0 Views

บทที่ 151 – ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (5)

 

“เย้ เราทำเสร็จแล้ว”
“ฮู่เร้!”
“เย้!”
“ฝันร้ายจบลงแล้ว”
“เฮฮฮฮฮฮฮ!”

ในที่สุดการก่อสร้างคฤหาสน์ได้เสร็จลงไปแล้ว มันไม่ใช่แค่บ้านหลักเท่านั้น แต่ยูอิลฮานได้ออกแบบในทุกๆอย่าง โดมของหมาป่า สระว่ายน้ำด้านหน้า สวนแล้วก็พื้นที่ฝึกได้เสร็จสมบูรณ์แบบในจุดของมัน

[น่าเสียดายนะ ถ้าเราทำเสร็จเร็วกว่านี้ซัก 3 ชั่วโมงมันก็จะเสร็จทันมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 แล้ว] (เลียร่า)

เลียร่าได้พึมพัมออกมาในขณะที่เฝ้ามองดูภายนอกคฤหาสน์ที่งดงาม

ใช่แล้ว ในตอนนี้โลกได้มาถึงมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ไปแล้ว มานาในชั้นบรรยาการได้เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น คลื่นที่รุนแรงได้พุุ่งอย่างรุนแรงผ่านทะเลทั้งเจ็ด และแม้กระทั่งมีแผ่นดินไหวแยกพื้นดินออกจากกัน ความเปลื่ยนแปลงนี้ได้เกิดขึ้นในทุกๆวินาทีพร้อมๆกับท้องฟ้าที่เปลื่ยนสีไปมาอย่างต่อเนื่อง นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่ามหาภัยพิบัติได้เกิดขึ้นบนโลกอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ในตอนโลกได้เจอกับมหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 มานาเพิ่งจะเริ่มถูกสร้างขึ้นเอกตามธรรมชาติไปพร้อมๆกับการวิวัฒนาการของพืชและสัตว์ การเปลื่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที

ยังไงก็ตามมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 อาจจะอธิบายได้เลยว่ามันเป็นการกระเทาะเปลือกของโลกและทำให้เกิดเป็นรูปร่างแบบใหม่ขึนมา มันเป็นปรากฏการที่มานาได้วิวัฒนาการทุกๆอย่างที่อยู่ในโลกใบนี้

ดังนั้นมันจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลบอยู่ในที่ไหนสักที่ที่กว้างและปลอดภัยไปเรื่อยๆจนกว่าการเปลื่ยนแปลงของโลกมันจะสิ้นสุดลง ยังไงก็ตามในตอนนี้มันไม่มีอะไรที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ไปอีกแล้วจากการที่มันไม่มีเวลาที่แน่นอนว่าเมื่อไหร่กันแน่ที่แผ่นดินที่ยืนอยู่มันจะแยกออกไปจากกัน

แน่นอนว่ามันก็มีทางเลือกที่ดีอยู่สำหรับคนบนโลกนั่นก็คือการหนีไปโลกอื่นก่อน

คนที่กำลังรอคอยมหาภัยพิบัติกับพวกคนที่ไม่มีความสามารถทางกายภาพได้หนีไปที่ต่างโลกในทันทีที่พวกเขาได้เห็นสัญญาณของการเปลื่ยนแปลง พวกเขาก็น่าจะกลับมาหลังจากผ่านไปสองสามวัน

ในขณะเดียวกันมีความต่างกันอยู่นิดๆสำหหรับพวกกลุ่มต่างๆต่อสู้กับมอนสเตอร์ในแนวหน้า

การที่มีความเข้มข้นของมานาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลมันก็จะทำให้เกิดมอนสเตอร์มากขึ้นอย่างแน่นอน และมันก็ไม่มีทางที่กับดักแห่งการทำลายที่ถูกทำโดยทูตสวรรค์จะรับมือจัดการกับมอนสเตอร์พวกนี้ทั้งหมดได้!

ดังนั้นพวกกลุ่มแนวหน้าต่างก็เจอกับความลำบากยากยิ่งกว่าตอนก่อนมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ซะอีก พวกเขาจะรีบเร่งไปในที่ที่มีความเข้มข้นของมานาสู.ที่สุดและเร่งจัดการมอนสเตอร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าหากจะมีอะไรที่ผิดปกติมันก็คงจะเป็นการที่มานาได้ทับซ้อนกันหลายต่อหลายครั้งจนกำเนิดมอนสเตอร์บอสที่ทรงพลังจนไม่น่าเชื่อออกมา

[แค่มหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 มันก็น่าตกใจมากพอแล้ว แต่ตอนนี้มันก็มาถึงขั้นที่ 2 …เธอไม่คิดหรอว่านี่มันคล้ายๆกันกับโลกที่เจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ไปแล้ว? จรงๆแล้วความเข้มข้นของมานามันน้อยกว่าโลกที่ได้เจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงระแวง เธอเคยมีประสบการณ์กับความน่าตื่นตกใจบนโลกมาตอนเจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 กับยูอิลฮานมาหลายครั้งแล้ว สเปียร่าก็ยังหยักหน้าเห็นด้วยกับเธอด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

[เธอเธอคิดแบบนั้น มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกกลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้กำลังจับตามองโลก บางทีโลกอาจจะได้เกิดขึ้นใหม่เป็นโลกระดับสูงได้ในสักวันก็ได้] (สเปียร่า)
[…ถ้างั้นมันจะมีพวกผู้บุกรุกที่ชั่วร้ายแน่] (เอิลต้า)
[ในตอนนั้นคนบนโลกทั้งหมดก็จะตาย] (เลียร่า)

ทูตสวรรค์ทั้งสามคนต่างก็แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกังวล สายตาของพวกเธอต่างก็จ้องไปที่คนๆเดียวกัน คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากยูอิลฮาน

[อิลฮานน่าจะเป็นตัวการสำคัญสินะ?] (เลียร่า)
[เธอไม่คิดหรอว่าทำไมฉันถึงได้สอนการใช้หอกสะบั้นจักรวาลกับเขา?] (สเปียร่า)
[แต่ว่าดูสิ่งที่เขากำลังทำสิ…] (เอิลต้า)

มนุษย์ยมทูตแห่งเปลวเพลิง ยูอิลฮานผู้ที่แบกรับชะตากรรมของโลกเอาไว้ ตัวเขาในตอนนี้กำลังทำกการตรวจสอบการกระจายหินพลังเวทย์ไปทั่วคฤหาสน์

“ในเมื่อมันเกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ขึ้นแล้ว การทำหัตถกรรมมานาก็จะง่ายขึ้นนี่”
[ยูอิลฮานที่รัก? นายจะไม่ไปล่ามอนสเตอร์กับพี่สาวคนนี้หน่อยหรอ?] (เลียร่า)
“นี่มันจังหวะสำคัญ อย่ามาขัดฉันสิ”
[ค่ะท่าน] (เลียร่า)

หลังจากตรวจสอบดูแล้ว ยูอิลฮานได้เดินเข้าไปที่ส่วนกลางของคฤหาสน์ ทุกๆคนช่วยเขาสร้างคฤหาสน์ขึ้นมาได้ตามหลังเขาไป

[เขาจะทำมันจริงดิ?] (เลียร่า)
[มันก็นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้เห็นการทำหัตถกรรมมานาที่มีขนาดใหญ่แบบนี้] (เอิลต้า)
[ดูเหมือนเขากำลังจะเริ่มแล้วนะ] (สเปียร่า)

หลังจากสูดหายใจลึกเข้าไปแล้ว ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ขึ้นมาบนมือ จากนั้นเขาก็หลับตาลงไป

‘ฉันก็แค่ต้องทำตามที่วางแผนไว้’

หินพลังเวทย์ทั้งหมดได้ถูกวางไว้ถูกที่แล้ว ถ้าหินพวกนั้นทำหน้าที่ได้ดี ถ้างั้นมันก็เป็นไปได้ที่จะทำให้คฤหาสนี้กลายเป็นป้อมปราการได้สมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าเขาก็มีแผนที่จะอัพเกรดให้มันกลายเป็นป้องปราการเคลื่อนที่ในภายหลังอีกด้วย

‘ดีล่ะ มาเริ่มกันเลย’

เมื่อยูอิลฮานได้เริ่มทำหัตถกรรมมานาก็ได้มีแสงพุ่งขึ้นมาจากหินพลังเวทย์แม้ว่าฉากๆนี้มันจะดูธรรมดามากๆสำหรับยูอิลฮาน แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เหนือไปจากจินตนาการของทุกคนแล้ว

จุดกึ่งกลางได้ส่องแทงออกมาราวกับสะท้อนพลังของหินพลังเวทย์ออกมาก่อนที่จะตามมาด้วยที่พื้น ที่เสา เพดานและกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วทั้งคฤหาสน์!

[นี่มันคือคลื่นพายุมานาที่น่ากลัว แม้ว่าหินพลังเวทย์ที่ยูอิลฮานใช้จะไม่มีทางนำผลลัพธ์แบบนี้ออกมาก็ตาม…!] (เอิลต้า)
[นี่มันก็ได้สื่อถึงว่าอิลฮานได้ใช้มานาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเธอแล้วเอิลต้า จริงไหมล่ะ?] (เลียร่า)
[… นะ นั่นมันก็เพราะว่านี่มันคือการรวมกันของการตีเหล็กกับหัตถกรรมมานาไง!] (เอิลต้า)

แสงได้เจิดจ้าออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ลดลงเลย ในกระบวนการนี้หินพลังเวทย์คลาส 3 ที่ติดตั้งไปตามส่วนต่างๆในพื้นที่ได้ละลายลงไปเพื่อมอบคุณสมบัติพิเศษให้กับไอเทมต่างๆตามที่ยูอิลฮานวางแผนไว้

ตามมาด้วยภาษาวงจรเวทย์ที่ถูกสลักลงไปบนไอเทมทุกอันในพื้นที่ได้สอดคล้องเข้าด้วยกันและถูกเสริมพลังขึ้นมา

[ตื่นเต้นไปก็ไม่ได้อะไร!] (เลียร่า)
“นี่มันทำให้ฉันนึกไปถึงในวันที่วงเวทย์แห่งเอลฟ์โบราณได้สั่นสะเทือนทั้งทวีปเลย…”
“ท่านจักรพรรดิกำลังอาบแสงนั่น!”
“ท่านจะไม่ขึ้นไปบนท้องฟ้าทั้งแบบนี้…ใช่ไหม?”

แน่นอนว่าแสงมันไม่ได้อยู่ไปตลอดกาล เมื่อหินพลังเวทย์คลาส 4 บนมือของยูอิลฮานได้ถูกหลอมละลายไปและรวมเขากับคฤหาสน์โดยสมบูรณ์ แสงที่ปกคลุมคฤหาสน์และดินแดนนี้ก็ได้ลดลงในที่สุด

ไม่นานนักมานาและแสงที่เต็มอยู่ทั่วชั้นบรรยากาศก็ได้หายไป การหัตถกรรมมานาได้สำเร็จแล้ว

ในเวลานี้เองได้มีข้อความสีเขียวโผล่ขึ้นมาที่ม่านตายูอิลฮาน

[ที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าได้เสร็จสิ้นแล้ว]

[พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้า]
[ระดับ – กลียุค]
[ความทนทาน – 5,312,500]
[ข้อจำกัดผู้ใช้ – ยูอิลฮาน, เป็นไปได้ที่จะโอนกรรมสิทธิความเป็นเจ้าของให้กับสิ่งมีชีวิตที่มีสกิลภาษาระดับสูงสุด]
[ออฟชั่น –
1.ฟื้นฟูความทนทานจากการดูดมานาและพลังชีวิตจากผู้ทำลาย
2.โจมตีทุกๆคนที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาติโดยอัตโนมัติ
3.พัฒนาขึ้นด้วยการดูดบันทึกของศัตรู]
[ป้อมปราการในคราบคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ไอเทมทุกๆชิ้นภายในนี้สามารถใช้เป็นอาวุธได้และระบบในการโจมตีศัตรูจากระยะไกลคือจุดสูงสุดของวิศวะกรรมมานา ป้อมปราการนี้จะพัฒนาขึ้นตามประสบการณ์การต่อสู้ที่มากยิ่งขึ้น ถ้าจะมีข้อเสียมันก็คงจะเป็นที่มันไม่อาจจะซ่อนมานาได้เลยเนื่องจากฟังชั่นก์ที่บ้ามากๆและมันอาจจะดึงดูดมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาด้วย]

กลียุค? เมื่อยูอิลฮานกำลังงงกับระดับใหม่ที่มาอยู่ แสงที่แสบตาก็ได้ปะทุออกมาโดยมียูอิลฮานเป็นศูนย์กลาง แสงนี้มันเป็นแสงแปลกๆที่เป็นการรวมกันของแสงสีและแดง

“แล้วนี่มันอะไรกัน!”
“อย่าบอกฉันนะว่าแสงนี่มัน…!”
“วิวัฒนาการ! พ่อกำลังวิวัฒนาการ!?” (มิล)

ตอนนี้แสงได้เปล่งออกมาจากร่างของยูอิลฮานสว่างไปทั่ว

ในขณะที่ทุกๆคนกำลังตื่นตระหนกกับประสบการณ์นี้ เลียร่าที่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้มาก่อนได้เปิดปากด้วยความตกใจ

[หือ? สถานะนี่มันเหมือนกับว่า…?] (เลียร่า)
“พ่อกำลังวิวัฒนาการสินะ?” (มิล)

ในตอนนี้ได้มีข้อความจำนวนมากปรากฏขึ้นมามากกว่าในตอนที่เขาสร้างพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าซะอีก

[คุณได้เติมเต็มหนึ่งในเงื่อนไขที่จะได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก เงื่อนไขทั้งหมดถูกเติมเต็ม]
[คุณได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก! ความต้านทานและพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 20%เมื่อต่อสู้กับศัตรูหรือใช้อาวุธทั้งมวล และนอกจากนี้ความต้านทานไฟและพลังโจมตีเพิ่มขึ้นอีก
[คุณได้รับประสบความสำเร็จในบันทึกของเทพแห่งช่างตีเหล็ก ในตอนนี้คุณสามารถสร้างอาร์ติแฟคที่มีระดับเหนือกว่ากลียุคได้แล้ว]

แสงได้จางลงไปแล้ว ยูมิลที่เดาว่าพ่อของเขากำลังวิวัฒนาการได้เอียงหัวมองดูยูอิลฮานเมื่อเห็นว่าตัวยูอิลฮานไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้านี้เลย แต่ว่าทูตสวรรค์ไม่ได้ถูกหลอกจากภาพภายนอกนี้

“โอ้ยยย…. ปวดหัวโว้ยยยย”
[ฉันรู้แล้ว!] (เอิลต้า)

ร่างกายของยูอิลฮานได้เกิดการเปลื่ยนแปลงไปจากการที่ได้รับบันทึกของเทพแห่งช่างตีเหล็กมาเหมือนกับที่ตาของลิตาได้เปลื่ยนไปหลังจากได้รับพรจากเทพแห่งความลับ ส่วนที่เปลื่ยนไปคือผมของเขาที่มีบางส่วนได้กลายเป็นสีขี้เทาเหมือนกับเขาทำไฮไลท์ นี้มันน้อยมากจนหากไม่สังเกตุดีๆก็จะไม่มีใครรู้เลย

“ฉันคิดว่าฉันเพิ่งจะรู้สึกได้ถึงเจตนาร้าย โอ้ววว”
[นายคิดมากไปแล้ว] (เลียร่า)
[ยูอิลฮาน นายเพิ่งจะได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กมาใช่ไหมล่ะ? งั้นแบบนี้บนโลกก็มีมนุษย์อยู่สองคนที่ได้รับพรจากเทพแล้ว]

ทูตสวรรค์ต่างก็แสดงสีหน้ายินดี ตกใจและสับสนไปในหลายๆแบบ แต่ว่ายูอิลฮานไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะตอบสนองอะไรไปได้ ข้อมูลใหม่ๆจำนวนมหาศาลได้ไหลอยู่เต็มหัวเขาไปหมดจนมันทำให้เขาสับสน

ข้อมูลไอเทมหรือชนิดของอาร์ติแฟคที่ช่างตีเหล็กมากมายบนโลกได้สร้างขึ้นมา วิธีการสร้างของพวกเขา เครื่องมือ ประสบการณ์ ความทรงจำ วัสดุต่างๆหรืองานโลหะที่ทำขึ้นบนโลก ยูอิลฮานรู้สึกเหมือนกับสมองของเขาจะระเบิดออกมาและทรุดตัวลงไป

“ท่านจักรพรรดิเป็นอะไรไหม?”
“นายท่าน!”

ลูกน้องของเขารีบวิ่งไปพยุงเขาทันที มิลก็ยังร่ายเวทย์รักษาในทันทีที่เขาทำได้ แต่ว่าอาการปวดหัวไม่ได้ลดลงไปเลย ความรู้ทั้งหมดนี้กำลังฝังรากลึกลงไปในหัวของยูอิลฮานในครั้งเดียว

[ฉันไม่คิดเลยนะว่าเขาจะมามีสภาพแบบนี้ได้แค่จากการที่ฉันชวนเขาไปล่ามอนสเตอรื] (เลียร่า)
[ดูเหมือนนี่จะเป็นผลมาจากพรของเทพ เลียร่า เธอก็เลยมีประสบการณ์มาก่อนนี่ ทำอะไรซักอย่างหน่อยสิ] (เอิลต้า)
[อ่า โอเค] (เลียร่า)

เลียร่าได้หยักหน้าอย่างจริงจังก่อนจะบินเข้าไปจับเขาไว้

[ฉันขอโทษนะอิลฮานที่ฉันเร่งให้นายไปล่ามอนสเตอร์ ปล่อยใหคนอื่นจัดการแล้วไปนอนกันดีกว่านะ นายน่าจะดีขึ้นกว่านี้หลังจากได้พักนะ] (เลียร่า)
[ฉันบอกให้เธอทำอะไรสักอย่างกับอาการปวดหัวของเขา ไม่ใช่ให้เธอไปเติมเต็มความต้องการของตัวเอง!] (เอิลต้า)

สงครามขนาดเล็กครั้งที่สามของทูตสวรรค์ได้เกิดขึ้นอีกแล้วข้างๆนี้เอง แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเลย เขาได้แต่จับหัวที่ปวดอยู่ของเขาและยืนขึ้น

“มาเตรียมตัวต่อสู้กันเถอะ”
[ในสภาพนี้นายยังอยากจะไปล่ามอนสเตอร์อีก? ไม่ได้ นายควรจะไปพักกับฉันนะ!] (เลียร่า)
[ฉันชื่มชมในจิตวิญญาณที่ไม่ลดละของเธอเลยจริงๆ] (เอิลต้า)
“อ่า เอาไว้ค่อยคุยที่หลังเถอะน่า”

เขาได้ผลักทูตสวรรค์หลบไปและไปนังอยู่บนเกาอี้ใกล้ๆ ในตอนนี้เองจอที่ถูกติดตั้งอยู่บนโต๊ะก็ได้เปิดออกแสดงให้เห็นด้านนอก นี่มันคือระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์ที่จะแสดงให้เห็นทั้งภายในและบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ของเขา!

ในจอมอนิเตอร์ เขาสามารถจะมองเห็นมอนสเตอร์นับพันที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขา แม้ว่ามนจะพึ่งเกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ขึ้นมาก็ตามแต่ฝูงของมันใหญ่เกินไปแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีพวกคลาส 3 อยู่เป็นจำนวนมากในหมู่ของพวกมันด้วย! ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้พวกมันจะทำลายเมืองทิ้งไปในเวลาไม่นานแน่

“พวกมันรีบวิ่งมาเหมือนกับว่ามันเจอกับขุมทรัพย์เลย น่าทึ่งกับกำลังใจของมันมากเลยจริงๆ”
“สิ่งที่พวกมันต้องการคืออะไรแล้วก็ที่ไหนกัน… พวกเราจะต้องไปไล่ล่าพวกมัน!”
“ไม่หรอก พวกเราไม่จำเป็นต้องไปไล่มันหรอก”

ยูอิลฮานได้พูดตัดบทฟีเรียกับพีทตรงๆ ยูอิลฮานได้ชี้ไปที่จอของเขาทันที คนที่เหลือต่างก็มองตามกันไปและได้รู้ว่ามอนสเตอร์นับพันกำลังวิ่งเข้ามาในที่ดินของยูอิลาน

“นี่มันอะไร…?”

เอริเซียได้พึมพัมออกมาอย่างเป็นกังวล จากนั้นยูอิลฮานก็ได้ตอบกลับเธอไปด้วยรอยยิ้ม

“สมบัติที่พวกมันกำลังหามันอยู่ที่นี่”
“ว่าไงนะ?”
“เธอไม่จำเป็นต้องไปไล่ล่าพวกมันแล้ว ดังนั้นก็ไปฆ่ามันในทันทีที่พวกมันมาถึงซะ ในระยะเวลาหนึ่งจะมีมอนสเตอร์มากกว่านี้ที่ถูกดึงดูดมาที่นี่อีก”

ทุกๆต่างก็เข้าใจในคำพูดของยูอิลฮาน เมื่อคิดย้อนดูแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแสงที่เกิดจากการทำหัตถกรรมมานาหรือเศษเสี้ยงมานาในระดับสูงที่เล็ดรอดออกไปจากที่ต่างๆก็มากพอที่จะดึงดูดพวกมันมาแล้ว

“…”
“…”
“…”

ระหว่างที่ทั้งกลุ่มพูดกันไม่ออกแล้วก็มีแต่พีทที่ตะโกนขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ตอนนี้ท่านก็ได้ทำกระทั่งระบบดึงดูดมอนสเตอร์ขึ้นมาแล้ว! สมกับที่เป็นท่านจักรพรรดิ!”
“เลิกยอฉันแล้วก็ไปสู้ได้แล้ว”
“ครับ/ค่ะ!”

เพราะอย่างนี้ในวันที่มหาภัยพิบัติได้มาถึงบนโลก คฤหาสน์ขนาดใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจได้เริ่มทำหน้าที่ของมันโดยทันทีราวกับเป็นการเฉลิมฉลองที่ยูอิลฮานได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก

(ระดับของไอเทมที่มีในตอนนี้นะครับ ปกติ < แรร์ < ยูนีค < ตำนาน < อีปิค < กลียุค < ??? < พระเจ้า)


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel