0 Views

บทที่ 149 – ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (3)

 

สักพักหนึ่งสเปียร่าก็ได้กลับมา จากใบหน้าที่แดงก่ำของเธอทำให้มันไม่ยากเลยที่จะเดาว่าผลการทดสอบออกมายังไง ยูอิลฮานได้พูดกับเธออย่างสบายๆ

“ยอดเยี่ยมเลยไหมล่ะ?”
[มันยอดเยี่ยมจริงๆ] (สเปียร่า)
“แต่เธอไม่คิดว่าเธอต้องสังเกตการณ์ดูอีกหน่อยหรอ?”
[ใช่แล้ว นี่มันก็แค่มัตติจากที่ประชุมเท่านั้น แล้วเพราะแบบนี้ทำให้มันน่าเสียดายที่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแทนที่กับดักแห่งการทำลายทั้งหมด… การตัดสินใจคือทดสอบมันด้วยการให้คุณทำเวอร์ชั่นแรกออกมาหนึ่งในสี่ดูก่อน ด้วยวิธีนี้จะมีกับดักแห่งการทำลายในเวอร์ชั่นของนายอย่างน้อยหนึ่งอันกระจายไปในแต่ล่ะโลก] (สเปียร่า)

ไม่ใช่ว่านี่คือสิ่งที่ยูอิลฮานกำลังต้องการเลยหรอ? ยูอิลฮานถึงขนาดสงสัยว่าทูตสวรรค์รู้ความต้องการของเขาด้วยซ้ำไป เอาเถอะ แน่นอนว่ามันไม่มีทางที่พวกเธอจะรู้แน่

“ดีล่ะ ฉันยอมรับคำขอของเธอ”

เขาได้หยิบเอาค้อนขึ้นมา จากการที่เขาได้รับอนุญาติแล้วทำให้ตอนนี้มันถึงเวลาเริ่มงานแล้ว

แม้ว่าเขาจะทำลายสถิติเก่าไปด้วย 40 นาทีจากการสร้างอันแรกแล้ว แต่ในระหว่างการทำงานนี้ซ้ำๆทำให้เวลาในการทำกับดักแต่ล่ะอันเร็วมากขึ้นไปอีก เวลาในการสร้างของเขาลดลงไปเหลือ 34 นาทีในช่วงท้ายของวันแรก และลดไปจนถึง 20 นาทีในวันที่สี่

ปัญหากลับไปอยู่ที่ทูตสวรรค์แทน ทูตสวรรค์ที่ครอบครองในมานาระดับที่สูงจะเป็นคนทำหัตถกรรมมานาให้เขา แต่ว่าในเมื่อพวกเธอทั้งหมดต่างก็ยุ่งกับการทำหน้าที่ของตัวเองทำให้ไม่ได้มีคนมากช่วยงานเขามากนัก

ดังนั้นยูอิลฮานจึงต้องเอากับดักแห่งการทำลายที่ขึ้นรูปและแกะสลักไว้ไปกองในมุมหนึ่งของห้อง

ด้วยการทำแบบนี้ทูตสวรรค์ที่จำเป็นจะต้องติดตั้งกับดักแห่งการทำลายในโลกที่พวกเขาดูแลอยู่ก็จะมาหายูอิลฮษนและทำการหัตถกรรมมานาให้ขาก่อนที่จะเอากับดักแห่งการทำลายไป

[เธอคิดป่ะว่านี่มันเหมือนกับว่าเราสั่งเค้กล่วงหน้าวันคริสมาสต์เลยนะ และพวกเขาก็มารับเค้กไปเพื่อถึงเวลา…?] (เลียร่า)
[คงงั้น!] (เอิลต้า)

ในระหว่างกระบวนการนี้ทำให้ยูอิลฮานได้เจอกับทูตสวรรค์จำนวนมากมายอย่างที่เทียบกับเมื่อก่อนไม่ได้เลย แม้แต่ทูตสวรรค์ที่เขาไม่เคยรู้จักชื่อและยังมีทูตสวรรค์อีกหลายคนที่พยายามจะตีสนิทกับเขาแล้วด้วย

[นายได้รับการันตีแล้วว่าจะต้องเป็นทูตสวรรค์ จากความสำเร็จของนายมันมากกว่าพวกทูตสวรรค์มือใหม่ไปแล้ว พอถึงตอนนั้นแล้วก็อย่างลืมฉันนะ]
[นายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำคนแรกเลยนะที่มีทูตสวรรค์คลาส 6 ถึงสองคนเป็นผู้พิทักษ์ นายรู้ดีใช่ไหมล่ะ?]

มันดูเหมือนว่าทูตสวรรค์ส่วนใหญ่จะปฏิบัติกับเขาเหมือนกับทูตสวรรค์ฝึกหัดผ่านภารกิจนี้ แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้แก้ตัวอะไรออกไปและปล่อยให้พวกคิดตามใจ พูดตรงๆคือเขาขี้เกียจจะไปแก้ตัวเรื่องพวกนั้น

แม้ว่าการผลิตกับดักแห่งการทำลายจะจบลงในวันที่ 6 แต่ว่าการที่ไม่ได้มีทูตสวรรค์ที่มีตารางงานว่างและความจำเป็นในมานาของทูตสวรรค์ทำให้งานเสร็จล่าช้าลงไป ในเวลานี้ยูอิลฮานได้มีความสุขไปกับการใช้เครื่องมือตีเหล็กที่เขาไม่ได้แตะมานานแล้ว

[จะมีก็แต่เขานั่นแหละที่มีความสุขกับอุปกรณ์พวกนี้…] (เอิลต้า)
[แต่ว่าอิลฮานกำลังจะทำอะไรน่ะ?] (เลียร่า)

เขาไม่ได้ทำการซ่อมอุปกรณ์ของเขา เขาได้ซ่อมมันไปนานแล้ว และมันก็ไม่เหมือนว่าเขาได้ทำอะไรใหม่ด้วย

ในตอนนี้เขากำลังตัดกับขัดกระดูกมอนสเตอร์ด้านหนึ่งอยู่ ในขณะนั้นก็หลอมชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ที่มีคุณสมบัติเป็นเล็กก่อนที่จะเทพวกนี้ลงไปในแม่พิมพ์สี่เหลี่ยมและปล่อยให้มันแข็งตัว หรือก็คือมันไม่มีใครรูเลยว่าเขากำลังทำอะไร

“สร้างบ้านไง”
[…หืม] (เลียร่า)
[ไม่ใช่ว่าแทนที่จะทำอะไรไร้สาระแบบนี้ สู้เอาเวลานี้ไปฝึกหอกสะบั้นจักรวาลไม่ดีกว่าหรอ?] (สเปียร่า)
“นั่นมันค่อยฝึกหลังจากที่ฉันทำภารกิจนี้เสร็จ ฉันจะต้องใช้ประโยชน์จากเครื่องมือพวกนี้ให้มากที่สุดตลอดเวลาที่ฉันยังใช้มันได้”

เนื่องจากว่าพวกเธอไม่อาจจะขัดการทำงานของยูอิลฮานได้เลย ทำให้พวกเธอได้แต่มองดูเท่านั้น วันเวลาแห่งการทำงานได้ไหลไปเรื่อยๆทั้งแบบนี้

ในขณะเดียวกันโลกก็กำลังปั่นป่วนจากการประกาศอย่างเป็นทางการถึงมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ที่กำลังจะมาถึง

ได้เกิดปรากฏการณ์การพยายามได้รับข้อมูลหรือไอเทมจากโลกที่พวกเขาเชื่อมต่ออยู่เกิดขึ้น และยังมีข่าวลือที่่ว่าโลกไม่อาจจะเอาชนะมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ได้ถูกกระจายออกมาทำให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้นและรุนแรงขึ้น

มันคงจะดีหากว่าทุกๆคนสามารถจะพัฒนาได้ไปจนถึงคลาส 2 หรือคลาส 3 ได้ แต่ว่าความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น มีหลายต่อหลายคนที่ยังไม่ได้คลาส 1 เลยด้วยซ้ำไป

ในมหาภัยพิบัติมีภัยคุกคามหลายต่อหลายอย่างที่คุกคามในชีวิตประจำวันของพวกเขา แต่ว่าเมื่อพวกเขาได้เจอกับมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 มันจะกลายเป็นชีวิตที่พวกเขาจะไม่รู้เลยว่าจะได้เจอกับมอนสเตอร์เมื่อไหร่ บางคนก็ถูกบังคับให้ต้องฆ่าตัวตายเมื่อได้เรียนรู้ในเรื่องนี้

รัฐบาลต่างๆก็มีปัญหากับเรื่องนี้เหมือนกัน พวกเราเพิ่งจะได้เริ่มสร้างตึกอาคารจากวัสดุใหม่ที่ได้มาจากมหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 เอง แต่ว่าตอนนี้มันก็มาถึงขั้นที่ 2 ซะแล้ว!

หากว่ามอนสเตอร์ไม่ได้ไปติดกับดันเจี้ยนแล้วมาอารวาดหรือหากเกิดการพังของดันเจี้ยนขึ้นมามันก็มีความเป็นไปได้สูงที่เมืองใหญ่ๆจะต้องสูญหายอออกไป

รัฐบาลได้ติดต่อเข้าไปหาผู้ใช้พลังและซื้อวัสดุใหม่ๆทั้งหมดและวัสดุของมอนสเตอร์ที่พวกเขาเอามาใช้ในสถาปัตยกรรมได้

ในที่สุดแล้วก็เกิดเป็นโครงการมากายในหลายๆประเทศและมีคนมากมายที่เสียงานของพวกเขาไปจากมหาภัยพิบัติได้รับงานใหม่ในโครงการพวกนี้

กลุ่มแต่ล่ะกลุ่มต่างก็ยังยุ่งกับการกวาดล้างมอนสเตอร์ที่กำลังเกิดอย่างรวดเร็วก่อนมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ด้วย เนื่องจากมีหลายเหตุกาณณืที่เกิดการพังของดันเจี้ยนขึ้นหลังจากเขากวาดล้างดันเจี้ยน มันก็สามารถพูดได้เลยว่าพวกเขาต้องต่อสู้ไปอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่ได้นอน

จากการที่ความเข้มข้นของมานาบนโลกเพิ่มขึ้นทำให้มีเหตุการณ์ที่จู่ๆมอนสเตอร์ก็โผล่ขึ้นมากลางเมืองอยู่บ่อยครั้งและเพื่อที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่มปราบปรามก็ยังถูกบังคับให้ต้องต่อสู้อย่างไม่สิ้นสุด

พวกเขามีการฝึกเพื่อที่จะไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่จะมาปรากฏตัวขึ้นหลังจากมหาภัยพิบัติครั้งใหญ่ แต่ว่าลืมเรื่องฝึกไปได้เลย พวกเขาได้ทำการฝึกในชีวิตจริงทุกๆวันไปแล้ว! แน่นอนว่าตัวแทนความงามแห่งกองทัพ ร้อยโทฮานโยรังก็ยังต้องสู้ตลอดทั้งวันเพื่อปกป้องประเทศ

“ฉันสาบานว่าฉันจะออกจากกองทัพไปแต่งงานกับชายที่ร่ำราวย!!!”
“ฉันก็เห็นเธอพูดแบบนี้ทุกๆครั้งที่ถูกส่งไปปฏิบัติการณ์ตลอด”
“แล้วยูอิลฮานที่เธอชอบพูดถึงบ่อยๆนี่ใครกันล่ะ? คงไม่ใช่ประธานแวนการ์ดยูอิลฮานหรอกนะ?”

ยูอิลฮานที่ไม่เคยคาดคิดฝันมาก่อนว่าจะมีคนที่เอ่ยถึงเขาในทุกๆวัน ตอนนี้เขากำลังยุ่งไปกับการทำการผผลิตและไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ห้ามลูกน้องของเขาจากการต่อสู้

ถึงพวกลูกน้องเขาจะอยู่ในคลาส 3 กันไปแล้วทำให้พวกเขาไม่ได้รับค่าประสบการณ์จากมอนสเตอร์คลาส 2 แต่ว่าในตอนนี้ก็มีมอนสเตอร์คลาส 3 จำนวนมากขึ้นบนโลกแล้ว แถมมอนสเตอร์คลาส 2 ก็ยังสามารถจะเอามาใช้ทำเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของแวนการณ์ได้ด้วยทำให้ลูกน้องของเขาทำการล่าต่อไป

นอกจากนี้ศพของมอนสเตอร์ที่พวกลูกน้องเขาไปฆ่าในตอนติดในโลกที่ถูกทิ้งส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ แต่ว่าเอิลต้าก็ได้เอาพวกคลาส 3 กับคลาส 4 ที่แข็งแกร่งบางส่วนเก็บใส่ช่องเก็บของของเธอและมอบให้กับยูอิลฮานเมื่อเธอกลับมา

แม้ว่าคังมิเรย์กับนายูนาจะแบ่งไปไม่น้อย แต่ว่าในท้ายที่สุดสาวๆก็ได้ตกลงกับยูอิลฮานให้เขาทำอุปกรณ์จากมอนสเตอร์คลาส 4 ให้ ถ้าคำนวนแบบตรงๆแล้วเขามีงานมากมาย

แน่นอนว่าไม่ว่าเขาจะมีวัสดุมากแค่ไหนเขาก็ไม่ได้ทำอุปกรณ์พวกนั้น เขาเอาแต่ขัดเสา แผ่นพื้น และของต่างๆที่ใช้ในการสร้างคฤหาสน์ของเขา

ความเร็วในการทำงานของเขามันน่าทึ่งมากๆ เขาได้ซ้อนสิ่งของที่ใช้ทำบ้านขึ้นมามากมาย แน่นอนว่าวัตถุประสงค์ของเขาไม่ใช่การทำบ้านธรรมดาแบบนั้น

แม้กระทั่งในเวลาเดียวกันนี้ทูตสวรรค์ก็ยังได้มาหาเขาอย่างต่อเนืองและรับเอากับดักแห่งการทำลายที่เสร็จแล้วไป และเลเวลของสกิลยูอิลฮานก็เพิ่มมากขึ้นไปในทุกๆวัน

บางทีนี่ก็อาจจะนับได้ว่าเป็นวันเวลาที่สงบสุขที่สุดแล้วที่เขาได้ใช้มันบนโลก

ข่าวลือบางเรื่องของซูซาโนะก็ยังเริ่มกระจายออกมาแล้วเช่น

เรื่องการสังหารหมู่เกาะในแปซิฟิกและเวเนซุเอล่าในระหว่างที่มนุษย์โลกกำลังยุ่งกับการต่อสู้กับโลกที่ถูกทิ้ง ผู้คนได้อ้างว่าคนที่สังหารผู้คนพวกนั้นไม่ใช่มอนสเตอร์แต่กลับเป็นตัวซูซาโนะ

[คลิปที่ซูซาโนะสังหารหมู่มนุษย์ราวกับสังหารมอนสเตอร์ในตอนนั้นมัน…]
[มันเป็นเรื่องจริงแน่ๆที่ซูซาโนะไม่ได้โผล่ในการต่อสู้กับโลกที่ถกทิ้ง คลิปวิดีโอนี่มัน….]

คนที่ไปอยู่ในเวเนซุเอล่าในตอนนั้นน่าจะจำได้ว่ายูอิลฮานได้ฆ่าไปไม่ใช่คนของเวเนซุเอล่า แต่เป็นคนจากฟีราต้าที่สวมหนังมนุษย์แทน พวกมันได้เผยธาตุแท้ออกมาและพยายามจะฆ่านักท่องเที่ยว

ยังไงก็ตามคลิปวิดีโอที่ซึ่งกระจายออกไปแล้วผ่านสื่อต่างๆในหลายประเทศและมีการปรับแต่งมากมายที่มีเจตนาทำให้เขาดูเหมือนกับคนบ้าที่ทำการสังหารหมู่ทุกๆคนที่เห็น

เบื้องหลังเรื่องราวนี้ก็คือเจตนาที่ตองการจะใส่ร้ายยูอิลฮานที่เป็นศูนย์กลางของโลกในตอนนี้ เรื่องนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยหากว่าไม่ใช่เพราะมีคนอยู่เบื้องหลังนับไม่ถ้วน คนพวกนี้ควรที่จะเอาเวลาไปปกป้องโลกแทนที่จะมาทำแบบนี้

แน่นอนว่าคังมิเรย์ที่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับฟีราต้ามาด้วยตัวเองก็รู้ว่านี่เป็นการใส่ความและพยายามจะปิดเรื่องด้วยการใช้พลังทั้งหมดที่เธอใช้ได้ในครอบครัว คังชานที่ทำเหมือนยูอิลฮานเป็นลูกเขยไปแล้วก็ยังสนับสนุนเธอด้วยสายตาเป็นประกาย

ยังไงก็ตามนี้ก็เป็นเรื่องที่พูดได้ว่าไร้สาระ

การใส่ร้ายนี่มันก็จะจบลงในเวลา 3 วันแน่นอนต่อให้ไม่มีการช่วยเหลือใดๆจากตระกูลคัง

[บางทีเวเนซุเอล่าอาจจะไปขัดประสงค์ของซูซาโนะ]
[ทุกๆคนก็น่าจะรู้ดีจากการไปอยู่ต่างโลกมา 10 ปีแล้วนี่? ถ้าหากว่าซูซาโนะเป็นคนชั่วจริงถ้างั้นโลกก็คงล่มสลายไปนานแล้ว งั้นทำไมคนที่ถูกสงสัยกลับเป็นซูซาโนะแทนที่จะเป็นเวเนซุเอล่าล่ะ?]
[โอ้ ท่านเทพยมทูต ผมไม่เคยไปดูวิดีโอนั่นสักครั้งเลยนะ คนที่คลิกเปิดมันเป็นแมว]
[ในโลกที่ฉันไปมามีคลาส 4 แค่คนเดียวเองนะ แล้วก็ในตอนที่เขาดีดนิ้วก็มีคนอย่างน้อยเป็นร้อยตายได้เลยทันที ถ้าหากว่านายยังมีสติดีอยู่ล่ะก็ก้มหัวอ้อนวอนขออภัยก่อนท่านซูซาโนะจะรำคาญดีกว่านะ]
[พวกเราฝ่าฝันกันมาจนถึงมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 แล้วนะ แล้วนี่อะไรมีไอ้โง่เง่าที่มาว่าฮีโร่ที่เป็นความหวังของมนุษยชาติเนี้ยนะ เฮ้ ถ้าซูซาโนะคิดจะทำแบบนั้นจริงๆ ถ้างั้นคนที่อยู่ที่นั่นก็น่าจะตายกันไปหมดแล้ว พวกเขาจะอยู่รอดได้ทั้งๆที่ถ่ายวิดีโอได้ยังไงกัน?]

ไม่ใช่แค่ในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่สื่อมากมายที่เจตนาโจมตีซูซาโนะต่างก็ถูกคนโจมตี ตอนนี้ได้มีลัทธิกำเนิดขึ้นมาแล้ว

เหตุการณ์มันไม่ได้จบเพียงเท่านี้ การตอบโต้คนที่ใส่ร้ายได้มีหลากหลายวิธีการมากกว่าที่เขาคิด และคนที่ได้ยืนหยัดในมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ก็ได้ลุกฮือ

การที่พยายามจะฝังชื่อเสียงซูซาโนะด้วยการใส่ความเหมือนในโลกเก่ามันใช่ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว สามัญสำนึกของโลกมันได้เปลื่ยนไปนานแล้ว

[ไอ้พวกสารเลวน่ารำคาญ พวกแกใช้ชีวิตอยู่ในยุคไหนกันเนี้ย?]
[โลกมันเปลื่ยนไปแล้ว แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องให้พวกแกอยู่เหนือเราอีกล่ะ?]
[พวกเราจะต้องแทนที่พวกแกด้วยคนที่มีความรู้และมีแผนไว้ใช้ในมหาภัยพิบัติ]

คนที่ใส่ร้ายซูซาโนะอาจจะต้องการยับยั้งอิทธิพลของซูซาโฯะที่มากเกินไป และสร้างแอนตี้ขึ้นมา แต่ว่าในตอนนี้โครงสร้างของโลกมันเปลื่ยนไปแล้วด้วยอิทธิพลของซูซาโนะเอง

ใช่แล้ว นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อพยายามจะใส่ร้ายคนที่มีพลังหลักจากเกิดมหาภัยพิบัติ อำนาจทางการเมืองมันจะไม่มีค่าอะไรเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่า

บางทีคนพวกนั้นอาจจะคิดว่าวิธีนี้อาจจะยังใช้ได้ผลหลังจากมหาภัยพิบัติเนื่องจากว่าพวกเขายังคงมีอำนาจทางการเงิน ทางการทหารและผู้ใช้พลังที่ภักดีในตระกูลพวกเขา

ยังไงก็ตามนั่นมันก็มีขีดจำกัดอยู่ พวกเขาไม่ควรที่จะเลือกไปต่อต้านกับซูซาโนะ พวกเขาไม่ควรที่จะเอาบรรทัดฐานของโลกเก่ามาใช้กับโลกใหม่

“เรามากวาดล้างพวกหนอนแมลงกันออกไปเถอะ!”
“ไม่ใช่แค่พวกมันจะไม่ต้อนรับท่านซูซาโนะ แต่พวกมันถึงขนาดทำกับท่านซูซาโนะเป็นฆาตกร เผาพวกมันทิ้งให้หมดกัน!”

การจราจล แถมคนพวกนี้ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ พวกเขาคือผู้ใช้พลังและกลุ่มที่ได้เข้าไปร่วมการต่อสู้แข่งขันกับซูซาโนะ กลุ่มคนที่เป็นแนวหน้าของโลก ความโกรธของพวกเขาได้ลุกฮือขึ้นมาแล้ว หรือให้พูดอีกอย่างก็คือองค์ประกอบหลักในการป้องกันแต่ล่ะประเทศได้เลือกที่จะหันหลังให้กับพวกคนมีอำนาจแล้ว

คนที่รู้ได้ถึงสถานการณ์ที่เปลื่ยนไปแย่ลงได้พยายามที่จะหาแพะรับบาป แต่ว่านี่มันไม่มีทางจะเป็นไปได้เลย

วันที่พวกเขาสามารถจะใช้สื่อปิดหูปิดตาผู้คนมันได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว มันหายไปพร้อมๆกับวันที่อำนาจทางการทหารก็ลดน้อยลงไปเช่นกัน คนบนโลกตอนนี้สามารถยืนทนกระสุนปืนได้โดยไม่ละคายผิดและหลบมิสไซต์ได้ในระยะประชิด และคนพวกนี้ก็ไม่ได้ว่ามีแค่คนสองคนด้วย

พวกเขาได้อยู่ในจุดที่เหนือกว่าที่จะควบคุมสื่อได้แล้ว หากว่าพวกรัฐบาลก้าวพลาดประเทศของพวกเขาก็จะถูกแยกออกเป็นชิ้นเล็กๆแน่

ในท้ายที่สุดแต่ล่ะประเทศก็ได้ทำการตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อที่จะรักษาประเทศของตัวเองเอาไว้ แน่นอนว่านั่นก็คือการโยนเอาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมดออกมาให้กับสังคม

ด้วยแบบนี้ทำให้ตระกูลมากมายที่ฝังรากลึกควบคุมประเทศในเงามืดมาหลายชั่วอายุคนก็ได้ถูกถอนรากถอนโคนออกไปโดยสมบูรณ์

ผู้คนยังไม่ได้หยุดแค่นั้น คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ถูกจัดการอย่างร้ายแรง ในที่ที่เกิดการจราจลขนาดใหญ่ขึ้นทำให้รัฐบาลมากมายเกือบจะล่มสลายลงไปด้วยซ้ำ

เพราะแบบนี้ทำให้สังคมได้เจอเข้ากับหายนะก่อนมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ซะอีก

เวลาเดือนครึ่งได้ผ่านไปด้วยเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นจากแค่คนๆเดียวคือยูอิลฮาน

ไม่ว่ายังไงก็ตามสิ่งที่ยูอิลฮานกำลังทำในระหวางที่เกิดเหตุการณ์นี้ก็คือ

“ฉันทำวัสดุเสร็จหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ฉันต้องรวมมันเข้าด้วยกันแล้ว!”
“ฉันก็ยังจะสร้างบ้านด้วย!”
“ใช่แล้ว มาทำมันด้วยกันเถอะ บ้านแสนอบอุ่น!”
[คุยคนเดียว? สมแล้วที่เป็นผู้โดดเดี่ยวแห่งจักรวาล…] (เลียร่า)

เขาไม่ได้สนใจเรื่องที่คนกำลังพูดถึงเขาเลยสักนิด ตอนนี้เขาเอาแต่สร้าง ‘บ้านแสนอบอุ่น’ ของเขาเท่านั้น


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับเพื่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 6 แล้วครับ หรือทางเว็บ Thai-novel