0 Views

บทที่ 162 – ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (4)

 

“ได้โปรดเงียบเสียงด้วยการประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”

ตรงกลางเวทีมีเอลฟ์ชุดสูทสีดำรัดรูปทรงเสน่ห์กำลังยืนพูดผ่านไมค์อยู่ เนื่องจากเอลฟ์ได้ใช้อาร์ติแฟคจากสวรรค์ทำให้คนนับร้อยที่มารวบตัวกันสามารถเข้าใจสิ่งที่เธอพูดได้ในภาษาที่พวกเขาเข้าใจ

“ฉันขอพูดอีกครั้งนะคะ การประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วดังนั้นได้โปรดนั่งที่ด้วยค่ะ ผู้ที่มีไอเทมที่ยังไม่ทำการประเมินได้โปรดรีบทำให้เสร็จโดยเร็วด้วยค่ะ”

เสียงที่อ่อนหวานและนุ่มนวลได้กระจายไปทั่วถึงทุกๆคนลานนี้ผ่านเครื่องมือที่ทันสมัย

บางทีเพราะแบบนี้ทำให้ทุกๆคนตั้งใจฟัง จริงๆแล้วพวกเขาทุกคนต่างก็ถูกดึงดูดไปโดยความสวยงามหมดจดของเอลฟ์อีกด้วย

“นี่คือเอลฟ์ที่เป็นตำนานน่ะหรอ? พระเจ้า ฉันได้เห็นเอลฟ์ด้วยตาตัวเองด้วยล่ะ?”
“การที่เขาให้เอลฟ์ชั้นสูงมาทำแบบนี้มัน… แล้วก็ยังเป็นคนที่สวยอีกด้วย”
“มีเอลฟ์อยู่บนโลกด้วยงั้นหอ? นี่มันน่าจะเป็นอันตรายได้เลยนะถ้าเมื่อไหร่ที่เรื่องนี้ไปถึงหูนักล่าเอลฟ์น่ะ พวกเราจะไม่ต้องทำอะไรเรื่องนี้หน่อยหรอ?”

พวกเอลฟ์ต่างก็ถูกปฏิบัติเป็น ‘มนุษยชาติ’ ปกติในดาเรย์ แต่ว่าในที่อื่นแล้วคำว่าเอลฟ์นี่เหมือนกับตัวตนเผ่าพันธ์ที่หาได้ยาก

จริงๆแล้วเผ่าพันธ์ส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ก็เป็นมนุษย์และถึงแม้ว่ามันจะมีความเผ่าพันธ์อื่นๆอยู่ที่นี่ด้วยอย่างหลากหลายมีทั้งพวกที่สูง 2.5 เมตร หรือเตี้ยจนน้อยกว่า 140 เซ็นติเมตร หรือว่ามีเขาเล็กๆ หรอมีสามขา แต่ก็ไม่ได้มีเอลฟ์ให้เห็นเลย

“สมกับเป็นพีท เขาดูเป็นเอลฟ์ที่สุดในหมู่พวกเราทั้งสี่คนแล้ว”
“แต่แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชาย…”

เอลฟ์คนอื่นๆต่างก็ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนในการประมูลเหมือนอยู่พวก พวกเขาต่างก็อยู่ในชุดสูทเช่นเดียวกัน และเพราะแบบนี้เพื่อให้เกิดระเบียบขึ้นพวกเขาจึงได้เลือกโหวตเลือกหัวหน้า จนได้ข้อสรุปว่าพีทที่มีใบหน้าสวยที่สุดจะเป็นหัวหน้า

“ไม่ว่าเขาจะสวยยังไงแต่เขาก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดี แล้วทำไมพวกมนุษย์พวกนั้นถึงได้ปากค้างแบบนี้ล่ะ?”

ไมเรย์ที่เป็นนักรบสาว แต่ว่าเธอได้แต่งตัวด้วยชุดรัดรูปกับกางโปงสั้นๆเพื่อขับเน้นส่วนเว้าโค้งของเธอออกมา เธอได้แต่สงสัย จิลที่เป็นนักรบโลที่มีกล้ามเนื้อมากที่สุดในทั้งสี่คนได้ไขข้อสงสัยของเธอทั้งๆที่หัวเราะไปด้วย

“ไมเรย์ เธอสนไหมล่ะว่าปลาที่เธอกินจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย?”
“แต่ว่าปลาก็เป็นปลาน่ะ แค่อร่อยก็พอแล้ว”
“ก็นั่นแหละ! ไม่ว่าจะเพศอะไรแค่อร่อยก็พอแล้ว มันทั้งหมดก็… อั๊ก!”

หมัดแยปอย่างรวดเร็วจากโจรสาวฟีเรียได้ต่อยเข้าที่จิลทันที ดวงตาของเธอได้กลายเป็นน่ากลัวขึ้นมา

“หุบปากไปเลยจิล ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะพูดไร้สาระอะไรของนาย แต่ถ้ามันมีผลถึงท่านจักรพรรดิ…”
“โอเค เข้าใจแล้ว เอามีดออกไปที!”
“ตั้งใจทำงานดีนะฟีเรีย”
“อ่า มันง่ายก็เพราะว่ามีการต่อต้านน้อยกว่าที่ฉันคิดอีกน่ะ”

เธอเพิ่งจะได้ทำหน้าที่มอบเหรียญประมูลไปให้ผู้มีส่วนร่วมที่นำไอเทมจากการประเมินไอเทมนั้น

ยูอิลฮานช่างตีเหลกระดับเชี่ยวชาญได้รู้ถึงคุณค่าของไอเทมที่เขาได้เห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรกอย่างแม่นยำ จากนั้นเขาก็จะตั้งราคาให้มัน เอริเซียจะเป็นคนมอบเหรียญออกไปในขณะที่เฟียร่าช่วยเธอในเรื่องนี้

แม้ว่าเธอจะคิดว่าจะมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับราคาพยายามจะอารวาด แต่ว่ากลับไม่มีคนแบบนี้เกิดขึ้นเลย

นี่มันก็เป็นเพราะอย่างแรกคือการประเมินของยูอิลฮานที่แม่นยำเหมาะสมไม่เกินไป สองเขาได้บอกคนพวกนี้ว่าพวกเขาก็ยินดีที่จะไม่ค้าขายหากพวกเขาไม่ต้องการและก็กลับไปซะ ในตอนนี้ยูอิลฮานได้พอจับทางการใช้อำนาจเบ็ดเสร็ดของเขาได้แล้ว

“ฟู่ ท่านจักรพรรดิเจ๋งเกินไปสำหรับฝูงชนพวกนี้”

ในขณะที่เฟียร่าตกอยู่ในอาการหลงผิดอยู่ ไมเรย์ก็ถามออกมา

“ถ้ามันเป็นไปได้ที่จะซื้อไอเทมด้วยเหรียญที่ให้ไปถ้างั้นทุกๆคนก็สามารถจะซื้ออาร์ติแฟคระดับตำนานได้งั้นสิ?”
“มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะ เหรียญน่ะไม่ได้ ได้กันมาง่ายๆน ะประวัติศาสตร์ของทุกๆโลกค่อนข้างจะน่าประทับใจ มันมีโลหะล้ำค่าที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแล้วก็มีกระทั่งคนที่เอากล่องที่เต็มไปด้วยหินพลังเวทย์คลาส 4 สองร้อยก้อนมาด้วยน่ะ”
“โว้ว? 200 ก้อน? นี่มันน่าทึ่งมาก! แม้กระทั่งเราที่จัดการกวาดล้างทั้งโลกยังได้แค่ 20 ก้อนเองนะ”

จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเลย การที่มนุษย์จะพัฒนาไปถึงคลาส 4 เป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ แต่ว่าสำหรับมอนสเตอร์คลาส 4 พวกมันจะปรากฏตัวออกมาค่อนข้างบ่อยแล้วหลังจากที่เกิดมหาภัยพิบัติครั้งที่ 3

แม้ว่าจะมีคนนับร้อยหรือนับพันที่ตายไปในระหว่างการฆ่ามอนสเตอร์แบบนี้ แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็จะล่ามันได้ และแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้น้อยที่หินพลังเวทย์จะปรากฏออกมาก็ตาม

หากว่าพวกเขาใช้หินพลังเวทย์ที่ได้มาทำอะไรไม่ได้ หินพลังเวทย์ก็จะถูกเก็บเอาไว้ในคลังสมบัติของคนมีอำนาจไปตลอดกาล เมื่อผ่านไปเรื่อยๆเป็นร้อยปี หินพลังเวทย์คลาส 4 200 ก้อนก็ไม่ใช่อะไรที่จะยอมรับกันไม่ได้

“มูลค่าของหินพลังเวทย์คลาส 4 คือเหรียญหนึ่งเหรียญ นี่มันไม่มีอะไรน่าตกใจเลย”
“งั้นนี่มันก็หมายความว่าจะมีก็แต่พวกคนที่สามารถนำหินพลังเวทย์คลาส 4 มาแลกเปลื่ยนได้เท่านั้นสินะที่จะมามีสิทธิในการประมูลนี้…?”
“นี่มันน่าทึ่งจริงๆ…”

พวกเอลฟ์ได้ทึ่งไปอีกครั้งหลังจากได้รู้ถึงความยอดเยี่ยมของจักรพรรดิของพวกเขา

ในก่อนหน้าที่ที่พวกเขาได้ชื่นชมเห็นจักรพรรดิของพวกเขาก่อนหน้านี้ก็ทำอาวุธระดับตำนานขึ้นมาเหมือนกับว่ามันไม่มีค่าอะไรเลย แล้วแถมยังถึงขนาดให้ธนูระดับมหากาพย์(อีปิค) กับพีทด้วย เพราะแบบนั้นทำให้พวกเขาคิดว่าไอเทมระดับตำนานมันเป็นเรื่องปกติมาพักหนึ่ง.. แต่แล้วเมื่อได้เห็นผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อซื้อมันแบบนี้ พวกเขาก็ได้ถึงความยิ่งใหญ่จริงๆของอาวุธระดับตำนานแล้ว

“ฉันคังมิเรย์เป็นคนดูแลการประมูลครั้งนี้ เอาล่ะฉันจะเริ่มจากไอเทมชิ้นแรกเลยนะ”
“กำลังจะเริ่มแล้ว ทุกคนเตรียมตัว”
“โอเค”
“รับทราบ”

คนคุมงานครั้งนี้คือคังมิเรย์ แม้ว่าจะมีความคิดที่ว่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมูลมาจัดการดูแล แต่ว่าพวกเขาก็ได้ตัดสินใจให้เป็นคังมิเรย์แทนเพราะตัวเธอเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงอยู่แล้วบนโลกแถมเธอยังมีความเข้าใจในไอเทมสิ่งต่างๆป็นอย่างดีเลยด้วย

แน่นอนว่าผู้สร้างไอเทมยูอิลฮานก็ไม่ได้เสนอตัวเองออกมา สำหรับเขาแล้วจัดการดูแลการประมูลกับคนมากๆนี่มันเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าการให้เขาตายแล้วเกิดใหม่ซะอีก และเพราะเขารู้เรื่องนี้ดีเขาเลยอาสาเป็นคนรักษาความปลอดภัยแทน

พีทได้เข็นรถขึ้นมาบนเวที บนผ้าสีแดงบนรถเข็นนั้นมีถุงมือคู่หนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงเล็กๆนับพันอยู่

“ไอเทมชิ้นแรงคือชุดเซ็ตถุงมือต่อสู้ที่ทำขึ้นมาจากหนังของมอนสเตอร์คลาส 3 สามชนิดที่ต่างกันไปและเกล็ดของเผ่าพันธ์มังกร ระดับของมันคือยูนีค พลังโจมตีคือ 4,100 เริ่มประมูลที่ 1 เหรียญ”
“1 เหรียญ”
“2 เหรียญ”
“3 เหรียญ”

ไอเทมชิ้นแน่จริงๆแล้วคือการเรียกน้ำย่อยเท้านั้นเอง แม้ว่าพลังโจมตีของมันจะสูงกว่าไอเทมที่เป็นทางการของแวนการ์ด แต่ว่ามันก็ยังคงอยู่ในระดับยูนีคเท่านั้นเอง

แต่ถึงแบบนั้นราคาของมันก็ยังพุ่งขึ้นสูงอยู่ดี นี่มันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนได้เลยว่ายูอิลฮานได้ขายสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาให้กับคนบนโลกถูกมากแค่ไหน

“ขายที่ 7 เหรียญ ถ้างั้นเราจะมาต่อกันที่ไอเทมถัดไปเลยนะ”

ผู้คนบนโลกที่เข้ามาร่วมได้โดยไม่ต้องมีไอเทมใดๆที่มีค่าเทียบเท่ากับหินพลังเวทย์คลาส 4 ต่างก็ตกตะลึงงันหลังจากได้เห็นว่าถุงมือถูกประมูลออกไปที่ 7 เหรียญ

“บ้าไปแล้ว”
“ของตะกี้เพิ่งจะถูกซื้อไปในราคาหินพลังเวทย์คลาส 4 7 ก้อน? ทั้งๆที่ทั้งโลกเราตอนนี้ยังไม่มีหินพลังเวทย์สักก้อนเดียวเลยนะ…”

ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ที่จัดการประมูลหรือว่าคนที่ดูผ่านทีวีหรือจากสื่อต่างๆ ความสนใจของคนทั่วโลกต่างก็มาจดจ่ออยู่ที่การประมูลในใจกลางเขตการค้ากังนัมนี้

เมื่อพวกเขาได้เห็นรายงานที่ว่าอาร์ติแฟคระดับยูนีคถูกขายไปในราคาที่เทียบเท่ากับหินพลังเวทย์คลาส 4 7 ก้อน พวกเขาต่างก็แทบจะล้มเป็นลมไป

“ขาย” (คังมิเรย์)

ไอเทมชิ้นที่สองชุดเกราะเต็มตัวระดับยูนีคยิ่งมีราคาที่แพงกว่าคือ 11 เหรียญ ทุกๆคนที่ดูภาพๆนี้ต่างก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอไป

“นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี้ย!”
“ผู้ทรงอำนาจจริงๆต่างก็มารวมกันอยู่ที่นี่ และทุกๆคนต่างก็เตรียมพร้อมทุกๆอย่างเพื่อสิ่งนี้…!”
“ดูเหมือนว่าถ้าเปนแบบนี้ต่อไปแวนการ์ดได้เอาหินพลังเวทย์จากทุกโลกมาหมดแน่เลย ถ้าเขาจะสร้างประเทศขึ้นมามันคงจะไม่แปลกเลย”

ราคาไอเทมยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยตามไอเทมที่ผ่านไปจนถึงชิ้นที่ 4 แม้ว่าจะรู้ดีว่าไอเทมชิ้นหลังๆจะยิ่งดีกว่า แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเสนอราคาออกไปเพราะไอเทมที่โชว์อยู่นี้มันดีเกินไป

“แบบนี้แวนการ์ดก็จะกำลังเก็บรวบรวมความมั่งคังไปตลอดเวลา”
“รัฐบาลเกาหลีจะคิดยังไงกันนะ? ไม่ใช่ว่าทางรัฐบาลวางแผนจะเก็บภาษีเขาหรอ?”
“ฉันก็อยากจะให้รัฐบาลทำแบบนั้นจริงๆ เขาจะได้ออกไปจากเกาหลีนี่ ฉันจะต้องทำให้เขามาเป็นประชาชนของเราให้ได้”

“ขาย” (คังมิเรย์)

มีไอเทมทั้งหมดอยู่ 30 อัน 28 อันได้ถูกประมูลออกไปในทันที และในตอนนี้แวนการ์ดก้ได้รวบรวมเหรียญถึง 841 เหรียญไปแล้ว

ในตอนนี้ไม่มีใครตกใจอีกต่อไปแล้ว ผู้คนจากโลกอื่นต่างก็ยินดีที่ได้รับไอเทมที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ และยูอิลฮานก็ได้มองดูหินพลังเวทย์กับโลหะที่จะเป็นของเขาด้วยความพอใจในขระที่เตรียมตัวจะออกไปอย่างช้าๆ

จากนั้นคังมิเรย์ก็ได้สูดลมหายใจสั้นๆ ลึกๆ

“พีท”
“ฉันกำลังไป”

พีทที่เป็นคนแนะนำไอเทมอันแรกได้เข็นรถขึ้นไปอีกครั้ง บนนั้นมีดาบยาวเล่มหนึ่งอยู่ ด้วยคมมีดสีฟ้าที่คมวาว การออกแบบที่ดูหรูหราตามแนวยาวของอาวุธทำให้อาวุธนี้ไร้ที่ติและน่าประทับใจอย่างไร้ข้อกังขา

“นี่มันดูจะอยู่ในคนละระดับเลยนะ”
“ใครเป็นคนสร้างของแบบนี้ขึ้นกัน? ฉันรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่วาบผ่านคอในทันทีที่ฉันมองไปที่คมดาบเลย”

ผู้คนส่วนใหญ่บนลกก็แค่คิดว่ามันเป็นดาบที่สวยงามมาก แต่ว่าคนจากต่างโลกที่มีแต่คนที่มีคลาส 3 ขึ้นไปได้รู้ได้ในทันทีว่าดาบนี่ไม่ใช่ของธรรมดา

“ไอเทมนี่”

คังมิเรย์ได้สูดหายใจลึกก่อนที่เธอจะพูดออกมา

“นี่เป็นดาบยาวที่ถูกสร้างขึ้นจากการลับคมกระดูกของมอนสเตอร์คลาส 4 ที่มีความสามารถในการแช่แข็งพื้นที่ ผ่านการหัตถกรรมมานาด้วยหินพลังเวทย์จากมอนสเตอร์ตั้งต้นของมันและประสบความสำเร็จในการดึงความสามารถดั้งเดิมจากมอนสเตอร์นั้นมาและพลังโจมตีอยู่ที่ 5,500”
“อะไรนะ?”

ผู้ที่มาเข้าร่วมทั้งหมดต่างก็หันไปกระซิบกันเมื่อได้รู้ว่าดาบยาวมีพลังโจมตีถึง 5,500 ที่น่าทึ่งยิ่งไปกว่านั้นอีกคือดาบนี่มีความสามารถพิเศษ! นี่มันก็หมายความว่า…

“นี่คือไอเทมระดับตำนาน ไอเทมนี่เริ่มจาก 100 เห…”
“ตอนนี้แหละ!”
“ฮ่าห์”

ในทันทีที่มีคำว่าตำนานหลุดออกจาก ได้มีคนบงคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเวทีกระโดดขึ้น คนพวกนี้ต่างก็ปกปิดตัวตนด้วยการใช้อาร์ติแฟคทั้งนั้น! ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังโยนอาร์ติแฟคที่กระจายควันออกมาในทันทีที่ปรากฏตัว ชัดเจนว่าคนพวกนี้ได้เตรียมตัวมาสำหรับซุ่มโจมตี

“ฮ่าห์”

พีทกับเอลฟ์คนอื่นๆที่ใช้สัมผัสไม่ได้รับผลอะไรจากควันพวกนี้เลย พวกเขาได้โจมตีเข้าใส่คนที่บุกเข้ามาด้วยอาวุธที่ซ่อนเอาไว้ แต่คนพวกนั้นก็เตรียมตัวเอาไว้แล้ว คนพวกนี้ได้คิดที่จะสละชีวิตมนุษย์ด้วยการเอามาทำเป็นกำแพงเนื้อขวางกั้นเอลฟ์เอาไว้

ในขณะเดียวกันได้มีคนหนึ่งกางแขนออกมาและคว้าเข้าไปที่ไอเทม

“ย๊าห์”

ตอนนี้เองเขาได้ถูกแช่แข็งไปไม่ได้ขยับอีกเลย

“ทางนี้เคลียร์แล้ว”
“ทางนี้ก็ด้วย”
“ฉันฆ่าเจ้าพวกนี้เลยไม่ได้หรอ?”
“แม้ว่าท่านจักรพรรดิจะดูแลทุกๆอย่างได้ แต่ว่าเราก็จำเป็นต้องจับพวกนี้ไว้เป็นหลักฐานด้วย”

หลังจากที่เอลฟ์จัดการคนบุกรุกได้เสร็จสมบูรณ์ไม่นานนักควันก็จางและผู้เข้าร่วมที่เตรียมตัวจะเข้าไปสู้ด้วยก็ได้รู้สึกแหลกๆหลังจากได้เห็นผู้บุกรุกที่นอนถูกจัดการอยู่บนพื้นกับชายอีกคนหนึ่งที่ถูกแช่แข็งอยู่

“ผู้บุกรุกไม่น่าจะมีเลเวลที่ต่ำนะ… การที่คนพวกนี้ถูกจับได้อย่างรวดเร็วนี่มันอะไรกัน”
“งั้นพวกเอลฟ์นั่นก็ไม่ใช่แค่ไม้ประดับสินะ”

แม้ว่านี่จะไม่ใช่การตั้งใจแต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงให้คนอื่นได้รู้ถึงพลังที่แวนการ์ดมี แน่นอนว่าก็ยังคงมีพวกโง่เง่าที่เล็งไอเทมของแวนการ์ดอยู่ดี

“ฟู่”

คังมิเรย์ได้ตรวจดูว่าไม่มีผู้บุกรุกอีกรอบๆอีก และเธอก็ให้เอลฟ์ถอยกลับไปก่อนที่ชี้ไปที่รูปปั้นน้ำแข็งรูปชายคนหนึ่งพร้อมทั้งอธิบายต่อไป

“อย่างที่คุณได้เห็นนี่ก็ยังเป็นความสามารถที่จะแช่แข็งใครก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของให้แตะต้องดาบ”
“พรืด”
“อะไรนะ ถ้างั้นทั้งหมดนี่ถูกวางแผนไว้ก่อนแล้วงั้นหรอ? การแสดงนี่มันงี่เง่ามากเลยนะ”

เมื่อได้เห็นเธออธิบายออกมาได้มีบางคนกระทั่งหัวเราะออกมา ยังไงก็ตามในวินาทีต่อมารอยยิ้มของพวกเขาก็ต้องค้างไป คังมิเรย์เธอได้ใช้คทาของเธอทุบเข้าใส่รูปปั้นน้ำแข็งนี่

“ฮ่าห์”

แน่นอนว่าผลที่ออกมาก็คือรูปปั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์ได้แตกกระจายเป็นชิ้นๆตกลงบนพื้น

“โอ้ว?”
“เธอฆ่าเขา…!”

ในที่สุดแล้วคนอื่นๆก็ได้รู้ถึงความโกรธจางๆบนใบหน้าของคังมิเรย์ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกออร่าแปลกๆที่เธอปล่อยออกมาครอบงำเอาไว้และได้เงียยลงไป

“การประมูลจะเริ่มที่ 100 เหรียญ”

ดาบได้ถูกขายออกไปในราคา 214 เหรียญ ดาบเป็นอาวุธพื้นฐานที่คนใช้มากที่สุดและก็ยังมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม ถ้าหากว่าผู้เข้าร่วมมีความมั่งคั่งที่มากกว่านี้ราคาก็คงจะถูกขายสูงขึ้นไปอีก

จากนั้นช่วงเวลาสุดท้ายก็ได้มาถึง

“ไอเทมต่อไปจะเป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว มันคือสร้อยคอที่ถูกสร้างขึ้นมาจากอัญมณีที่มีปฏิกิริยากับเวทย์ที่แตกต่างกันไปถึง 10 ชนิด และเขี้ยวของมังกรดำคลาส 4 มันจะช่วยในการเร่งการฟื้นฟูมานา ความเร็วในการร่ายเวทย์ เพิ่มระดับพลังเวทย์ และมีความสามารถในการสร้างโล่ป้องกันที่จะตอบสนองอัตโนมัติในช่วงที่ผู้ใช้ตกอยู่ในวิกฤติ ระดับของมันคือตำนาน ชิ้นนี้ก็ยังจะเริ่มที่ 100 เหรียญ”
“มังกร!? 110 เหรียญ!”
“โอ้พระเจ้า พวกเขาไปฆ่ามังกรได้ยังไงแล้วไปฆ่ามาจากโลกไหนกัน!? 135 เหรียญ”

สร้อยคอนี่ซึ่งไม่ว่าจอมเวทย์คนใดก็พร้อมที่จะแลกวิญญาณเพื่อให้ได้รับมาได้ถูกขายออกไปในราคา 350 เหรียญ คนที่ได้รับไปแน่นอนว่าคือเออร์ม่า อิลลาต้า องค์หญิงแห่งจักรเพลลาเดียจากโลกลานปาสที่ได้มาด้วยตัวเอง

“ตอนนี้สร้อยคอนี่เป็นของฉันแล้ว! ฉันจะทำอะไรก็ได้ตามที่ฉันต้องการ!”

เธอได้กระโดดเต้นยินดีในทันทีที่เธอประมูลสร้อยคอได้และผู้เข้าร่วมคนอื่นๆที่พลาดอาร์ติแฟคที่แค่หนึ่งชิ้นก็ทำให้คนคลั่งได้แล้วก็ได้แต่ปรบมืออย่างขมขื่น แม้ว่าพวกเขาก็อยากจะสร้างความวุ่นวายเนื่องจากว่าการประมูลไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาวางแผนไว้ แต่ว่าไม่ว่าความคิดใดๆก็หมดสิ้นไปเมื่อพวกเขาคิดไปถึงผู้บุกรุกที่กระจายเป็นชิ้นๆต่อหน้าต่อตาเขา

การประมูลได้จบลงไปทั้งแบบนี้ คนที่ประมูลสำเร็จต่างก็ลุกขึ้นยืนเพ่อไปรับไอเทม ส่วนคนที่ไม่ได้ก็จะกลับไปแลกเหรียญคืน ตอนนี้เองพวกเขาก็ได้รู้ถึงเรื่องหนึ่ง

“กรี๊ด”
“ศะ ศพ!”

ผู้บุกรุกไม่ได้มีแค่คนที่ซุ่มโจมตีเวที จริงๆแล้วคนที่วางแผนจะโจมตีมีอยู่ทั่วทุกแห่ง

พวกเขารู้ได้ไงน่ะหรอ นี่มันก็เพราะว่ามีภูเขาซากศพของคนนับพันที่ตายไปจากการถูกการโจมตีเจาะทะลวงหัวใจกองอยู่ที่มุมหนึ่งราวกับจะเป็นการแสดงให้ทุกคนได้เห็น

“นี่มันได้ยังไงกัน…”
“พวกเรากระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดการต่อสู้อยู่ข้างนอก”
“นี่มันชัดเจนแล้ว มันไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็นการสังหารฝั่งเดียว คนที่ตายทั้งหมดต่างก็ถูกฆ่าตายไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียว”

สิ่งที่น่าทึ่่งยิ่งไปกว่านั้นก็คือคนที่ตายทั้งหมดต่างก็อยู่ในคลาส 3 และมีคนหนึ่งที่อยู่ในคลาส 4! ด้วยพลังแบบนี้พวกเขาควรจะไปล่ามอนสเตอร์มาแลกแบบปกติ แต่ว่าเมื่อพวกเขาคิดที่จะคดโกงค้อนแห่งความยุติธรรมก็ได้ฟาดลงมาที่หัวของพวกเขา

ยังไงก็ตามยูอิลฮานซึ่งเป็นคนทำทั้งหมดนี่ได้กำลังเดินไปมอบไอเทมให้กับคนที่ประมูลได้ของโดยไร้เลือดสักหยดเดียวบนตัวเขา ภายในหัวของเขาตอนนี้มีความคิดวิญญาณมากมายในหัวซึ่งมาพร้อมๆกับพลังชีวิตของผู้คนมากมายที่กำลังร้องเสียงดัง

“โอโรจิ”

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาเบาๆ

“เริ่มเลย”
[เมื่อเสร็จแล้วฉันก็จะกินพวกมันได้ใช่ไหม?]
“แน่นอนสิ โอ้เจ้าคลาส 4 คนนั้นก็ด้วยนะ! ดูท่าวันนี้นายจะได้มีงานเลี้ยงแล้วล่ะนะ”
[ฮึ่ม]

โอโรจิได้ครางออกมากับคำพูดของยูอิลฮานและได้เริ่มการเค้นข้อมูลจากความคิดวิญญาณ เทคนิคการเค้นข้อมูลของโอโรจิไดพัฒนาขึ้นมาในทุกๆวันดังนั้นยูอิลฮานจึงเดินตอไปโดยไม่ต้องห่วงอะไนเลย

ผู้บุกรุกพวกนี้ได้วางแผนกันมาเปนอย่างดี แต่ถึงแบบนั้นคนพวกนี้ก็ยังล้มเหลวและถูกสังหารไปจนหมด และนับจากนี้เป็นต้นไป ‘พวกมัน’ จะต้องได้ตกอยู่ในสภาพที่น่าเสียใจยิ่งกว่าเดิมอีก

ไม่ว่า ‘พวกมัน’ จะเป็นเพราะประเทศไม่ได้จัดการดูแลประตูมิติอย่างดีหรือว่าเป็นโลกอื่นที่วางแผนโจมตีนี้ และผู้คนบนโลกคนไหนก็ตามที่ช่วย!

‘ฉันจำเป็นจะต้องทำให้พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะคิดเรื่องพวกนี้อีกครั้ง’

ดวงตาของยูอิลฮานได้เฉียบคมขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่แล้วก็สงบลงไปในทันทีจากนั้น เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ก็คือกองสมบัติที่ได้กลายมาเป็นของเขาแล้ว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel