0 Views

บทที่ 159 – ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (1)

 

ทุกๆคนต่างก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ก่อนที่จะเปิดใช้งานบาเรีย

เอลฟ์ทั้งสี่ได้รับหน้าที่ทำการชำแหละ และยูอิลฮานจะทำการสร้างของขึ้นมาด้วยวัสดุที่ทำการชำแหละแล้วให้มาเป็นผลิตภัณฑ์ของน้ำตานางฟ้า ใบหน้าฟีริต้า แป้งคุกกี้และผลไม้ ในขณะเดียวกันเอริเซียกับยูมิลมีหน้าที่ทำการช่วยนำของทั้งหมดนี้ไปใส่ถังยักษ์และบรรจุใส่ห่อ

[หาาา!? นี่มันไม่เห็นมีการฝึกหอกในตารางเวลาเลยนะ!] (สเปียร่า)
“ฉันจะฝึกในเวลาว่าง ไม่ต้องห่วงน่า”

ในเมื่อไม่มีใครที่จะไล่ทันความเร็วในการทำงานของเขาได้ทำให้มันมีเวลาพอที่จะฝึกหอกสะบั้นจักรวาลได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งเวลาพิเศษเลย ยังไงก็ตามสเปียร่าก็ดูจะไม่พอใจ

[ทำไมนายต้องมาทำให้พรสวรรค์ของนายต้องมาเสียเปล่าแบบนี้…!] (สเปียร่า)
[เขามีพรสวรรค์มากเกินไปจริงๆ เธอจะทำอะไรกับเขาได้ล่ะ] (เอิลต้า)
[ฟุฟุ งั้นเธอก็ไม่อยากได้คุกกี้สินะ?] (เลีร่า)
[เธอทำให้ฉันโกรธแล้วนะ… ถึงแบนั้นฉันก็อยากจะกินคุกกี้เหมือนกัน!] (สเปียร่า)

อย่างที่สเปียร่าพูด ทางัดจะต้องเป็นการตั้งใจกับการฝึกและทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง เพียงแค่การได้เรียนเทคนิคการใช้อาวุธขั้นสูงก็จะยกระดับความสามารถโดยรวมของเขาขึ้นไปอีกมากและเขาก็จะสามารถต่อสู้กับศัตรูที่จะเข้ามาได้ง่ายๆ แต่เขาก็จะต้องทำแบบนี้ไปตลอดเพื่อช่วยทุกคน

แต่ยังไงก็ตามเพราะการขยายแบรนด์แวนการ์ดและการเปิดตัวของแบรนด์น้ำตานางฟ้า หากว่าพวกเขาควบคุมความวุ่นวายบนโลกหลังจากมหาภัยพิบัติขั้นที่สองได้ พวกเขาก็จะสามารถป้องกันเหตุการณ์น่ารำคาญหลายๆอย่างไม่ให้เกิดขึ้นได้

เมื่อความวุ่นวายสงบลงไปก็จะทำให้เผ่าพันธ์มนุษย์พัฒนาขึ้นไปต่ออีกได้และโดยสรุปแล้วเมื่อนั้นก็จะไม่มีความจำเป็นที่ยูอิลฮานจะต้องไปจัดการในทุกๆอย่างอีกต่อไป

“ดังนั้นฉันจะทำงาน จนกระทั่งถึงวันที่ฉันไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไป”
[ฉันไม่มั่นใจเลยนะว่านายเจ๋งหรือโง่กันแน่… หืม ฉันคิดว่านี่มันเคยเกิดขึ้นมาก่อนนะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เริ่มทำการผลิตใบชาขึ้นมาเป็นจำนวนมากเป็นอยากแรกด้วยการใช้วงจรมานาภายในถังยักษ์

วงจรมานาที่แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นมาจากการที่เอาหัวใจมังกรหลายๆประเภทไปรวมกันไว้ภายในถัง! นี่คือการเสริมพลังลงไปและเปลื่ยนแปลงจำนวนมานาที่อยู่ภายในใบช้า กระบวนการนี้จะเร็วมากขึ้นไปตามสกิลการทำอาหารของยูอิลฮาน เขากระทั่งสามารถจะใช้ตาเปล่ามองการเปลื่ยนแปลงของใบชาได้เลย

“แล้วถ้าฉันยกระดับสกิลวิศวกรรมเวทย์ได้ ฉันจะใช้ถังยักษ์นี่ได้เชี่ยวชาญขึ้นป่ะ?”
[โดยปกติแล้ว เราจะคิดถึงการใช้อาวุธให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก่อนนะ…] (สเปียร่า)
[ไม่ว่านายจะคิดยังไง ฉันก็ไม่ไว้ใจผู้หญิงคังมิเรย์คนนั้น ต่อให้ฉันจะต้องไปห้องสมุดสวรรค์ ฉันจะต้อง…] (เลียร่า)
[สิ่งต่างๆในหอสมุดที่เป็นสิ่งต้องห้ามได้ถูกลบออกไปแล้ว พวกเราจะต้องปล่อยให้สิ่งต่างๆขึ้นอยู่กับอาณาจักรมนุษย์เท่าที่เป็นไปได้] (เอิลต้า)
“ดีล่ะ ใบชาใกล้จะเสร็จแล้ว งั้นตอนนี้ก็…”

เขาได้หันไปทำอย่างอื่นหลังจากทำการหมักใบชาฟีริคต้าแล้ว และไปดูสิ่งที่เอลฟ์กำลังทำอยู่ ก่อนที่จะไปเริ่มทำอาวุธชั้นสูงด้วยการใช้ชิ้นส่วนที่เขาใช้การตีเหล็กได้

“นั่นแหละ เผามันอีกนิด”

เขาได้อัดเพลิงนิรันดร์ที่ปกติจะอยู่ภายในปีกเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายเข้าใส่หินพลังเวทย์เล็กน้อยทำให้เกิดการลุกไหม้ใหญ่ขึ้นมา ยูอิลฮานได้เมินเพลิงนิรันดร์ที่มันแลบลิ้นเล่นออกมา และไปจัดการวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นเหล็กก่อน

“ฟู่ ฮ่า”

การทำงานของเขาเป็นไปอย่างเร็วมากๆ มันไม่เพียงแต่ว่าเขาจะชินกับการทำงานซ้ำๆเท่านั้น แต่เพลิงนิรันดร์ก็ยังใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นหลังจากได้กลายเป็นลูกน้องของเขา แถมในตอนที่เขาได้รับการอวยพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กมาเขายังได้รับบันทึกนับไม่ถ้วนรวมไปถึงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการตีเหล็กอีกด้วย

“แต่นี่มันยังไม่พอ มันไม่ได้ยังมีการอวยพรแบบ ‘การอวยพรอันสูงส่ง’ อยู่อีกหรอ?”
[หากช่างตีเหล็กคนไหนมาได้ยินเข้าพวกเขาคงจะต้องหยิบค้อนมาไล่ทุบนายแน่] (สเปียร่า)
[อาวุธทั้งหมดนี่อยู่ในระดับยูนีค…] (เลียร่า)
[มีระดับตำนานโผล่มาเป็นพักๆด้วย…] (เอิลต้า)

ดูเหมือนยูอิลฮานจะไม่ยับยั้งความสามารถของเขาเอาไว้ด้วย ดังนั้นเมื่อเขาใช้วัสดุที่มีคลาส 3 เป็นอย่างน้อยทำให้เกิดเป็นอาวุธระดับตำนานออกมาเป็นครั้งคราว

ปัญหาคือเมื่อไหร่ที่มีระดับยูนีค 50 อันก็จะเกิดระดับตำนานมา 1 อันเป็นอย่างน้อย เพียงเมื่อนับอุปกรณ์ระดับตำนานที่เขาสร้างในห้องทำงานนี้มันก็มากไปกว่าจำนวนอาวุธระดับตำนานที่ถูกสร้างขึ้นในต่างโลกอื่นๆที่ใช้เวลามาหลายต่อหลายปีจนนับไม่ถ้วนแล้ว

[มันน่าเสียดายนิดๆนะที่ของพวกนี้จะถูกส่งให้กับโลกอื่น…] (เลียร่า)
[ของพวกนี้เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งมากๆ นายไม่คิดหรอว่ามันจะมีสถานการณ์ที่จะมีคนที่ได้อาวุธไปจากนายหวนกลับมาต่อต้านนายน่ะ?] (สเปียร่า)
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันได้ใส่ออฟชั่นลับที่มีแต่ฉันเท่านั้นที่มองเห็นได้ไป ต่อให้พวกเขาตายไปและฟื้นคืนชีพขึ้นมา พวกเขาก็ไม่มีทางต่อต้านฉันได้”
[ชั่วร้ายมาก] (เลียร่า)

เมื่อมีระดับตำนานออกมา ยูอิลฮานจะทำการใช้เอนชานท์วิญญาณลงไป วิญญาณที่เขาใช้ลงไปก็คือวิญญาณที่ภักดีกับยูอิลฮานจากการสั่งสอนของโอโรจิ! แม้แต่สเปียร่าก็พูดไม่ออกกับความละเอียดรอบคอบของยูอิลฮาน

หลังจากจัดการทั้งหมดเสร็จแล้ว เขาก็ได้วางเอาไว้เตรียมสำหรับการประมูลตามที่คังมิเรย์ได้บอกเขา สายตาของคนอื่นๆตาก็ลุกขึ้นเมื่อได้เห็นอุปกรณ์พวกนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีความคิดที่จะขายของพวกนี้ออกไปในราคาถูกๆ แถมต่อให้เขาจะโก่งราคามากแค่ไหนก็ยังจะมีคนมาซื้อเยอะอยู่ดี

แล้วเขาควรจะรับมาเป็นสกุลเงินงั้นหรอ? หากว่าเป็นโลหะหายาก เขาก็ได้มาจากที่ดาเรย์มากพอแล้ว ดังนั้นมันน่าจะดีที่สุดถ้าเราแลกเปลื่ยนเป็นแร่หากยากกับวัสดุหายากที่มีเฉพาะในโลกต่างๆจะดีกว่า การที่จะได้ทำอาวุธขึ้นมาจากวัสดุของโลกต่างๆนับไม่ถ้วนมันก็ทำให้เขาตื่นเต้นมากแล้ว

“เยี่ยม รีบไปต่อกันเถอะ!”
[นี่ยังเรวไม่พออีกหรอ!?] (เลียร่า)

ลูกน้องของเขาต่างก็ต้องดิ้นรนตามความเร็วของยูอิลฮานที่หมกหมุ่นกับงานแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ไม่อาจจะเมินสายตากดดันของสเปียร่าได้ทำให้เขาต้องแบ่งเวลาไปฝึกหอกสะบั้นจักรวาลเป็นครั้งคราวด้วย

[เยี่ยมเลย นายทำได้ดีขึ้นแล้ว… นี่มันน่าทึ่งจริงๆ] (สเปียร่า)
“ฟู่… ฮ่าห์! ฮ่าห์!”
[หืม งั้นนี่มันยากในการจะอัดทุกๆอย่างไปในครั้งเดียวสินะ?] (เลียร่า)

ในเวลานี้เขาสามารถจะอัดทุกๆอย่างลงไปได้แล้วทั้งความคมของดาบ ความเร็วของแส้ และพลังของเขา จะเหลือก็แต่เขาจะต้องผสมพลังทั้งหมดนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยพลังของความเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด

แม้ว่านี่จะเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด แต่ยูอิลฮานก็ไม่คิดว่าเขาจะต้องใช้เวลาเป็นสิบปีอย่างที่สเปียร่าบอก นี่คือสัญชาตญาณที่เขาได้รับมาจากการฝึกศิลปะการต่อสู้มากมายมาหลายปี

แน่นอนว่าถ้าเราพูดออกไปมันก็ชัดเจนว่าสเปียร่าจะโกรธแน่ ดังนั้นเขาก็เลยแค่เหวี่ยงหอกไปเงียบๆขณะที่ชื่นชมในตัวเองที่อ่านใจของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้

[เร็วอีก! เหมือนกับในตอนที่นายเจอกับปีศาจสั่นสะเทือนนั่นแหละ!] (สเปียร่า)
“ทำไมเธอต้องพูดถึงมันอีกด้วย! ย๊ากกก!”
[อ่า หอกของเขาเร็วขึ้นอีกแล้ว!] (เลียร่า)

*****

ยูอิลฮานได้ใช้เวลายุ่งอยู่ตลอดเวลานานั่นจึงทำให้เขาอยากจะกลับไปพักอีกครั้ง

เขาได้ทดแทนการพักที่ไม่เพียงพอด้วยบลัดดริ้งและลมหายใจเพื่อเติมเต็มพลังงานการพักผ่อน แต่ว่าในเดือนที่สองก็ไม่มีบลัดดริ้งเหลืออีกแล้วแม้แต่หยดเดียว

ลมหายใจก็ยังลดลงไปด้วยความเร็วต่อเนื่องด้วย แต่เนื่องจากว่าเขาได้เตรียมเอาไว้เยอะอยู่ทำให้เขายังพอมีมันอยู่บ้าง

ปัญหาก็คือเครื่องดื่มลมหายใจมันมีแอลกอฮอล์สูงมากๆ

“เอิ๊ก ถ้าฉันเมาไปก็ใช้เวทย์ปลุกฉันด้วยนะ”
[ไม่ต้องห่วง ฉันจะใช้เวทย์ที่รุนแรงจัดการเป่านายให้นายไปจากจักรวาลเอง] (สเปียร่า)
[ไม่ต้องส่งเขาไปไหนเลย! จับเขาไว้ก่อน!] (เอิลต้า)

เมื่อผ่านไปหนึ่งเดือนกับอีกสัปดาห์ ในที่สุดแล้วยูอิลฮานก็ทำผลไม้กับใบชาเสร็จและเขาก็ได้ไปเริ่มทำคุกกี้ที่ซึ่งนับได้ว่าเป็นสินค้าหลัก

นี่มันไม่ได้มีเนย ไข่ น้ำตาล หรืออะไรที่พิเศษเลย เขาก็แค่เอาแป้งคุกกี้ปกติธรรมดาไปใส่ไว้ในถังยักษ์เท่านั้นเอง เพราะแค่นี้ก็ได้ทำให้มันมีรสชาติเปลื่ยนไปเป็นดีมากๆ

แม้ขณะที่กำลังมองดูวงจรมานาที่เกิดอยู่ข้างใน ยูอิลฮานกับทูตสวรรค์ก็ยังไม่มีความมั่นใจที่จะสร้างปรากฏการณ์วงจรนี้ขึ้นได้อีกเลย พวกเขาได้แต่หวังในปาฏิหาริย์จากหัวใจมังกรคลาส 4 เป็นพันดวงเท่านั้นเอง

แต่ในคราวนี้ยูอิลฮานได้ทำคุกกี้แบบใหม่ขึ้นด้วยการเติมชาฟีริต้าลงไปในแป้งด้วยและมันได้รับการตอบรับจากทูตสวรรค์เป็นอย่างดี

[นี่มันบ้าไปแล้ว!] (เลียร่า)
[นี่มันจะทำให้ทั่วทั้งโลกต้องร้องไห้] (เอิลต้า)
[แค่กินมันสกิลการทำอาหารของฉันก็เพิ่มขึ้น 3 แล้ว ถึงนี่มันจะไม่น่าพอใจแต่ฉันก็ต้องยอมรับเจ้าคุกกี้นี่… งับงับ] (สเปียร่า)
[เฮ้ นี่มันของฉัน อย่ากินมันนะ!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้หันกลับไปทำคุกกี้ของเขาต่อโดยไม่สนการต่อสู้ของทูตสวรรค์ที่เกิดขึ้นจากการแย่งคุกกีกัน

ในอีกฝั่งหนึ่งยูมิลกับเอริเซียก็ได้ใช้แม่พิมพ์แยกคุกกี้ก่นจะนำไปอบในเตาอบอีกที เมื่อทำการอบแล้วพวกเขาก็นำมาใส่ถุงหลังจากมันเย็นลงมาแล้วซึ่งจากนั้นก็เอาไปใส่ลงในช่องเก็บของของอิลฮาน

‘หืมมม ฉันน่าจะทำให้มันเสร็จเร็วๆแล้วก็เริ่มทำอีก…’
[กรี๊ดดดดดด!]

ยังไงก็ตามขณะที่เขากำลังนวดแป้งไปจิบลมหายใจไป เอิลต้ามี่ถูกสเปียร่าอัปเปอร์คัดก็ได้ลอยมาชนกับหลังของยูอิลฮาน จนเขาทำเครื่องดื่มลมหายใจที่อยู่ปากของเขาหกใส่แป้งคุกกี้

แป้งคุกกี้ได้ผสมเข้ากันกับลมหายใจและได้ถูกย้อมเป็นสีแดงในไม่ช้าหลังจากนั้น

“อ่า”
[อ่า…] (เอิลต้า)
[สเปียร่าทำน่ะ] (เลียร่า)
[เธอเป็นนักเรียนขี้ฟ้องงั้นหรอ?] (สเปียร่า)

เมื่อยูอิลฮานตัวแข็งทื่อไป เอิลต้าก็ได้ตัวแข็งไปเชนกันในขณะที่เลียร่าได้บอกฟ้องยูอิลฮาน ยิ่งเขานิ่งไปนานแค่ไหนทูตสวรรค์ก็ยิ่งกังวลมากเท่านั้น แต่ว่าจริงๆแล้วยูอิลฮานไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะความโกรธเลย

[สกิลทำอาหารได้กลายเป็นเลเวล 78!]

เขาได้นิ่งไปเพราะการค้นพบครั้งใหม่!

“ใช่แล้วแอลกอฮอล์ก็ผสมเข้าไปกับแป้งคุกกี้ได้!”
[เฮ้ นั่นมันมีพิษมากเลยนะ แอลกอฮอล์ก็เยอะด้วย!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เมินการตอบกลับของเลียร่าและนวดแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มลมหายใจ

ไม่ว่ายังไงก็ตามมีแอลกอฮอล์ผสมลงไปในแป้งปากเกินไปดังนั้นเขาเลยเติมแป้งลงไปอีก และนวดแป้งอย่างระวังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็ใส่มันลงไปในถังยักษ์ ทูตสวรรค์ได้เฝ้าดูกระบวนการนี้ตลอดเวลานี้

[นี่มันเป็นไปได้ที่จะทำให้ฉันเมาได้เลยน่ะ] (เลียร่า)
[เธอจะกินไม่ได้แน่ถ้าไม่มีการต้านพิษระดับสูง…] (เอิลต้า)
“ดูเงียบๆก่อน”

แป้งคุกกี้ได้ถูกวางไว้ในศูนย์กลางของถังยกษ์ มานาของมังกรที่เต็มถังได้สัมผัสถึงสิ่งแปลกปอลมและแทรกซึมเข้าไปในแป้งจนเกิดการเปลื่ยนแปลงไป

วงจรมานาแปลกๆที่หมุนวนรอบๆแป้งซึ่งยูอิลฮานมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทูตสวรรค์ก็ยังสังเกตุเห็นและแสดงความเห็นออกมา

[อย่าบอกนะว่านายคิดว่านายจะอัพเกรดถังยักษ์ได้ด้วยหัตถกรรมมานา?] (เลียร่า)
[นี่มันเป็นความคิดที่น่ากลัวมา ไม่ใช่ว่านี่มันก็อยู่ในสมดุลที่แปลกอยู่แล้วหรอ? ถ้าเราเข้าไปยุ่งอะไรมากกว่านี้อีก เราอาจจะต้องเสียอาร์ติแฟคนี้ไปก็ได้นะ] (เอิลต้า)
[หืม คุกกี้นี่มันดูน่าอร่อยน่ะ…] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้เกิดความคิดที่ว่าจะอัพเกรดถังยักษ์ด้วยการหัตถกรรมมานามันไม่ใช่ความฝันที่ห่างไกลอีกแล้ว เมื่อเขาได้มีความรู้ในเรื่องของวิศวกรรมเวทย์ที่ลึกซึ้ง เพราะบางอย่างความฝันของเขาเรื่องวิศวกรรมเวทย์ก็ได้กลายเป็นยิ่งใหญ่มากยิ่งๆขึ้น

ในขณะเดียวกันในที่สุดแป้งคุกกี้ก็ได้เริ่มส่งแสงออกมา ลมหายใจที่ซึ่งได้ผ่านถังยักษ์มาครั้งหนึ่งแล้วก็ยังสอดคล้องกับมานาในถังขณะที่ผสมรวมเข้าไปในแป้งคุกกี้และทำให้เกิดปฏิกิริยาเวทย์ที่เข้าใจได้ยากขึ้น

[คงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหม?] (เอิลต้า)
“มันค่อนข้างชัดเจนเลย…”

แป้งคุกกี้ยังคงส่งงแสงสีแดงออกมาก่อนที่พักหนึ่งแสงจะค่ยๆลดลงอีกครั้ง ยูอิลฮานได้ทิ้งแป้งเอาไว้อีกเล็กน้อย แต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะทน ‘นายรู้ว่าจะต้องทำอะไรใช่ไหม?’ ที่มาจากทูตสวรรค์สั้งสามคนได้ทำให้เขาหยิบเอาแป้งขึ้นมา

“มิล!”
“ครับ!”

การนำไปใส่เตาและอบไม่ได้ใช้เวลานานนัก ยูอิลฮานได้เข้าไปเปิดเตาอบด้วยตัวเองและกลิ่นหอมที่อธิบายไม่ได้ก็กระจายไปทั่วที่ทำงาน ในตอนนี้เอง

[สกิลการทำอาหารได้เพิ่มเป็นเลเวล 80! ในตอนนี้คุณสามารถจะทำอาหารได้อร่อยยิ่งขึ้น คุณยังสามารถจะดึงผลลัพธ์ของอาหารได้เหนือกว่าวัตถุดิบที่นำมาทำด้วย]

“สกิลทำอาหารเพิ่มเลเวลขึ้นสองเลเวลในทีเดียว…”
“นี่มันดูน่าอร่อยจัง”
[อึก]

เมื่อระหว่างการนวดและการอบ คิดๆดูแล้วสกิลทำอาหารของยูอิลฮานก็อยู่สูงมากๆแล้วเพราะจากสถานกาณณ์ต่างๆ การเพิ่มเลเวลแบบนี้จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะคาดเดาว่าคุกกี้นี้มันไม่ใช่ของธรรมดาๆแน่

เอลฟ์ที่ทำการชำแหละอยู่อีกด้านรวมไปถึงเอริเซียที่กำลังเอาคุกกี้มารวมกันอยู่ต่างก็มองมาที่ยูอิลฮานด้วยสายตาที่คาดหวัง แต่เพราะว่ามีเครื่องดื่มลมหายใจผสมอยู่ทำให้เขาไม่ปล่อยให้ลูกน้องเขากินคุกกี้ได้ง่ายๆ

จะมีก็แต่ยูอิลฮาน ทูตสวรรค์ กับยูมิลที่มีสกิลต้านทานพิษเท่านั้นที่นคุกกี้นี้ได้!

“พิษมันจะไม่แรงขึ้นใช่ไหม?”
[ถ้าเราไม่ลองกินก็ไม่รู้หรอก!]

เลียร่าได้โยนคุกกี้ลงไปในปากของเธออย่างกล้าหาญ หลังจากนั้นสเปียร่าก็ทำตามทันที ตามมาด้วยเอิลต้ากับยูมิล ในตอนนี้เมื่อเป็นแบบนี้แล้วยูอิลฮานก็ยังกัดคุกกี้ลงไปคำหนึ่ง

“หืม?”

ยูอิลฮานได้อุทานออกมาอย่างตกใจ เขาได้กินส่วนที่เหลือและเศษลงไปทันที

“พ่อครับ นี่มันอร่อยสุดๆเลย!”
[อร่อย… จะอร่อยไปแล้ว!] (เอิลต้า)

ดวงตาของยูมิลได้เต็มไปด้วยดาว เอิลต้าก็ยังเบิกต้ากว้างออกมา ยูอิลฮานได้ยอมรับในความเห็นของพวกเขา แม้ว่าเขาจะเป็นคนทำขึ้นมาเอง เขาก็ยังคิดว่าคนจะต้องยอมทำทุกๆอย่างเพื่อแลกมันได้เลย

ยังไงก็ตามมันยังมีสิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้นอีก

[ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าองค์ประกอบพิษทั้งหมดได้เปลื่ยนไปมีรส…] (เลียร่า)
“เดี๋ยวนะ พิษทั้งหมดหายไป?”

ใช่แล้ว ราวว่าพิษทั้งหมดของเครื่องดื่มลมหายใจได้เปลื่ยนไปจนไม่มีพิษเหลือ

“ถ้างั้นท่านจักรพรรดิ…?”
“ดีเลย มากินนี่เลย”
“ครับท่าน!”

ในทันทีที่พวกเขาได้รับคำอนุญาติของยูอิลฮาน ทั้งเอลฟ์และแม้แต่เอริเซียก็ยังมารวมกันกินคุกกี้คนล่ะชิ้น เมื่่อได้เห็นพวกเธอมีความสุขกับกลิ่นและรสชาติของคุกกี้แล้ว เขาก็รู้สึกถึงความนุ่มนวลที่กระจายไปทั่วร่างเขา

มันเป็นความรู้สึกที่เอื้ออารีที่เหมือนจะห่อหุ้มทุกชีวิต! ยูอิลฮานคิดว่านี่มันก็แค่ความรู้สึกชั่วคราวเท่านั้น แต่มันไม่ใช่ ในเวลาต่อมามานาของยูอิลฮานก็ตอบสนองและส่งคลื่นออกมาราวกับจะต้อนรับมัน

[พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 65 เป็นเวลา 45 นาทีจนกว่าพลังของคุกกี้จะหาย การกินเพิ่มขึ้นจะขยายเวลาขึ้นอีกได้]
[คุณได้รู้ถึงความลับแห่งการมอบพลังให้กับคนที่กินอาหาร สกิลทำอาหารได้เพิ่มเป็นเลเวล 90!]
[ผลของบัฟจะเพิ่มขึ้นไปตามเลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้น]

“…”

ยูอิลฮานได้อ่านข้อความนี้และมองดูคนอื่นๆทุกๆคนที่ดูจะเป็นเหมือนกับเขา ทุกๆคนจะต้องคิดเหมือนๆกันอยู่แน่

[บัฟจากอาหาร… นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันในฐานะทูตสวรรค์เลย…]


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel