้กลายเป็นที่รู้กันทั่วโลก และหลังจากนั้นประตูมิติที่เชื่อมต่อเข้ากับมิชต้าก็ไม่มีเปิดขึ้นบนโลกอีกเลย

แวนการ์ดไยึดเอาอาวุธทั้งหมดที่เคยขายให้กับเนเธอร์แลนด์มาและประกาศจะไม่ข้องเกี่ยวกับประเทศหรือกลุ่มที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์อีกต่อไป ส่งผลให้คนจำนวนมากได้เลือกที่จะลี้ภัยจากเนเธอร์แลนด์ไปประเทศอื่น

นอกไปจากนี้เนื่องจากว่ากลุ่มพันธมิตรเป็นกลุ่มหลักที่ทพหน้าที่ปกป้องประเทศได้พินาศไปแล้ว ไม่นานนักเนเธอร์แลนด์ก็ล้มเหลวที่จะคงสภาพประเทศเอาไว้ได้และล่มสลายลงไป

ประเทศที่หายไปอย่างสมบูรณ์จากการวางแผนต่อต้านแวนการ์ดนี้ได้ถูกจารึกลงไปในประวัติศาสตร์ สิ่งนี้ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนประเทศอื่นๆอย่างน่าหวาดหวั่น พวกเขาต่างก็ได้รู้แล้วว่าไม่ว่าใครก็ตามที่หาญกล้าไปท้าทายแวนการ์ดจะมีแต่ความชิปหายเท่านั้นที่รอคอยคนพวกนั้นอยู่

นี่คือวินาทีที่กฏระเบียบของโลกที่ชัดเจนได้ถูกสลักลึงลงไปในใจของทุกๆคน


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel