0 Views

บทที่ 161 – ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (3)

 

เดิมทีแล้วความสามารถในการข้ามมิติไปโลกอื่นเป็นสิทธิพิเศษของคนบนโลก แม้ว่าคนบนโลกจะไปกลับได้แค่โลกที่เชื่อมต่อด้วยได้เท่านั้น แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ได้รับหลายสิ่งหลายอย่างจากการใช้ความสามารถในการข้ามโลก และนี่ก็ทำให้คนในโลกอื่นๆอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา

แต่ว่าในตอนนี้โอกาสสำหรับคนโลกอื่นก็ได้มาถึงแล้ว ไม่ว่าใครบนโลกที่มีเลเวลประมาณ 90 ก็สามารถจะเปิดเส้นทางให้กับโลกอื่นที่พวกเขาเชื่อมต่อได้แล้ว

แต่แน่นอนว่าไม่ว่าคนบนโลกจะพัฒนาไปรวดเร็วแค่ไหนมันก็มีคนไม่มากนักที่มีเลเวลสูงกวา 90 แถมยังมีข้อจำกัดห้ามที่เข้มงวดอีกด้วย แต่ถึงแบบนี้ก็ยังมีมากกว่า 10 โลกอื่นที่เชื่อมต่อเข้ากับโลก

หากว่าไม่ว่าใครก็มาที่โลกได้ถ้างั้นคนบนโลกก็จะจัดการกันลำบากแน่ ดังนั้นคนที่จะมาโลกได้ต้องมีสถานะทางสังคมในโลกของพวกเขาที่สูงและในหมู่คนพวกนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับคนที่เปิดประตูมิติขึ้นมา

ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะเป็นชนชั้นสูงที่ทำหน้าที่ทางการทูตของประเทศใหญ่ๆที่มากับอัศวินของพวกเขา และในบางครั้งก็ยังมีแม้แต่หัวหน้ามาด้วยตัวเอง แน่นอนว่าที่พวกเรายอมรับความเสี่ยงนี้เป็นเพราะแรงดึงดูดของแวนการ์ดมันมากพอ แต่ว่าก็ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือพวกเขาดูถูกโลกอยู่เล็กๆ

“แล้วเราต้องแนบป้ายชื่อกับเสื้อเรางั้นเรอะ?”
“ได้โปรดยอมทำตามเราสักหน่อยด้วยนะครับเนื่องจากกฏนี้ถูกทำขึ้นมาเพื่อลดความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นจากการมีคนจากหลายๆโลกมารวมตัวกันที่โลกนี้…”
“ฮึ่ม…เอาเถอะนะ ถ้างั้นก็รีบๆพาฉันไปที่ที่ถูกเรียกว่าแวนการ์ดด้วย”

การควบคุมผู้คนต่างโลกได้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่มันเป็นเพราะชื่อเสียงของแวนการ์ดที่กระจายไปโลกต่างๆ คนนับไม่ถ้วนต่างก็ต้องการแวนการ์ดและประเทศที่ดูแลประตูมิติก็จะต้องนำทางคนพวกนี้ไปที่เกาหลีทั้งน้ำตา

ขณะนี้กังนัมได้กลายเป็นศูนย์กลางของทุกๆโลกไปแล้ว ยูอิลฮานที่เพิ่งออกมาจากบาเรียได้ทำการเปิดแบรนด์ใหม่น้ำตานางฟ้าบนตึกที่แวนการ์ดอยู่ในชั้นที่ 12 ทันที

“หืม? การออกแบบมันคล้ายๆของแวนการ์ดเลย…”
“เห็นบอกว่าประฐานชื่อยูอิลฮาน! หรือว่านี่เป็นแบรนด์อุปกรณ์ใหม่?”
“อย่าบอกฉันนะว่า…!”

แน่นอนว่านี่เป็นแบรนด์ที่ไม่มีสักคนที่คาดถึง มันคือแบรนด์ที่หรูหราที่สุดที่จะยอมรับเฉพาะแต่หินพลังเวทย์กับแร่หายากเท่านั้น! ของขายหลักเลยก็คือ ใบชาฟิวริต้า คุกกี้ต่างๆและผลไม้แย่น้ำผึ้งจากโลกต่างๆ

“มันน่าจะเป็นคนล่ะคนกันใช่ไหม?”
“ก็คงเป็นพวกโง่ที่คิดจะโหนกระแสชื่อเสียงของแวนการ์ดแหละมั้ง”
“ฉันเพิ่งจะบอกไปว่าทั้งสองแบรนด์นี้มีประธานคนเดียวกันไง!”

คนที่ไม่ชอบแวนการ์ดอยู่แล้วได้เริ่มก่นด่าขึ้นมาเมื่อรู้ว่าแบรนด์ใหม่ที่ประธานแวนการ์ดทำขึ้นมานี้ทำเพียงแต่ขายของหวานธรรมดาๆแล้วก็ยังมีราคาที่แพงเอามากๆอีกด้วย แต่ว่าคนที่เคยได้ซื้อสินค้าไปซักครั้งจะไม่อาจด่าพวกเขาได้อีก

[ในโลกนี้มันมีรสชาติแบบนี้ได้ยังไงกัน?]
[แค่กัดลงไปฉันก็ร้องไห้แล้ว แพงงั้นหรอ? นี่มันโครตถูกเลยต่างหาก]
[นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตฉันเลยนะที่ฉันรู้สึกว่าโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ ต่อให้ต้องฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 เพื่อให้ได้กินสักคำฉันก็ยอม]

แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกๆคนที่จะกินสินค้าที่ขายได้ง่ายๆเพราะราคาที่สูงมากๆ แต่ว่าด้วยรสชาติที่พิเศษอย่างยิ่งยวดทำให้ข่าวลือเรื่องนี้กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ข่าวลือพวกนี้ก็ยังไปถึงหูของคนต่างโลกที่มาบนโลกด้วยเช่นกัน

พวกเขาที่ต้องเดินทางรอบโลกพร้อมทั้งก่นด่าแวนการ์ดไปด้วยที่ไม่ยอมวางแผนอะไรเลยได้มาถึงที่กังนัมอย่างรวดเร็วและได้เจอเขากับสินค้าที่มีค่ามากยิ่งกว่าสิ่งใดๆบนโลก

“พระเจ้า”
“นี้คือสินค้าบนโลกจริงดิ?”

และปฏิกิริยาที่พวกเขามีกับน้ำตานางฟ้าก็มากยิ่งกว่าคนบนโลกซะเองอีก นี่มันก็เพราะว่าพวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่ได้สร้างของหวานมาทุกชนิดจากการใช้วัตถุดิบทั่วทั้งโลกที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตมาตลอดร้อยปีหรือพันปีหลังจากเกิดมหาภัยพิบัติ

และเพราะแบบนี้พวกเขาจึงรู้ดีว่ารสชาติของขนม ผลไม้ ชาพวกนี้น่าทึ่งมากแค่ไหน

“ฉันอยากจะให้เขามาเป็นพ่อครัวในวังของฉัน”
“อาส ผลไม้กินเล่นทั้งหมดที่ฉันเคยกินมาตลอดจนถึงตอนนี้เป็นขยะไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งนี้”
“เวรเอ้ย ฉันมีเงินไม่พอ ฉันน่าจะต้องกลับไปก่อนแล้วก็เอาอัญมณีมาด้วย”
“พวกเราจะต้องจัดการช่องเก็บของทั้งหมดของเราแล้ว ในอีก 30 ปีข้างหน้าคุกกี้นี่จะต้องเป็นเครื่องหมายของจักรพรรดิแห่งชนชั้นสูง”

ปฏิกิริยาของผู้คนในต่างโลกที่มีต่อสินค้าของน้ำตานางฟ้าคือความตื่นตะลึงอย่างแท้จริง แม้จะมีบางคนที่ไม่ได้สนใจในอาวุธนัก แต่ว่าพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่อาจจะมองข้ามน้ำตานางฟ้านี้ไปได้

“อ่า… มนุษย์สร้างสมบัติแห่งชาติแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงกัน?”
“เขาเขามีเทคนิคขนาดนี้ ฉันก็มันใจว่าเขาเชื่อในความปลอดภัยในแวนการ์ดได้เหมือนกัน”
“จริงๆแล้วการที่ประตูมิติต่างโลกเปิดขึ้นมาสู่โลกนี่มันไม่ใช่พรของเทพเจ้าสินะ พรจากพระเจ้าจริงๆก็คือให้คนจากต่างโลกได้มาลิ้มลองน้ำตานางฟ้านี่!”

ของว่างจากน้ำตานางฟางอยู่ในจุดสูงสุดของอาหารชั้นสูงในทุกๆประเทศและมันยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้นไปอีกจากการที่ประธานของแวนการ์ดเป็นคนที่สร้างแบรนด์นี้ขึ้นมา

เนื่องจากทุกๆอย่างถูกขายออกไปจนหมดในทันทีที่ตั้งขายทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นระหว่างคนที่ซื้อไปและกระทั่งเกิดการประมูลขึ้นมา

“ขายดีมาก…”

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาเมื่อมองดูกองหินพลังเวทย์คลาส 3 กับโลหะล้ำค่ามากมายจากโลกต่างๆกองอยู่

ถัดไปจากเขาก็คือคังมิเรย์ที่มาดูหน้ายูอิลฮานด้วยเหตุผลว่าเธอจะมาดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ ใบหน้าของเธอตอนนี้ดูตื่นเต้นมากซึ่งต่างไปจากเธอตามปกติ

“พูดพูดไปแล้วนี่? คุณอิลฮานน่ะน่าทึ่งมาก! นับจากนี้ไปผู้คนจากทุกๆโลกจะต้องแห่มาเอาใจคุณแน่ ฉันขอรับประกันเลย”
[ทำไมเธอถึงได้ตื่นเต้นแบบนี้ทั้งๆที่ยูอิลฮานเป็นคนสร้างสินค้ามากันล่ะ?] (เลียร่า)
[เธอไม่คิดว่านี่มันคล้ายกับที่เธอตื่นเต้นในตอนที่ยูอิลฮานทำอะไรที่น่าทึ่งเลยหรอ?] (เอิลต้า)
[เยี่ยมเลย ถ้างั้นอย่างแรกฉันจำเป็นจะต้องฆ่าเธอกับผู้หญิงคนนี้ก่อนใช่ไหม?] (เลียร่า)

ระหว่างจัดการสร้างไอเทมใหม่ๆจากวัสดุที่พึ่งได้มาใหม่ ยูอิลฮานก็ได้เตรียมตัวสำหรับการประมูลไปด้วย

คังิเรย์ได้มอบลิสต์รายกายของคนต่างโลกที่มายังโลก แล้วก็ยังมีผู้คนที่มีอำนาจในโลกนั้นๆและแม้กระทั่งอาวุธพื้นฐานที่พวกเขาต้องการด้วย ในเวลาเดียวกันก็มีโครงร่างแผนที่จะเพิ่มราคาขึ้นไปจนถึงขีดสุดจากการแข่งขันประมูลด้วย ยิ่งการบิทราคาในครั้งแรกของการประมูลสูงมากเท่าไหร่อิทธิพลของแวนการ์ดก็จะสูงเท่านั้น!

ในเวลาเดียวกันศูนย์กลางการค้าก็ยังเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมา นี่มันก็เพราะว่าคังมิเรย์ได้นำพลังทั้งหมดของตระกูลเธอออกมาหลังจากได้รู้ว่าโลกที่เชื่อมต่อเข้ากับโลกนี้ได้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ผู้คนจากต่างโลกที่มายังกังนัมเพื่อที่จะมาซื้อของจากแวนการ์ดกับน้ำตานางฟ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงทะเบียบกับศูนย์กลางการค้า การที่โลกต่างๆมากมายต่างก็จับจ้องมาที่แบรนด์ๆเดียวนี้นับได้เลยว่านี่คือปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง

หลังจากโลกได้เจอเข้ากับมหาภัยพิบัติเวลาหนึ่งเดือนครึ่งได้ผ่านไปทั้งแบบนี้ ทุกๆสิ่งได้ถูกเตรียมการแล้วและการติดต่อสื่อสารกับโลกอื่นก็เริ่มเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา

“ไอเทมของไฟต้าดูแปลกมากเลยนะ”
“อาวุธทั้งหมดนี่เป็นแค่แบบธรรมดางั้นหรอนี่? อ่า แล้วมอนสเตอร์จำนวนมากตรงนั้นมัน”

พวกคนที่มารอการค้าคาย คนที่มาคอยคุ้มกัน คนที่มาดูลาดเล คนทั้งหมดนี่ต่างก็ทรงพลังมากพอจะทำให้เมืองทั้งเมืองต้องล่มสลายได้ ค่าเฉลี่ยความสามารถของพวกเขาต่างก็สูงมากๆเช่นกันดังนั้นสำหรับมอนสเตอร์ทั้งหมดที่เกิดในกังนัมนี้รวมไปถึงทั่วทั้งโซลต่างก็จะถูกกำจัดในทันทีที่พวกเขาเข้าไปใกล้

แต่ก็แน่นอนว่ามันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาไปถึงตัวมอนสเตอร์ก่อนที่พวกมอนสเตอร์จะวิ่งหนีกันไปทางพื้นที่แห่งความอบอุ่นความเศร้าซะก่อน

“การไหลของมานาที่นี่มันอะไรกัน? ที่โลกนี้มีกับดักแห่งการทำลายในรูปแบบที่ต่างออกไปไว้ใช้ดึงดูดมอนสเตอร์งั้นหรอ?”
“เมื่อมองดูจากการที่ดันเจี้ยนยังคงทำงานแบบปกติ มันก็ไม่ใช่ทั้งการล้นของพลังหรือการพังของดันเจี้ยน นี่มันแปลกแหะ โลกนี้แปลกมาก”

ตัวโลกเองไม่ได้แปลกอะไรเลย แม้ว่าวัฒนธรรมบนโลกจะค่อนข้างแปลกต่างไปจากโลกอื่นๆ แต่ว่าก็มีโลกมากมายที่พัฒนาไปในแนวทางที่คล้ายๆกับโลกนี้

สิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามันพิเศษก็คือคฤหาสน์พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าหลังใหญ่ที่ดึงดูดมอนสเตอร์ แวนการ์ดที่จัดการสร้างอาวุธที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมไปถึงน้ำตานางฟ้าที่จัดการสร้างของหวานอันยอดเยี่ยม หรือคือทุกๆอย่างที่มันแปลกพิเศษไปต่างเกี่ยวข้องกับยูอิลฮาน

ผู้คนบนโลกต่างก็พบว่ามันน่าสงสัยมากที่สิ่งมีชีวิตอย่างยูอิลฮานเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ได้ยังไงกัน และพวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมามีอาวุธในระดับสูงแบบนีถูกสร้างขึ้นมาบนโลกทั้งๆหลังจากที่เกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 โลกเพิ่งจะผ่านพ้นไปเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นเอง

“แล้วการประมูลครั้งแรกจะเริ่มในอีก 3 วันสินะ”
“แค่อาวุธผลิตจำนวนมากก็เป็นแบบนี้แล้ว สิ่งที่จะโผล่ในการประมูลจะขนาดไหนกัน…”

ในท้ายที่สุดผู้คนที่มาจากต่างโลกทุกๆคนต่างก็รอคอยการประมูลที่จะจัดขึ้นในอีก 3 วัน นี่คืองานใหญ่ขนาดที่ว่ามีโลกถึง 17 โลกด้วยกันมาเข้าร่วมด้วย!

ยูอิลฮานในฐานะของผู้โดดเดียวแล้วเขาไม่เคยจะสนใจจะอะไรเลย เขาอยากจะจัดการทุกๆอย่างให้เสร็จภายในตึกของเขาชั้นที่ 14 นี่ แต่ว่าเพื่อที่จะให้สินค้าของเขาเกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดจึงต้องทำการประมูลเกิดขึ้นมาในใจกลางของศูนย์การค้ากังนัม

“ถ้านายอยากจะลดสิ่งน่ารำคาญให้มากที่่สดเท่าที่จะทำได้ นายจำเป็นจะต้องแสดงพลังออกไปซักครั้งอย่างยิ่งใหญ่ มันจะไม่ใช่แค่คนต่างโลกเท่านั้นนายยังจำเป็นจะต้องแสดงฐานะที่ถูกต้องให้คนบนโลกได้รู้เองด้วย การกระตุ้นผู้ซื้อจะทำให้นายสามารถกระจายคุณค่าของแวนการ์ดออกไปได้ไกลแล้วก็ยังป้องกันไม่ใช่พวกเศษสวะว่าแผนใดๆอีกด้วย”

คำพูดของคังมิเรย์ฟังดูไร้ปราณีเป็นอย่างมาก แตว่ายูอิลฮานก็ได้แต่ยอมรับกับเธอ มีไอเทมระดับตำนานถึงสองชิ้นในหมู่อุปกรณ์ที่จะนำขึ้นแสดงในครั้งนี้ด้วย

ไอเทมที่ขายในนามของแวนการ์ดนั้นไม่เคยมีมาก่อนเลย สัญลักษณ์ของการประมูลในครั้งนี้ที่มีไอเทมระดับตำนานโผล่มาเป็นครั้งแรกนั้นนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ผู้คนที่จะได้รู้ถึงพลังที่แวนการ์ดมีว่ามากแค่ไหน พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับการติดต่อกับโลกอื่นโดยการมีกังนัมเป็นศูนย์กลาง

พูดให้ชัดคือไม่ว่าพวกเขาจะไม่พอใจยังไง พวกเขาก็ต้องทำเป็นพอใจเท่านั้นเมื่อไม่ให้ได้ถูกแวนการ์ดกีดกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยูอิลฮานเกลียดมากที่สุดและคังมิเรย์ก็ดูจะกังวลในเรื่องนี้ที่สุดเช่นกัน

“นายอาจจะกลายเป็นเป้าของความชื่มชมกับความอิจฉาจากทุกๆคนบนโลกรวมไปถึงพวกคนจากต่างโลกด้วย… แม้ว่าภายนอกพวกเขาจะหัวเราะออกมา แต่ว่าอารมณ์ด้านในภาพที่หัวเราะออกมามันจะต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวแน่”

นี่เปนครั้งแรกเลยที่ยูอิลฮานได้รับความสนใจจากคนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นความชื่นชมหรือความอิจฉากตาม แค่คิดเกี่ยวกับมันเขาก็แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว ยังไงก็ตามเมื่อเทียบสิ่งที่ยูอิลฮานคิดเกี่ยวกับมันแล้วก็เล็กน้อยเท่านั้น สีหน้าของคังมิเรย์ได้มืดลงไปเล็กน้อย

“ไม่ว่าสิ่งที่นายพยายามอย่างนักเพื่อปกป้องคนที่มีค่าต่อนายยังไงก็จะมีคนจำนวนมากที่เกลียดนายและไม่พอใจแค่เพราะว่านายเป็นคนที่มากความสามารถเกินไป นายจะต้องเผชิญหน้ากับอารมณ์ด้านลบที่น่าขยะแขยงของผู้คนอีกมากในอนาคตแน่… และฉันก็เป็นห่วงว่านายจะต้องเจ็บปวดในเพราะมัน”

เพราะบางอย่างมันดูเหมือนเธอจะกำลังพูดถึงตัวเธอเองด้วย บางนี่ก็อาจจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เธอเคยเจอมาก่อน เธออาจจะได้เจอกับกับอารมณ์ด้านลบแบบนั้นมาหลายต่อหลายครั้งจนถึงตอนนี้

เธอฉลาด สวย และยิ่งไม่ต้องพูดถึงครอบครัวเธอเลย แถมในตอนนี้เธอก็ยังมีเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย เธอจะกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจแน่ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ก็ตาม และความสนใจพวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปในทางบวกเสมอ

ยังไงก็ตาม

“ไม่เป็นไรหรอก”

ยูอิลฮานไม่ได้เอาความกังวลของคังมิเรย์มาคิดใส่ใจเลย เขายังคงมีไม้ตายซ่อนเอาไว้ใช้ได้อยู่เสมอ

“ไม่เป็นไรนี่ นายหมายความว่ายังไง”
“ฉันก็แค่ทำแวนการ์ดกับน้ำตานางฟ้าเพื่อปกป้องโลก มันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะมีอารมณ์ผูกพันธ์กับมันเลย ถ้าหากว่ามันแย่ลงฉันก็แค่ปล่อยพวกนี้เอาไว้แล้วก็…หืม”

เพียงเมื่อเขากำลังจะตอบว่าเมื่อแผนทั้งหมดของเขามันไม่ได้ผลตอนนั้นเขาก็จะหายไปด้วยการใช้สกิลปกปิดตัวตน จู่ๆคังมิเรย์ก็คว้าแขนของยูอิลฮาน

“อ่า”

ยังไงก็ตามเธอก็รู้ตัวและปล่อยข้อมือเขาออกด้วยแก้มที่แดงเกือบในทันที ตอนนี้ยูอิลฮานก็รู้สึกได้ถึงประสบการณ์ใหม่ๆอย่าง ‘การถุกผู้หญิงจับข้อมือ’ คังมิเรย์ก็ได้แก้ตัวออกมาด้วยเสียงเบาๆ

“ฉันขอโทษ ฉันเผลอทำไปก็เพราะว่าฉันรู้สึกเหมือนภาพตัวนายกำลังเบลอ…”
[เธอมองสัญญาณของสกิลออก…? นี่มันเป็นพรสวรรค์ที่สูงมาก ถ้าหากไม่มียูอิลฮาน เธอก็น่าจะเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว] (สเปียร่า)
[เฮ้ นี่ไม่ใช่ว่าเธออ่อยอิลฮานหรอ?] (เลียร่า)

ทำไมคังมิเรย์ถึงต้องอ่อยเขาล่ะ? มันไม่ใช่ว่าเธอขาดอะไรซักหน่อยนี่ ยูอิลฮานเมินเลียร่าที่ทำตัวเหมือนกับพ่อแม่ที่ทำตัวห่วงลูกชายแล้วยักไหล่ให้กับคังมิเรย์

“ฉันไม่ได้กำลังจะหายไปหรอก ยังไงก็ไม่ใช่เร็วๆนี้”
“นายต้องไม่หายไปนะ ฉันจะพยาจัดการหนอนแมลงไร้ค่าที่จะสร้างความวุ่นวายขึ้นให้เอง ดังนั้นนายต้องไม่หายไป”
“ฉันเข้าใจแล้ว”

คังมิเรย์ได้พูดบางอย่างที่ดูน่ากลัวออกมาจากการที่อารมณ์เธอยังไม่ได้เย็นลง และยูอิลฮานก็ได้ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

ความรักของคังมิเรย์ได้ดำเนินไปต่ออย่างราบรื่นและความทึ่มของยูอิลฮานก็พุ่งไปถึงระดับพระเจ้าแล้ว

แต่การที่มันดำเนินไปแบบนี้มันก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะไปในทางบวกเสมอ

[แล้วความโกรธของเลียร่าก็จะปะทุทะลวงสวรรค์ไปซะแล้ว!]
[หุบปากน่า!]

สามวันต่อมาการประมูลก็ได้เริ่มขึ้น ผู้คนจำนวนมหาศาลมากๆได้มารวมตัวกันเพื่อรับเอาไอเทมที่ทรงพลังเอามากๆที่ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากแม้กระทั่งผู้คนจำนวนมากที่มาชม

บางคนได้พูดว่านี่เป็นสัญญาณที่ว่าโลกนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางของทุกๆโลก แต่ว่าบางคนก็คิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ

แน่นอนว่าสำหรับยูอิลฮานที่ไม่ได้สนใจสักนิดว่าใครจะคิดอะไร เขาคิดก็แต่ว่านี่เป็นวันแห่งการเติมวัสดุโลหะ วันที่เขาจะได้ปล้นผู้คนจากโลกอื่นให้หมดตัว


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 5 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel