0 Views

บทที่ 155 – ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (3)

 

คังมิเรย์ได้ดื่มชาที่เอิลต้าชงให้พร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวของเธอ ในขณะเดียวกันยูอิลฮานก็ดึงดลียร่าออกไปจากเขาและนั่งลงนิ่งๆไม่ให้ยูมิลตื่นขึ้นมา

“โลกที่ฉันไปคือลันปาส ที่ที่ฉันไปอยู่คือจักรวรรดิที่มีชื่อว่าเพลลาเดีย โอ้ ชารสชาติดีมากเลยขอบคุณนะ”
“ฉันก็คิดว่าฉันเคยได้ยินมาแล้วนะ”
“มันเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ จักรวรรดิเวทมนตร์แห่งอิลลาต้า เนื่องจากที่นี่คือประเทศที่มีอุดมการณ์ที่ว่าทุกๆคนสามารถขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ตราบใดที่คนๆนั้นมีพรสวรรค์ที่มากพอจึงได้กลายเป็นศูนย์กลางรวมผู้คนที่มีความสามารถอยู่ เพราะแบบนี้ที่นั่นจึงทำให้เกิดการพัฒนาในด้านเวทมนตร์ทุกๆรูปแบบขึ้นอย่างมาก”

เธอก็ยังได้บอกว่าวิศวกรรมเวทย์ก็เป็นหนึ่งในสาขาที่มีความก้าวหน้า และเธอก็ยังมั่นใจในเรื่องนี้เนื่องจากว่าเธอได้เจอกับหนังสือสองสามเล่มเกี่ยวกับพื้นฐานวิศวกรรมเวทย์

“เธอพอจะช่วยฉันได้ป่ะ?”

ยูอิลฮานได้รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาหลังจากได้ยินแบบนี้ คังมิเรย์ได้มองเขาพร้อมทั้งรู้สึกได้ว่าเธอใจเย็นลงบ้างแล้วพร้อมทั้งได้รู้ว่าความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มายาวนานของเธอได้ลดลงไปเล็กน้อยจากการได้ช่วยเขาบ้างแล้ว

“เมื่อเทียบกับที่ฉันได้รับมาจนถึงตอนนี้ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แม้ว่าในปัจจุบันมันจะเป็นไปไม่ได้เพราะสถานการณืบนโลก แต่ว่าฉันจะไปดูให้ในทันทีที่เราได้จัดการสิ่งต่างๆแล้ว”
“ขอบใจมาก”
“ฉันบอกแล้วว่าไม่เป็นไรไง”

เพียงเมื่อยูอิลฮานกำลังกระวนกระวายกับความคาดหวังในป้อมปราการเคลื่อนที่ นายูนาที่ไม่ได้รู้สึกดักับการที่สองคนต่างมองกันด้วยสีหน้าแปลกๆทำให้เธอแตะคังมิเรย์และพูดออกมา

“ทำงานอย่าเอาแต่เล่น”
“โอ้ จริงด้วย”

คังมิเรย์ได้นึกขึ้นมาได้ว่าทำไมเธอถึงได้มาหายูอิลฮานที่นี่และได้กลับมาพูดหัวข้อหลักของเธอทันที

“มานาที่ถูกคฤหาสน์นี่ปล่อยออกมามันคืออะไรกัน? การที่มอนสเตอร์จำนวนมากได้มารวมที่นี่ก็เพราะมานา… การที่มานาก่อตัวกันเป็นหมอกนี่… ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนซักครั้ง”
“มันจะเป็นแบบนี้อีกซักพักแหละ จนกว่าที่คฤหาสน์จะพัฒนาขึ้นมันจะเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมมานาทั้งหมด”
“…คุณเพิ่งจะพูดว่าคฤหาสน์นี่พัฒนา ฉันได้ยินถูกใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว”

คังมิเรย์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆว่ามันจะดีกว่าสำหรับเธอที่ไม่รู้อะไรจะดีกว่า

เมื่อคิดย้อนดูแล้วชายคนนี้ได้กวาดล้างมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลที่มารวมตัวกันจากทั่วทั้งโลกตลอด 20 วันที่ผ่านมา ในตลอดเวลาเธอได้คิดว่าเธอเริ่มคุ้นชินกับความตกใจใหม่ๆแล้ว ยิ่งเธอเจอก็มีแต่จะทำให้เธอเหนื่อยหน่ายมากยิ่งขึ้น

“ถึงแม้ว่าจะไม่มีการบาดเจ็บล้มตายแต่ว่ามันก็มีความเสียหายอยู่มากกับพื้นที่ใกล้เคียงเพราะการที่คฤหาสน์แห่งนี้ได้ดึงดูดมอนสเตอร์ทุกชนิดเข้ามา แม้ว่ามันจะน่าตลกเล็กน้อยสำหรับฉันนะที่จะพููดแบบนี้ แต่ว่ามันจะต้องมีคนบ่นแน่นอนว่าทำไมคุณถึงได้ทำให้มันออกมาเป็นแบบนี้”
“โอ้ นี่มันก็จริง ฉันน่าให้ค่าชดเชยกับคนพวกนั้นหรือป่าวนะ?”

คังมิเรย์ได้ยิ้มขึ้นมาและส่ายหัว

“ไม่ต้องเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่ามอนสเตอร์หรือดึงดูดพวกมันเข้ามาก็ได้ทำให้ชีวิตคนนับไม่ถ้วนได้ถูกช่วยเอาไว้แล้ว มันคงจะเป็นเรื่องไร้สาระมากๆแน่ถ้าหากว่าคนที่ทำเพื่อโลกขนาดนี้ยังต้องมาชดใช้อะไรอีก ฉันก็แค่อยากจะบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปสนใจคนพวกนั้นหากมีโผล่ขึ้นมาน่ะ”

ยูอิลฮานได้รู้สึกอีกครั้งหนึ่งว่าคังมิเรย์เธอเป็นคนที่ดีโดยธรรมชาติ มันไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอเป็นคนที่โตขึ้นมาภายใต้ตระกูลคังที่หลงผิด

ยังไงก็ตามมันก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รู้เลยว่ายูอิลฮานใส่ใจกับคนแบบนี้มานานแล้ว

“ในมุมมองของการช่วยปกป้องโลกนี่มันเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งเลย พวกเราอาจจะได้เป็นห่วงเรื่องมนุษย์ที่จะเจอเข้ากับมอนสเตอร์ที่นี่น้อยลง แต่ว่าฉันก็ห่วงเรื่องคุณเหมือนกันคุณอิลฮาน คุณจะต้องได้เจอกับมอนสเตอร์อีกมากแน่ในอนาคต…”
“ป้อมปราการนี่ ไม่สิ คฤหาสน์นี่มันมีฟังชั่นก์ยิงอัตโนมัติอยู่ ดังนั้นไม่เป็นไรหรอก แม้ว่าจะไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ได้แต่มันก้สามารถจะถ่วงเวลามันเอาไว้ได้ชั่วคราว”
“…”

นี่คือป้อมปราการที่ละเอียดอ่อนที่ช่วยลดความกังวลให้กับจิตใจของผู้คน คังมิเรย์ได้ตัดสินใจที่จะไม่พูดในเรื่องนี้อีกต่อไป กลับกันนายูนาได้เอียงหัวขึ้นมาและแทรกบทสนทนาเข้าไปแทน

“ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วคุณอิลฮาน”
“ยูอิลฮานครับ”
“คุณอิลฮาน ในรอบนี้คุณได้ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ไปใช่ไหม?”

ยูอิลฮานได้ส่ายหัวออกมา

“น่าเสียดายที่ไม่มีมันโผล่ออกมาเลย แล้วก็นะเรียกฉันว่ายูอิลฮาน”
“นี่มันแปลกมาก ฉันก็ยังไม่ได้เจอมันสักตัวเลย”
“มันจะเป็นอันตรายแน่ถ้าเจอมัน ไม่ว่าเราจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ว่าคลาส 4 มันก็หนักหนาเกินไปหากไม่มีมิล นอกไปจากนี้โลกในตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงต้นของมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 เท่านั้นเอง ทำไมมันถึงได้จะมีคลาส 4 ขึ้นมาล่ะ? แม้กระทั่งโลกที่เจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ก็ยังมีคลาส 4 แค่ไม่กี่ตัวเอง”

คังมิเรย์ได้ดุนายูนาเพื่อเตือนไม่ให้เธอพูดในเรื่องที่โชคร้ายแบบนั้น แต่ว่ายูอิลฮานก็พอจะเดาถึงเจตนาที่นายูนาต้องการจะบอกได้จากสายตาของเธอ

“นี่มันแปลกงั้นสินะ?”
“ใช่แล้ววว”
“จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ได้คิดแบบนั้นเหมือนกันนะ”

ไม่ว่าพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าจะดึงดูดมอนสเตอร์มามากแค่ไหนมันก็ไม่มีทางเลยที่พวกคลาส 4 จะวิ่งสุ่มๆมาที่นี่

ยังไงก็ตามถ้าหากว่าพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้ายังดึงดูดจับมันไม่ได้ มันก็มีโอกาสอย่างมากเช่นกันที่กับดักแห่งการทำลายก็จะจับพวกมันไม่ได้ ถ้างั้นมันก็หมายความว่าหากมีพวกคลาส 4 ที่เกิดจากมหาภัยพิบัตินี้ พวกมันก็คงจะได้แอบซ่อนหลบเลี่ยงจากสายตามนุษย์อยู่

“แต่ถ้าพวกมันแค่ซ่อนตัวอยู่ นั่นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“นายก็คิดว่ามีมอนสเตอร์คลาส 4 อยู่ด้วยเหมือนกันหรอ?”
“ถ้าเราคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกมาจนถึงตอนนี้ล่ะก็ ใช่แน่ๆ”

ที่มอนสเตอร์มีปัญหาก็เพราะพวกมันจะโจมตีมนุษย์เป็นเหยื่อ เอริเซียหรือเฟมิลก็จะคิดว่าการที่ล่ามนุษย์เพื่อเอาบันทึกมาก็เป็นเรื่องปกติเช่นกันหากว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ใต้คำสั่งของยูอิลฮาน

แต่เดิมแล้วมันก็ไมมีทั้ง ‘ดี’ หรือ ‘ชั่ว’ เรื่องการกระทำของมอนสเตอร์ มันก็เหมือนๆกันกับที่มนุษย์ฆ่าหมูวัวมาทำเป็นอาหารนั่นแหละ นอกจากนี้มนุษย์ก็ยังฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเพิ่มเลเวลตัวเองโดยไม่รู้สึกผิดด้วย

ยังไงก็ตามมอนสเตอร์ที่ไม่ปรากฏตัวให้เห็นและซ่อนตัวอยู่เพราะไม่ชอบการต่อสู้ เขาก็คิดว่ามันไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะไปจัดการพวกมันทุกๆตัว

“มันจะเกิดอะไรขึ้นหากว่ามันมีเหตุผลอื่นที่ซ่อนตัวล่ะ? เหตุผลแย่ๆน่ะ”

เพราะแบบนี้ทำให้คำพูดของนายูนาดูน่าเชื่อถือมาขึ้น

“แล้วเธอคิดยังไงล่ะ คุณนายูนา?”
“ฉันจะบอกนายถ้านายเรียกฉันว่า ‘ยูนา’ แบบเต็มไปด้วยความรัก”
“นับตั้งแต่ที่เจอเธอนี่มันก็ไม่น่าพอใจเลยนะ แล้วก็อย่ามาเจอกันอีกเลย ลาก่อน”
“ฉันจะพูด ฉันจะบอกแล้ววว!”

นายูนาได้เบ้ปากและพูดสิ่งที่เธอคิดออกมา จากระดับของฝูงมอนสเตอร์ในมหาภัยพิบัตินี้ มันเป็นเรื่องที่แน่นอนว่ามันน่าจะมีมอนสเตอร์คลาส 4 อยู่ แต่ว่ากลับไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่โผล่ออกมาราวกับพวกมันได้วางแผนทั้งหมดไว้ล่วงหน้าแล้ว และนี่มันก็น่าสงสัยเอามากๆ

ที่เป็นแบบนี้อาจจะเพราะมันรอที่จะเคลื่อนไหวในตอนที่มนุษย์โล่งใจกับการจัดการมอนสเตอร์ออกไปได้

“ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้มีหลักฐานใดๆเลย เธอรู้สึกมากไปหรือป่าว… แล้วทำไมเธอถึงได้มาพูดเอาจนป่านนี้ล่ะ?” (มิเรย์)
“ก็เพราะในโลกเราตอนนี้มีก็แต่คุณอิลฮานเท่านั้นที่สู้กับคลาส 4 ได้” (ยูนา)
“แล้วถ้าเกิดเธอคิดมากไปล่ะ?” (อิลฮาน)
“งั้นก็ช่วยไม่ได้นี่ ฉันจะให้นายจูบ… แอ๊ก!” (ยูนา)

ยูอิลฮานได้มองดูคังมิเรย์จัดการนายูนาในระหว่างที่จิบชาเฉยๆ ในขณะเดียวกันยูมิลก็ตื่นขึ้นมามองสลับไปมาระหว่างสองสาว ทำให้มันดูเหมือนว่าความโกรธของคังมิเรย์จะหายไปเล็กน้อย

“คุณจะเมินคำพูดของเธอไปก็ได้ก็เพราะเธอมันงี่เง่า” (มิเรย์)
“ไม่หรอกฉันจะไปดูรอบๆ แม้ว่าหัวของนายูนาจะดูเหมือนว่างเปล่า แต่ว่ามันก็น่าจะมีเศษเสี้ยวอะไรดีๆอยู่ก็ได้” (อิลฮาน)
“โอ้!” (ยูนา)

ยูอิลฮานได้ยืนขึ้นโดยที่แบกมิลขึ้นเหมือนกับหมีโคอาล่า ถ้าหากว่าเป็นตัวเขาก่อนหน้านี้เขาก็คงจะกลัวเล็กน้อยกับภารกิจแบบนี้ แต่ว่าด้วยเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายที่เขามีทำให้เขาสามารถท่องไปรอบโลกได้อยางง่ายดาย

“ถ้าคุณไปหาทั่วแล้วไม่เจออะไรเลยก็บอกฉันนะ ฉันจะไปจูบคุณ” (ยูนา)
“ขอปฏิเสธ”
“คุณกำลังอายนี่นา”

มันดูเหมือนว่านายูนาจะยังคงคิดว่ายูอิลฮานชอบเธออยู่

นายูนาได้ปล่อยนายูนาไว้และเสริมขึ้นว่าเธอจะติดต่อเขาไปอีก ยูอิลฮานได้ตอบรับและวางยูมิลที่ตื่นขึ้นมาแล้วลงพร้อมเตรียมจะออกไป

“ผมไปด้วยไม่ได้หรอ?”
“เดี๋ยวพ่อก็กลับมาแล้ว ลูกไปพักที่บ้านอีกหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกหิวก็กินซุปนี่กับข้าวนะ”
“ครับ”

แน่นอนว่าซุปก็คือซุปที่ทำขึ้นมาจากเนื้อมังกร เป็นอาหารทำมือที่ยูอิลฮานทำมาให้เพื่อมิลโดยเฉพาะ!

เขาได้พามิลไปห้องนอนและให้เอิลต้าอยู่กับมิลก่อนที่เขาจะออกมา ส่วนโล่งที่สะอาดหมดจดได้เข้ามาสู่สายตาของเขา

“ฟู่”
[ว้าว สะอาดจริงๆเลยนะ] (เลียร่า)

พื้นคฤหาสน์มันสะอาดกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก

เพราะการที่ศพของมอนสเตอร์ทั้งหมดหายไปงั้นหรอ? ไม่มีทาง นี่มันเป็นเพราะว่าคฤหาสน์ได้ซ่อมแซมตัวเองด้วยการดูดซึมส่วนที่เหลือและศพของมอนสเตอร์ลงไปต่างหาก

แน่นอนว่าขาก็ได้เก็บเอาศพของมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่า 150 เอาไว้ด้วย

“ในตอนนี้มันก็สมบูรณ์แล้ว ถ้าฉันก็คงไปได้แล้ว”
[แม้ว่ามันจะไม่มีคลาส 4 ก็…] (เลียร่า)
[มันจะไม่น่าตกใจหากมันมีคลาส 4 เลียร่า] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้ากับเลียร่าที่ดูไม่ค่อยเชื่อและสเปียร่าที่ยอมรับในความเป็นจริง ความเร็วในการบินของยูอิลฮานตอนนี้ไดเร็วยิ่งกว่าเดิมอีกจากการที่เขาได้ปรับตัวเข้ากับเสียงเพรียกแห่งการล่มสลาย ทูตสวรรค์ต่างก็ยังต้องเร่งความเร็วเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งเอาไว้

[พวกเราจะไปหามอนสเตอร์คลาส 4 ทั้งแบบนี้เจอจริงๆดิ?] (เลียร่า)
“ไม่ว่าจะเป็นคนหรือมอนสเตอร์ แต่ว่าหากพวกนั้นซ่อนตัวจากคนอื่นอยู่ งั้นฉันก็มั่นใจว่าฉันจะเจอพวกนั้นแน่ ฉันได้คิดถึงสิ่งต่างๆในมุมมองของพวกนั้นแล้ว… ในเรื่องนี้น่ะฉันมีประสบกสารณ์กับมันมากเลยนะดังนั้นฉันก็เลยรู้เป็นอย่างดี”
[ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจอิลฮานนะ แต่แล้วฉันก็เผลอเหยียบกับระเบิดดข้าอีกแล้ว!] (เลียร่า)
[นายจะบอกว่าพลังแห่งจ้าวแห่งการปกปิดตัวตนสินะ](สเปียร่า)

ยังไงก็ตามแม้ว่ายูอิลฮานจะตรวจดูไปทุกๆที่บนโลกกับทูตสวรรค์ทั้งสองคน เขาก็ไม่เจอมอนสเตอร์คลาส 4 เลย จะมีที่ยกเว้นไว้อยู่ก็คือที่แปซิฟิกที่กลายเป็นพื้นที่ของมอนสเตอร์ไปแล้ว

แม้ว่าเขาจะเจอบางตัวที่มันมีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นคลาส 4 ได้ในไม่นาน แต่ว่าในปัจจุบันมันก็ยังไม่ใช่คลาส 4 อยู่ดี

“แต่ในเมื่อที่นี่มันมีมอนสเตอร์มากขนาดนี้งั้นก็มาจัดการมันก่อนล่ะกัน”
[นี่มันเเป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เห็นมนุษย์ที่ใช้คำว่า ‘จัดการมันก่อน’ ทั้งๆที่กำลังพูดว่าจะกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งประเทศทิ้ง] (เลียร่า)

การโจมตีของยูอิลฮานเป็นเหมือนหายนะที่มาถึงมอนสเตอร์ มันได้เกิดเป็นพายุหอกกระดูกมังกรที่ไม่สิ้นสุดกับแส้มังกรดำที่เป็นประกายไปทั่ว

จริงๆแล้วยูอิลฮานยังหวังว่าจะได้เจอวังวนอีกหากมอนสเตอร์จำนวนมากขนาดนี้ตายไป แต่ว่ามันก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นมาแค่เพราะคนต้องการให้มันปรากฏขึ้นมา แต่ว่ามันก็ยังมีสัญญาณของวังวนขึ้นมาอยู่เมื่อยูอิลฮานได้จัดการกวาดล้างมอนสเตอร์ไปประมาณ 2 ชั่วโมง

[ถึงมันจะเกิดขึ้นมาต่อหน้า แต่ฉันก็ไม่เข้าใจกลไกของมันเลย!] (เลียร่า)
[มันก็คล้ายๆกับแบพวกมอนสเตอร์แหละ แม้ว่าเราจะรู้เรื่องอื่นๆ แต่ว่าเราก็ยังไม่รู้กลไกของการเกิดมอนสเตอร์…] (สเปียร่า)

ในขณะที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงกำลังยุ่งกับการตั้งสมมติฐานอยู่ ยูอิลฮานก็ได้จัดการกวาดล้างมอนสเตอร์ใกล้ๆและได้มีวังวนปรากฏขึ้นมาเลียร่าได้แต่ถามขึ้นมาทั้งๆที่มองดูยูอิลฮานเก็บแส้กลับไปและหยิบเอาหอกออกมา

[แล้วตอนนี้นายจะทำยังไงล่ะ? ถึงมันจะเป็นไปได้ที่จะทำลายวังวนในคฤหาสน์เพราะการระเบิดของมานานาย แต่ตอนนี้มันจะยังเป็นไปได้ที่จะทำลายมันอยู่หรอ?] (เลียร่า)
“ฉันก็ได้แต่ลองจนกว่ามันจะแหลกไปนั่นแหละ มันไม่น่าจะเชื่อมต่อกับโลกอื่นอยู่แล้วนี่”

ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างมั่นใจและอัดมานาลงไปในอาวุธของเขา เพลิงนิรันดร์ เพลิงม่วงและประกายเพลิงได้รวมเข้าด้วยกันเป็นเพลิงสีขาว จากนั้นเขาก็ใช้หอกไร้วิถีพร้อมทั้งพยายามอัดพลังของดาบ แส้และค้อนลงไปในหอกพร้อมๆกัน

“ฮ่าาาาาาห์!”

การโจมตีอย่างสุดพลังของยูอิลฮานได้เจาะทะลวงวังวนหลายต่อหลายครั้ง

ยังไงก็ตามมันก็ยังไม่พอเมื่อเทียบกับในตอนที่เขาได้โจมตีด้วยพลังของป้อมปราการทำให้เขาต้องโจมตีไปหลายต่อหลายครั้งด้วยการดึงพลังทั้งหมดที่เขามีออกมา… ในตอนนี้เองจู่ๆวังวนก็ได้เริ่มขยายออกมาด้วยแสงแปลกๆ

“พระเจ้า!”
[อ่า มันกำลังจะระเบิดแล้ว!] (เลียร่า)
[ยูอิลฮาน หลบ!] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้เรียกเอจิสออกมาป้องกันด้านหน้าเขาก่อนที่ทูตสวรรค์จะเตือนเขาซะอีก ถึงแม้ว่าววังวนจะทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นแต่ว่ามันก็ไม่อาจจะทำลายเอจิสได้

ยูอิลฮานได้รู้ตัวว่าไม่มีข้อความอะไรขึ้นมาและรู้แล้วว่าเขาไม่อาจจะทำลายวังวนเพียงลำพังได้ และจากนั้นเมื่อเขาเก็บเอจิสกลับไป…

เขาก็ได้พบเข้ากับเกตที่ภายในแสดงให้เห็นทิศทัศน์ที่น่ากลัวอยู่


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel