0 Views

บทที่ 152 – ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (6)

 

คาริน่า มาลาเทสต้าหัวหน้ากลุ่มมาเกียรู้สึกแย่มาตลอดในช่วงสองสามวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องการที่เธอจะต้องวิ่งต่อสู้ไปอย่างไม่สิ้นสุดเพื่อที่จะปกป้องโลกหรือเรื่องที่ว่าคนที่ไม่ยอมอพยพไปโลกอื่นก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ทำให้เธอลำคาญมากที่สุดเลยก็คืออารมณ์ของตัวเธอเอง

“มันไม่มีทาง…”
“คุณมาลาเทสต้า? ผมคิดว่ามอนสเตอร์ตายไปหมดแล้ว”
“ฉันรู้แล้วน่า!”
“โอ้ว!?”

นี่คือการสนทนาระหว่างชายในชุดเกราะที่เข้ามาหาเธออย่างระมัดระวังกับคาริน่า มาลาเทสต้าที่โกรธผู้ใช้พลังจากอัศวินโลหะโดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย

“เดี๋ยวเราจะแยกออกแล้ว อย่าได้กล้ามาสั่งฉันนะ!”
“ครับคุณหญิง!”

เมื่อเธอเหวี่ยงไม้เท้าของเธอด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว ชายคนนั้นได้ตอบกลับอย่างตกใจและถอยออกไป

คาริน่าได้รู้ตัวว่าเธอกำลังโกรธมากๆแล้วและเธอได้สูดหายใจลึกและคิดขึ้นมา

‘ทำไมฉันถึงได้หงุดหงิดแบบนี้กัน’

แม้ว่าเธอจะเพิ่งรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับอัศวินโลหะที่เข้ามาช่วยเติมเต็มในตำแหน่งแท็งก็ตาม

ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าทำไมเธอถึงได้มีอารมณ์แบบนี้ สมาชิกของมาเกียที่ได้ฟื้นฟูมานาขึ้นมาและเก็บเอาของจากการต่อสู้มาแล้วก็ได้หันไปคุยกันเอง

“สมาชิกของเขาที่ถูกส่งไปที่อังกฤษก็น่าจะทำได้ดีเหมือนกันสินะ?”
“อย่างแรกเลยนะ ฉันคิดว่าผู้ชายจะมีแค่กล้ามเนื้อกันซะอีก แต่ว่ามันน่าทึ่งเลยนะที่พวกเขามีมารยาทที่ดีจนฉันตกใจเลยล่ะ”
“ใช่แล้ว เพราะเขาคิดแบบนี้เลยทำให้มีการแลกเปลื่ยนสมาชิกกลุ่มขึ้นไงล่ะ”

ใช่แล้ว การแลกเปลื่ยนสมาชิก! เธอได้มีอารมณ์โมโหขึ้นมาในตอนนั้น! ในหัวของเธอมีภาพที่เธอกำลังคุยกับหัวหน้ากลุ่มอัศวินโลหะ มิเชล สมิธสัน เล่นซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง

‘แม้ว่ามันจะได้ผลดีแน่นอนหากเราอยู่ด้วยกัน แต่ว่าเราทั้งคู่จะออกจะแยกจากประเทศของเราเองไม่ได้ แล้วถ้างั้นหากเราแบ่งกลุ่มของเราออกครึ่งหนึ่งแล้วแลกเปลื่ยนสมาชิกกันล่ะ? แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับกลุ่มอื่นๆ แต่ผมคิดว่าผมสามารถจะไว้ใจในสมาชิกของคุณและฝากฝังสมาชิกของผมไว้กับคุณได้นะ คุณมาลาเทสต้า’
‘ว่าไงนะ? แต่ถ้าแบบนั้นมัน’
‘ผมจะไม่มีทางปล่อยให้สมาชิกกลุ่มคนใดของคุณตายแน่ เชื่อใจผมสิ ถ้าหากเป็นพวกเรา เราสามารถจะปกป้องพรรคพวกของเราเองได้แน่! และในท้ายที่สุดผมก็จะไล่ตามซูซาโนะทันจนเขาจะเมินผมไม่ได้อีก’
‘….อ่า ถ้าคุณพูดแบบนั้นล่ะก็ งั้นฉันจะเชื่อใจคุณ ช่วยดูแลสมาชิกของฉันแทนด้วยนะ’

นี้คือตอนจบลง อัศวินโลหะกับมาเกียได้แบ่งกองกำลังออกเป็นสองส่วนและแลกเปลื่ยนสมาชิกกันกลับไปในประเทศของพวกเขา! ปัญหาเลยก็คือเธอเผลอไปยอมรับข้อเสนอของเขาจากคำพูดที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ นี่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้…

‘ปัญหา? ปัญหานี่คือฉันกำลังคิดอะไรอยู่?’

ข้อเสนอของมิเชล สมิธสันมันสมเหตุสมผลมาก จริงๆแล้วมันไม่น่าเชื่อเลยอย่างยิ่งที่ข้อเสนอนี้จะออกมาจากปากเขาด้วยซ้ำไป

แน่นอนว่าคาริน่า มาลาเทสต้าก็ยังคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้มันเป็นสิ่งจำเป็น แต่ว่าเหตุผลที่เธอไม่ได้แนะนำออกไปทั้งๆที่เธอรู้อยู่แล้วมันก็เพราะว่าถ้าพวกเธอทำแบบนี้หัวหน้ากลุ่มทั้งสองก็จะ…

“หัวหน้า… บางทีคุณอาจจะเบื่อนิดๆสินะที่ท่านสมิธสันไม่ได้อยู่ที่นี่นะ?”

มีสมาชิกคนหนึ่งที่ดูจะรู้ว่าเธออะไรอยู่ทำให้เขาพูดออกมาเบาๆ คาริน่า มาลาเทสต้าได้สบถขึ้นทันที

“ฉันเนี้ยนะ? ตอนนี้ฉันน่ะโครตสบายใจเลยที่ไม่ต้องมีคนขวางหูขวางตาฉัน มันไม่มีทางที่ฉันจะไปคิดในเรื่องเด็กน้อยแบบนั้นแน่ จริงๆแล้วฉันก็แค่สงสัยว่าตอนนี้เขาอยู่คนเดียวในอังกฤษหรือป่าวแค่นั้นเอง”

สมาชิกของกลุ่มมาเกียกับสมาชิกอัศวินโลหะต่างก็ได้ยืนยันในความคิดของพวกเขาที่ว่า ผู้หญิงคนนี้มีความประทับใจในตัวมิเชล สมิธสัน

ยังไงก็ตามมาลาเทสต้าไม่เคยจะยอมรับในความรู้สึกของตัวเองต่อให้เธอต้องตายก็ตาม เธอได้สลัดความลังเลและความคิดในหัวให้ออกมาในขณะที่ชี้ออกไปดานหน้า

“ฉันมองเห็นพวกมอนสเตอร์กำลังเกิดอยู่ตรงนั้น! รีบไปกวาดล้างมันแล้วไปที่มิลานกัน”
“เข้าใจแล้ว!”

อัศวินโลหะที่พบนิสัยที่น่ารักของเธอได้ตอบกลับไปพร้อมกับตั้งขบวนรบ

ยังไงก็ตามเพียงแค่มาลาเทสตายกคทาของเธอขึ้นมาเพื่อที่จะระบายความรำคาญใจกับมอนสเตอร์ เธอก็รู้สึกได้ถึงคลื่นวังวนมานาขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นตรงหน้า

เธอได้ตัวสั่นทันทีเมื่อเห็นสิ่งนี้ เธอเคยเห็นมันมาก่อนแล้ว

“การล้นของมานา!?”
“ว่าไงนะ!?”

การล้นของมานาคือฝันร้ายของคนที่เคยไปต่อสู้กับโอโรจิในเขตคันโต พวกเขาไม่มีพลังที่จะทำอะไรเลย จะมีก็แต่ซูซาโนะที่กวัดแกว่งอาวุธอย่างกล้าหาญปะทะกับร่างขนาดยักษ์ของโอโรจิ

มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาเมื่อคิดว่าฉากคล้ายๆกันกำลังจะเกิดขึ้นที่นี่ และสิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นเลยก็คือซูซาโนะไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไป

“พวกเราจะต้องจัดการมันเดี๋ยวนี้!เปิดใช้งานความเข้มขนพลังเวทย์!”
“เข้าใจแล้ว!”

สภาพแวดล้อมบนโลกมันโหดร้ายจนเกินไป สมาชิกกลุ่มมาเกียได้ถูกขัดเกลาและทนทรมานกับมันมาอย่างไม่สิ้นสุดมันได้ฝึกฝนพวกเขามาเป็นอย่างดี สมาชิกทุกๆคนได้เข้าไปประจำตำแหน่งและส่งมานาของพวกเขาไปให้คาริน่า มาลาเทสต้าในทันที เมื่อเธอได้รับพลังที่ถูกส่งเข้ามาให้ เธอได้เริ่มใช้งานเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอสามารถใช้ได้ในปัจจุบันทันที

“ระเบิดกัมปนาท”

ระเบิดขนาดใหญ่ได้ปะทุขึ้นมาทำให้มอนสเตอร์ขนาดมหาศาลที่กำลังวิ่งเข้าหาวังวนได้ระเหยหายไปในทันที เลเวลของสมาชิกกลุ่มแต่ล่ะคนก็ยังเพิ่มขึ้นไปรวมถึงเลเวลของตัวมาลาเทสต้าเองด้วย

ครั้งหนึ่งเรื่องนี้มันดูห่างไกลออกไปเป็นเรื่องในอนาคต แต่ว่าในตอนนี้จากสภาพแวดล้อมบนโลกและการกระทำของตัวเธอเอง มันก็อาจจะเป็นไปได้จริงๆก็ได้ที่เธอจะไปถึงคลาส 3 ก่อนที่อายุจะ 30!

‘ฉันจะแสดงให้เห็นเองว่าฉันจะไปถึงมันได้เร็วกว่าคนๆนั้น’

ระหว่างที่เธอคิดสิ่งนี้ภายในใจ เธอก็ได้จับคทาตรวจสอบสภาพข้างหน้า

จากประสบการณ์ที่เธอมีกับการล้นของพลัง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะต้องกันมันไว้ได้ด้วยเวทย์แค่นี้ น่าเสียดายที่มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดื่มโพชั่นลงไปและเทการโจมตีลงไปอีก…

“อีกครั้…?”

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาเธอก็ต้องเจอกับความสับสนจากฉากตรงหน้าและพูดในสิ่งที่คิดออกมา นี่มันไม่สนเหตุสมผลเลยในเมื่อวังวนในปัจจุบัน…

“เกต?”
“นี่มันคือดันเจี้ยน?”
“ไม่ ฉันไม่คิดแบบนั้น จากที่เห็นข้างในเกตมันคืออีกโลกหนึ่ง…”
“อีกโลก?”

….จากการล้นของมานาได้เปลื่ยนไปเป็นอย่างอื่น!

“ไม่มีทางน่า มันเป็นโลกที่ถูกทิ้งงั้นหรอ?”
“เวรเอ้ย ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเร็ว…”
“สัญญาณขอความช่วยเหลืออะไร ในเมื่อเราเป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือน่ะ!”

มาลาเทสต้าอยากจะร้องไห้จริงๆเมื่อได้เห็นต่างโลกที่อยู่ในเกต ทำไมมันถึงได้มาเกิดขึ้นในตอนที่เธอไม่ได้อยู่กับคนๆนั้นด้วย! เธอไม่รู้เลยว่ามันจะมีมอนสเตอร์น่ากลัวชนิดไหนที่กำลังรอคอยอยู่ด้านในนั้น!

“มิเชล เจ้าโง่งี่เง่านั่น! นายพูดมาได้ไงว่าแบ่งครึ่งน่ะ? ไอ้โง่เอ้ย ตาทึ่ม!”
“หัวหน้า ความคิดจริงๆของหัวหน้ากำลังหลุดออกมาแล้วนะ…”
“ถ้านายไม่อยากจะตายงั้นก็เตรียมตัวสู้!”

แม้ว่าเธอจะสบถด่ามิเชล แต่ว่าตัวเธอเองก็ได้อยู่ในโหมดเตรียมตัวสู้แล้ว! อีกด้านของเกตได้มีใบหน้าของคนโผล่ขึ้นมา

“เอ๋?”

เมื่อได้ยืนยันว่าหน้านั่นคือใคร ความตรึงเครียดของคาริน่า มาลาเทสต้าได้คลายลงและเธอได้ล้มลงไปทันที

“ทำไมมีเกตนี่… หืม นั่นไม่ใช่คุณคาริน่าหรอกหรอ? ทำไมคุณถึงนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ?”
“อาจารย์ นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะถามคุณเหมือนกัน”

น่าบังเอิญที่คนที่โผล่ออกมาคืออาจารย์จอมเวทย์ของเธอเองและเป็นจอมเวทย์ในโลกที่เธอได้ไปมาเป็น 10 ปี

ในขณะเดียวกันปรากฏการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คาริน่า มาลาเทสต้าเพียงคนเดียว อัศวินเกราะเหล็กมิเชล สมิธสันในตอนนี้ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

“พวกเราจะต้องทำลายวังวนนี่ก่อนที่จะเกิดการล้นของมานาขึ้น! จอมเวทย์ใช้สุดพลังไปเลย”
“แต่ว่าเราไม่มีทั้งมานาทั้งโพชั่นเลยนะ”
“หัวหน้า มอนสเตอร์ได้มารวมตัวจากอีกด้านแล้วเหมือนกัน!”
“อ๊า! พวกนายไปป้องกันด้านนั้นก่อน! เราจะปล่อยให้สมาชิกของกลุ่มคุณมาลาเทสต้าบาดเจ็บไม่ได้!”

วังวนนี่ได้ปรากฏขึ้นมาใจกลางเมืองหลวงอังกฤษ กรุงลอนดอน ในทันทีที่เขาพบมันเป้าหมายหลักของมิเชล สมิธสันก็คือการแก้ไขป้องกันไม่ให้มันเกิดการล้นของพลัง ยังไงก็ตามเขาจะคาดหวังให้สมาชิกคนอื่นๆที่ยุ่งกับการกันมอนสเตอร์มาช่วยเขา! แต่พวกมอนสเตอร์ต่างก็กำลังวิ่งเข้าใส่วังวนเพื่อทำให้มันแย่มากขึ้น

“เวรเอ้ย”

เขาได้สบถออกมา

“ถ้าคุณคังอยู่ที่นี่มันจะต้องไม่เป็นแบบนี้แน่”
“หัวหน้ามาเกียของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหัวหน้ากลุ่มเทพสายฟ้านะ!”
“ใช่แล้ว เธอก็น่าทึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงทั้งสองคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่นี่”

ในตอนนี้สมิธสันได้คิดถึงผู้หญิงทั้งสองคนที่ใช้เวทย์ได้ดีที่สุด แต่ความเป็นจริงมันโหดร้ายทำให้เขาได้แต่เดาะลิ้นออกมา

ซูซาโนะล่ะ? แน่นอนแข็งกร่งแน่ และหากเขาปรากฏตัวออกมาและกวาดล้างมอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวไป ถ้างั้นมิเชล สมิธสันก็จะได้แต่จมกับความพ่ายแพ้

“…แต่ถึงแบบนั้นฉันก็อยากจะให้เขาอยู่ที่นี่”

การที่ความภาคภูมิใจของเขาถูกเหยียบย่ำมันก็ยังดีกว่าการที่บ้านเกิดของเขาต้องล่มสลายลงไป การที่เขาไปใช้เวลาต่างโลกถึง 10 ปีกับทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นทั้งหมดมันก็เพื่อปกป้องอังกฤษอยู่แล้วนี่นา

“หัวหน้า วังวนนั่นมันกำลังขยายออกมา!”
“…อ่า พวกนายถอยไปจากตรงนี้ก่อน! ปกป้องจอมเวทย์เอาไว้!”

มิเชลได้ประกายออกมาพร้อมโยนโล่ออกไปบนพื้น จากนั้นเขาก็หยิบเอาดาบใหญ่บนหลังออกมา ในการแลกเปลื่ยนอาวุธชั้นสูงครั้งที่สอง เขาได้ซื้อเอาดาบระดับยูนีคจากซูซาโนะมา! แม้ว่าดาบนี่จะอยู่ในระดับยูนีคมันก็แข็งแกร่งมากจนทำให้เขาสงสัยว่าทำไมดาบนี่ถึงไม่อยู่ในระดับตำนาน

ใช่แล้ว ยูอิลฮานไม่ได้ปฏิเสธที่จะขายหรือขายของที่ไร้คุณภาพให้กับคนที่เกลียดเขาเลย เขาได้ยอมรับในคุณค่าของคนอื่นเสมอและมอบอาวุธให้ในราคาที่ไม่ต่างจากฟรีเลย

แม้ว่ามิเชลจะเกลียดเขามาก แต่ว่ามิเชลก็ยอมรับเขาในเรื่องนี้

“ถ้าไม่มีใครอยู่ที่นี่”

เขาได้ก้าวออกไปด้านหน้า มอนสเตอร์ที่วิ่งมาทางเขาได้ถูกเขาตัดขาดครึ่งทันที ดาบใหญ่นี่มีฟังชั่นก์ในการเสริมพละกำลังของเขาและเสริมน้ำหนักของเขาลงไปในอาวุธได้ด้วย

“ฉันก็จะทำมันเอง”

นอกจากนั้นมันยังมีฟังก์ชั่นในการสร้างดาบมานาที่น่ากลัวยิ่งกว่าเวทย์ใดๆด้วยมานาได้อีกด้วย ถ้าหากว่าเขามีมานาไม่พอ เขาก็จะสละบันทึกของเขาไปซะ!

“ไม่นะ หัวหน้า!”
“เงียบบน่า พวกแกปกป้องจอมเวทย์ถอยไปซะ! แล้วก็ไปบอกคนๆนั้นว่ามันเกิดการล้นของมานาขึ้นที่นี่! ฉันจะต้านเอาไว้จนกว่าเขาจะมาเอง!”
“หัวหน้า!”
“หัวหน้าาาาา!”

มิเชลได้พุ่งออกไปใส่วังวนอย่างกล้าหาญ ในระหว่างนี้เขาได้ฟาดฟันเหล่ามอนสเตอร์อย่างหนักหน่วงและไร้ปราณี จากนั้นเขาก็ได้ฟาดดาบเข้าใส่วังวนด้วยมานาทั้งหมด เขาได้ฟาดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่ามันจะถูกตัด

ในที่สุดแล้ววังวนก็ได้แสดงปฏิกิริยาออกมา การหมุนวนของมันดูจะหยุดลงไปก่อนที่จะเกิดการระเบิดของมานาที่แข็งแกร่งออกมา

“อั๊ก!”

ยังไงก็ตามมิเชลได้ทนกับมันไว้ ในฐานะอัศวินที่อยู่แนวหน้ามาตลอดเขาไม่เคยเลยที่จะถอยกับเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรู

เขาจะต้องปกป้องประเทศที่เขาเกิดและโตมานี้ไว้ให้ได้

เขาได้ฝืนทนก้าวไปต่อเผชิญหน้ากับแรงระเบิด

แน่นอนว่าหลังจากการระเบิดจบลงก็คือฉากที่คล้ายๆกับที่คาริน่า มาลาเทสต้าได้เจอในอิตาลี

“…ท่านสมิธสัน? ท่านมาทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ?”

เกตได้ปรากฏขึ้นมาหลังจากวังวนได้หายไป คนที่อยู่อีกฝากหนึ่งได้โผล่ออกมาหลังจากสัมผัสได้ถึงเกตระหว่างเขาฝึกอยู่ เขาคนนั้นจำคนๆนี้ได้

“นายกำลังพูดอะไรอยู่…? นายมาทำอะไรที่โลกกัน?”
“โลกที่เป็นบ้านเกิดของท่านสมิธสัน สำหรับผมแล้วผมอยู่ในมาโลต้ามาตลอดแล้วก็… หืม? ทำไมภาพนี่มันต่างกันล่ะ? นี่มันเป็นดันเจี้ยนแบบพิเศษงั้นหรอ?”

มันใช้เวลากว่า 5 นาทีสำหรับมิเชลกว่าเขาจะรู้ตัวว่าสัญญาณที่ดูเหมือนจะเกิดการล้นของมานาขึ้นมันเป็นแค่การเตรียมการสำหรับการเปิดเกตสู่โลกอื่น

วังวนนี้จะดูดซึมมานาของมนุษย์ไปเพื่อเติมเต็มเงื่อนไขเปิดเกตที่เชื่อมต่อกับโลกที่พวกเขาเคยไป ยูอิลฮานกับเพื่อนของเขาที่กำลังอยู่ระหว่างปดป้องคฤหาสน์อยู่ไม่ได้รู้ถึงเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นมาเลยสักนิด


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel